You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เซี่ยจิ้งห่าวนอนอยู่บนฟูกหนานุ่ม ขนาบข้างด้วยเด็กๆ ที่นั่งเรียงกันเป็นแถว พอรู้ว่าจะพาเธอไปหาหมอที่ตัวอำเภอ เด็กๆ ก็เลยนั่งกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและเงียบกริบ

เสิ่นเมิ่งหยิบลูกอมรสนมตราจินซือโหวออกมาจากกระเป๋าที่พกติดตัวมา แล้วแจกให้เด็กๆ คนละเม็ด

“ไม่ต้องกลัวนะ อาสะใภ้สามของหนูไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก เราไปตัวอำเภอก็แค่ให้หมอตรวจดูอาการให้แน่ใจเท่านั้นเอง เสี่ยวกังก็ไม่ต้องกลัวนะ แม่ของหนูแข็งแรงดี เดี๋ยวป้าสะใภ้ใหญ่จะพาหนูไปกินซาลาเปาไส้เนื้อที่ร้านอาหารของรัฐ ดีไหม?”

เสี่ยวกังได้ยินแล้วตาเป็นประกาย มองเธอด้วยความคาดหวัง จริงๆ แล้วเขาไม่เข้าใจหรอกว่าร้านอาหารของรัฐคืออะไร แต่เขารู้จักซาลาเปาไส้เนื้อ ก่อนหน้านี้ป้าสะใภ้ใหญ่ก็เคยทำให้กิน มันอร่อยจนน้ำมันเยิ้มเลย เขาฝันอยากจะกินอีกสักลูกมาตลอด

“ดีครับ ขอบคุณครับคุณป้าสะใภ้ใหญ่”

“พี่สะใภ้ใหญ่ อย่าไปตามใจเขาให้มากนักเลย เราต้องรีบเดินทางกลับนะ กลับไปทำกับข้าวกินที่บ้านก็เหมือนกันแหละ ที่ตัวอำเภอข้าวของแพงจะตายไป ไปกินข้าวร้านอาหารของรัฐก็ต้องใช้คูปองอาหารด้วย เงินทองมันหายากนะ”

เสิ่นเมิ่งตบไหล่เธอเบาๆ แล้วพูดว่า “จิ้งห่าว เราอุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว อย่าเพิ่งไปพูดเรื่องเงินเลย ครั้งนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องเด็กในท้องของเธอ ก่อนหน้านี้ตอนที่เธอคลอดเสี่ยวกังร่างกายก็ทรุดโทรมไปมากแล้ว คราวนี้คลอดลูกก็ต้องระวังให้มากที่สุด พยายามไปคลอดที่โรงพยาบาลให้ได้ คลอดที่บ้านมันไม่สะอาดแถมยังอันตรายอีกต่างหาก”

เซี่ยจิ้งห่าวพอได้ยินว่าจะให้ตัวเองไปคลอดที่โรงพยาบาล ก็รีบลุกขึ้นนั่งทันที พอขยับตัวแรงไปหน่อย ก็เลยรู้สึกปวดแปลบที่ท้อง

“ซี๊ด ~ จะทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะ ไปคลอดที่โรงพยาบาลต้องใช้เงินตั้งเท่าไหร่ พ่อกับแม่ไม่มีทางยอมออกเงินให้แน่ๆ เจียเซิ่งก็ทำงานหนักอยู่ที่เหมืองแร่ เดือนๆ นึงก็หาเงินได้ไม่เท่าไหร่หรอก ฉัน…”

“ชีวิตของเธอกับลูกสำคัญกว่า หรือเงินสำคัญกว่า เซี่ยจิ้งห่าว ถ้าตัวเธอเองยังไม่รู้จักรักตัวเอง แล้วเธอจะไปหวังให้คนอื่นมารักมาห่วงใยเธอได้ยังไง ถ้าเกิดเธอต้องมาตายเพราะคลอดลูก คนที่จะต้องทนทุกข์ทรมานก็คือเสี่ยวกังลูกของเธอนะ ถึงเวลาถ้าผัวเธอแต่งเมียใหม่ แล้วเสี่ยวกังจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงล่ะ”

เสียงพูดของเซี่ยจิ้งห่าวขาดหายไป เธอหันไปมองพวกลู่หมิงหยาง แล้วก็หันกลับมามองเสิ่นเมิ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างช้าๆ

“ตกลงจ้ะ พี่สะใภ้ใหญ่ เดี๋ยวค่อยดูว่าหมอจะพูดว่ายังไงก็แล้วกัน!”

