ตอนที่ 82 แบบอย่างแห่งแผ่นดิน
แปลโดย เนสยังกุยแกไม่ได้มาร่วมรับฟังการบรรยายในวันแรก เพราะเขาเห็นว่าเนื้อหาในวันแรกนั้นมักจะง่ายเกินไป ไม่คุ้มค่าที่จะมาฟัง เขาจึงรอมาฟังการบรรยายหลักของซุนซองในวันพรุ่งนี้แทน…
เรื่องนี้กัวหลั่นชายร่างผอมซึ่งดูเหมือนจะคุ้นเคยกับกุยแกเป็นคนบอกมา
เผยเฉียนรู้สึกหมดสนุก ในเมื่อวันนี้ไม่อาจพบกุยแกได้ ก็ทำได้เพียงรอวันพรุ่งนี้ เขาจึงต้องทนคุยกับชายตระกูลกัวทั้งสามต่อไปพลางปล่อยใจให้ล่องลอยไปที่อื่น…
ในอิ่งชวนยังมีผู้ใดที่น่าไปพบปะอีกบ้างนะ?
คนตระกูลซุนไม่ต้องคิดเลย แต่ละคนล้วนมาจากตระกูลใหญ่โต คงยากที่จะเอื้อมถึง…
ตระกูลเฉินหรือ? ได้ยินมาว่าตันกุ๋น (เฉินฉวิน) จะเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป จะไปหลอกล่อเขามาได้หรือ? ยากเกินไป…
ตระกูลจงเล่า เท่าที่ทราบผู้นำตระกูลคือจงฮิว (จงเหยา) ซึ่งดำรงตำแหน่งหวงเหมินซื่อหลางอยู่ จะให้ไปหลอกคนผู้นี้มา ก็คงได้แต่หัวเราะแห้งๆ…
ส่วนฮันฮกแห่งตระกูลหาน บัดนี้เป็นถึงผู้ตรวจการกิจิ๋ว เรียกได้ว่าเป็นขุนศึกฝ่ายหนึ่งแล้ว คนตระกูลหานส่วนใหญ่ก็คงตามไปอยู่กิจิ๋วด้วย ในอิ่งชวนคงเหลือไม่กี่คน อีกทั้งก็ไม่ค่อยมีชื่อเสียงโด่งดังนัก…
แล้วยังมีผู้ใดอีก?
คนตระกูลกัวเหล่านี้ก็ดูไม่ค่อยจะได้เรื่อง ส่วนคนอื่นๆ เขาก็ไม่รู้จัก…
ตระกูลตู้ ตระกูลจ้าว และตระกูลซิน ต่างก็มีคนที่รับราชการอยู่ในราชสำนัก และที่สำคัญคือเขาไม่คุ้นเคยกับใครเลย…
ที่ยังพอนึกออกก็เหมือนจะมีชีซี (สวีซู่)? หรือว่าจะชื่อตันฮก (ซานฝู)? แต่ในเวลานี้เจ้านี่น่าจะกำลังฆ่าคนแล้วหลบหนีคดีอยู่…
ช่างเถอะ กลับไปพักผ่อนดีกว่า ดูเหมือนว่าคงต้องรอให้ถึงพรุ่งนี้เพื่อพบกับกุยแกผู้ได้ชื่อว่าเป็นผีพนันและขี้เมาเสียแล้ว…
ในขณะที่เผยเฉียนกำลังคิดจะขอตัวลากลับ กัวหลั่นก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า “จื่ออวิ๋น ท่านรู้จักท่านเจ้าเมืองปุดไฮ อ้วนเสี้ยว อ้วนปุนโช หรือไม่?”
เผยเฉียนพยักหน้า ข้ารู้จักเขา แต่เขาอาจจะไม่รู้จักข้าหรอกนะ…
กลุ่มคนตระกูลกัวทั้งสามพลันเกิดความสนใจขึ้นมาทันที กัวหลั่นผู้ร่างผอมบางถึงกับมีน้ำเสียงที่ดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น เขารีบถามว่า “ท่านรู้จักท่านอ้วนปุนโชด้วยหรือ? วิเศษไปเลย! ไม่ทราบว่าท่านพอจะเล่าเรื่องราวของท่านอ้วนปุนโชให้พวกเราฟังหน่อยจะได้หรือไม่?”
