You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เสิ่นเมิ่งกำมือหลวมๆ เอามาแตะจมูกทำท่าซับน้ำตา แล้วมองไปที่ทั้งสองคนด้วยสายตาที่คลอไปด้วยน้ำตา

“ขอบคุณพี่กุ้ยฮวากับป้าเฉินมากจ้ะ เมื่อก่อนฉันยังเด็ก ไม่ประสีประสา เจิ้นผิงก็ไม่อยู่บ้าน ฉันก็เลยทำอะไรไม่ค่อยถูก คิดแต่จะใช้ชีวิตเหมือนตอนอยู่บ้านเดิม อะไรๆ ก็ฟังแต่พ่อแม่สามี เห็นคนอื่นเขาเลี้ยงลูกยังไงก็เลี้ยงตามแบบเขา พอเห็นลูกทำผิดก็เอาแต่หยิบไม้เรียวมาตี ไม่รู้ว่าต้องสอนด้วยเหตุผล เฮ้อ พอผ่านความเป็นความตายมาคราวนี้ ฉันก็คิดได้แล้วล่ะ ว่าแต่ละคนก็มีทางเดินของตัวเอง ต่อไปนี้ฉันจะตั้งใจเรียนรู้ ตั้งใจใช้ชีวิต ดูแลตัวเองให้แข็งแรง จะได้ไม่รู้สึกผิดต่อเจิ้นผิง พี่กุ้ยฮวา ป้าเฉิน วันหน้าคงต้องรบกวนพวกพี่บ่อยๆ แล้วล่ะจ้ะ”

“โธ่เอ๊ย จะไปยากอะไร ป้าก็อายุตั้งปูนนี้แล้ว มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามป้าได้เลย พวกเราก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ป้าเข้าใจหนูนะลูก วันนี้ดึกแล้ว ป้ากับพี่กุ้ยฮวาขอตัวกลับก่อนนะ พักผ่อนให้สบายนะเสี่ยวเมิ่ง”

“ฉันก็ไม่อยากรบกวนนานหรอกจ้ะ ที่บ้านยังมีงานต้องทำอีกเยอะ เสี่ยวเมิ่งก็ฟังที่ป้าจินหลิงบอกนะ พักผ่อนรักษาสุขภาพให้ดี พอร่างกายแข็งแรงแล้วก็ตั้งใจอบรมสั่งสอนเด็กๆ ให้เป็นคนดี วันข้างหน้าชีวิตหนูต้องดีขึ้นแน่นอน”

พอเห็นทั้งสองคนทำท่าจะลุกกลับ เสิ่นเมิ่งก็พยายามจะลุกขึ้นไปส่ง แต่เถียนกุ้ยฮวากับเฉินจินหลิงก็รีบห้ามไว้

“จะทำอะไรน่ะลูก เมื่อกี้ก็เพิ่งบอกให้พักผ่อนให้สบาย คนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องมาส่งหรอก พักผ่อนเถอะนะ ป้าหวัง พวกเรากลับก่อนนะจ๊ะ ตามสบายเลยจ้ะ”

“เอาล่ะจ้ะ ป้าเฉิน พี่กุ้ยฮวา ฉันไม่ไปส่งนะจ๊ะ แม่ เอาของไปให้พวกเขาทีเถอะจ้ะ ต่างคนก็ต่างลำบาก ของดีๆ แบบนี้ไม่ต้องเอามาให้ฉันหรอกจ้ะ เอาไปให้ตัวเองกับเด็กๆ ที่บ้านกินดีกว่า”

เสิ่นเมิ่งโบกมือ หวังคุ่ยจือก็รีบคว้าไข่ไก่ น้ำตาลทรายแดง และผักอบแห้งที่พวกนางเอามาฝากยัดใส่มือทันที

