ตอนที่ 82 วันหน้าจะไปฝังที่ไหนก็ยังไม่รู้เลย
แปลโดย เนสยังคำพูดของลู่เจิ้นผิงราวกับน้ำเย็นที่สาดลงไปในน้ำมันเดือด ระเบิดตู้มจนทำเอาคนหน้ามืดตาลาย แต่ตัวเขากลับยืนนิ่งสงบอยู่ที่เดิม ราวกับไม่รู้เลยว่าคำพูดของตัวเองนั้นมีอานุภาพทำลายล้างมากแค่ไหน
ลู่ฉางจู้ดูออกแล้ว ที่ลู่เจิ้นผิงมาพูดจาแบบนี้ที่หน้าประตูบ้าน ก็เพื่อจะมาหนุนหลังเสิ่นเมิ่งนั่นแหละ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะปิดประตูแล้วค่อยๆ คุยกันในครอบครัว ไม่มาฉีกหน้าน้องชายตัวเองต่อหน้าคนอื่นหรอก ว่าไม่มีความสามารถอะไรเลย ที่ได้เป็นพนักงานชั่วคราวที่คอมมูนก็เพราะบารมีของพี่ชาย
นี่เขาคงโกรธที่ตัวเองทำตัวจุ้นจ้านเกินไปสินะ แต่ไอ้ลูกทรพีนี่มันยังไม่รู้เลยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ถ้ามันรู้ มันก็ต้องเข้าข้างคนบ้านลู่แน่ๆ
“เจิ้นผิง แกเพิ่งกลับมาถึงบ้าน ไม่รู้เรื่องราววุ่นวายในบ้าน ไปเข้าข้างเมียแก พ่อก็ไม่ว่าอะไรหรอก เดี๋ยวพ่อจะอธิบายให้แกฟังให้กระจ่างนะ เมียแกน่ะมีความสามารถไม่เบาเลยนะ แอบไปซื้อจักรยานเงียบๆ แล้วยังได้ใบจองอิฐกับกระเบื้องมาอีก ใบจองนั่นยังไม่ทันจะอุ่นเลย ก็เอาไปประเคนให้บ้านแม่ตัวเองซะแล้ว แกบอกมาสิว่า ลูกสะใภ้แบบนี้มันน่าตีไหม แกไม่อยู่ น้องชายแกตีไม่ได้ พ่อในฐานะพ่อผัว ก็ต้องเป็นคนสั่งสอนแทนแก ไม่อย่างนั้นวันข้างหน้าหล่อนก็คงจะขึ้นไปขี่คอแกแล้วก็ขี้รดหัวแกแน่ๆ”
ลู่เจิ้นผิงเงียบไป สิ่งที่พ่อเขาพูดมันมีข้อมูลเยอะแยะไปหมด คนที่ยืนฟังอยู่ข้างนอกก็เริ่มจับกลุ่มซุบซิบนินทากันอีกครั้ง แต่เขากลับกวาดสายตามองสำรวจเสิ่นเมิ่งตั้งแต่หัวจรดเท้า
เสิ่นเมิ่ง: “…”
หมายความว่าไง นั่นมันหมายความว่ายังไง ทำไมถึงรู้สึกเหมือนเขากำลังเหยียดความสูงของเธออยู่เลย???
โจวเจียวเจียวหน้าซีดเผือด เมื่อกี้ลู่เจิ้นผิงเพิ่งจะพูดจาดูถูกลู่เจียเซวียนต่อหน้าคนตั้งมากมาย ทำให้หล่อนรู้สึกอับอายขายหน้ามาก ก่อนหน้านี้ยังคิดอยู่เลยว่า พอพี่ใหญ่กลับมา เสิ่นเมิ่งคงจะไม่มีชีวิตที่สงบสุขอีกต่อไป เพราะเคยได้ยินอู๋เซียงหลานเล่าให้ฟังว่า พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไหร่ หล่อนก็เลยเชื่อสนิทใจ
แต่เมื่อกี้พี่ใหญ่ไม่แม้แต่จะชายตามองใครเลย กลับเดินตรงดิ่งไปดูอาการบาดเจ็บของเสิ่นเมิ่งเป็นคนแรก เรื่องนี้ทำให้หล่อนรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก คราวก่อนที่ทะเลาะแย่งจักรยานกับเสิ่นเมิ่ง ในใจหล่อนยังแอบมั่นใจอยู่เลยว่า จักรยานคันนั้นพี่ใหญ่ต้องเป็นคนซื้อให้เจียเซวียนแน่ๆ ก็เหมือนกับที่พ่อพูดนั่นแหละ การได้ทำงานที่คอมมูน มันเป็นเรื่องที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรีขนาดไหน ยังไงก็ต้องซื้อจักรยานสักคันไว้เชิดหน้าชูตาหน่อยสิ
