You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เสิ่นเมิ่งอุ้มหมิงข่ายหอบหายใจแฮกๆ พอพักหายใจได้ครู่หนึ่ง ก็ได้ยินเสียงประจบประแจงของอู๋เซียงหลาน

“โธ่เอ๊ย จิ้งห่าว เธอดูสิยังจะมาโมโหอยู่อีก ตามหลักแล้วตอนนี้พวกเรายังไม่ได้แยกบ้านกัน ต่อให้จะแยกเตาทำกับข้าวแล้ว ของบ้านพี่สะใภ้ใหญ่ก็ถือว่าเป็นของบ้านลู่เหมือนกัน พี่สะใภ้ใหญ่อุตส่าห์เหลือซุปแป้งข้าวโพดปั้นก้อนให้เธอตั้งเยอะแยะ ฉันพาหย่งเฉียงกับหย่งลี่มากินนิดหน่อยจะเป็นไรไป นี่ก็เป็นเสบียงของบ้านลู่เหมือนกัน ฉันกับเจียเหอต้องไปทำงานหาแต้มแรงงาน เป็นคนใช้แรงงาน จะมากินข้าวสักมื้อจะเป็นไรไป”

“นี่… เธอพูดแบบนี้มันมีเหตุผลเหรอ? เธอพาเด็กสองคนมาที่บ้านพี่สะใภ้ใหญ่ มาถึงก็มาเปิดหม้อเปิดตู้กับข้าวของคนอื่นเขา นี่มันต่างอะไรกับการปล้นล่ะ?”

สีหน้าของอู๋เซียงหลานเปลี่ยนไป มองเซี่ยจิ้งห่าวด้วยความไม่พอใจ ในใจก็คิดว่า ช่วงที่ผ่านมา เซี่ยจิ้งห่าวมักจะพาเสี่ยวกังมาที่นี่บ่อยๆ ที่แท้ก็มาแอบกินของอร่อยๆ นี่เอง จะว่าไปเรื่องเย็บปักถักร้อย เธอก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่เป็นเสียหน่อย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเศษผ้าหรอก แค่ได้มากินซุปแป้งข้าวโพดปั้นก้อนแบบนี้วันเว้นวัน เธอก็ยอมแล้ว!

ต้องเป็นเพราะเซี่ยจิ้งห่าวแอบเอาเรื่องไม่ดีของเธอกับเจียวเจียวไปพูดให้ฟังแน่ๆ ไม่อย่างนั้นงานดีๆ แบบนี้ จะมาตกถึงมือเธอได้ยังไงล่ะ?

“เซี่ยจิ้งห่าว เธออย่ามาพูดจาซี้ซั้วนะ ฉันไปแย่งของพี่สะใภ้ใหญ่ตั้งแต่เมื่อไหร่ หึ เธอพาพาลูกชายมาเอาเปรียบพี่สะใภ้ใหญ่ทุกวัน พี่เขาใจดีเลยไม่กล้าพูด แต่เธอกลับหน้าด้านหน้าทน มาแอบกินของฟรีเขาทุกวัน เธอทำถึงขนาดนี้แล้ว ยังมีหน้ามาว่าฉันอีก ฉันจะบอกอะไรให้นะ หมิงหยางต่างหากที่เป็นลูกชายคนโตของบ้านใหญ่ เขายังไม่ไล่ฉันเลย แล้วเธอเป็นใครถึงมีสิทธิ์มาพูด”

