You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ต้าชิ่ง เอ้อชิ่ง และเกาเกาทั้งสามคนไม่ได้โกรธเคืองอะไรที่ลู่หมิงเลี่ยงด่าทอ ตรงกันข้ามกลับหัวเราะแหะๆ ออกมา เกี๊ยวส่งควันกรุ่นร้อนฉ่า พวกเขาที่อยากกินจนน้ำลายสอ ต่อให้เป็นช่วงปีใหม่ก็ยังแทบจะไม่ได้กินเกี๊ยวแป้งขาวเลย ถึงยังไงพวกเขาก็เป็นเด็กที่มาจากครอบครัวยากจน จะไปกล้ากินอาหารดีๆ ของคนอื่นหน้าตาเฉยได้ยังไง

เอ้อชิ่งกับเกาเกาเมื่อกี้ยังอยากกินจนแทบจะทนไม่ไหว แต่พอได้ยินคำพูดไม่กี่ประโยค กลับรู้สึกไม่อยากกินขึ้นมาเสียดื้อๆ แถมยังไม่ยอมแม้แต่จะปรายตามองอีกด้วย

“กินเถอะน่า เมื่อก่อนฉัน พี่ชาย แล้วก็น้องๆ ก็ได้กินเสบียงของป้าเหลียนฮวาแล้วก็อาสะใภ้สี่ตั้งเยอะ คราวนี้แม่ฉันตั้งใจซื้อเนื้อมาทำเกี๊ยว แถมยังบอกให้พวกนายกินแล้วก็แอบเอากลับไปอีกนิดหน่อยด้วย อย่าให้ป้าใหญ่กับย่าของพวกนายรู้นะ รีบกินเถอะ แม่ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงนึกใจดีขึ้นมา คราวหน้าคงไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้วล่ะ รีบกินเถอะ”

ลู่หมิงเลี่ยงพูดพลางดันตัวทั้งสามคนให้เข้าไปใกล้โต๊ะเตี้ยของตัวเอง เกี๊ยวชามใหญ่ส่งกลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลายวางอยู่ตรงหน้าทั้งสามคน พวกเขามองดูอยู่นานก็ยังไม่กล้ากิน กระทั่งเกาเกาที่อายุน้อยที่สุดทำท่าจะเดินเบี่ยงหลบออกไป หมิงเลี่ยงก็ตาไวรีบคว้าตัวเขาไว้ แล้วหยิบเกี๊ยวลูกหนึ่งยัดเข้าปากเขา เกาเกากัดเกี๊ยวไปหนึ่งคำด้วยความเคยชิน ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อไปในทันที

แป้งเกี๊ยวสีขาวเหนียวนุ่มเคี้ยวหนึบหนับ ไส้ในก็หอมหวานกลมกล่อมแฝงรสเผ็ดนิดๆ ทำเอาน้ำลายสอไปทั้งปาก เกาเกาควบคุมตัวเองไม่ได้ เคี้ยวไปอีกสองคำ แล้วก็กลืนลงคอไปดังเอื้อก

“ฮี่ๆ อร่อยไหมล่ะ เรื่องอื่นไม่รู้นะ แต่เรื่องทำอาหารน่ะแม่ฉันทำอร่อยจริงๆ ต้าชิ่ง เอ้อชิ่ง พวกนายก็กินสิ พวกเรากินกันอิ่มหมดแล้ว ชามนี้เป็นของพวกนายทั้งหมดเลย แม่ฉันยังต้มเกี๊ยวอยู่ในครัวนู่น ก็ทำให้แม่พวกนายนั่นแหละ รีบกินให้เสร็จแล้วรีบกลับไปให้แม่พวกนายลองชิมดูบ้างสิ”

ลู่หมิงเลี่ยงรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย เขาดีใจที่ในที่สุดก็ได้ตอบแทนคนที่เคยช่วยเหลือเขา และในใจก็ยิ่งยอมรับเสิ่นเมิ่งในฐานะแม่มากขึ้นอีกนิด

