ตอนที่ 78 ฉันล่ะอยากจะตบแกให้ตายจริงๆ
แปลโดย เนสยังเซี่ยจิ้งห่าวคลอดลูกออกมาได้อย่างปลอดภัยในที่สุด ร่างกายก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร หล่อนจึงวางใจลงได้เสียที พอเด็กลู่หมิงหยางทั้งสามคนไปโรงเรียนแล้ว หล่อนก็ปั่นจักรยานพาลู่หมิงข่ายกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม
อาการของเสิ่นฟู่กุ้ยดีขึ้นมากแล้ว ช่วงนี้พอเลิกงาน เสิ่นอวี้เถียนก็จะวิ่งวุ่นไปทั่วเพื่อหาคนมาช่วยสร้างบ้าน ก้อนดินดิบก็ขนมาได้เป็นร้อยก้อนแล้ว รอแค่จัดการข้าวของในบ้านให้เรียบร้อยอีกสักสองวัน ก็จะทุบบ้านเก่าทิ้งแล้วเทฐานรากได้เลย!
ตอนที่เสิ่นเมิ่งพาลู่หมิงข่ายมาถึงบ้าน เสิ่นเสี่ยวปินกำลังคลุกโคลนดังฮึดฮัด เสี่ยวหลงกับเสี่ยวหู่ก็พาน้องสาวมาช่วยงานด้วย
“เสี่ยวปิน ทำอะไรอยู่น่ะ?”
“พี่ ทำไมพี่ถึงกลับมาล่ะเนี่ย ฉันกำลังขนก้อนดินดิบอยู่น่ะสิ ก็เราจะสร้างบ้านไม่ใช่เหรอ คนในบ้านก็ไปทำงานกันหมด ฉันอยู่เฝ้าเด็กๆ ที่บ้าน ก็เลยอยากจะช่วยทำงานให้ได้เยอะๆ หน่อย” ตอนที่เขาพูดก็ยังรู้สึกขัดเขินอยู่นิดๆ แม่บอกเขาแล้วว่า พี่สาวให้เงินที่บ้านมาตั้งเยอะแยะ ก็เพื่ออยากให้เขาได้แต่งงานกับผู้หญิงบ้านดีๆ
พี่ชายทั้งสองคนและพี่สะใภ้ต่างก็บอกว่า นี่พี่สาวคงทุ่มเงินจนหมดหน้าตักแน่ๆ แบบนี้จะไม่ให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจได้ยังไงล่ะ!
“เลิกทำได้แล้ว ไปเรียกพ่อกับแม่แล้วก็พวกพี่ชายกลับมาเถอะ พี่มีข่าวดีจะมาบอก”
“เสี่ยวหลง ไปตามคุณปู่คุณย่ามาเร็ว”
บนใบหน้าที่ดำคล้ำเจือสีแดงของเสี่ยวหลงแฝงไปด้วยความตื่นเต้น เขามองดูจักรยานคันใหม่เอี่ยมจนตาเป็นประกาย พอได้ยินคำสั่งของคุณอาเล็ก ก็รีบรับคำรัวๆ แล้ววิ่งเท้าเปล่าตรงไปที่ทุ่งนาทันที
“พี่ เข้าไปดื่มน้ำในบ้านก่อนสิ แฮะๆๆ เสี่ยวข่ายคิดถึงน้าไหมเนี่ย?”
“คิดถึงคุณน้าครับ คุณน้าพาผมไปจับนกหน่อยนะ” เสี่ยวข่ายพุ่งเข้าไปดึงมือเสิ่นเสี่ยวปินไว้แน่นไม่ยอมปล่อย คราวก่อนที่มา พวกเขาไปจับปลาไหลที่ริมแม่น้ำ แล้วก็ไปจับนก แถมยังขึ้นเขาไปเด็ดผลไม้ป่า สนุกสุดๆ ไปเลย
พี่ๆ ตอนนี้ก็ไปโรงเรียนกันทุกวัน เสี่ยวกังก็ยังเล็กเกินไป ไม่มีใครเล่นกับเขาเลย
“ได้สิ เดี๋ยวน้าพาไปเล่นนะ”
เสิ่นเมิ่งส่งยิ้มอย่างอ่อนใจให้เขาแล้วพูดว่า “ตอนนี้ก็พาไปเลยเถอะ เดี๋ยวคุยธุระเสร็จพี่ก็จะพาเสี่ยวข่ายกลับแล้วล่ะ ตอนเที่ยงพวกหมิงหยางเลิกเรียนก็ต้องกลับไปกินข้าวที่บ้านอีก!”