“นั่นสิคุณน้อง แบบนี้ไม่ได้นะ แค่พวกคุณมาเยี่ยมเสี่ยวเมิ่ง พวกเราก็ดีใจมากแล้ว จะไปรับของได้ยังไง รีบเอาคืนไปเถอะจ้ะ”

“โธ่เอ๊ย พี่หวัง ทำแบบนี้ได้ยังไง พวกเราตั้งใจเอามาบำรุงเสี่ยวเมิ่งนะ หล่อนเจ็บหนักขนาดนี้ ร่างกายต้องการการบำรุง อย่ามัวแต่เกรงใจเลย รีบเก็บไว้เถอะ”

“ใช่จ้ะป้า ของพวกนี้ไม่ถึงกับทำให้เสี่ยวเมิ่งดีขึ้นทันตาหรอก ที่บ้านก็ยังมีเหลือ ป้าเก็บไว้ให้เสี่ยวเมิ่งกินเถอะ ไม่ต้องเกรงใจหรอกจ้ะ ขืนป้าทำแบบนี้ฉันจะโกรธแล้วนะ วันหลังไม่มาแล้วนะ”

“ไม่ๆๆ ไม่ได้หรอกจ้ะ วันนี้ได้คุยกับพวกคุณนิดหน่อยก็รู้เลยว่าเป็นคนตรงไปตรงมา วันข้างหน้าเสี่ยวเมิ่งกับหลานๆ ก็ต้องรบกวนพวกคุณช่วยดูแลอีกเยอะ จะมารับของพวกคุณอีกได้ยังไง เอาไปเถอะจ้ะๆ”

ทั้งสามคนยื้อแย่งผลักกันไปมาจนถึงหน้าประตูบ้าน เสียงก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ทำเอาเด็กๆ ที่กำลังกินข้าวอยู่ในครัวต้องชะเง้อหน้าออกมาดู

เสิ่นฟู่กุ้ยคีบกับข้าวใส่ชามให้ลู่หมิงข่ายพลางพูดว่า “ไม่ต้องสนใจหรอกลูก ก็แค่เกรงใจกันตามมารยาทน่ะแหละ เดี๋ยวสักพักคุณยายก็คงหอบของกลับมาเองแหละ ไม่ต้องห่วง”

อันที่จริงเขาก็ไม่อยากจะอธิบายให้เด็กๆ ฟังนักหรอก แต่พอเห็นสายตาละห้อยของพวกเขาก็ทนไม่ไหว กลัวว่าของพวกนั้นจะถูกเอาไปจริงๆ

ไม่นานหวังคุ่ยจือก็หอบของกลับมาจริงๆ ลู่หมิงหยางเหลือบมองก็เห็นว่าของยังอยู่ครบ ไม่ขาดหายไปไหนเลย

หวังคุ่ยจือเอาของไปเก็บไว้ในห้อง เปิดตู้บนเตียงของเสิ่นเมิ่งแล้วยัดของทั้งหมดเข้าไป พอหันมาเห็นสภาพห้องที่รกเละเทะ นางก็รู้สึกสะท้อนใจ

“ดูสิ ไอ้ลูกชายคนที่สี่ของบ้านลู่กับเมียมันย้ายออกไปก็ไม่รู้จักเก็บกวาดให้เรียบร้อย ห้องรกเป็นรังหนูเลย เสื่อน้ำมันในห้องทางตะวันตกก็ถูกรื้อเอาไปด้วย ในครัวก็ไม่มีฟืนเหลือสักท่อน ถ้าพ่อแกไม่บากหน้าไปยืมเขามา คืนนี้เราคงไม่มีข้าวตกถึงท้องแน่ๆ เฮ้อ ลูกเอ๊ย ทำไมชีวิตแกถึงได้ตกต่ำขนาดนี้ ตอนที่ยังไม่ได้แต่งงานก็ออกจะฉลาดเฉลียว โดนแม่สามีแกเป่าหูจนโง่เง่าไปหมดแล้ว”

