ตอนที่ 79
แปลโดย เนสยังเหยาจินจูมองดูแม่สามีที่กำลังร้องไห้อย่างน่าสงสาร ในใจก็พลอยรู้สึกแย่ไปด้วย ตั้งแต่หวงเมาชุนก้าวเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านลู่ ครอบครัวก็ไม่เคยมีความสงบสุขอีกเลย
ลู่ซิงอันโกรธจนกัดฟันกรอด แม่ของเขาอายุมากขนาดนี้แล้ว ไม่เคยต้องมาทนรับความอยุติธรรมมากขนาดนี้มาก่อนเลย เมื่อก่อนก็เพื่อจะให้ซิงชางได้แต่งงาน ครอบครัวยอมทนรับข้อเรียกร้องที่เกินเหตุของบ้านหวง ถึงขนาดเอาผ้าห่มของน้องสาวคนเล็กไปเป็นค่าสินสอดด้วยซ้ำ
ช่วยไม่ได้นี่นา ใครใช้ให้น้องชายของเขาหลงเสน่ห์จนหัวปักหัวปำดื้อดึงจะแต่งงานให้ได้ล่ะ!
ทุกคนในครอบครัวร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานแต่งงานให้จนสำเร็จ แต่ใครจะคิดว่าหญิงสาวที่เคยดูใจดีอ่อนโยน พอแต่งเข้ามาแล้วจะเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ ห้องหับสกปรกรกเป็นรังหมา เสื้อผ้าถุงเท้าก็ให้ซิงชางเป็นคนซัก ผู้ชายตัวโตๆ ไปทำงานมาทั้งวัน พอกลับถึงบ้านก็ยังต้องมาซักผ้าทำความสะอาดบ้านให้เมียขี้เกียจอีก
เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องของผัวเมีย พวกเขาจะใช้ชีวิตยังไงมันก็เป็นเรื่องของพวกเขา แต่ทำไมถึงต้องมารังแกแม่ของเขาด้วยล่ะ ตลอดชีวิตของแม่ในหมู่บ้านลู่ ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาว่าร้ายนางเลยสักคำ
ทั่วทั้งสิบหมู่บ้านนี้ ใครๆ ก็รู้ว่าจูจวี๋อิงแห่งหมู่บ้านลู่เป็นคนมีเหตุผล ใจดี และกตัญญูที่สุด แก่ตัวลงมา แทนที่จะได้เสวยสุข ทำไมกลับต้องมาตกระกำลำบากแบบนี้ล่ะ
“แม่ แม่เลิกร้องไห้เถอะจ้ะ เดี๋ยวฉันจะลองไปทวงคูปองฝ้ายจากเมาชุนดูนะ ตอนนี้รีบทำกับข้าวเที่ยงก่อนเถอะ เดี๋ยวพอเมาชุนกลับมาไม่ได้กินข้าวร้อนๆ หล่อนจะโวยวายหอบลูกกลับบ้านเดิมอีก”
ลู่ซิงชางถูมือไปมา มองดูจูจวี๋อิงด้วยความร้อนใจ เขาอยากจะให้แม่หยุดร้องไห้ ถึงแม้หล่อนจะทำกับข้าวเองไม่ได้ ก็ยังให้แม่หรือน้องสาวไปทำแทนได้ เมียเขาก็เป็นคนอารมณ์ร้ายแบบนั้นแหละ เดี๋ยวตกกลางคืนเขาลองคุยด้วยดีๆ คูปองฝ้ายก็คงจะได้คืนมาเองนั่นแหละ
“กินส้นตีนย่าแกสิ ฉันจะตีแกให้ตายไอ้ขี้แพ้!”
ลู่ซิงอันทนไม่ไหวอีกต่อไป พุ่งเข้าไปประเคนหมัดใส่ทันที ถึงแม้จูจวี๋อิงและคนอื่นๆ จะรู้สึกสงสารที่เห็นพี่น้องชกต่อยกัน แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านมันช่างน่าหงุดหงิดและอึดอัดใจเหลือเกิน ถ้าไม่ได้ระบายออกไปบ้าง มีหวังคงได้เป็นบ้ากันหมดแน่!