เซี่ยจิ้งห่าวโกรธจัดจนลูกในท้องดิ้นเตะรัวๆ ลู่หมิงหยางเห็นอาสะใภ้สามท่าทางไม่ค่อยดี ก็รีบวิ่งเข้าไปถลึงตาใส่ แล้วตวาดเสียงกร้าว “ออกไปเลยนะ อย่ามาที่บ้านเรา อาสะใภ้สามมาที่บ้านเราก็เพราะแม่ผมเป็นคนเชิญมา แล้วป้ามีสิทธิ์อะไรมาที่นี่ มีสิทธิ์อะไรมากินเสบียงของบ้านเรา แม่ผมขอแยกบ้านกับหมู่บ้านแล้ว ย่าก็รู้เรื่องนี้ รอให้พ่อกลับมาหลังปีใหม่ ก็จะได้แยกบ้านกันจริงๆ พ่อไม่อยู่ ผมก็คือลูกชายคนโตของบ้าน ผมเป็นคนตัดสินใจ ป้าออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้าป้าไม่ออกไป ผมจะตะโกนเรียกคนให้มาช่วย แล้วให้ผู้ใหญ่บ้านมาจัดการ”

อู๋เซียงหลานถูกเด็กตอกหน้าจนหน้าแดงก่ำ แม้ปากคนบ้านลู่จะบอกว่าลู่หมิงหยางเป็นลูกชายคนโตของลู่เจิ้นผิง แต่ในใจไม่มีใครยอมรับหรอก เพราะลูกชายแท้ๆ ของลู่เจิ้นผิงคือลู่หมิงข่ายต่างหาก

ไม่ใช่แค่หลิวซานจินที่คิดแบบนี้ คนอื่นๆ ในบ้านลู่ต่างก็คิดอยู่เสมอว่า ถ้าวันข้างหน้าทรัพย์สมบัติของลู่เจิ้นผิงตกเป็นของเด็กนอกไส้อย่างพวกลู่หมิงหยาง แล้วหลานๆ บ้านลู่จะไม่มีสิทธิ์ได้ส่วนแบ่งบ้างเลยเหรอ ยังไงซะพวกเขาก็เป็นสายเลือดแท้ๆ ของบ้านลู่ ย่อมมีความสนิทสนมมากกว่าเด็กรับมาเลี้ยงพวกนี้ตั้งเยอะ

เสิ่นเมิ่งเป็นพวกชอบหาผลประโยชน์เข้าตัว หล่อนคงไม่ยอมทนดูของๆ ลูกชายตัวเองไปตกอยู่ในมือคนนอกหรอกมั้ง เมื่อก่อนเสิ่นเมิ่งก็เอาแต่ทุบตีด่าทอเด็กๆ ทุกวัน นั่นก็เป็นเพราะเด็กพวกนี้ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของหล่อนไม่ใช่เหรอ กะจะทรมานให้พวกเขาทนไม่ได้แล้วหนีไป วันข้างหน้าของในบ้านจะได้ตกเป็นของลูกชายหล่อนคนเดียวไงล่ะ?

พอคิดได้แบบนี้ อู๋เซียงหลานก็มีความกล้ามากขึ้น ปากก็เริ่มพูดจาไม่คิด

“แกเป็นลูกชายคนโตก็จริง แต่พูดตรงๆ แกก็เป็นแค่เด็กนอกไส้ หมิงหยางเอ๊ย แกก็เป็นเด็กฉลาดนะ อย่าหาว่าป้าสะใภ้รองพูดจาตรงไปตรงมาเลย ยังไงซะบ้านใหญ่ก็มีแค่หมิงข่ายที่เป็น.”

“หุบปากเหม็นๆ ของเธอไปเลยนะ ฉันก็ว่าทำไมลานบ้านถึงได้เหม็นขนาดนี้ ที่แท้ก็เพราะมีคนไม่แปรงฟันมาเป็นปีๆ นี่เอง กลิ่นถึงได้เหม็นหึ่งขนาดนี้!”