เสิ่นเมิ่งยืนแอบฟังอยู่หน้าประตูสักพัก ก่อนจะถือกระชอนเดินกลับเข้าครัวไป พอได้ยินคำพูดของลู่หมิงเลี่ยง เธอเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไร พวกเขาสองคนตอนนี้เหมือนคนรู้จักมักคุ้นกันมากกว่า แต่ถ้าจะให้เรียกว่าเป็นความผูกพันลึกซึ้งแบบแม่ลูก เธอก็ยังรู้สึกว่ามันขาดอะไรไปบางอย่างอยู่ดี

ตอนที่เซี่ยจิ้งห่าวพาเสี่ยวกังมา เสิ่นเมิ่งเพิ่งจะตักเกี๊ยวแป้งผสมชามใหญ่ออกมาพอดี ส่วนที่เหลือก็ตักใส่จานผึ่งลมไว้ รอให้ต้าชิ่ง เอ้อชิ่ง และเกาเกากินเกี๊ยวเสร็จ จะได้เอากลับไปให้เหลียนฮวาและสี่เฟิ่งกิน

“จิ้งห่าว รีบมาเร็วเข้า เสี่ยวกัง ดูเกี๊ยวที่ป้าทำสิ รีบมากินตอนร้อนๆ เถอะ น้ำจิ้มก็ปรุงไว้เรียบร้อยแล้ว คนท้องก็กินได้ ไม่เป็นไรหรอก”

เซี่ยจิ้งห่าวรู้สึกเกรงใจนิดหน่อย ช่วงนี้เสี่ยวกังมาบ้านลู่บ่อยๆ ความกล้าก็เริ่มมีมากขึ้น ไม่ค่อยกลัวเสิ่นเมิ่งเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตรงกันข้าม เขากลับตั้งหน้าตั้งตารอให้ฟ้ามืดทุกวัน พอฟ้ามืดก็จะได้มากินของอร่อยๆ ที่บ้านคุณป้า

“พี่สะใภ้ ทำไมถึงเหลือข้าวไว้ให้ฉันอีกล่ะ ช่วงนี้ตามพี่ก็ได้กินทั้งซาลาเปาไส้เนื้อ ซุปปลา บะหมี่หมูเส้น ฉันยังเย็บเสื้อผ้าให้เด็กๆ ไม่เสร็จสักสองชุดเลย แต่กลับได้กินของดีๆ ของพี่ไปตั้งเยอะแล้ว”

“ไม่ต้องพูดเรื่องนั้นหรอก คนท้องถือเป็นเรื่องสำคัญ ต้องบำรุงเยอะๆ ถึงเวลาคลอดจะได้คลอดง่ายๆ เสี่ยวกัง กินเองเลยลูก”

“ขอบคุณครับคุณป้า”

เสี่ยวกังพูดจบก็ยื่นมือน้อยๆ ไปหยิบเกี๊ยวมาลูกหนึ่ง ค่อยๆ กัดกินทีละคำช้าๆ วันนี้ย่าสั่งให้ป้าสะใภ้รองทำโจ๊กแป้งข้าวโพด กับหมั่นโถวแป้งผสมสามชนิด เขากับแม่ไม่ได้กินไปสักเท่าไหร่เลย ลุงรอง ป้าสะใภ้รอง อาคุณสี่ อาสะใภ้สี่คีบกับข้าวกันเร็วมาก เขาแทบจะไม่ทันได้สังเกต ข้าวปลาอาหารก็ไปอยู่ในชามของพวกนั้นหมดแล้ว ถ้าอยากกินของดีๆ ก็คงต้องพึ่งใบบุญให้ป้าสะใภ้ใหญ่นึกถึงเขากับแม่บ้างเท่านั้นแหละ

“จิ้งห่าว กินเถอะ ฉันก็กินแล้ว ยุ่งมาทั้งคืนแล้ว เธอจะมาทำให้น้ำใจฉันเสียเปล่าไม่ได้นะ”

“จ้ะ ขอบคุณนะพี่สะใภ้”

เซี่ยจิ้งห่าวหยิบตะเกียบขึ้นมาด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา เสิ่นเมิ่งมองแล้วก็ยิ้มให้ เซี่ยจิ้งห่าวช่วงครึ่งเดือนมานี้ได้กินดีอยู่ดี สีหน้าก็ดีขึ้นมาก ก่อนหน้านี้เคยผอมแห้งเป็นไม้เสียบผี แถมยังตั้งท้องโย้ ดูแล้วน่ากลัวจริงๆ

