You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

อดีตฮ่องเต้เล่าเปียนถูกลักพาตัว แม้จะไม่สำเร็จ แต่ก็สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วทั้งราชสำนัก

แม้สุดท้ายเล่าเปียนจะถูกลิโป้สกัดไว้ได้ แต่โฮไทเฮากลับสิ้นพระชนม์ท่ามกลางความวุ่นวาย ส่วนพระสนมตังคีก็หายสาบสูญไป…

จากคำยืนยันของลิโป้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ผู้ที่ก่อเหตุลักพาตัวดูเหมือนจะเป็นโจโฉ ตั๋งโต๊ะจึงสั่งการให้ไปจับกุมตัวที่จวนของโจโฉทันที แต่ก็พบว่านอกจากคนรับใช้และทาสบางส่วนแล้ว ครอบครัวของโจโฉทั้งบ้านกลับหลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย…

ตั๋งโต๊ะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ สั่งออกประกาศจับโจโฉไปทั่วแผ่นดิน นำภาพวาดของโจโฉที่มีคิ้วดกหนาและดวงตาเล็กตี่ไปติดไว้ทั่วทุกหัวเมือง พร้อมทั้งประกาศว่า “ผู้ใดจับเป็นหรือนำศีรษะมามอบให้ จะได้รับรางวัลทองคำพันชั่ง และบรรดาศักดิ์หมื่นครัวเรือน!”

ไม่รู้ว่าผู้ใดปล่อยข่าวว่าอ้วนสุด หลานชายของอ้วนหงุยก็มีส่วนร่วมในเรื่องนี้ด้วย แต่ประการแรก พยานบุคคลอย่างลิโป้และทหารยามวังใต้ต่างก็ยืนยันว่าไม่ได้เห็นอ้วนสุดอยู่ในที่เกิดเหตุเลย ประการที่สอง หลักฐานที่เป็นเพียงจดหมายไม่มีหัวมีท้ายก็ไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้ ประกอบกับอ้วนหงุยร้องไห้ฟูมฟายปฏิเสธข้อกล่าวหา ตั๋งโต๊ะจึงทำได้เพียงปล่อยเรื่องนี้ไป ไม่สืบสาวราวเรื่องต่อ

จนถึงบัดนี้ คุณชายตระกูลสูงศักดิ์ทั้งสามแห่งลั่วหยาง คืออ้วนเสี้ยว อ้วนสุด และโจโฉ ต่างก็พากันหลบหนีออกจากลั่วหยางไปตามลำดับ เพื่อเริ่มต้นเส้นทางการเป็นขุนศึกในหัวเมืองของตนเอง

ลิโป้ได้รับความดีความชอบ จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเวินโหว ควบตำแหน่งจิบกิมง้อ และได้รับทองคำหนึ่งพันชั่ง…

หลังจากนั้น ลิโป้ยังได้ส่งคนมาส่งข่าวให้เผยเฉียนว่า ขอบคุณน้องชายที่ช่วยแนะนำให้หาทวนฟางเทียนฮว่าจี่มาใช้ จึงทำให้บรรลุผลสำเร็จในครั้งนี้ได้ ไว้มีเวลาว่างค่อยนัดกันมาดื่มสุรากันอีก…

เมื่อเผยเฉียนได้รู้เรื่องราวทั้งหมดในภายหลัง เขาก็ไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือหัวเราะดี เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้าเลยนะ? ศิษย์พี่โจโฉถ้ารู้ว่ามีข้าเข้ามาเอี่ยวด้วยส่วนหนึ่ง จะแค้นข้าไปตลอดชีวิตไหม? แต่เดี๋ยวก่อน โจโฉไม่ได้มอบดาบให้ตั๋งโต๊ะหรอกหรือ? ทำไมกลายเป็นการลักพาตัวฮ่องเต้ไปได้?

หรือว่าการมาถึงของข้าจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ทำให้เรื่องราวไม่เหมือนกับในความทรงจำ? แล้วประวัติศาสตร์ในตอนนี้จะดำเนินไปในทิศทางใดกัน?