เสิ่นเมิ่งที่หอบหายใจแฮกๆ พาลู่หมิงข่ายถีบประตูเข้ามาเต็มแรง จนนิ้วโป้งเท้าเจ็บแปลบไปหมด เธอหันไปมองลู่หมิงหยางที่กำลังทำหน้าถมึงทึง สีหน้าของเด็กคนนี้เปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนที่อู๋เซียงหลานพูดคำว่าเด็กนอกไส้ออกมาแล้ว ตอนนี้ร่างกายเล็กๆ ของเขากำลังสั่นเทาไปทั้งตัว

เสิ่นเมิ่งวางลู่หมิงข่ายลงบนพื้น เตรียมจะเข้าไปจัดการกับอู๋เซียงหลานให้รู้แล้วรู้รอด แต่ใครจะรู้ว่าแค่พริบตาเดียว ก็มีเงาร่างเล็กๆ พุ่งพรวดเข้าไป เอาหัวชนอู๋เซียงหลานจนล้มคะมำ ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดของอู๋เซียงหลาน

คนอื่นๆ ต่างก็ตกใจจนสะดุ้ง เซี่ยจิ้งห่าวปวดท้องจนยืนไม่อยู่ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ร้องคราง “โอย โอย”

“จิ้งห่าว จิ้งห่าว เธอเป็นยังไงบ้าง?”

“พี่สะใภ้ใหญ่ ฉันไม่เป็นไร รีบให้หมิงหยางลุกขึ้นเถอะ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปจะเกิดเรื่องใหญ่นะ” เธอใช้มือข้างหนึ่งกุมท้อง อีกข้างก็ชี้ไปที่ลู่หมิงหยางอย่างสั่นเทา

เสิ่นเมิ่งหันขวับ รีบเข้าไปดึงลู่หมิงหยาง ภายใต้แสงสลัว เธอมองเห็นแววตาดุดันของลู่หมิงหยาง จู่ๆ ก็พลันนึกถึงตอนที่เธอเพิ่งทะลุมิติมาใหม่ๆ แล้วสบตากับสายตาแบบนี้พอดี

ลู่หมิงหยางไม่เคยเปลี่ยนไปเลย บาดแผลในใจของเขาไม่เคยได้รับการเยียวยา เขาแค่ซ่อนมันเอาไว้เท่านั้น เป็นเพราะช่วงนี้เสิ่นเมิ่งทำตัวดีขึ้น เขาจึงยอมซ่อนธาตุแท้ของตัวเองเอาไว้

แม่ที่แสนดีแบบนี้ เขาเคยเห็นแต่ในความฝันเท่านั้น แถมยังมีพ่อที่ไปเป็นทหารอยู่ข้างนอกคอยเป็นห่วงเป็นใยพวกเขาอยู่เสมอ เสียงหัวเราะหยอกล้อของน้องๆ แม้ว่าเขากับแม่จะไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก แต่ครอบครัวแบบนี้แหละคือครอบครัวในฝัน ครอบครัวที่เขาโหยหามาตลอด

ตอนนี้ต่อหน้าน้องๆ และต่อหน้าแม่ ผู้หญิงคนนี้กลับตั้งใจจะฉีกหน้ากากนั้นออก บอกว่าเขาไม่ใช่ลูกของบ้านลู่ เขาเป็นแค่เด็กนอกไส้ ทำไม ทำไมถึงต้องทำแบบนี้ด้วย?

ลู่หมิงหยางกัดแขนอู๋เซียงหลานแน่น จนกระทั่งในปากเริ่มมีกลิ่นคาวเลือด

อู๋เซียงหลานรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวที่แขน เธอพยายามทุบตีร่างของลู่หมิงหยางอย่างแรง ทางฝั่งหย่งเฉียงกับหย่งลี่ที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก พอเห็นแม่ตัวเองโดนกัด ก็พุ่งเข้าไปทุบตีลู่หมิงหยางเช่นกัน

พอเห็นพี่ชายถูกรังแก ลู่หมิงเลี่ยงและลู่หมิงฟางก็กระโดดเข้าร่วมวงตะลุมบอนด้วย

เสิ่นเมิ่งกลุ้มใจจนแทบจะบ้าตาย เธอคว้าคอเสื้อเด็กดึงไปไว้ข้างหลังทีละคน สุดท้ายก็ตบหน้าลู่หมิงหยางแรงๆ หวังจะเรียกสติเขากลับมา