หลายวันต่อมา ลู่เจียเซิ่งก็มาขอแยกบ้านกับครอบครัว ร่างกายของเซี่ยจิ้งห่าวเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นแล้ว นอกจากยังนั่งยองๆ ไม่ได้ การเดินเหินปกติก็สามารถทำได้แล้ว เสิ่นเมิ่งแวะไปเยี่ยมหล่อนบ่อยๆ และบางครั้งก็ทำของอร่อยๆ ไปให้หล่อนกินด้วย
ลองเปรียบเทียบของที่หล่อนทำ กับของที่คนบ้านลู่ทำให้เซี่ยจิ้งห่าวกินดูสิ ก็รู้แล้วว่าใครให้ความสำคัญกับเซี่ยจิ้งห่าวและลูกมากกว่ากัน ลู่เจียเซิ่งไม่มีความลังเลใดๆ อีกต่อไป เขาแอบไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านและเลขาธิการพรรคเพื่อขอที่ดินส่วนตัวมาเรียบร้อยแล้ว เขาขอที่ดินไม่กว้างมากนัก และอยู่ไม่ไกลจากบ้านเก่าตระกูลลู่เท่าไหร่ ห่างออกไปแค่ห้าหลังคาเรือน ลู่เจียเซิ่งคิดว่าที่ตรงนี้กำลังดีเลย
จัดการทุกอย่างเสร็จสรรพเขาถึงได้เอ่ยปากพูดออกมา พอพูดจบ ลู่ฉางจู้ก็โกรธจัด คว้าชามปาใส่จนหน้าผากเลือดอาบ ตอนที่เสิ่นเมิ่งมาโวยวายขอแยกบ้าน เขาไม่อยู่บ้าน ถ้าเขาอยู่ เขาก็คงไม่ยอมเด็ดขาด งานของเจียเซวียนก็ควรจะเป็นหน้าที่ที่พี่ใหญ่อย่างเจิ้นผิงต้องช่วยเหลืออยู่แล้ว จะเอาเรื่องแยกบ้านมาเป็นข้อแลกเปลี่ยนได้ยังไงกัน
ยายแก่หลิวซานจินก็โดนหลอกง่ายเหลือเกิน ยอมตกลงไปแบบงงๆ ช่างทำให้เขาต้องเสียหน้าจริงๆ
“ถ้าอยากจะแยกบ้าน ก็ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ แล้วก็เจียเซวียนด้วย ถ้าเรื่องแยกบ้านถูกหยิบยกขึ้นมาพูดอีก ฉันจะตีขามันให้หักเลย”
“พ่อ พ่อก็เห็นแล้วนี่ว่า ตอนที่ฉันไม่อยู่บ้าน พี่สะใภ้รองกับแม่ทำกับจิ้งห่าวยังไงบ้าง ถ้าเป็นแบบนี้ ฉันจะกล้าออกไปทำงานหาเงินได้ยังไง ไม่ใช่ว่าพอฉันก้าวขาออกจากบ้านไป พอกลับมาก็ต้องมาเก็บศพแม่ลูกสามคนนี้หรอกเหรอ”
หลิวซานจินกระทืบเท้าด้วยความรู้สึกผิด ชี้นิ้วไปที่ลู่เจียเซิ่งแล้วพูดว่า “แกพูดบ้าอะไรเนี่ย คราวก่อนก็เป็นเพราะพี่สะใภ้ใหญ่ของแกมาโวยวายไม่ใช่เหรอ ทุกครั้งที่มีเรื่องวุ่นวายในบ้าน ก็เป็นฝีมือพี่สะใภ้ของแกทั้งนั้น คราวนี้ที่แกอยากจะแยกบ้าน ก็เป็นเพราะนังตัวดีเสิ่นเมิ่งมันยุยงล่ะสิ เจียเซิ่งเอ๊ย แม่เคยบอกแกแล้วใช่ไหมว่า พี่สะใภ้ใหญ่ของแกไม่ใช่คนดี หล่อนก็แค่อยากจะทำให้บ้านเราต้องแตกแยกเท่านั้นแหละ!”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ลู่เจียเซิ่งก็คงจะเชื่อไปแล้ว เพราะเมื่อก่อนพี่สะใภ้ใหญ่นิสัยแย่จริงๆ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เมียและลูกของเขาได้รับการดูแลอย่างดี ลูกสาวของเขาก็คลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย เขาต้องขอบคุณใคร เรื่องนี้เขารู้ดีแก่ใจ
“แม่ แม่ไม่ต้องพูดแล้ว พี่สะใภ้ใหญ่เป็นคนยังไง ฉันรู้ดี”
“แกรู้ดีกับผีสิ ฉันได้ยินมาว่า นังผู้หญิงบ้านั่นมันรู้จักกับคนในโรงงานอิฐและกระเบื้อง มันได้ใบจองอิฐกับกระเบื้องมาใบหนึ่ง บ้านเราใครอยากจะสร้างบ้าน แกบอกเรื่องที่จะแยกบ้านให้พี่สะใภ้ใหญ่ของแกฟังหรือเปล่า หล่อนไม่ได้บอกแกล่ะสิ ใบจองนั่นฉันสืบมาหมดแล้ว หล่อนเอาไปให้บ้านแม่ของหล่อนแล้ว นังคนหน้าไม่อาย เอาของบ้านผัวไปปรนเปรอครอบครัวตัวเอง หน้าด้านที่สุด แล้วก็สองตายายบ้านสกุลเสิ่นนั่นอีก หน้าหนามารับของไปได้ยังไง ลองดูสิว่ามีบ้านไหนบ้างที่ให้ลูกสาวที่แต่งงานออกเรือนไปแล้วมาคอยวิ่งเต้นช่วยสร้างบ้านให้”
พอได้ยินดังนั้น ลู่ฉางจู้ก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที “ยายเฒ่า ที่พูดมาเป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ?”