สามก๊กยังคงเป็นสามก๊กแบบเดิมอยู่หรือไม่?

โอย… แบบนี้ข้าจะยังได้เปรียบจากการรู้เรื่องราวล่วงหน้าอยู่อีกหรือ?

ก่อนหน้านี้เผยเฉียนยังคิดจะอาศัยความรู้ทางประวัติศาสตร์เป็นเส้นนำทางเพื่อหลบเลี่ยงอันตราย แต่ตอนนี้กลับพบว่าเส้นนำทางที่ว่านั้นหายไปไหนก็ไม่รู้ ทำให้เขารู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว ไม่รู้ว่าในความมืดมิดจะมีคมหอกคมดาบกี่เล่มที่กำลังพุ่งเป้ามาที่เขา…

เผยเฉียนตัวสั่นสะท้าน

เผยเฉียนตัดสินใจไปที่จวนของชัวหยงเพื่อหยั่งเชิงดู เพราะถึงอย่างไรคนที่ก่อเรื่องก็คือโจโฉ ลูกศิษย์ของชัวหยง หากตั๋งโต๊ะเอาเรื่องขึ้นมาย่อมเป็นปัญหาใหญ่ หากสามารถเกลี้ยกล่อมให้ชัวหยงหนีภัยไปพร้อมกันได้ก็คงจะดีที่สุด

ด้วยความที่ตนเองยังไร้กำลัง แม้จะมีใจอยากทำอะไรก็คงทำไม่ได้ เมืองลั่วหยางแห่งนี้ ชิงหนีไปให้เร็วที่สุดจะดีกว่า มันไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย ไม่รู้ว่าจะต้องเอาชีวิตมาทิ้งในวันไหน…

เมื่อเผยเฉียนมาถึงจวนตระกูลชัว ชัวหยงกำลังอ่านตำราอยู่ในห้องหนังสือ

หลังจากสาวใช้ยกน้ำชามาให้และพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกันครู่หนึ่ง เผยเฉียนก็กล่าวว่า “ศิษย์กำลังศึกษาตำราจั่วจ้วนอยู่ มีข้อสงสัยบางประการ จึงอยากจะขอคำชี้แนะจากท่านอาจารย์ขอรับ”

“เจ้าว่ามาเถิด” ความจริงแล้วชัวหยงก็กำลังปวดหัวกับสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่เมื่อได้ยินว่าเผยเฉียนมีคำถามเกี่ยวกับการศึกษา เขาก็พักความกังวลไว้ก่อน แล้วถามว่ามีข้อสงสัยใด

เผยเฉียนกล่าวว่า “ในอดีต เมื่อจิ้นเหี้ยนกงต้องการตั้งหลีจีขึ้นเป็นฮูหยิน ได้เสี่ยงทายด้วยกระดองเต่า ผลออกมาว่าไม่เป็นมงคล แต่เมื่อเสี่ยงทายด้วยหญ้าชี ผลออกมาว่าเป็นมงคล จิ้นเหี้ยนกงจึงเชื่อคำทำนายของหญ้าชี ต่อมาหลีจีให้กำเนิดบุตรชื่อซีฉี นางต้องการให้บุตรของตนได้เป็นรัชทายาท จึงออกอุบายให้รัชทายาทเซินเซิงไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่เมืองฉวี่โว่ รัชทายาทนำเนื้อเซ่นไหว้กลับมาถวาย หลีจีนำเนื้อนั้นไปเก็บไว้หกวัน แล้วใส่ยาพิษลงไปก่อนนำไปถวายจิ้นเหี้ยนกง ศิษย์คิดว่า เนื้อที่ทิ้งไว้ถึงหกวันย่อมมีกลิ่นเหม็นเน่า เหตุใดจิ้นเหี้ยนกงจึงไม่ทรงทราบเล่าขอรับ?”