เสิ่นเมิ่งก้มหน้าเงียบ ปล่อยให้หวังคุ่ยจือบ่นไป ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ตอนที่แม่บุญธรรมที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเยี่ยม เธอก็บ่นพึมพำแบบนี้แหละ มันทำให้เธอรู้สึกผูกพันมากๆ

“อุ๊ย ดูฉันสิ มัวแต่พูดเพลิน หิวแล้วใช่ไหมเสี่ยวเมิ่ง เดี๋ยวแม่ไปหาอะไรมาให้กินนะ กินเสร็จแล้วก็กินยาด้วย คืนนี้นอนพักผ่อนให้สบายนะ แม่จะนอนเฝ้าเอง”

“จ้ะแม่!” เสิ่นเมิ่งรอจนหวังคุ่ยจือเดินออกไปแล้ว ก็บิดขี้เกียจ กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง โจวเจียวเจียวกับลู่เจียเซวียนเก็บของของตัวเองไปจนเกลี้ยง เหลือแต่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ ที่เป็นสินสอดของเธอซึ่งขนย้ายลำบาก แม้แต่หนังสือพิมพ์ที่ใช้แปะผนังก็ยังถูกรื้อออกไปหมด

รื้อไปก็ดี เธอจะได้ไม่ต้องมารื้อเองอีก

ของใช้ในบ้านหลายอย่างต้องหาซื้อมาเพิ่ม คงต้องรออีกสักสองสามวันค่อยนั่งเกวียนไปซื้อที่สหกรณ์ของคอมมูน ถึงตอนนั้นเธออยากจะตกแต่งบ้านยังไงก็เอาที่สบายใจเลย

หลังจากหวังคุ่ยจือเอาของกินมาให้ เสิ่นเมิ่งก็กินไปนิดหน่อย อาการปวดหัวยังคงเล่นงานเธออยู่ พอกินเสร็จเธอก็ล้มตัวลงนอนเตรียมจะหลับ สักพักหวังคุ่ยจือก็ยกกะละมังน้ำอุ่นเข้ามา นางเอาผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดหน้า เช็ดมือให้เสิ่นเมิ่งอย่างเบามือ แล้วก็เปลี่ยนเป็นเศษผ้าขี้ริ้วมาเช็ดเท้าให้

ตอนที่นางกำลังเช็ดหน้าให้ เสิ่นเมิ่งก็ตื่นแล้ว แต่เธอแกล้งหลับไป ในใจรู้สึกสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เธอตั้งใจว่าพอสุขภาพแข็งแรงดีเมื่อไหร่ เธอจะต้องตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ของเจ้าของร่างเดิมให้ดีที่สุด

คืนนั้นหวังคุ่ยจือนอนเฝ้าเสิ่นเมิ่งทั้งคืน ตื่นขึ้นมาดูอาการลูกสาวหลายรอบ เสิ่นเมิ่งรับรู้ได้ตลอด คืนนั้นเธอนอนหลับๆ ตื่นๆ จนถึงเช้า

พอเสิ่นเมิ่งตื่นขึ้นมา หวังคุ่ยจือกับเสิ่นฟู่กุ้ยก็กวาดลานบ้าน ซักเสื้อผ้า และทำความสะอาดบ้านทั้งในและนอกจนสะอาดเอี่ยมอ่อง เด็กๆ ก็พากันไปเก็บฟืนที่ตีนเขามาตากไว้ที่ลานบ้าน

ตอนที่เธอเดินออกมาจากห้อง หวังคุ่ยจือที่กำลังยุ่งอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมาเห็นพอดี นางดีใจมาก

“เป็นยังไงบ้างเสี่ยวเมิ่ง ดีขึ้นหรือยัง? เมื่อวานหมอลู่บอกว่าถ้าไม่มีไข้ก็ไม่น่าเป็นห่วงแล้ว หิวหรือเปล่าลูก? แม่ทำไข่ตุ๋นไว้ให้ เดี๋ยวแม่ไปตักมาให้นะ”

“ขอบคุณจ้ะแม่ ลำบากพ่อกับแม่แล้ว”

“ลูกคนนี้ พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ ดูแลลูกสาวตัวเองแท้ๆ จะไปลำบากอะไรได้ รีบไปล้างหน้าเถอะ”

“จ้ะแม่!”