“อะไรนะ ไม่รอกินข้าวที่บ้านเหรอ?” เสิ่นเสี่ยวปินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขากะว่าเดี๋ยวจะไปซื้อเนื้อที่คอมมูนมาทำอร่อยๆ ให้พี่สาวกับหลานชายกินซะหน่อย!
“ไม่ล่ะจ้ะ จริงๆ แล้วฝากบอกเธอก็เหมือนกันนั่นแหละ แต่อุตส่าห์มาทั้งที ฉันก็อยากจะเจอหน้าพ่อกับแม่ด้วย เธอพาเสี่ยวข่าย เสี่ยวหู่ แล้วก็เด็กๆ ออกไปวิ่งเล่นเถอะ ฉันรออยู่ที่บ้านเอง”
ลู่หมิงข่ายอึดอัดแทบแย่แล้ว อยู่บ้านเขาก็เล่นอยู่แต่กับเสี่ยวกังและเหยาเหยา เฝ้ารอให้พี่ๆ เลิกเรียนกลับมาเล่นด้วยทุกวัน แต่น่าเสียดายที่พอเลิกเรียนพี่ๆ ก็ต้องทำการบ้าน พอทำการบ้านเสร็จ ฟ้าก็มืดแล้ว กินข้าวเสร็จก็ต้องเข้านอน เฮ้อ เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กที่น่าสงสารที่สุดในโลกเลย
“งั้นก็ได้จ้ะ พี่นั่งพักก่อนนะ ฉันพาพวกเขาออกไปวิ่งเล่นแป๊บเดียวเดี๋ยวมา”
เสิ่นเสี่ยวปินออกไปได้ไม่นาน เสิ่นฟู่กุ้ยกับหวังเหลียนฮวาก็พาลูกชายทั้งสองคนกลับมา ยังไม่ทันจะได้ล้างมือก็รีบเดินเข้ามาในห้องโถง ตลอดทางเสี่ยวหลงก็เอาแต่เร่งเร้า บอกว่าคุณอามีเรื่องสำคัญมากจะมาบอก
คราวก่อนที่รับเงินก้อนโตจากลูกสาวมา สองตายายก็รู้สึกกังวลใจมาตลอด กลัวว่าทางบ้านแม่สามีของหล่อนจะมาอาละวาดหาเรื่องจนทำให้บ้านแตกสาแหรกขาด พอเห็นเสี่ยวหลงมาเร่งแบบนี้ สองตายายก็ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดี
“พ่อกับแม่กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ?”
“เสี่ยวเมิ่ง มีธุระอะไรจะพูดเหรอ เสี่ยวหลงก็ไม่ได้บอกพ่อกับแม่ระหว่างทางว่าเป็นเรื่องอะไร เป็นอะไรไป เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าลูก?”