นี่คือเรื่องราวของจิ้นเหี้ยนกง เจ้าผู้ครองแคว้นที่ยิ่งใหญ่ในตำราจั่วจ้วน

จิ้นเหี้ยนกงเป็นกษัตริย์ของแคว้นจิ้นในยุคชุนชิว ในยุคที่การเปลี่ยนตัวกษัตริย์เป็นเรื่องปกติราวกับเปลี่ยนกับข้าว การที่พระองค์ครองราชย์ได้ยาวนานถึงยี่สิบหกปี ก็ถือว่าเป็นกษัตริย์ที่อยู่ในตำแหน่งนานพอสมควร

จิ้นเหี้ยนกงขึ้นครองราชย์ปุ๊บก็จัดการสั่งหารเชื้อพระวงศ์ที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อบัลลังก์จนหมดสิ้น ไม่มีเหลือแม้แต่คนเดียว จากนั้นก็ใช้นโยบายเชิดชูกษัตริย์ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตนเอง ในช่วงที่ครองราชย์ ได้เข้ายึดครองแคว้นหลี หรง เกิง ฮั่ว อวี๋ และกั๋ว ได้รับการขนานนามว่า “ผนวกสิบเจ็ดแคว้น สยบสามสิบแปดแคว้น”

แต่บุคคลที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ กลับมาถูกหลอกด้วยเนื้อเน่าๆ ชิ้นหนึ่งเนี่ยนะ?

ท่านจะเชื่อหรือไม่ล่ะ?

สิ่งที่เผยเฉียนนำมาถามชัวหยงก็คือเรื่องราวของจิ้นเหี้ยนกงผู้นี้นั่นเอง

จิ้นเหี้ยนกงต้องการแต่งตั้งหลีจีเป็นฮูหยิน จึงเสี่ยงทายด้วยกระดองเต่า ผลคือไม่เป็นมงคล แต่พอเสี่ยงทายด้วยหญ้าชี ผลคือเป็นมงคล จิ้นเหี้ยนกงจึงเลือกเชื่อหญ้าชี ต่อมาหลีจีคลอดซีฉี และต้องการดันให้ซีฉีเป็นรัชทายาท จึงหลอกให้รัชทายาทเซินเซิงไปเซ่นไหว้ที่เมืองฉวี่โว่ แล้วนำเนื้อเซ่นไหว้ที่รัชทายาทนำมาถวายไปหมักไว้หกวันก่อนนำไปถวายจิ้นเหี้ยนกง

คำถามก็คือ จิ้นเหี้ยนกงถูกเนื้อเน่าๆ ชิ้นนี้หลอกตาได้อย่างไร? หรือว่าเขาจะไม่ได้กลิ่นเหม็นของเนื้อเลยหรือ?

ชัวหยงคุ้นเคยกับเรื่องราวนี้เป็นอย่างดี จึงพยักหน้าและกล่าวว่า “การที่จิ้นเหี้ยนกงดึงดันจะแต่งตั้งหลีจี แสดงให้เห็นว่าพระองค์เป็นคนเผด็จการ การที่หลีจีนำเนื้อไปทิ้งไว้หกวันก็เพื่อให้เนื้อมีกลิ่นเหม็น เพื่อให้จิ้นเหี้ยนกงรังเกียจและไม่ยอมเสวย เช่นนี้จึงจะสามารถใส่ร้ายรัชทายาทได้” การที่จิ้นเหี้ยนกงแต่งตั้งหลีจี แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่ทำตามใจตนเอง หลีจีจงใจทำให้เนื้อมีกลิ่นเหม็น เพื่อให้จิ้นเหี้ยนกงได้กลิ่นและไม่กิน เพื่อที่จะได้ใส่ร้ายรัชทายาท

เผยเฉียนจึงถามต่อว่า “เมื่อจิ้นเหี้ยนกงทรงรังเกียจรัชทายาท และรัชทายาทก็สิ้นพระชนม์ไปแล้ว เหตุใดจึงต้องประหารตู้หยวนข่วนด้วยเล่าขอรับ?” ต่อมาจิ้นเหี้ยนกงได้บีบคั้นให้รัชทายาทฆ่าตัวตาย ไม่เพียงแค่นั้น ยังสั่งประหารตู้หยวนข่วน ซึ่งเป็นอาจารย์ของรัชทายาทอีกด้วย