“หมิงหยาง หมิงหยางไม่ต้องกลัวนะ แม่อยู่นี่แล้ว ใครก็รังแกลูกไม่ได้ หมิงหยางรีบปล่อยปากเถอะ ถ้าลูกกัดป้าสะใภ้รองจนเป็นอะไรไป บ้านเราต้องเสียเงินชดใช้ให้นะ”

“หมิงหยางเป็นเด็กดี แม่อยู่ตรงนี้แล้ว ลูกก็คือลูกชายคนโตของพ่อลูก ใครจะมาพูดอะไรไม่ได้ทั้งนั้น รีบปล่อยปากเร็วเข้า ลู่หมิงหยาง ถ้าลูกไม่ยอมปล่อย แม่จะไม่รับลูกเป็นลูกแล้วนะ”

เสียงเรียกและการตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในที่สุดลู่หมิงหยางก็ยอมปล่อยปาก เลือดเต็มปากของเขา เขามองเสิ่นเมิ่งอย่างเหม่อลอย

“แม่ แม่จะไม่รับผมเป็นลูกเหรอ?”

เสิ่นเมิ่งมองแล้วก็รู้สึกปวดใจ การใช้เวลาอยู่ด้วยกันมาครึ่งค่อนเดือน เธอมีความรู้สึกสงสารและเห็นใจเด็กๆ พวกนี้มาก คอยดูแลเอาใจใส่พวกเขาอย่างเต็มที่ ก็อยากจะให้พวกเขาลืมความเจ็บปวดและบาดแผลในอดีต เวลาไม่ใช่ยารักษาทุกสิ่ง การลืมต่างหากล่ะคือการเยียวยาที่แท้จริง

เธออุตส่าห์สะสมความดีมาทีละนิด เพื่อแลกกับการให้เด็กๆ ลืมความเจ็บปวด นังตัวดีอู๋เซียงหลาน ดันมาตีแสกหน้าทำให้เด็กๆ นึกถึงเรื่องพวกนี้ขึ้นมาอีก

เธอไม่แม้แต่จะปรายตามองอู๋เซียงหลานที่นอนกลิ้งร้องโอดโอยอยู่บนพื้น

เธอคุกเข่าลงข้างหนึ่ง พยายามมองลู่หมิงหยางในระดับสายตาเดียวกัน สองมือจับแขนของเขาไว้ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “หมิงหยาง แม่ไม่มีทางไม่รับลูกเป็นลูกหรอก ลูกก็คือลูกของแม่ เป็นลูกชายของแม่ แม่ขอรับรองเลยนะว่า ตั้งแต่นี้ต่อไป ถ้าใครกล้าพูดอีกว่าลูกไม่ใช่ลูกของลู่เจิ้นผิงกับแม่เสิ่นเมิ่ง แม่จะสู้ตายกับคนนั้นเลย ใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อของลูก ย่าของลูก หรือพวกลุงป้าน้าอา ใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น แม่รับแค่ลูกคนเดียว ลูกเอ๊ย ไม่ต้องกลัวนะ แม่อยู่นี่แล้ว!”

เสิ่นเมิ่งพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ค่อยๆ ดึงลู่หมิงหยางเข้ามากอดไว้ในอก กอดเขาไว้แน่น พยายามปลอบประโลมให้เขาสงบลง

ลู่หมิงหยางถูกโอบกอดด้วยอ้อมกอดอันแสนอบอุ่น จู่ๆ เขาก็สะดุ้งเฮือก แววตากลับมาแจ่มใสอีกครั้ง เขาซบหน้าลงกับแก้มและเส้นผมของผู้หญิงคนนั้น รู้สึกจุกที่จมูก น้ำตาไหลพรากออกมาทันที

“แม่ แม่จ๋า ฮือๆๆ.”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note