ตอนที่ 99 งานแต่งงานกำลังจะล่ม
แปลโดย เนสยังเสิ่นเมิ่งมองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของคุณครูเจิ้ง ก็รีบอธิบายต่อทันทีว่า “ฉันไม่ได้หมายความว่าจะมาเรียนในห้องเรียนหรอกนะคะ ก็แค่เห็นพวกหมิงหยางเรียนหนังสือแล้วรู้สึกชอบ ก็เลยอยากจะเรียนบ้างน่ะค่ะ เมื่อก่อนฉันก็เคยเรียนชั้นแก้ปัญหาคนไม่รู้หนังสือมาบ้าง แต่เพราะฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี ก็เลยไม่ได้เรียนต่อ ฉันจะไม่มาโรงเรียนหรอกนะคะ แค่จะเรียนรู้ตัวหนังสือไปพร้อมๆ กับพวกหมิงหยางน่ะค่ะ อืม ฉันก็แค่อยากจะรู้ว่าตัวเองเรียนไปถึงไหนแล้ว ก็เลยอยากจะให้คุณครูช่วยดูให้หน่อยค่ะ ว่าถ้าตอนที่โรงเรียนจัดสอบ ฉันจะขอมาสอบด้วยได้ไหมคะ”
หล่อนพูดจบ ก็เสยผมปอยเล็กๆ ที่ข้างหู แล้วก้มหน้าลง พร้อมกับส่งยิ้มเขินอายอย่างได้จังหวะ
คนที่รักการเรียน คุณครูเจิ้งก็ยินดีต้อนรับอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น หล่อนก็รู้สึกเห็นใจกับคำพูดของเสิ่นเมิ่งเมื่อครู่นี้มาก นี่แหละคือสภาพของหญิงสาวในชนบทที่รักการเรียน แต่กลับไม่มีโอกาสได้เรียน ที่หล่อนยอมอยู่ที่นี่ไม่กลับไปในเมือง ก็เพื่ออยากจะปลุกจิตสำนึกให้ผู้หญิงอีกหลายๆ คนได้รับรู้ถึงความสามารถของตัวเองไม่ใช่หรือ
“ได้สิคะ ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะคุณพี่ ความคิดของคุณนี่ดีมากๆ เลยนะคะ เอาอย่างนี้นะคะ คุณพี่ก็ตั้งใจเรียนไปพร้อมกับพวกหมิงหยางนะ พอถึงเวลาสอบ เดี๋ยวฉันจะออกข้อสอบให้คุณพี่เพิ่มอีกชุดนึง ถ้าคุณพี่เรียนได้ดี วันหลังฉันจะไปทำเรื่องขอใบประกาศนียบัตรจบชั้นประถมให้คุณพี่เองค่ะ ฉันจะช่วยทำเรื่องขอขึ้นทะเบียนนักเรียนให้คุณพี่ด้วยนะคะ คุณพี่ตั้งใจเรียนเข้านะคะ ไม่แน่วันหน้าคุณพี่อาจจะได้เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยก็ได้นะคะ!”