เสิ่นเมิ่งยิ้มให้หวังคุ่ยจือ แต่พอหันไปสบตากับเด็กทั้งสี่คน พวกเขากลับพร้อมใจกันเบือนหน้าหนี

เสิ่นเมิ่ง: “………”

แสดงความรังเกียจกันชัดเจนเกินไปไหมเนี่ย!!!

กินข้าวเช้าเสร็จ หวังคุ่ยจือกับเสิ่นฟู่กุ้ยก็เตรียมตัวกลับบ้าน ที่บ้านยังมีงานต้องทำอีกเยอะ ถ้าไม่ติดว่าเป็นห่วงลูกสาว พวกเขาคงกลับไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

การมาอยู่บ้านลูกสาวก็ต้องกินเสบียงของลูกสาว ถ้าพวกเขากินเยอะ ลูกสาวกับหลานๆ ก็จะกินน้อยลง

“แม่ รอก่อนจ้ะ เงินกับคูปองเนื้อนี่แม่รับไว้นะ เจิ้นผิงส่งเงินกับคูปองมาให้ที่บ้านทุกเดือน หนูใช้ไม่หมดหรอก เสบียงที่หน่วยผลิตให้มาก็ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าเอาออกมาใช้คงเป็นที่จับตามอง เดี๋ยวพอหนูหายดีแล้ว จะกลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่บ้านนะ”

การที่พ่อแม่ยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องลูก แค่ความรักและความห่วงใยนี้ ก็คุ้มค่าที่จะให้เสิ่นเมิ่งตอบแทนแล้ว

“นังเด็กโง่ พ่อกับแม่ไม่ได้หวังเงินทองอะไรจากแกหรอก ขอแค่แกตั้งใจใช้ชีวิตให้ดีๆ ก็พอแล้ว พ่อแกฝากมาบอกว่า ต่อไปนี้ให้ดูแลเด็กๆ ให้ดี เด็กพวกนี้เป็นเด็กดีกันทุกคน อย่าทำนิสัยเหมือนเมื่อก่อนอีกนะ” หวังคุ่ยจือพูดพลางดันเงินกับคูปองกลับไปให้เสิ่นเมิ่ง แล้วจัดผ้าโพกหัวที่เริ่มเก่าและเป็นขุยให้เข้าที่ เตรียมจะเดินออกจากบ้าน

“แม่ รับไว้เถอะจ้ะ พ่อกับแม่ดีกับหนูขนาดนี้ ถ้าไม่รับไว้หนูคงไม่สบายใจ หนูรู้ว่าทางบ้านความเป็นอยู่เป็นยังไง ต่อไปนี้หนูจะเชื่อฟัง ตั้งใจใช้ชีวิตให้ดี แต่ถ้ามีของดีๆ พ่อกับแม่ก็อย่าปฏิเสธเลยนะ เก็บไว้กินไว้ใช้เองบ้าง ลูกสาวแต่งงานออกไปแล้วก็ยังเป็นลูกสาว การตอบแทนบุญคุณพ่อแม่เป็นเรื่องสมควรแล้ว รับไว้เถอะจ้ะ ถ้าไม่รับ วันหลังหนูจะไม่กลับบ้านแล้วนะ”

เธอยัดเงินใส่มือหวังคุ่ยจือ แกล้งทำเป็นหันหลังหนี แต่หางตาก็แอบมองดูปฏิกิริยาของหวังคุ่ยจือไปด้วย

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note