“เกรงว่าจะเป็นความผิดฐานสั่งสอน…” ชัวหยงพูดไปได้ครึ่งประโยคก็หยุดชะงัก ราวกับคิดอะไรบางอย่างออก

เผยเฉียนพยายามพูดจาอ้อมค้อมก็เพื่อให้ชัวหยงเข้าใจว่า ตั๋งโต๊ะในตอนนี้ก็เหมือนกับจิ้นเหี้ยนกงที่เป็นพวกเผด็จการทำตามใจตนเอง คนอย่างตั๋งโต๊ะมักจะสั่งฆ่าคนด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ในเมื่อโจโฉลูกศิษย์ของท่านได้สร้างความขุ่นเคืองให้แก่ตั๋งโต๊ะแล้ว ท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่าตั๋งโต๊ะจะไม่สงสัยว่าเป็นเพราะท่านเป็นผู้สั่งสอน?

ตอนนี้ตั๋งโต๊ะอาจจะยังไม่ได้มาเอาเรื่องกับท่านอาจารย์ แต่ท่านจะรับประกันได้อย่างไรว่าวันหนึ่งตั๋งโต๊ะจะไม่นึกขึ้นมาได้?

เผยเฉียนแอบสังเกตสีหน้าของชัวหยง แล้วจึงกล่าวต่อว่า “เซินเซิงรั้งอยู่ภายในจึงต้องตาย ฉงเอ่อร์หนีออกภายนอกจึงรอดชีวิต เป็นเพราะเหตุใดหรือขอรับ?” เซินเซิงคือรัชทายาทที่ถูกหลีจีใส่ร้าย เมื่อจิ้นเหี้ยนกงส่งคนมาจับกุม เขาก็เลือกที่จะอยู่และจบชีวิตลง ส่วนฉงเอ่อร์ก็ถูกหลีจีใส่ร้ายเช่นกัน แต่ฉงเอ่อร์หนีรอดไปได้ และมีชีวิตรอดต่อไป…

“…” ชัวหยงนิ่งเงียบไม่ตอบ มาถึงตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเผยเฉียนไม่ได้มีข้อสงสัยอะไรมาถามเลย แต่ที่แท้ก็เป็นห่วงว่าตั๋งโต๊ะจะพาลมาโกรธเคืองและทำร้ายตนเอง จึงได้มาตักเตือนให้หลบหนีไปก่อน

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เพียงแค่ความห่วงใยที่เผยเฉียนมีต่อสวัสดิภาพของเขา ชัวหยงก็รู้สึกว่าไม่เสียแรงที่รับศิษย์คนนี้เข้ามา แต่เรื่องเช่นนี้ใช่ว่าจะตัดสินใจกันได้ง่ายๆ ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ ถึงอย่างไรก็ใช้ชีวิตอยู่ในลั่วหยางมาหลายปี หากจะไปจริงๆ ก็ต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อนว่าจะไปอยู่ที่ใดไม่ใช่หรือ?

ชัวหยงมองเผยเฉียนด้วยความปลาบปลื้มใจ แล้วกล่าวว่า “เจตนาของเจ้าข้าเข้าใจแล้ว ขอเวลาข้าไตร่ตรองดูสักหน่อยเถิด…”

เผยเฉียนคิดในใจ ท่านอาจารย์ชัวหยงยอมรับฟังและนำไปคิดก็ถือว่าดีแล้ว เขาเตรียมจะขอตัวลากลับ แต่กลับถูกชัวหยงเรียกไว้ และบอกว่าศิษย์พี่ชัวเอี๋ยมฝากบอกไว้ว่า หากเผยเฉียนมาให้แวะไปส่งการบ้านด้วย

เผยเฉียนแทบจะกระอักเลือดออกมา สองสามวันนี้ข้าจะมีเวลาไปทำการบ้านที่ไหนกัน นี่มันกะจะเอาชีวิตกันชัดๆ…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note