You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เช้าวันรุ่งขึ้น เสิ่นเมิ่งจัดของใส่ตะกร้าสองใบ วันนี้เธอจะพาเด็กๆ กลับไปเยี่ยมบ้านเดิมสักหน่อย ผ่านมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว หวังคุ่ยจือกับเสิ่นฟู่กุ้ยก็ไม่ได้มาหาอีกเลย มันผิดปกติมาก ตามปกติแล้ว ช่วงนี้ก็คงต้องมาหาสักสองรอบแล้ว

ผ่านไปอีกวัน เด็กๆ ก็ต้องไปโรงเรียนแล้ว ถึงตอนนั้นถ้าอยากจะไป ก็ต้องรอให้เด็กๆ ปิดเทอมก่อน

“แม่ วันนี้อาสะใภ้สามจะมาตัดเสื้อผ้าให้ไหมครับ?” ลู่หมิงหยางถือเสื้อผ้าที่มีรอยปะชุนในมือ บิดไปบิดมาไม่รู้จะทำอะไร

“อาสะใภ้สามของลูกยังไม่หายดี วันนี้ไม่มาหรอก เสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วงก็ทำใกล้จะเสร็จแล้ว เหลือแค่รองเท้าของเสี่ยวข่ายอีกสองคู่ก็ไม่มีอะไรแล้ว เสื้อผ้าใหม่ก็มีพอใส่ เสื้อไหมพรมอะไรพวกนี้ แม่ก็ถักเองได้” เสิ่นเมิ่งเอาเศษผ้าคลุมตะกร้าทั้งสองใบ ใช้เชือกมัดให้แน่น ก่อนจะหันหน้ากลับมา

“หมิงหยาง ลูกเอาเสื้อผ้าเก่าๆ พวกนี้มาทำไมเนี่ย?”

“แม่ ผมกับน้องๆ ตอนนี้มีเสื้อผ้าใหม่กันหมดแล้ว เสื้อผ้าเก่าพวกนี้ เอาไปให้น้องชายบ้านคุณลุงใส่ได้ไหมครับ ตัวนี้ผมใส่ไม่ได้แล้ว หมิงเลี่ยงก็ไม่อยากใส่เหมือนกัน”

หมิงเลี่ยงไอ้เด็กขี้อวด ตอนนี้ใส่เสื้อผ้าใหม่ของตัวเองทุกวัน เสื้อผ้าเก่าๆ นี่แทบจะไม่ชายตามองเลย หมิงฟางกับหมิงข่ายก็พลอยไม่อยากใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ไปด้วย ถึงแม้เขาจะคิดว่าพฤติกรรมแบบนี้ไม่ดีและสิ้นเปลืองมาก แต่…

แต่เมื่อเทียบกับเสื้อผ้าใหม่ ลึกๆ แล้วเขาเองก็อยากใส่เสื้อผ้าใหม่มากกว่า

“ได้สิ เลือกตัวที่ยังพอดูได้ไปสักสองตัวก็พอ ตัวอื่นก็ช่างมันเถอะ เวลาทำงานใส่เสื้อผ้าเก่าๆ มันสะดวกกว่านะ”

ลู่หมิงหยางตาเป็นประกาย เขารีบตอบรับ แล้วหันหลังกลับเข้าห้องไปจัดของ น้องชายบ้านคุณลุงก็เหมือนกับเขาในอดีตนั่นแหละ ไม่มีทั้งรองเท้าและเสื้อผ้าใหม่ๆ ชีวิตก็ลำบาก เขาคุ้ยหาของของตัวเอง หยิบลูกอมรสผลไม้ที่ยังไม่ได้กินออกมาสามเม็ด ตั้งใจว่าเวลาเจอน้องชาย จะได้เอาให้กิน

“หมิงหยาง หมิงเลี่ยง พวกลูกไปหาเลขาฯ จางที่ที่ทำการหน่วยผลิต ขอยืมจักรยานหน่อยสิ เดี๋ยวแม่ให้เงินไปนะ!”