หล่อนเฝ้ารอให้พี่ใหญ่กลับมา เพื่อจะได้รับจักรยานคันนั้นมาให้เจียเซวียน ถึงตอนนั้นหล่อนอยากจะปั่นไปไหนเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจชอบ
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว คงจะหมดหวังแล้วล่ะ ที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็คืองานพนักงานชั่วคราวของเจียเซวียนก็เริ่มจะสั่นคลอนแล้วเหมือนกัน ยังทำงานไม่ถึงเดือนเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าจะได้เงินเดือนหรือเปล่าก็ไม่รู้
หลังจากลู่ฉางจู้พูดจบ หลิวซานจิน อู๋เซียงหลาน และลู่เจียเหอก็จ้องมองลู่เจิ้นผิงตาไม่กะพริบ อยากจะรู้ว่าเขาจะจัดการกับเสิ่นเมิ่งยังไง ถึงยังไงนี่ก็คือข้าวของของบ้านลู่ ไม่มีเหตุผลที่พี่ชายคนโตจะไปเข้าข้างคนนอกหรอก
“ในเมื่อแยกบ้านกันแล้ว ก็ต่างคนต่างใช้ชีวิตไปสิ เงินกับคูปองก็อยู่ในมือหล่อน หล่อนอยากจะซื้ออะไรก็เป็นสิทธิของหล่อน ทำไมล่ะ ผมส่งเงินเดือนมาให้หล่อน หล่อนใช้ไปเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ ทุกเดือนยังต้องมานั่งทำบัญชีส่งให้ผมดูอีกเหรอ แล้วก็เรื่องใบจองอิฐกับกระเบื้องนั่น หล่อนไปขอร้องให้คนบ้านลู่ช่วยเหลือ หรือว่าไปขอร้องให้ผมช่วยเหลือล่ะ ของของหล่อน หล่อนอยากจะให้ใครก็เป็นสิทธิของหล่อน พ่อกับแม่ว่าจริงไหมล่ะครับ?”
“ตะ…แต่ว่า หล่อนเป็นสะใภ้บ้านลู่นะ ถึงตายก็ต้องฝังในสุสานบ้านลู่ ข้าวของก็ต้องเป็นของบ้านลู่สิ”
ลู่เจิ้นผิงอัดควันบุหรี่เฮือกสุดท้าย ก่อนจะบี้ก้นบุหรี่ลงกับกำแพง น่าเสียดายจริงๆ นี่เป็นบุหรี่ที่หม่าเสียงซื้อมาให้ตอนขากลับ เหลือแค่มวนสุดท้ายแล้ว ตอนแรกเขากะจะสูบให้หนำใจเสียหน่อย ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเรื่องน่าหงุดหงิดแบบนี้ ไม่ว่าใคร พอกลับมาถึงบ้านแล้วเห็นคนในครอบครัวยกโขยงกันมารังแกเมียกับลูกของตัวเอง ในใจก็คงจะสงบลงไม่ได้หรอก
“เสิ่นเมิ่งอายุยังน้อย จะมาพูดเรื่องเป็นเรื่องตายทำไมกัน อีกอย่าง หล่อนกับเด็กๆ ต้องมาทนใช้ชีวิตอย่างอึดอัด เอะอะพ่อกับแม่ก็พาน้องๆ น้องสะใภ้มาบุกตีถึงบ้าน วันหน้าจะไปฝังที่ไหนก็ยังไม่รู้เลย เพราะงั้นพ่อก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปเลยครับ”
“นี่… แกพูดอะไรของแก หล่อนจะหย่ากับแกได้ยังไง แกเป็นถึง…”
ลู่เจิ้นผิงแค่นหัวเราะแล้วพูดว่า “ผมเป็นอะไรล่ะ ผมก็แค่ทหารจนๆ คนนึง อายุก็ปูนนี้แล้วกว่าจะหาเมียได้ เมียผมก็ต้องมาทนเหงาอยู่บ้านคนเดียว หล่อนไม่มานั่งด่ากราดให้ได้ยิน พ่อกับแม่ก็ควรจะไปจุดธูปขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้แล้วนะ นี่คิดอะไรอยู่ ถึงได้บุกมาตีหล่อนถึงบ้าน หรือว่าเห็นหล่อนยังน่าสงสารไม่พออีกเหรอ?”