ในนิยายต้นฉบับ จุดจบของเซี่ยจิ้งห่าวไม่ค่อยดีนัก ท้องนี้คลอดลูกสาวแล้วร่างกายก็ทรุดโทรมจนไม่สามารถมีลูกได้อีก ลูกสาวของเธอทำให้หลิวซานจินรู้สึกว่าเป็นตัวซวย จึงถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยามมาตั้งแต่เด็ก สองสามีภรรยาเซี่ยจิ้งห่าวกับลู่เจียเซิ่งต้องใช้ชีวิตทำนาปลูกผักในที่ดินสองหมู่ไปตลอดชีวิต ลูกชายลูกสาวก็ไม่มีใครได้ดี เสิ่นเมิ่งไม่ได้คิดถึงเรื่องอนาคตหรอก แต่เห็นแก่ที่เธอทำดีกับเด็กๆ เธอจึงอยากจะช่วยเหลือสักหน่อย

ระหว่างที่พวกเขากำลังกินข้าว เสิ่นเมิ่งก็ต้มน้ำร้อนเสร็จพอดี ผสมน้ำเย็นลงไปนิดหน่อย แล้วก็เดินเข้าไปจับเด็กๆ ในห้อง ลู่หมิงข่ายตาเป็นประกายวิบวับตอนที่เธอเดินเข้ามา แต่พอมองเห็นท่าทางของเธอ เขาก็เริ่มเบ้ปาก

“แม่ ผมไม่อยากอาบน้ำ”

“ไม่ได้ ไม่อาบน้ำก็ไปนอนกับพี่ใหญ่พี่รองเลย ห้ามนอนกับแม่ แม่ไม่ชอบเด็กเหม็นๆ หรอกนะ”

ลู่หมิงฟางที่กำลังฝึกเขียนหนังสืออยู่ พอได้ยินเสิ่นเมิ่งพูดแบบนั้น ก็รีบยกมือขึ้นพูดทันที “แม่ หนูจะอาบน้ำ หนูอาบเองได้แล้ว จะได้ไม่ทำให้แม่ต้องเหนื่อย อาบให้หอมฟุ้งแล้วจะได้นอนกับแม่”

ลู่หมิงข่าย: “. พี่สาวนิสัยไม่ดี”

“ไปเลยนะลูก วันนี้กลิ้งคลุกฝุ่นบนพื้นมาตั้งหลายรอบ ถ้าไม่อาบน้ำก็ห้ามขึ้นเตียงเตาเลย” เสิ่นเมิ่งไม่พูดพร่ำทำเพลง อุ้มลู่หมิงข่ายเดินออกจากห้องไปทันที ลู่หมิงฟางถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่แม่ยอมให้อาบน้ำเอง ไม่อย่างนั้นคงโดนจับขัดถูเหมือนปลาแน่ๆ

ตอนที่หมิงหยางกลับมา ก็ได้ยินเสียงร้องโวยวายที่คุ้นเคยของน้องชายคนเล็กอีกแล้ว เขาได้แต่กรอกตาบน ก็แค่อาบน้ำเอง มันจะเจ็บสักแค่ไหนกันเชียว ถ้าแม่ยอมอาบน้ำให้เขานะ รับรองว่าเขาจะไม่ร้องสักแอะเลย

ในห้องครัว ลู่หมิงข่ายน้ำตาคลอเบ้า ยกมือขึ้นปิดบังความเป็นชายของตัวเองไว้แน่น หน้าแดงเถือกหันหน้าหนีไปทางอื่น แม่ของเขานี่น่ารำคาญจริงๆ เลย ที่นี่ยังมีอาสะใภ้สามกับน้องเสี่ยวกังอยู่ด้วยนะ จู่ๆ ก็มาถอดเสื้อผ้าเขาออกหมดเลย ถ้าเขาปิดไม่ทัน ก็คงโดนเห็นหมดแล้ว