หน่วยผลิตมีจักรยานอยู่สองคัน ถ้าลูกบ้านมีธุระด่วนต้องใช้ จ่ายเงินสองเหมาก็ยืมได้แล้ว แต่ถ้าทำพัง ก็ต้องชดใช้ คนส่วนใหญ่จึงยอมเดินมากกว่าจะยืม เพราะกลัวทำพังแล้วต้องเสียเงิน

เด็กสองคนรีบรับเงินแล้ววิ่งออกไป

ลู่หมิงข่ายยกเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งอยู่หน้าประตูห้องโถง ในมือถือขนมไข่กินอย่างสบายใจ เสิ่นเมิ่งชำเลืองมองเข้าไปในห้อง เห็นลู่หมิงฟางกำลังมัดผมอยู่

“หมิงฟาง เร็วเข้าลูก เดี๋ยวพวกหมิงหยางกลับมา เราก็รีบออกเดินทางกันเลย ตอนเที่ยงแม่ต้องออกไปทำธุระข้างนอก เดี๋ยวพวกลูกก็อยู่ที่บ้านคุณยายไปก่อนนะ รอแม่ไปรับกลับ”

ลู่หมิงฟางจัดการมัดผมหางม้าเบี้ยวๆ อย่างรวดเร็ว แล้วหยิบเสื้อคลุมลายสก๊อตของตัวเองมาสวม

“แม่จะไปไหนเหรอจ๊ะ?”

เสิ่นเมิ่งกะพริบตาปริบๆ สบตากับดวงตาสุกใสของลูกสาวแล้วพูดว่า “แม่จะบอกให้นะ แต่ลูกห้ามเอาไปบอกคนอื่นนะจ๊ะ เมื่อวานหมอคนนั้น ที่บ้านเขามีงานให้ทำ ถ้าแม่ไปช่วย เขาจะให้ค่าจ้างแม่ ตอนเที่ยงเดี๋ยวแม่แวะไป พ่อของลูกเป็นทหาร เงินเดือนบางทีก็ต้องแบ่งให้ครอบครัวของสหายทหารบ้าง ครอบครัวเราจะพึ่งพาเขาอย่างเดียวไม่ได้ พอดีหมอคนนี้เขารู้จักคนเยอะ เดี๋ยวแม่จะฝากเขาถามดู ว่าพอจะมีงานอะไรให้แม่ทำบ้าง”

ลู่หมิงฟางไม่คิดเลยว่าแม่จะไปหาเงิน ในใจก็คิดว่าคงเป็นเพราะเธอกับพี่ชายสองคนต้องไปโรงเรียน ภาระที่บ้านคงหนักมาก เมื่อคืนแม่ก็เพิ่งบอกว่า คุณย่าแบ่งเงินให้น้อยไป ต้องมีเงินซ่อนไว้อีกแน่ๆ เธอถามแม่ว่าทำไมไม่ให้ผู้ใหญ่บ้านตรวจสอบดู แม่บอกว่าครอบครัวเดียวกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน มันคิดบัญชีกันไม่ค่อยลงหรอก ถ้าคิดเล็กคิดน้อยเกินไป วันข้างหน้าจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของพวกเธอ แม่ช่างเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน

“แม่ แม่ไม่ต้องห่วงนะ หนูรับรองว่าจะไม่พูดแน่ๆ แม่วางใจได้เลย”

“พี่สาว แม่ เสี่ยวข่ายได้ยินแล้วนะ!”

เสิ่นเมิ่ง: “…”

ลู่หมิงฟาง: “…”

แย่แล้ว ลืมเจ้าตัวเล็กนี่ไปเลย ก็เวลานั่งลง ตัวเล็กนิดเดียว ถ้าไม่ก้มลงมองก็ไม่เห็นเลยนี่นา!!!

“เสี่ยวข่ายเป็นเด็กดี ลูกไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น อย่าทำให้แม่ต้องลำบากใจเลยนะ”

ลู่หมิงข่ายยัดขนมไข่ชิ้นสุดท้ายเข้าปาก แล้วพยักหน้าหงึกๆ อย่างแรง เศษขนมไข่ร่วงเต็มปกเสื้อและหน้าอก

จักรยานสมัยนี้ค่อนข้างคันใหญ่ คุณภาพดี ใส่ของได้เยอะ เธอเอาตะกร้าสองใบห้อยไว้คนละข้าง ให้ลู่หมิงหยางอุ้มลู่หมิงเลี่ยงซ้อนท้าย มัดเก้าอี้ตัวเล็กไว้ที่คานเหล็กด้านหน้า ให้ลู่หมิงฟางอุ้มลู่หมิงข่ายนั่งเบียดกันอยู่ข้างหน้า

