You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ลู่เจิ้นผิงสีหน้าดำคล้ำ ไม่แปลกใจเลยที่เมื่อกี้เขาเห็นเด็กสองคนวิ่งมาด้วยท่าทางแปลกๆ หึ พ่อของพวกเขาก็ยังยืนอยู่ตรงนี้นะ มีสิทธิ์อะไรให้เจ้าสี่มาสั่งสอนลูกของเขา

“หมิงฟาง เลิกร้องไห้ได้แล้ว แม่ของพวกลูกยังไม่หายดี พาลูกหมิงข่ายเข้าไปดูแลแม่ในห้องนะ หมิงหยาง หมิงเลี่ยง ปะ ไปบ้านคุณปู่คุณย่ากัน เป็นลูกผู้ชาย ทำผิดก็ต้องกล้ารับผิด แล้วก็ต้องไปขอโทษด้วย”

ลู่เจิ้นผิงพูดจบก็ทำท่าจะเดินออกไป จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหยิบเข็มขัดบนโต๊ะติดมือมาด้วย

หมิงหยางชำเลืองมองประตูห้องทางทิศตะวันออกด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะรีบเดินตามไป ลู่หมิงเลี่ยงดึงกางเกงขึ้น หน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย พ่อของเขาก็เกินไปจริงๆ มาถอดกางเกงเขาต่อหน้าคนตั้งเยอะแยะได้ยังไง น่าอายจะตาย

หลังจากที่พวกเขาเดินออกไปแล้ว หมิงฟางก็ปาดน้ำตา จูงมือลู่หมิงข่ายที่กำลังงุนงงและหวาดกลัว

“น้องเล็กไม่ต้องกลัวนะ เราไปดูแม่กันเถอะ”

สองพี่น้องเพิ่งจะเดินมาถึงหน้าประตูห้องทางทิศตะวันออก เสิ่นเมิ่งก็เปิดประตูออกมาพอดี

“แม่!”

“แม่ไม่เป็นไรหรอกหมิงฟาง พ่อของหนูทำกับข้าวไว้ อยู่ในเตานะ เดี๋ยวแม่จะตักมาให้ หนูกับน้องกินข้าวกันก่อนนะ กินเสร็จเราจะได้รีบนอน”

“แล้วพี่ชายล่ะจ๊ะ?”

เสิ่นเมิ่งถอนหายใจ พวกเขาเพิ่งจะออกไป หล่อนก็เป็นห่วงจะแย่อยู่แล้ว ในโลกนี้จะมีพ่อแม่คนไหนที่ใจร้ายกับลูกได้ลงคอกันล่ะ!

“มีพ่อของหนูอยู่ด้วย พี่ชายของหนูไม่เสียเปรียบหรอก เชื่อแม่นะ หนูกับหมิงข่ายกินข้าวกันก่อน กินเสร็จก็ล้างหน้าล้างตาแล้วก็เข้านอนนะจ๊ะ”

ตอนนี้เสิ่นเมิ่งพูดอะไร หมิงฟางก็เชื่อฟังหมด ขอแค่แม่ทำดีกับพวกเขาตลอดไป จะให้หล่อนทำอะไรหล่อนก็ยอม

ตอนที่ลู่เจิ้นผิงไปถึง คนบ้านลู่ก็กำลังล้อมวงกินข้าวกันอยู่ในห้องโถง เซี่ยจิ้งห่าวและลู่เจียเซิ่งนั่งติดกัน กินข้าวเงียบๆ ไม่ปริปากพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านเลยสักคำ

ลู่ฉางจู้หน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย แต่ก็ยังฝืนใจนั่งกินข้าวต่อไป เขาเป็นคนปกป้องเด็กสองคนนั้น ลู่เจิ้นผิงเป็นลูกชายที่เกิดจากผู้หญิงที่เขารัก ถึงแม้ผู้หญิงคนนั้นจะไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ ให้เขา แต่ก็อุตส่าห์คลอดลูกชายให้เขา แถมยังเป็นลูกชายที่เก่งกาจขนาดนี้อีกต่างหาก

พวกเขาพูดกันชัดเจนแล้ว ถ้าเขาไม่ช่วยปกป้องหมิงเลี่ยงและหมิงข่าย วันข้างหน้าในใจลู่เจิ้นผิงก็คงจะไม่มีพื้นที่เหลือให้พ่ออย่างเขาอีกต่อไป