เสิ่นเมิ่งมองดูท่าทางของเด็กน้อยแล้วก็รู้สึกขำ รีบใส่เสื้อผ้าใส่รองเท้าให้เขา แล้วก็ปล่อยให้เขาออกไป

ต้าชิ่งและเอ้อชิ่งกินเกี๊ยวเสร็จ ก็เดินตามหมิงเลี่ยงเข้ามาในครัว ทั้งสามคนทำท่าอิดออดไม่กล้าเดินเข้าไป ต้าชิ่งกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะกระซิบกับเสิ่นเมิ่งที่ยังคงยุ่งอยู่ว่า “ขอบคุณครับคุณป้า”

“ต้องขอบใจพวกหนูต่างหาก เมื่อก่อนอุตส่าห์เจียดเสบียงของตัวเองมาให้พวกหมิงหยางกิน เกี๊ยวสองถุงนี้ห่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกหนูรีบฉวยโอกาสตอนฟ้ามืดเอากลับไปให้แม่กินนะ แอบๆ หน่อยเข้าใจไหม?”

“เข้าใจแล้วครับคุณป้า พวกเรากลับก่อนนะครับ ขอบคุณครับคุณป้า” ต้าชิ่งจูงมือน้องชายสองคนเดินออกไปได้สองก้าว ก็หันกลับมา กดหัวน้องชายลง แล้วโค้งคำนับให้เสิ่นเมิ่ง

หวังเหลียนฮวากำลังอุ้มลูกสาวกล่อมให้หลับ ในใจก็รู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก ฟ้าก็มืดแล้ว ต้าชิ่งกับเอ้อชิ่งยังไม่กลับมาเลย เธอกังวลว่าเด็กๆ จะแอบไปเล่นที่แม่น้ำ ส่วนสามีตัวเองก็ไม่รู้ว่าไปมุดหัวเล่นอยู่ที่ไหน ถึงคราวต้องใช้งานก็หาตัวไม่เจอสักที

ต้าชิ่งและเอ้อชิ่งส่งเกาเกาเข้าบ้านเสร็จ ก็รีบกลับเข้าห้องของตัวเอง แล้วปิดประตูดัง “ปัง”

“ทำไมเพิ่งจะกลับมา แถมยังพาน้องไปด้วย คราวหน้าทำแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ รีบขึ้นเตียงเตาไปนอนเลย!”

“แม่ ดูสิว่านี่คืออะไร?”

หวังเหลียนฮวาเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ

“เกี๊ยว นี่เอามาจากไหนกัน ของดีๆ แบบนี้ พวกแกเอากลับมาบ้านได้ยังไง!”

“แม่ นี่แม่ของหมิงหยางเป็นคนห่อ ให้ผมกับน้องๆ กินเสร็จแล้วก็เอากลับมาให้แม่ด้วย บอกว่าเพื่อขอบคุณที่แม่ช่วยดูแลพวกหมิงหยางครับ”

หวังเหลียนฮวามองดูลูกชายหน้าโง่สองคนของตัวเอง โกรธจนจุกอก

“พวกแกนี่นะ บ้านเราอุตส่าห์ให้พวกหมิงหยางกินไปแค่ไม่กี่มื้อ แถมยังไม่ได้กินดีอะไรเลย ทุกครั้งยังต้องโดนป้าสะใภ้ใหญ่ของพวกแกค่อนแคะอีก เราจะไปรับของมีค่าของคนอื่นมาได้ยังไง ต้าชิ่ง แกทำไมถึงไม่รู้จักความแบบนี้ ไปกินไปเอาของบ้านคนอื่นเขามาได้ยังไง”

ต้าชิ่งและเอ้อชิ่งลุกลี้ลุกลนมาก แม่ของเขาไม่เคยดุด่าเขาแรงขนาดนี้มาก่อนเลย

“แม่!”

“คุณป้ายัดเยียดมาให้ครับ แถมยังบอกว่าให้แม่กินตอนร้อนๆ อย่าให้ย่ากับคนอื่นๆ รู้นะ แล้วก็อย่าให้พ่อกินด้วย” ต้าชิ่งไม่กล้าพูดเสียงดัง กำแพงมีหู หากไม่ระวังก็อาจจะมีคนได้ยินเข้า

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note