ลู่ฉางจู้และหลิวซานจินถูกต่อว่าจนหน้าสลับสีเดี๋ยวขาวเดี๋ยวเขียว แต่ลู่เจิ้นผิงก็ยังไม่ยอมหยุด เขาเอาแต่พูดจาฉะฉานไม่หยุดหย่อน เผยให้เห็นเรื่องราวเน่าเหม็นของบ้านลู่ต่อหน้าทุกคน ตั้งใจจะมาทวงความยุติธรรมให้เสิ่นเมิ่งให้จงได้
“ทางกองทัพเขาก็รณรงค์ให้ดูแลครอบครัวทหาร ครอบครัวทหารที่ต้องดูแลเป็นอันดับแรกก็คือเมียทหารนี่แหละ ผมจากบ้านไปสามปี เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ในบ้าน ทั้งเรื่องกินอยู่ของเด็กๆ อาการเจ็บป่วย หรือแม้แต่งานบุญงานบวช ก็ต้องพึ่งพาหล่อนทั้งนั้น ถ้าเกิดผมปลดประจำการกลับมาพร้อมกับโรคภัยไข้เจ็บ ไม่รู้ว่าจะเป็นพ่อกับแม่ที่จะมาดูแลผม หรือว่าจะเป็นน้องๆ น้องสะใภ้ที่มาดูแลผมกันล่ะ?”
เกิดความเงียบงันขึ้นอีกครั้ง ฝีปากของเขานี่ช่างคมกริบจริงๆ ประกอบกับความน่าเกรงขามในตัวเขา ทำเอาคนบ้านลู่ รวมถึงคนที่ยืนมุงดูอยู่หน้าประตู ต่างก็มองเขาอย่างตกตะลึง
พอพูดถึงประเด็นนี้ อู๋เซียงหลานและโจวเจียวเจียวก็ก้มหน้างุด ต่อให้พวกหล่อนอยากจะเอาหน้าแค่ไหน ก็ไม่กล้าพูดว่าจะดูแลพี่สามีหรอกนะ ขืนพูดไปก็เท่ากับประจานตัวเองให้ทุกคนรู้ว่า พวกหล่อนตั้งใจมากลั่นแกล้งเสิ่นเมิ่ง ถ้าหล่อนหนีไป ภาระดูแลเด็กๆ และลู่เจิ้นผิงก็ต้องตกมาเป็นของพวกหล่อนน่ะสิ!
นี่มันหน้าด้านเกินไปแล้ว!!!
ลู่เจียเซิ่งรู้สึกจุกอยู่ในอก ช่วงที่ดูแลเซี่ยจิ้งห่าวอยู่ที่โรงพยาบาล เขาได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง สามีภรรยาก็คือคนที่ต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไปจนแก่เฒ่า ขอแค่สองคนร่วมแรงร่วมใจกันใช้ชีวิตก็พอแล้ว ความตั้งใจที่จะแยกบ้านของเขาจึงมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง
“เงียบกันหมด งั้นผมขอพูดต่อนะ พ่อ แม่ ในเมื่อแยกบ้านกันแล้ว ใบจองอิฐกับกระเบื้องก็เป็นของเสิ่นเมิ่ง แล้วพ่อกับแม่จะบุกมาตีหล่อนถึงบ้านทำไมกันล่ะครับ?”
ลู่ฉางจู้เถียงไม่ออก แต่เขาก็เป็นคนลงมือตีจริงๆ เขายืดคอพูดว่า “ก็แล้วจะทำไมล่ะ ฉันก็ตีเมียแกไปแล้ว แกจะให้หล่อนมาตีฉันคืนหรือไง ฉันเป็นพ่อแกนะ!”
“เจ้าใหญ่ นี่แกกำลังจะทำอะไร พ่อกับแม่ก็หวังดีกับแกทั้งนั้น ใบจองนั่นถ้าเอาไปขาย หรือเอาไปให้คนอื่น ผลประโยชน์ที่ได้มา ก็ควรจะตกเป็นของพวกลู่หมิงหยางไม่ใช่เหรอ พ่อกับแม่ไม่ได้อยากจะได้ผลประโยชน์อะไรเลย ฉันกับพ่อแกก็แก่แล้ว ที่มีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อพวกแกนั่นแหละ ทำไมแกถึงไม่เข้าใจความหวังดีของพ่อกับแม่เลยนะ?”
ลู่เจิ้นผิงส่ายหน้า การจะให้เสิ่นเมิ่งตีคืนก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เสิ่นเมิ่งคงโดนชาวบ้านนินทาจนเสียหายป่นปี้ ดีไม่ดีวีรกรรมของเสิ่นเมิ่งคงได้เลื่องลือไปทั่วทั้งอำเภอแน่ๆ
เขาหันหน้าไป จ้องมองเสิ่นเมิ่งนิ่งๆ รอให้หล่อนเป็นคนตัดสินใจ

0 Comments