“ฉัน ฉันจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดเลยค่ะ คุณครูเจิ้ง”
คำพูดของคุณครูเจิ้ง ช่างเข้าทางเสิ่นเมิ่งพอดี หล่อนก็ต้องการให้เป็นแบบนี้แหละ การจะให้มาโรงเรียนทุกวันมันคงเป็นไปไม่ได้ แต่พอได้ความช่วยเหลือจากคุณครูเจิ้งแล้ว ใบประกาศนียบัตรจบชั้นประถมก็คงจะได้มาแบบสบายๆ ส่วนความรู้ในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย ถึงแม้จะไม่เหมือนกับในโลกก่อน แต่ขอแค่หล่อนขยันอ่านขยันเรียน มันก็คงจะไม่ต่างกันมากนักหรอก
หลังจากได้รับคำตอบที่ต้องการแล้ว เสิ่นเมิ่งก็หยิบของในตะกร้าออกมาจนหมด อาศัยจังหวะที่คุณครูเจิ้งเผลอ แอบเอาข้าวสารกับแป้งไปวางไว้ใต้โต๊ะทำงานของหล่อน แล้วก็วิ่งออกไปหิ้วถุงเส้นหมี่บนจักรยานเข้ามาในห้องพักครู สอนวิธีทำเส้นหมี่ให้เสร็จสรรพ ถึงได้ปั่นจักรยานกลับบ้าน
หล่อนเพิ่งจะถึงบ้าน ก็เห็นมีคนนั่งรออยู่หน้าประตูบ้าน พอมองดีๆ ก็พบว่าเป็นกัวซิ่วฉิน ข้างๆ หล่อนมีของขวัญวางอยู่ด้วย ดูออกเลยว่าตั้งใจมาเยี่ยมหล่อนที่เป็นคนป่วย
“หัวหน้ากัว ทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะจ๊ะ?”
กัวซิ่วฉินรู้สึกละอายใจเป็นอย่างมาก หล่อนเพิ่งจะมาถึงได้พักหนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่กล้าเคาะประตู พอเห็นเสิ่นเมิ่งกลับมาจากข้างนอก ก็รีบเดินเข้าไปทักทาย
“เสี่ยวเมิ่ง นี่ไปไหนมาจ๊ะ ร่างกายดีขึ้นบ้างหรือยัง?”
“ฉันดีขึ้นมากแล้วจ้ะ ไม่เป็นอะไรแล้ว เมื่อกี้เพิ่งไปโรงเรียนมา ที่บ้านเรื่องวุ่นวายเยอะ ก็เลยต้องรบกวนคุณครูอยู่บ่อยๆ รู้สึกเกรงใจจริงๆ ค่ะ ก็เลยแวะไปขอบคุณคุณครูเค้าสักหน่อย”
กัวซิ่วฉินได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก หล่อนชูของในมือขึ้นแล้วพูดว่า “พอรู้ว่าเธอออกจากโรงพยาบาลแล้ว ฉันถึงได้วางใจ เมื่อคืนกะจะแวะมาเยี่ยมเธออยู่หรอก แต่ก็กลัวว่าเธอต้องการพักผ่อน ก็เลยรีบมาหาเอาวันนี้แหละจ้ะ”
“ไปเถอะจ้ะ เข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่า”
กัวซิ่วฉินส่ายหน้า เดี๋ยวหล่อนยังต้องรีบไปที่บ้านของคุณลุงไกว่อีก บ้านนั้นเอาแต่ทะเลาะกันเสียงดังทั้งวันทั้งคืน จนชาวบ้านละแวกนั้นเอาไปนินทากันให้แซ่ด ถ้าขืนปล่อยไว้แบบนี้ ก็คงจะอยู่กันไม่เป็นสุขแน่ๆ