ยังไม่ทันที่เผยเฉียนจะตอบ ก็ได้ยินเสียงคนผู้หนึ่งถามขึ้นจากด้านข้างว่า “ผู้ใดรู้จักท่านอ้วนปุนโชหรือ?” พูดพลางก็แทรกตัวเข้ามาและประสานมือคารวะทุกคน
กัวหลั่นผายมือไปทางเผยเฉียนพร้อมกับแนะนำว่า “นี่คือคุณชายเผยเฉียน เผยจื่ออวิ๋น แห่งแม่น้ำฮวงโหและลั่วสุ่ย เป็นศิษย์ของท่านซื่อจงชัวหยง และมีความคุ้นเคยกับท่านอ้วนเสี้ยว อ้วนปุนโช…”
เอาล่ะสิ ข้าแค่บอกว่ารู้จัก แต่ไหงมาถึงปากท่านกลับกลายเป็นคุ้นเคยกันไปได้… เผยเฉียนแอบค่อนขอดในใจ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะเมื่อครู่เขาก็เป็นคนบอกเองว่ารู้จัก…
ผู้ที่เพิ่งเข้ามาใหม่มีสีหน้าประหลาดใจ รีบทำความเคารพเผยเฉียนแล้วกล่าวว่า “ที่แท้ก็เป็นศิษย์ของท่านซื่อจงชัวหยง เสียมารยาทแล้ว! ข้าน้อยซินผี นามรองจั่วจื้อ ขอคารวะท่านพี่”
เผยเฉียนและซินผีทำความเคารพซึ่งกันและกัน จากนั้นซินผีก็ทนรอไม่ไหว ร้องขอให้เผยเฉียนเล่าเรื่องของอ้วนเสี้ยวให้ฟัง
เอาล่ะ เล่าก็เล่า อย่างไรเสียเรื่องของอ้วนเสี้ยวเขาก็พอจะได้ยินมาจากท่านอาจารย์ชัวหยงบ้าง และยังมีข่าวลือตามท้องถนนในลั่วหยางอีก…
“…ในยามนั้น ท่านอ้วนเสี้ยว อ้วนปุนโช ได้กล่าววาจาอันห้าวหาญว่า ‘ผู้ที่แข็งแกร่งในแผ่นดินนี้ มิได้มีเพียงท่านตั๋งโต๊ะผู้เดียวหรอกหรือ?’ จากนั้นก็แขวนคทาอาญาสิทธิ์ไว้ที่ประตูทิศตะวันออก แล้วควบม้าออกจากลั่วหยางไปทันที!” เผยเฉียนเล่าเรื่องราวที่ผสมผสานมาจากข่าวที่ได้ยินมา เล่าถึงเหตุการณ์ที่อ้วนเสี้ยวปฏิเสธตั๋งโต๊ะและแขวนคทาลาออกได้อย่างออกรสออกชาติ
“ช่างเป็นท่านอ้วนปุนโชโดยแท้! สมกับเป็นแบบอย่างแห่งแผ่นดินจริงๆ!” เผยเฉียนพลันได้ยินเสียงปรบมือชื่นชมดังมาจากด้านหลัง ทำเอาเขาสะดุ้งตกใจ
คนพวกนี้มากันตั้งแต่เมื่อไหร่?
เผยเฉียนมองไปรอบๆ ด้วยความประหลาดใจ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่มีผู้คนมายืนล้อมรอบพวกเขาอยู่มากมาย คนพวกนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมถึงเงียบกริบจนข้าไม่ทันสังเกตเห็นเลย?
“แบบอย่างแห่งแผ่นดิน!”
“ประเสริฐยิ่งนัก! สมกับเป็นแบบอย่างแห่งแผ่นดินจริงๆ!” ในเวลานั้น ทุกคนต่างพากันพยักหน้าชื่นชมและเอ่ยปากเห็นด้วย
นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้น?
เผยเฉียนรู้สึกหงุดหงิดใจ นี่ข้าพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า? ทำไมกลายเป็นว่าข้ามาช่วยประกาศเกียรติคุณและสร้างชื่อเสียงให้อ้วนเสี้ยว อ้วนปุนโช ไปเสียได้?
เรื่องนี้มันช่าง…
เผยเฉียนพลันนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ยังเป็นช่วงเวลาการบรรยายของซุนฮก การที่เขามาพูดนอกเรื่องเล่าประวัติของอ้วนเสี้ยวเช่นนี้คงดูไม่เหมาะสมนัก…
เขาจึงรีบฉวยโอกาสในตอนที่ผู้คนกำลังให้ความสนใจและพูดคุยเรื่องของอ้วนเสี้ยว แอบดึงแขนจ่าวจือ แล้วค่อยๆ ตีตัวออกห่าง ปลีกตัวหลบหนีออกมาอย่างเงียบๆ…
ซุนฮกที่นั่งอยู่บนแท่นสูงได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของกลุ่มคนเบื้องล่าง จึงให้คนไปสืบดู เมื่อได้รับรายงานเขาก็ยิ้มออกมาอย่างขบขัน เรื่องราวของอ้วนปุนโชผู้นี้ถึงกับแพร่สะพัดมาถึงที่นี่เลยหรือ? ได้ยินมาว่าอ้วนเสี้ยวผู้นี้ไม่ค่อยลงรอยกับตระกูลอ้วนนัก หากเป็นเช่นนั้น บางทีหากมีโอกาสก็คงต้องไปพบให้เห็นกับตาตนเองเสียหน่อย?
เมื่อเผยเฉียนกลับมาถึงห้องระดับปิ่งของตน เขาก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ทำไมจู่ๆ เขาถึงกลายเป็นคนช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงให้อ้วนเสี้ยวไปได้เล่า?