หลังจากเสิ่นเมิ่งล็อกประตูบ้านเสร็จ ก็จับแฮนด์รถพิงกำแพงไว้ ก้าวขาข้ามคานเหล็กไปนั่งบนเบาะ สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วก็ปั่นจักรยานโซเซออกไป

ตอนแรกๆ รถส่ายไปมาอย่างแรง จนเด็กๆ ต้องคอยลุ้นระทึก มองหาว่าริมทางพอจะมีกองฟางหรือร่องทรายบ้างไหม เวลาตกลงไปจะได้ไม่เจ็บมาก

เสิ่นเมิ่งยืมจักรยานของหน่วยผลิต พกของสองตะกร้าออกจากบ้าน เรื่องนี้แพร่ไปถึงหูของหลิวซานจินอย่างรวดเร็ว นางที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงเตา ทุบเตียงอย่างแรงไปสองที

“นังแพศยาเอ๊ย นังแพศยา เพิ่งจะแยกบ้าน ก็เอาเสบียงบ้านลู่ไปจุนเจือบ้านเกิดซะแล้ว นังคนใจดำ ไม่กลัวเวรกรรมตามสนองหรือไง รอให้เจ้าใหญ่กลับมาก่อนเถอะ ต้องให้เขาหย่ากับแกให้ได้ นังแพศยา ฮือๆๆ”

เซี่ยจิ้งห่าวออกมาทำธุระส่วนตัวพอดี ได้ยินเสียงแม่สามีร้องไห้ ก็รีบจ้ำอ้าวไปที่ห้องน้ำ เพราะกลัวว่าจะได้ยินเรื่องไม่เป็นมงคล

หมู่บ้านสกุลเสิ่นอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านลู่ บ้านเดิมของเสิ่นเมิ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน หน้าประตูบ้านเป็นถนนใหญ่ ไปมาหาสู่กันสะดวก พวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านดินมุงหลังคาฟาง ท่ามกลางบ้านเรือนที่ได้รับการซ่อมแซมใหม่แล้ว จึงดูสะดุดตาเป็นพิเศษ ตอนที่เสิ่นเมิ่งใกล้จะถึงหน้าประตู ก็เหลือบมองดูหลังคาบ้านที่ดำปิ๊ดปี๋

ทุลักทุเลมาตลอดทาง กว่าจะถึงหน้าประตูบ้าน เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ จนเจอหินก้อนใหญ่หน้าประตู ก็เอาเท้ายันไว้

“หมิงหยางลงมาก่อน ไหวไหมลูก ระวังล้มนะ!”

ลู่หมิงหยาง: “…ไหวครับแม่”

หลังจากกระโดดลงมา ขาก็ชาจนเซไปสองก้าว แล้วก็รีบประคองหมิงเลี่ยงลงมา เด็กน้อยทั้งสองคนขาชาไปหมด หวาดผวามาตลอดทาง ในที่สุดก็มาถึงบ้านคุณยายอย่างปลอดภัย

เสิ่นเมิ่งเองก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเหมือนกัน ตลอดทางมานี้เธอก็ลำบากไม่แพ้กัน เกือบจะล้มลงไปในคูน้ำตั้งหลายรอบ

“เดี๋ยวแม่ต้องกลับไปดูคูปองอุตสาหกรรมที่บ้านว่ามีพอไหม บ้านเราก็ต้องซื้อจักรยานสักคันแล้วล่ะ เอาคันเล็กๆ หน่อย ซื้อกลับมาพวกหนูก็ฝึกขี่กันด้วยนะ เวลาไปไหนมาไหนจะได้สะดวก”

“ครับ” ลู่หมิงหยางตอบรับ แม่คงลืมไปแล้วกระมัง ว่าคูปองอุตสาหกรรมของบ้านพวกเขาถูกคุณอาหญิงที่อยู่ในตัวอำเภอหลอกเอาไปหมดแล้ว แต่เห็นแม่กลับมาบ้านแล้วดูมีความสุข ก็เลยไม่อยากพูดขัดจังหวะให้เสียบรรยากาศ

ตอนนี้เพิ่งจะเริ่มงานกัน เธอเข็นจักรยานเข้าบ้านก็ไม่เจอใคร พอเห็นประตูไม้ที่ผุพัง เธอก็ถอนหายใจ ยกมือขึ้นกำลังจะเคาะ ก็ได้ยินเสียงไอแผ่วๆ ดังมาจากในลานบ้าน

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note