ลู่เจียเซวียนกำตะเกียบในมือแน่นขึ้น ในใจก็ยังคงหงุดหงิดอยู่ เจียวเจียวออกจะเป็นผู้หญิงที่ขยันขันแข็งและกตัญญู แถมตอนนี้ก็ยังท้องลูกของเขาอยู่อีก เมื่อก่อนหล่อนก็ดีกับพวกลู่หมิงหยางและลู่หมิงเลี่ยงมาก ทำไมไอ้เด็กแสบพวกนี้ถึงยังกล้ามารังแกหล่อนได้อีก

ช่างเป็นพวกอกตัญญูเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ ในเมื่อไม่ใช่คนของบ้านลู่ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็คงไม่มีทางเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับครอบครัวพวกเขาหรอก

เสียงประตูเปิดดัง “ปัง” ทำเอาคนที่นั่งอยู่ในห้องโถงสะดุ้งตกใจกันหมด

หลิวซานจินเห็นลู่เจิ้นผิงถือเข็มขัดอยู่ในมือ เดินนำหน้าเด็กน้อยสองคนเข้ามา หัวใจก็หล่นวูบ นี่จะมาทำอะไรกัน เมื่อวานก็ตกลงกันไว้เรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอ เด็กสองคนนี้ทำผิด พวกเขาก็ไม่ได้เอาเรื่องเอาราวอะไร แล้วทำไมถึงยังมาทำท่าทางขึงขังแบบนี้อีก

ถ้าเป็นเมื่อก่อน หล่อนคงจะด่ากราดไปแล้ว แต่ตอนนี้กลับพูดอะไรไม่ออก จึงหันไปมองลู่ฉางจู้ ลู่ฉางจู้พอเห็นลู่เจิ้นผิงมา ในใจก็แอบดีใจ

“เจิ้นผิง นี่แกจะทำอะไรน่ะ?”

ลู่เจิ้นผิงสะบัดเข็มขัดในมือ แล้วก็พยักพเยิดหน้าไปทางหมิงหยางกับหมิงเลี่ยง

ทั้งสองคนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปหาลู่ฉางจู้ หลังจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า พอตอนนี้มาเจอหลานชายบุญธรรมสองคน เขาก็รู้สึกละอายใจ

“คุณปู่ครับ ผมขอโทษครับ พวกเราผิดไปแล้ว คุณปู่จะยอมยกโทษให้พวกเราไหมครับ?”

ลู่หมิงหยางพูดอย่างตรงไปตรงมาและไร้อารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น แต่คำขอโทษที่เอ่ยออกมา ก็ทำให้คนบ้านลู่บนโต๊ะอาหารถึงกับอึ้งไปเลย

เมื่อคืนตอนที่เด็กสองคนโดนจับได้ ก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรเลย เอาแต่จ้องพวกเขม็ง เซี่ยจิ้งห่าวที่ร่างกายยังไม่หายดี พอเห็นหมิงหยางกับหมิงเลี่ยงโดนจับ ก็พุ่งเข้าไปจะช่วย แต่ก็ถูกหลิวซานจินดึงออกไป ลู่เจียเซิ่งก็ถูกลู่เจียเหอและลู่เจียเซวียนล็อกตัวไว้ โชคดีที่สุดท้ายลู่ฉางจู้ก็เป็นคนออกปากห้าม ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็คงจะกลับบ้านแบบครบสามสิบสองไม่ได้แน่ๆ

“คุณปู่ครับ เป็นความผิดของผมกับพี่ชายเองที่ไม่รู้จักความ ตอนเด็กๆ คุณปู่อุตส่าห์ทำดีกับพวกเรา แต่พวกเรากลับทำกับคุณปู่แบบนี้ คุณปู่ต้องเสียใจมากแน่ๆ ผมกับพี่ชายขอโทษคุณปู่นะครับ คุณปู่ยกโทษให้พวกเราเถอะนะครับ รอให้ผมกับพี่ชายโตขึ้น จะต้องตอบแทนบุญคุณของคุณปู่อย่างแน่นอน ขอโทษครับคุณปู่ ขอโทษครับ”

คำพูดนี้ทำเอาลู่ฉางจู้รู้สึกจุกในอก เขาไม่เคยทำดีกับเด็กสองคนนี้เลย ตอนที่ลู่เจิ้นผิงบอกว่าจะรับเด็กสามคนมาเลี้ยง เขาก็ขัดค้านหัวชนฝา เพราะลูกชายเขากำลังได้ดิบได้ดี วันข้างหน้าอาจจะได้เลื่อนขั้นสูงขึ้นไปอีก ถ้ารับเด็กนอกไส้สามคนมาเลี้ยง อนาคตของเขาก็อาจจะได้รับผลกระทบ

แต่พอได้ยินคำพูดของเด็กสองคนนี้ เขาก็รู้สึกละอายใจขึ้นมา

“เด็กดี พวกหนูยังเด็กนัก จะไปเข้าใจอะไร คุณปู่ไม่โกรธพวกหนูหรอก ไม่เป็นไรหรอกนะ กลับไปกับพ่อของพวกหนูเถอะนะ!”