เดิมทีข้าแค่ตั้งใจจะมาดูว่ามีกำแพงบ้านไหนให้ขุดทองได้บ้าง…
เฮ้อ ชื่อเสียงของตระกูลอ้วนนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยจริงๆ การสั่งสมบารมีจากการเป็นขุนนางระดับซานกงถึงสี่ชั่วอายุคน ช่างหยั่งรากลึกในใจผู้คนเสียจริง
เผยเฉียนขบคิดและถอนหายใจ จากปฏิกิริยาของผู้คน การที่อ้วนเสี้ยวมีชื่อเสียงของตระกูลอ้วน มีความมั่งคั่ง มีบารมี และมีดินแดนเป็นของตนเอง ช่างเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนชั้นยอดจริงๆ…
หากเป็นตัวเขาเอง หากไม่รู้เรื่องราวในประวัติศาสตร์ ก็อาจจะถูกอ้วนเสี้ยวผู้นี้ดึงดูดไปแล้วเช่นกัน และเมื่ออ้วนเสี้ยวได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำกองทัพพันธมิตรต่อต้านตั๋งโต๊ะ เพียงแค่สะบัดแขนเสื้อก็คงมีบารมีของผู้เป็นใหญ่แผ่ซ่านไปทั่ว…
แล้วเช่นนี้ข้าจะทำอย่างไรดี?
การกระทำโดยไม่ได้ตั้งใจของข้าในครั้งนี้ จะส่งผลให้อิทธิพลของอ้วนเสี้ยวยิ่งใหญ่ขึ้นในอนาคตหรือไม่?
เผยเฉียนแทบอยากจะตบปากตัวเองเสียจริง ใครใช้ให้เจ้าพูดมากกัน?
แต่เมื่อลองนึกดูให้ดี ดูเหมือนว่าพอเขาเริ่มพูดถึงอ้วนเสี้ยว คนพวกนั้นก็พากันแห่เข้ามาหา หากพิจารณาจากจุดนี้ แท้จริงแล้วคนเหล่านี้คงมีความรู้สึกที่ดีต่ออ้วนเสี้ยวอยู่ในใจอยู่แล้ว
ตามความเป็นจริงแล้ว หากไม่ใช่เรื่องหรือคนที่สนใจ ต่อให้ผู้อื่นจะพูดยกยอให้เลิศเลอเพียงใด ส่วนใหญ่ก็คงแค่ฟังผ่านๆ ไปเท่านั้น จะมีเพียงสิ่งที่ตนสนใจเท่านั้นที่พวกเขาจะตั้งใจฟัง และเมื่อได้ยินสิ่งใดที่มีความเกี่ยวข้องกัน ก็จะรีบเข้าไปร่วมวงฟังรายละเอียดทันที…
เมื่อคิดเช่นนี้ เผยเฉียนก็อดถอนหายใจไม่ได้ คนพวกนี้ในใจคงเอนเอียงไปทางอ้วนเสี้ยวมานานแล้ว ที่พวกเขายินดีมาฟังเผยเฉียนพูด ก็เพียงเพื่อหาคำยืนยันเพิ่มเติมให้กับความคิดของตนเองเท่านั้น…
ตระกูลอ้วน อ้วนเสี้ยว อ้วนปุนโช ช่างยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยุคสมัยจริงๆ…
อ้วนเสี้ยวเองก็ยังหนุ่ม อายุรุ่นราวคราวเดียวกับกลุ่มชายหนุ่มเมื่อครู่ หากเปรียบกับยุคหลัง เขาก็คือไอดอลระดับซูเปอร์สตาร์ ลองนึกถึงลูกชายของตระกูลมหาเศรษฐีในยุคหลังดูสิ แค่ซื้อโต๊ะซื้อโทรศัพท์สักเครื่องก็ยังมีคนมากมายคอยติดตามและชื่นชม นี่มันไม่ต่างอะไรกับเหตุการณ์เมื่อครู่เลยมิใช่หรือ?
แบบอย่างแห่งแผ่นดินผู้นี้ช่าง…
เผยเฉียนเห็นจ่าวจือก้มหน้านิ่ง ไม่ได้พูดจายกย่องอ้วนเสี้ยวเหมือนผู้อื่น จึงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ “จื่อจิ้งดูหมองเศร้า มีเรื่องอันใดกวนใจหรือ?”
เมื่อถูกถาม จ่าวจือก็ยกมือขึ้นกุมศีรษะแล้วกล่าวด้วยความทุกข์ใจว่า “ข้าน้อยเองก็อยากไปพบแบบอย่างแห่งแผ่นดินอย่างท่านอ้วนปุนโชเช่นกัน แต่น่าเสียดาย… ครั้งนี้ข้าแอบหนีออกจากบ้านมา หากข้าขืนเดินทางไปไกลถึงกิจิ๋ว มีหวังถูกท่านพ่อจับตัวได้และตีจนตายเป็นแน่…”
ประโยคเดียวเล่นเอาเผยเฉียนถึงกับพูดไม่ออก คำพูดของเจ้า อย่าว่าแต่พ่อเจ้าเลย แม้แต่ข้าก็อยากจะซัดเจ้าสักที…

0 Comments