“ฉันไม่เข้าไปหรอกจ้ะ ที่ฉันมาหาเธอคราวนี้ ก็เพื่อจะมาขอโทษเธอด้วยเหมือนกัน เสี่ยวเมิ่ง เธอต้องเชื่อฉันนะ วันนั้นถึงฉันจะเห็นเธอได้ใบจองจากโรงงานอิฐและกระเบื้องมา ฉันก็แค่รู้สึกอิจฉาเฉยๆ พอกลับไปบ้านก็ไปบ่นๆ ให้ผัวกับลูกฟัง ไม่คิดเลยว่าแม่ผัวฉันจะได้ยินเข้า ฉันไม่คิดเลยจริงๆ ว่านางจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแม่ของเจิ้นผิง จนทำให้เธอต้องมารับเคราะห์โดนตีฟรีๆ แบบนี้ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง เสี่ยวเมิ่งเอ๊ย ฉันขอโทษเธอจริงๆ นะ”
ในใจของเสิ่นเมิ่งรู้ดีอยู่แล้วว่าเรื่องนี้จะไปโทษหัวหน้ากัวไม่ได้ แถมชาวบ้านในหมู่บ้านลู่ก็รู้ดีว่าหล่อนเป็นคนยังไง หล่อนไม่ใช่พวกชอบหาเรื่องใครอยู่แล้ว หล่อนเป็นถึงหัวหน้าสตรี ปกติก็คอยช่วยเหลือผู้หญิงในหมู่บ้านมาตลอด เสิ่นเมิ่งย่อมไม่คิดจะโกรธเคืองหล่อนอยู่แล้ว
“หัวหน้ากัวจ๊ะ พูดอะไรอย่างนั้นล่ะจ๊ะ ฉันจะไปโทษคุณได้ยังไง เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณเลย เป็นแม่ผัวฉันต่างหากล่ะที่อยากจะหาเรื่องฉัน ไม่อย่างนั้นต่อให้ฉันจะขนทองคำภูเขาเงินภูเขาทองไปให้บ้านแม่ฉัน นางก็คงไม่ว่าอะไรหรอก ก็แค่อิจฉาตาร้อน ไม่พอใจไปอย่างนั้นแหละ พ่อแม่ฉันเป็นคนให้กำเนิดแล้วก็เลี้ยงดูฉันมา เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยก็คอยซื้อยาดูแลฉันทั้งวันทั้งคืน ฉันแค่แต่งงานออกเรือนมา ไม่ได้ขายตัวให้เขาเสียหน่อย การกตัญญูต่อพ่อแม่ก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว ใครก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับฉันหรอกจ้ะ”
“เหตุผลมันก็ใช่แหละจ้ะ แต่ในเมื่อแต่งงานแล้ว ก็ต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไป แม่ผัวเธอก็เป็นคนที่รับมือยากคนนึง แต่ยังไงหล่อนก็เป็นแม่ของเจิ้นผิงนะ เห็นแก่หน้าเจิ้นผิง อะไรที่พอจะปล่อยผ่านไปได้ก็ปล่อยไปเถอะนะ ยังไงซะขอแค่เธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็พอแล้วล่ะจ้ะ”
การเป็นลูกสะใภ้มันไม่ง่ายเลยนะ อย่างเสิ่นเมิ่ง อู๋เซียงหลาน โจวเจียวเจียว แล้วก็เซี่ยจิ้งห่าว สะใภ้ไม่กี่คนนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว ผู้ชายบางคนก็เอาแต่เชื่อฟังแม่ตัวเอง ทุบตีด่าทอเมียสารพัด เอะอะก็ด่าว่าเมียก็เหมือนแป้ง ยิ่งนวดยิ่งดี เมื่อหลายปีก่อนในหมู่บ้านลู่ก็ยังมีผู้หญิงที่ถูกตีจนเป็นบ้า ถึงขนาดไปนั่งร้องไห้อยู่บนหลุมศพตอนกลางคืนก็ยังมีให้เห็นถมไป
แต่หล่อนจะทำอะไรได้ล่ะ ก็ทำได้แค่พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้เรื่องพวกนี้ในหมู่บ้านลดน้อยลง แต่บ้านของคุณลุงไกว่นี่สิ ดันกลับตาลปัตรกันซะงั้น พ่อผัวแม่ผัวแสนดี ดันไปเจอลูกสะใภ้ตัวแสบ แถมลูกชายตัวเองก็ยังโดนล้างสมองจนกลายเป็นคนขี้ขลาดตาขาวไปซะอีก เรื่องแปลกๆ มีให้เห็นทุกปี แต่ปีนี้ดูจะเยอะเป็นพิเศษแฮะ