“เรื่องแบบนี้จะมีปลอมได้ยังไง ฉันได้ยินมาจากหัวหน้ากัวเลยนะ โอ๊ย ตาเฒ่าเอ๊ย ตอนฉันได้ยินนะ โกรธจนเจ็บหน้าอกไปหมด ตาต้องเข้มแข็งไว้นะ ไม่อย่างนั้นของในบ้านลู่ของเราต้องถูกนังตัวผลาญสมบัตินั่นฮุบไปจนหมดแน่ๆ”
โจวเจียวเจียวรู้สึกร้อนรนใจเป็นอย่างมาก ตอนแรกหล่อนก็อยากจะแยกบ้านไปอยู่กับลู่เจียเซวียนตามลำพังเหมือนกัน ตอนนี้ลู่เจียเซวียนก็มีเงินเดือนแล้ว ถ้าแยกบ้านไป หล่อนก็จะเป็นคนเก็บเงินเอง อยากจะใช้ชีวิตยังไงก็ได้ ทำไมจะต้องมาทนดูแลคนทั้งครอบครัวลู่ด้วยล่ะ
พอเห็นเสิ่นเมิ่งปั่นจักรยานไปนู่นมานี่ทุกวัน จะบอกว่าหล่อนไม่อิจฉาก็คงจะโกหก ตอนนี้พอรู้ว่าเสิ่นเมิ่งมีใบจองอิฐกับกระเบื้องอยู่ในมือ ดวงตาของหล่อนก็เป็นประกายวาววับด้วยความโลภ
“นี่… พี่สะใภ้ใหญ่ทำแบบนี้ได้ยังไงกันจ๊ะ บ้านเราเพิ่งจะมีบ้านอิฐแค่สองห้องเอง ที่เหลือก็เป็นบ้านดินดิบหมด ต่อให้มีใบจอง ก็ควรจะเอามาใช้กับบ้านเราก่อนสิ จะเอาไปให้บ้านแม่ตัวเองได้ยังไง”
“ใช่แล้ว เจียวเจียวพูดถูก พ่อจ๊ะแม่จ๊ะ ฉันว่าใจของพี่สะใภ้ใหญ่ไม่ได้อยู่กับบ้านลู่เราหรอกจ้ะ ใบจองนั่นจะปล่อยให้หล่อนเอาไปให้บ้านสกุลเสิ่นไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ นั่นมันของบ้านลู่เรานะ” อู๋เซียงหลานรีบเออออห่อหมกไปกับโจวเจียวเจียว หล่อนเองก็อยากอยู่บ้านอิฐแดงหลังคาใหญ่เหมือนกัน บ้านดินดิบอยู่มาหลายปีแล้ว บางทีก็มีเศษดินหล่นลงมาโดนหน้าตอนนอน ทำเอาหล่อนตกใจแทบตายมาหลายรอบแล้ว
ลู่ฉางจู้กวาดสายตามองไปรอบๆ บ้าน ชายชราตัดสินใจเด็ดขาด หยิบด้ามไม้กวาดที่วางอยู่ตรงมุมกำแพงขึ้นมา แล้วทำท่าจะเดินไปที่บ้านของเสิ่นเมิ่ง
“พ่อจะทำอะไรน่ะ พ่อไปไม่ได้นะ ใบจองของพี่สะใภ้ใหญ่ก็เป็นของหล่อน บ้านก็แยกกันไปแล้ว หล่อนมีอะไรในมือก็ไม่เกี่ยวกับบ้านเราแล้ว”
“น้องสาม พูดแบบนั้นไม่ได้นะ พี่สะใภ้ใหญ่แต่งเข้ามาในบ้านลู่ ก็ถือเป็นคนของบ้านลู่ ไม่ว่าจะแยกบ้านหรือไม่แยก ก็ยังเป็นครอบครัวเดียวกัน จะมาขนของกลับไปให้บ้านเกิดตัวเองแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ”
ลู่เจียเซิ่งมองดูสีหน้าได้ใจของอู๋เซียงหลาน แล้วก็แค่นเสียงหึ
“เธอก็อยากจะขนกลับไปเหมือนกันนี่ แต่ก็ต้องมีปัญญาด้วยสิ ที่จิ้งห่าวของฉันต้องกระทบกระเทือนครรภ์ พี่สะใภ้รองคงจะไม่คิดว่าฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าเป็นเพราะอะไร?”
อู๋เซียงหลานถูกสายตาดุดันของเขาจ้องมองจนเงยหน้าไม่ขึ้น หล่อนตอบกลับเสียงสั่นว่า “ฉัน… ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจนี่นา”
“ไสหัวไปให้พ้นเลยนะ กูอยากรู้เหมือนกันว่ามึงจะกล้าขวางกูไหม” ลู่ฉางจู้สะบัดแขน ผลักลู่เจียเซิ่งที่พยายามขวางทางเขาจนกระเด็นไปด้านข้าง
หลิวซานจินและคนอื่นๆ ก็ถือโอกาสเดินตามออกไป ลู่เจียเหอที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ที่หน้าประตูก็รีบตามไปติดๆ เขาตั้งใจจะฉวยโอกาสตอนชุลมุน แอบเข้าไปขโมยของมีค่าจากบ้านพี่สะใภ้ใหญ่ออกมาสักหน่อย

0 Comments