เสิ่นเมิ่งส่ายหน้า หยิบของออกจากกระเป๋า แล้วยื่นแผ่นกระดาษให้เสิ่นโส่วเถียน
“มีเรื่องจ้ะ เรื่องดีเลยล่ะ เมื่อหลายวันก่อนฉันแวะไปที่โรงงานอิฐและกระเบื้องมา โชคดีบังเอิญเจอผู้จัดการโรงงานพอดี เขาบอกว่ามีอิฐกับกระเบื้องเหลืออยู่ล็อตนึง ถ้าเราอยากได้ ก็ให้ไปขนมาได้เลย นี่เป็นใบจองจ้ะ ฉันคำนวณดูแล้ว เงินที่บ้านเรามีน่าจะพอไปขนมาได้สักล็อตนึงก่อน ส่วนที่เหลือเดี๋ยวฉันกลับไปคิดหาวิธีให้อีกทีนะจ๊ะ”
“อะไรนะ อิฐกับกระเบื้อง นี่แกโชคดีสุดๆ ไปเลยนะเนี่ย ถ้าไม่มีเส้นสายที่โรงงานอิฐและกระเบื้องล่ะก็ ของพวกนี้หามาไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ ปกติถ้าอยากจะได้อิฐก็ต้องต่อคิวรอกันยาวเหยียด โอ้โห บ้านอิฐแดงหลังคากระเบื้อง สวรรค์โปรด!” เสิ่นอวี้เถียนรีบชะโงกหน้าเข้าไปดูใบจองด้วยความตื่นเต้น
แต่ในใจของหวังคุ่ยจือกลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก บ้านของนางแท้ๆ แต่กลับต้องให้ลูกสาวที่แต่งงานออกเรือนไปแล้วมาวิ่งเต้นจัดการให้ ดูจากสถานการณ์แล้ว ลูกสาวคงคิดจะช่วยยืมเงินให้แน่ๆ แบบนั้นจะไปได้ยังไงกัน
“อิฐแดงกระเบื้องดำมันหายาก ในเมื่อเสี่ยวเมิ่งช่วยหาใบจองมาให้แล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไม้ ปูน หรือค่าแรง พวกเราก็ต้องจัดการกันเองให้หมด ถ้าบ้านเราจะมาพึ่งแต่ลูกสาว มีหวังครอบครัวของหล่อนได้พังพินาศแน่ๆ เสี่ยวเมิ่ง ลูกเชื่อแม่นะ เรื่องสร้างบ้านหลังจากนี้ ลูกไม่ต้องเข้ามายุ่งแล้วล่ะ ที่บ้านยังพอมีเงินเหลืออยู่บ้าง เดี๋ยวลองรวบรวมดู ถ้าไม่พอจริงๆ ก็ไปกู้ยืมเขาเอาก็ได้ ยังไงก็ต้องหามาคืนได้อยู่แล้ว”
“ใช่ สิ่งที่แม่พูดถูกต้องแล้ว เสี่ยวเมิ่ง เธอให้เงินบ้านเรามาตั้งสามร้อยกว่าหยวน ทั้งของกิน ทั้งผ้าตัดเสื้อ แล้วนี่ยังมีใบจองจากโรงงานอิฐและกระเบื้องอีก มันเยอะเกินไปแล้วนะ ถ้าเธอให้มาอีก พ่อกับแม่ก็ไม่มีหน้าจะรับไว้แล้วล่ะ เอาเป็นว่าตามนี้นะ ส่วนที่เหลือเดี๋ยวพ่อกับแม่จะคิดหาวิธีกันเอง”
หลังจากความตื่นเต้นผ่านพ้นไป เสิ่นโส่วเถียนและเสิ่นอวี้เถียนก็เริ่มได้สติ พ่อกับแม่พูดถูก พวกเขาเป็นลูกผู้ชายอกสามศอก จะมามัวเกาะน้องสาวที่แต่งงานออกเรือนไปแล้วสูบเลือดสูบเนื้อตลอดไปได้ยังไง แบบนี้มันจะใช้ได้ที่ไหนกัน
“ใช่ เสี่ยวเมิ่ง เธอไม่ต้องเป็นห่วงนะ เดี๋ยวพวกเราจะคิดหาวิธีกันเอง”
เมื่อเห็นพวกเขายืนกรานแบบนั้น เสิ่นเมิ่งก็ไม่อยากจะพูดอะไรต่อ อีกอย่างในมือเธอตอนนี้ก็ไม่ได้มีเงินสดเหลือเยอะแล้วเหมือนกัน เธอวางแผนไว้ว่าเดี๋ยวจะแวะไปที่ตัวอำเภอ เอาเสบียงหรือของอย่างอื่นไปขายแลกเป็นเงินเก็บไว้กับตัวสักหน่อย มีเงินติดตัวไว้ ยังไงก็อุ่นใจกว่า