“ฉันเข้าใจแล้วจ้ะคุณน้า”
“นี่เป็นของขวัญแทนคำขอโทษจากฉันนะ เดี๋ยวฉันต้องรีบไปที่บ้านคุณลุงไกว่อีก บ้านนั้นก็มีแต่เรื่องวุ่นวายไปหมด ได้ยินมาว่างานแต่งงานของเซียงเซียงก็ใกล้จะล่มแล้วนะ น่าโมโหจริงๆ เลย”
“ของพวกนี้ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกจ้ะ คุณน้ามีธุระก็รีบไปจัดการเถอะจ้ะ ว่างๆ ค่อยแวะมานั่งเล่นที่บ้านฉันก็ได้จ้ะ”
เสิ่นเมิ่งพยายามจะดันของคืนไป หล่อนเพิ่งจะเอาของไปให้คุณครูเจิ้งมาหมาดๆ ไม่คิดเลยว่าพอกลับมาถึงบ้าน จะต้องมารับของขวัญกองโตอีก
“ของพวกนี้เธอรับไว้เถอะนะ รับไว้ฉันจะได้สบายใจขึ้นมาบ้าง ฉันต้องรีบไปแล้วล่ะ ขืนชักช้าเดี๋ยวคนในบ้านคุณลุงไกว่ได้ตีกันตายแน่”
กัวซิ่วฉินก็ไม่ได้ให้เวลาหล่อนปฏิเสธมากนัก วางของลงในตะกร้าหน้ารถจักรยานของเสิ่นเมิ่ง เอ่ยลาคำหนึ่ง แล้วก็หันหลังเดินจากไปเลย
เสิ่นเมิ่งขมวดคิ้วมองตามหลังหัวหน้ากัวไป ก่อนหน้านี้ยังได้ยินลุงไกว่บอกอยู่เลยว่า อีกไม่นานเซียงเซียงก็จะแต่งงานแล้ว แถมยังบอกอีกว่าจะจ้างคณะแตรวงมาเล่นให้งานแต่งงานของเซียงเซียงครึกครื้นซะหน่อย สองตายายรู้สึกผิดต่อเซียงเซียงมาก ก็เลยอยากจะชดเชยให้หล่อนในวันแต่งงานอย่างเต็มที่
แต่ใครจะคิดล่ะว่าเพิ่งจะผ่านไปได้ไม่นาน ทำไมงานแต่งของเซียงเซียงถึงจะล่มได้ล่ะ
ทางฝั่งบ้านของคุณลุงไกว่
จูจวี๋อิงนั่งผมเผ้ายุ่งเหยิงอยู่บนพื้น ฝั่งตรงข้ามหล่อนคือหวงเมาชุนที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่แพ้กัน หล่อนยืนเท้าสะเอว ชี้หน้าด่าทอหญิงชราที่นั่งอยู่บนพื้น
“ยายแก่บ้า ลูกสาวตัวเองแต่งงานไม่ได้แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ มีปัญญาก็ไปหาเรื่องบ้านผัวหล่อนสิ จะมาลงที่ฉันทำไม ถุย ใครใช้ให้บ้านพวกแกยากจนล่ะ ไอ้พวกขี้ขลาดตาขาว กล้ามาตบฉันเหรอ ฉันไม่ได้เป็นคนที่พวกแกจะมารังแกได้ง่ายๆ หรอกนะ ฉัน หวงเมาชุน เคยเรียนหนังสือมาตั้งสองปี เป็นพวกปัญญาชนนะ ไม่เหมือนพวกชาวนาเปื้อนโคลนอย่างพวกแกหรอก ฉันจะบอกอะไรให้นะ วันหลังถ้าเห็นหน้าฉัน ก็หัดทำตัวเกรงใจกันบ้าง”
“เมาชุน เธอพูดแบบนี้กับแม่ได้ยังไง ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ ทำมาอ้างตัวเองเป็นแม่นู่นแม่นี่ เธอจะไปเป็นแม่ใครฮะ?” ลู่ซิงชางตะคอกใส่ด้วยความไม่พอใจ
ไม่คิดเลยว่าหวงเมาชุนจะเดินเข้าไปหาเขาแล้วก็ตบหน้าฉาดใหญ่ เสียงดัง “เพียะ” ทำเอาคนบ้านลู่ถึงกับตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกไปพักใหญ่

0 Comments