เสิ่นเมิ่ง: “…”

เดี๋ยวสิ สายตาแบบนั้นมันหมายความว่ายังไง ถึงเธอจะเป็นแม่เลี้ยง แต่ตอนนี้เธอก็เป็นแม่เลี้ยงแสนดีนะ ไม่ใช่พวกที่ชอบรังแกเด็กเสียหน่อย

ลุงไกว่ที่บังคับเกวียนอยู่ข้างหน้า นั่งฟังบทสนทนาของผู้หญิงสองคนที่อยู่ข้างหลัง ในใจก็เริ่มมีความเข้าใจในตัวเสิ่นเมิ่งเพิ่มขึ้นมาอีกนิด แกรู้สึกว่าเสิ่นเมิ่งคนนี้แตกต่างจากคนที่แกรู้จักเมื่อก่อนมาก แกคงจะมองหล่อนในแง่ร้ายเกินไป ลู่เจิ้นผิงเป็นคนเก่งขนาดนั้น ผู้หญิงที่เขาเลือกจะแย่ได้ยังไงล่ะ!

ไม่นานคณะของพวกเขาก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาลในอำเภอ ตอนแรกเสิ่นเมิ่งตั้งใจว่าจะพาเซี่ยจิ้งห่าวเข้าไปหาหมอแค่สองคน แต่กลายเป็นว่าเด็กๆ ก็พากันลงจากเกวียน แล้วเดินตามหลังพวกเธอสองคนไปเป็นพรวน

ใบหน้าเล็กๆ ที่ไร้เดียงสาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความประหม่า ท่าทางแบบนั้นทำเอาเสิ่นเมิ่งใจอ่อนยวบ

“งั้น ก็ไปกันหมดนี่แหละ”

“ดีครับแม่ พวกเราช่วยได้นะครับ”

“เสี่ยวข่ายก็ช่วยได้ครับ เสี่ยวข่ายจะช่วยแม่ถือกระเป๋า”

เด็กๆ ถ้าไม่ช่วยเสิ่นเมิ่งถือกระเป๋า ก็คอยช่วยประคองเซี่ยจิ้งห่าว เด็กห้าคนรุมล้อมผู้หญิงสองคน ช่างรู้ความและว่านอนสอนง่ายเสียจริง เจอแบบนี้เข้าไป ใครจะไปกล้าปฏิเสธลง

“เอาล่ะๆ เราเข้าไปด้วยกันหมดนี่แหละ ที่นี่คือโรงพยาบาล ห้ามพูดเสียงดังนะ พอเข้าไปแล้วก็ต้องเงียบๆ เข้าใจไหม ลุงไกว่ รบกวนลุงรอพวกเราอยู่ข้างนอกหน่อยนะจ๊ะ เดี๋ยวพวกเราก็ออกมาแล้ว”

“ไม่ต้องรีบหรอก พวกเธอเข้าไปตรวจกันช้าๆ ก็ได้ จะได้ให้วัวมันได้พักบ้าง หึๆ!” วัวเดินมาตั้งไกลขนาดนี้ แกก็สงสารมันเหมือนกัน

“จ้ะ!”

เซี่ยจิ้งห่าวรู้สึกเกรงใจนิดหน่อย ปกติแล้ววัวของหน่วยผลิตก็เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของชาวบ้าน แต่ตอนนี้กลับต้องมาลำบากเพื่อเรื่องของเธอ แถมยังทำให้พี่สะใภ้ใหญ่ต้องเสียทั้งเงินทั้งแรงอีก คำขอบคุณยังไม่ทันได้เอ่ยปาก พอนึกถึงคำพูดของเสิ่นเมิ่ง เธอก็ได้แต่แอบสาบานในใจว่า พอเธอคลอดลูกแล้ว วันข้างหน้าถ้าที่บ้านพี่สะใภ้ใหญ่มีปัญหาอะไร เธอจะต้องยอมสู้ตายเพื่อช่วยเหลือให้ได้

หมอสูตินรีเวชเป็นผู้หญิงอายุราวสี่สิบกว่าปี เสิ่นเมิ่งแอบสืบประวัติมานิดหน่อย ได้ยินมาว่าตอนสาวๆ เคยเป็นหมออยู่ในเมืองใหญ่ พอมีประสบการณ์มากพอก็อยากจะกลับมาพัฒนาบ้านเกิด อุทิศตนช่วยเหลือผู้คนในพื้นที่ห่างไกล สำหรับคนแบบนี้ เสิ่นเมิ่งอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคารพนับถือ

หมอแซ่เฉิง พูดจานุ่มนวลและอ่อนโยน ช่วยตรวจร่างกายให้เซี่ยจิ้งห่าวอย่างละเอียดถี่ถ้วน พอเครื่องมือเย็นเฉียบสัมผัสลงบนร่างกาย เธอก็ยังรู้สึกไม่ค่อยชินนัก สัญชาตญาณสั่งให้เธอมองหาเสิ่นเมิ่ง แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ข้างกายเธอมีเพียงหมอและพยาบาลเท่านั้น

ข้างนอก เสิ่นเมิ่งยืนอยู่กับเด็กห้าคนตามลำพัง บรรดาหมอ พยาบาล และผู้ป่วยที่เดินผ่านไปมา ต่างก็มองเธอด้วยสายตาตกตะลึง

“ตายแล้ว แม่หนูคนนี้ช่างเกิดลูกเก่งจริงๆ อายุแค่นี้มีลูกตั้งห้าคนแล้ว แถมยังมีแต่ลูกชายอีกต่างหาก ช่างมีบุญวาสนาจริงๆ!”