ณ หมู่บ้านลู่
จูจวี๋อิงนั่งร้องไห้ฟูมฟายคร่ำครวญอยู่บนพื้น ร้องโอดโอยว่าครอบครัวโชคร้าย รับลูกสะใภ้ที่มือไวใจเร็วเข้ามาในบ้าน ส่วนหวงเมาชุนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็ปล่อยผมเผ้ายุ่งเหยิง เท้าสะเอว จ้องมองด้วยสายตาดุดัน
คูปองฝ้ายแปดชั่งที่จูจวี๋อิงเก็บซ่อนไว้อย่างดี พอไปเปิดดูกลับหาไม่เจอแล้ว อีกสามเดือนลูกสาวก็จะแต่งงาน หล่อนยังกะว่าจะให้ตาแก่แวะซื้อผ้าจากในอำเภอกลับมาให้สักหน่อย จะได้เอามาตัดเสื้อกันหนาวตัวใหม่ให้ลูกสาวใส่ในวันแต่งงาน แล้วก็เพิ่มผ้าห่มผืนหนาหนักห้าชั่งเข้าไปอีก รวมกับฝ้ายสี่ชั่งกว่าที่หล่อนอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมา งานแต่งก็จะได้ดูยิ่งใหญ่สมเกียรติ
แต่ของที่หล่อนซ่อนไว้อย่างดี กลับหายวับไปกับตา หล่อนนอนคิดนั่งคิด รื้อค้นไปทั่วบ้าน จนกระทั่งนึกขึ้นได้ว่า วันที่หล่อนเอาของไปซ่อน มีเงาคนเดินผ่านหน้าต่างไป ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือของใครที่ชอบแอบฟังเรื่องชาวบ้านในครอบครัวนี้
หล่อนจึงเข้าไปรื้อค้นในห้องของหวงเมาชุน และก็พบคูปองฝ้ายแปดชั่งซ่อนอยู่ใต้ฟูกที่นอนของหล่อนจริงๆ
“ทำไมแกถึงได้ใจดำแบบนี้นะ นั่นมันคูปองฝ้ายของเซียงเซียง น้องกำลังจะแต่งงานอยู่แล้ว แกยังกล้าขโมยของของน้องอีก มีใครเขาทำตัวเป็นพี่สะใภ้แบบแกบ้างไหมเนี่ย?”
“ถุย แม่พูดว่าเป็นของแม่ แล้วมันจะเป็นของแม่ได้ยังไง ของที่อยู่ในห้องฉัน มันก็ต้องเป็นของฉันสิ นั่นมันของที่บ้านเดิมเตรียมไว้ให้ฉันต่างหากล่ะ ไม่เคยเห็นแม่ผัวที่ไหนหน้าด้านหน้าทน เข้าไปรื้อค้นข้าวของในห้องลูกสะใภ้แบบนี้มาก่อนเลย พอเห็นของดีๆ ก็จะฮุบเอาไปหมด ยายแก่ใจดำเอ๊ย”
ลู่ซิงชางยืนมองดูแม่กับเมียตัวเองด่าทอกัน เขาตัวสั่นเทาด้วยความกลัว อ้าปากจะพูดอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เรื่องวุ่นวายจบลงหลังจากที่ลู่เซียงเซียงและคนอื่นๆ กลับมา คูปองฝ้ายก็ยังไม่ได้คืน ลู่ซิงชางนั่งยองๆ เอามือกุมหัวอยู่หน้าประตูห้องพ่อกับแม่โดยไม่พูดไม่จา ส่วนหวงเมาชุนเมียเขาก็อุ้มลูกออกไปเดินเล่นหน้าตาเฉย ก่อนไปก็ยังไม่วายทิ้งท้ายไว้ว่า รีบทำกับข้าวเข้าล่ะ ถ้ากลับมาแล้วไม่มีข้าวร้อนๆ กิน จะหอบลูกกลับบ้านเดิมจริงๆ ด้วย
“พี่ ทำไมพี่ถึงได้ขี้ขลาดขนาดนี้ ถึงพี่จะไม่เข้าข้างแม่ แต่ก็ไม่ควรทนดูพี่สะใภ้กับแม่ทะเลาะกันแบบนี้นะ พี่จะไม่พูดอะไรสักคำเลยเหรอ?”
“ฉัน… ฉันจะไปทำอะไรได้ล่ะ พี่สะใภ้แกก็เป็นคนอารมณ์ร้อนแบบนั้นแหละ ฉันพูดไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก เฮ้อ!”
ลู่เซียงเซียง: “…”

0 Comments