หมิงหยางกับหมิงเลี่ยงได้ยินก็ดีใจ พวกเขาไม่คิดเลยว่าคุณปู่จะยอมให้อภัยพวกเขาง่ายๆ แบบนี้ ถ้างั้นเดี๋ยวพอแม่รู้ว่าพวกเขาขอโทษแล้ว แม่ก็จะหายโกรธใช่ไหม ทั้งสองคนหันไปมองลู่เจิ้นผิงพร้อมกัน

“ขอโทษคุณปู่เสร็จแล้ว ก็ต้องไปขอโทษคุณอาสะใภ้สี่ด้วยนะ ไปสิ เป็นลูกผู้ชาย ทำผิดก็ต้องกล้ารับผิด”

“ครับพ่อ พวกเราจะไปขอโทษคุณอาสะใภ้สี่ครับ”

ขอแค่แม่ไม่โกรธ อย่าว่าแต่ให้ไปขอโทษคุณอาสะใภ้สี่เลย จะให้เรียกหล่อนว่าพระแม่หวังหมู่ก็ยังได้

“พี่ใหญ่ เจียวเจียวไม่ถือสาหาความเด็กสองคนนี้หรอกครับ หล่อนไม่ได้โกรธหมิงหยางกับหมิงเลี่ยงเลย เพียงแต่… เพียงแต่ผมไม่เข้าใจเลย เจียวเจียวเคยดีกับพวกเขามากขนาดนั้น ทำไมพวกเขาถึงทำกับอาสะใภ้สี่แบบนี้ล่ะ ผมคิดไม่ออกจริงๆ”

“มีอะไรให้คิดไม่ออกล่ะ เมียนายวิ่งแจ้นไปที่บ้านฉัน แล้วก็ดึงผมหมิงฟางหลุดไปซะขนาดนั้น ตอนนี้หนังหัวเด็กยังบวมอยู่เลย เมื่อก่อนพวกเขาใช้ชีวิตอยู่กับหมิงฟางมาตลอด จะทนเห็นหมิงฟางถูกรังแกได้ยังไง?”

ลู่เจิ้นผิงม้วนเข็มขัดในมือ มองลู่เจียเซวียนด้วยสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงที่พูดออกมาก็แฝงไปด้วยความเยือกเย็น

“ตะ… แต่ว่าเจียวเจียวไม่ได้ตั้งใจนะครับ เจียวเจียวไปที่นั่น ก็เพื่อจะไปช่วยพี่สะใภ้ใหญ่ห้ามปรามไงครับ!”

“นายจะคิดยังไงก็ช่าง หมิงหยางกับหมิงเลี่ยงทำผิดก็ต้องขอโทษ ฉันมีวิธีสั่งสอนลูกของฉันเอง นี่เป็นเงินที่ฉันกับเสิ่นเมิ่งให้เป็นค่าชดเชยที่เด็กสองคนก่อเรื่อง สิบหยวนนี่ให้พ่อ ห้าหยวนนี่ให้เมียนาย เด็กสองคนนี้ตัดผมหล่อน ก็เอาเงินนี่ไปซ่อมแซมผมที่ร้านทำผมในคอมมูนก็แล้วกัน”

ลู่เจียเซวียนเห็นว่าแม้เขาจะพูดจาเย็นชา แต่ก็ให้เด็กมาขอโทษ แถมยังชดใช้เงินให้อีก ความโกรธในใจก็ลดลงไปมาก เพิ่งจะฉีกยิ้มเตรียมจะเรียกพี่ใหญ่ ก็ได้ยินเขาพูดต่อว่า “ลูกของฉัน ฉันรู้ดีว่าจะต้องสั่งสอนยังไง ไม่จำเป็นต้องให้คนนอกมายุ่ง โดยเฉพาะคนที่ชอบลอบกัดเด็ก ฉันในฐานะพ่อ ก็จะไม่มีทางปล่อยไปแน่นอน”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note