“นั่นสิ เกิดลูกตั้งเยอะแยะ แถมยังดูสาวดูสวยอยู่เลย ดูสิ น่าอิจฉาจริงๆ”

“ถ้าเป็นลูกสะใภ้บ้านฉันนะ ฉันจะยกขึ้นหิ้งบูชาเลย เอวก็คอด สะโพกก็ผาย เกิดมาเพื่อมีลูกชายชัดๆ!”

เสิ่นเมิ่งมุมปากกระตุกยิกๆ เธอหันหน้าหนีไปทางอื่น เด็กๆ ที่อยู่ข้างๆ ต่างก็จ้องมองเธอเป็นตาเดียว ไล่สายตาตั้งแต่หัวจรดเท้าของเธอ…

“ทำอะไรกันไอ้ลูกหมา มัวแต่มองหน้าแม่อยู่ได้ อย่าไปฟังคนเขาพูดจาเลอะเทอะนะ!”

“ฮี่ๆๆ!”

“แหะๆๆ!”

“แม่เขินแล้ว!” ลู่หมิงข่ายนั่งอยู่บนม้านั่ง แกว่งขาไปมาอย่างอารมณ์ดี

เสิ่นเมิ่ง: “…”

บางทีพวกเด็กๆ ก็น่ารำคาญเหมือนกันนะ จริงๆ นะ!!!

“ญาติอยู่ไหมคะ?”

ในจังหวะที่เสิ่นเมิ่งกำลังกระอักกระอ่วนใจอยู่นั้น เสียงของหมอเฉิงก็ดังมาจากในห้องตรวจ ราวกับเสียงสวรรค์มาโปรด เสิ่นเมิ่งที่เพิ่งรอดพ้นจากสถานการณ์น่าอึดอัดมาได้ รีบขานรับทันที

“หมอเฉิง น้องสะใภ้ฉันครรภ์นี้เป็นยังไงบ้างคะ?”

เฉิงอวี้เฟินขมวดคิ้วมองใบตรวจ นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่

เซี่ยจิ้งห่าวกำชายเสื้อแน่นด้วยความตึงเครียด หันไปมองเสิ่นเมิ่งด้วยความไม่สบายใจ เสิ่นเมิ่งตบไหล่เธอเบาๆ เป็นการปลอบโยนอย่างเงียบๆ

“ดูจากผลการตรวจแล้ว เด็กพัฒนาการดีทีเดียว แต่มีอาการกระทบกระเทือนครรภ์นิดหน่อย ก่อนหน้านี้ตอนคลอดลูกร่างกายก็ทรุดโทรมไปมาก ยังไม่ทันได้บำรุงให้ดีก็มาตั้งครรภ์อีก ครรภ์นี้หมอขอแนะนำให้คุณมาคลอดที่โรงพยาบาลนะ เพราะอาจจะต้องผ่าคลอดด้วย!”

“อะไรนะคะ? ผ่าคลอด หมอคะ ท้องแรกฉันก็คลอดเองนะคะ ร่างกายฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก น่าจะคลอดเองได้เหมือนกันนะ” โดนกรีดหน้าท้องแบบนั้น แค่คิดเธอก็กลัวแล้ว

“คุณไม่ต้องกลัวหรอก หมอก็แค่แนะนำเพื่อความปลอดภัยของคุณเอง เอาเป็นว่าคุณลองกลับไปปรึกษากับที่บ้านดูก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวหมอจะจ่ายยาให้ เอากลับไปกินที่บ้านนะ ถ้ามีอาการผิดปกติอะไรอีก ก็รีบมาหาหมอที่โรงพยาบาลเลยนะ”

“ค่ะ ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ”

เซี่ยจิ้งห่าวกล่าวขอบคุณด้วยความประหม่า แล้วเดินตามเสิ่นเมิ่งออกมาจากห้องตรวจด้วยสีหน้าอมทุกข์ ตลอดทางเสิ่นเมิ่งไม่ได้ปริปากพูดอะไรเลย ตอนขามาเธอก็พูดเตือนสติไปหมดแล้ว ขืนพูดมากไปก็คงไม่ดี

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินออกไป ผู้หญิงหน้ามันแผลบคนหนึ่งก็กำลังเดินสวนเข้ามาในห้องตรวจพอดี

“อวี้เฟิน เรื่องที่ฉันวานให้ถามให้ ได้เรื่องหรือยังล่ะ ในบรรดาคนที่เธอรู้จักน่ะ มีใครพอจะช่วยซื้อวิทยุให้ได้ไหม หลานชายของเธอกำลังจะแต่งงานแล้วนะ ถ้ายังซื้อไม่ได้ ทางฝ่ายหญิงเขาก็คงไม่ยอมแต่งด้วยหรอก”

เสิ่นเมิ่งได้ยินดังนั้นก็ชะงักฝีเท้า หันขวับกลับไปมองด้วยดวงตาเป็นประกาย เงินกำลังจะไหลมาเทมาแล้วสิเนี่ย!!!

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note