ตอนที่ 326 ลอบกัด
แปลโดย เนสยังเจี่ยฉวีเอามือซุกแขนเสื้อเดินเข้ามาในกระโจมใหญ่ ประสานมือคารวะ แล้วยืนนิ่งเงียบอยู่ด้านข้าง
เผยเฉียนเงยหน้าขึ้น มองดูท่าทางของเจี่ยฉวี แล้วหัวเราะ “เหลียงเต้า ไม่มีใครยอมมาเลยใช่ไหม?” เผยเฉียนให้เจี่ยฉวีไปพูดคุยกับพวกลูกหลานตระกูลยากจน เพราะต่างก็เป็นคนประเภทเดียวกัน น่าจะคุยกันได้ง่ายกว่า เดิมทีตั้งใจจะให้ตู้หย่วนเป็นคนทำ แต่ตู้หย่วนไปเป่ยชวีเสียแล้ว พอดีเจี่ยฉวีมา ก็เลยมอบหมายให้เจี่ยฉวีลองไปจัดการดู
เจี่ยฉวีพยักหน้า แล้วตอบว่า “มิใช่ไม่อยากมา แต่เป็นเพราะมิกล้ามาต่างหาก”
เผยเฉียนส่งเสียง “อ้อ” เลิกคิ้วขึ้น แล้วถามว่า “เพราะเหตุใดหรือ?”
เจี่ยฉวีนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า “ตระกูลเว่ยแห่งเหอตงเตรียมเปิดหอสมุด ให้ลูกหลานบัณฑิตในเหอตง ไม่ว่าจะมาจากตระกูลใด สามารถเข้าไปคัดลอกตำราในตระกูลเว่ยได้ ในทุกวันที่สามและสิบเจ็ดของเดือนขอรับ”
พอเผยเฉียนได้ยิน ก็เข้าใจทันที
วันที่สิบเจ็ดก็คืออีกสามวันข้างหน้า นี่มันตั้งใจจะร้องเพลงงัดข้อกันชัดๆ
ส่วนสถานการณ์ของเจี่ยฉวีนั้นค่อนข้างพิเศษ เขาไม่มีทั้งพ่อและแม่ มีเพียงพี่สาวคนเดียว ดังนั้นพอได้ยินเรื่องแบบนี้ เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ตื่นเต้นจนรีบวิ่งมาหาเผยเฉียน แต่เพื่อนๆ ของเขาไม่เหมือนกัน อย่างไรเสียที่บ้านก็ยังมีผู้หลักผู้ใหญ่ ต่อให้รู้สึกสนใจ ก็ต้องขออนุญาตผู้ใหญ่ก่อน และผู้ใหญ่เหล่านี้อายุมากแล้ว ทำอะไรก็ย่อมรอบคอบกว่า พอพวกเขามารวมตัวกันสืบข่าว ก็เลยได้ยินเรื่องนี้เข้าพอดี
นายท่านใหญ่แห่งตระกูลเว่ยแห่งเหอตง ไม่ป่วยเร็ว ไม่ป่วยช้า ดันมาป่วยเอาตอนที่เผยเฉียนมาถึงพอดี…
หากก่อนหน้านี้ ข่าวนี้อาจจะยังดูเป็นเรื่องบังเอิญอยู่บ้าง ยังไม่อาจยืนยันได้ชัดเจนถึงท่าทีของตระกูลเว่ยแห่งเหอตงที่มีต่อเผยเฉียน แต่การที่ตระกูลเว่ยแห่งเหอตงปล่อยข่าวการเปิดหอสมุดออกมา ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นการทำลายแผนการของเผยเฉียนชัดๆ
ตระกูลเว่ยแห่งเหอตงไม่เปิดหอสมุดก่อนหน้านี้ ไม่เปิดหอสมุดหลังจากนี้ แต่กลับมาเปิดหอสมุดหลังจากที่เผยเฉียนประกาศมาตรการออกมา…
ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนตำราในหอสมุดของตระกูลเว่ยแห่งเหอตงมีนับพันม้วน แล้วทางเผยเฉียนล่ะมีกี่เล่ม?
พอเอามาเปรียบเทียบกันแล้ว…
ส่วนเรื่องการแนะนำตัวให้กับชัวหยง ปรมาจารย์แห่งยุคนั้น แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่น่าดึงดูดใจมาก แต่ทว่ามันก็แค่ปีละครั้ง ดังนั้นก็ไม่ต้องรีบร้อนอะไร ไปคัดลอกตำราที่ตระกูลเว่ยแห่งเหอตงก่อนสักสองสามเล่ม แล้วค่อยว่ากัน…
เผยเฉียนหัวเราะหึๆ แล้วถามว่า “เหลียงเต้า ท่านรู้สึกเสียใจบ้างหรือไม่?”
เจี่ยฉวีประสานมือตอบว่า “ข้าจะเสียใจหรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับข้า แต่ขึ้นอยู่กับท่านข้าหลวงเผยต่างหาก!” พูดจบเขาก็โค้งคำนับอีกครั้ง แล้วถอยออกจากกระโจมใหญ่ไป
เผยเฉียนชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะลั่น รู้สึกเริ่มถูกใจเจ้าหนุ่มจอมดื้อคนนี้ขึ้นมาแล้วสิ
ต้องยอมรับเลยว่าตระกูลเว่ยแห่งเหอตงเล่นไม้นี้ได้สวยงามมาก เดิมทีเผยเฉียนก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับลูกหลานตระกูลใหญ่ในเหอตงอยู่แล้ว เป้าหมายหลักของเขาคือการดึงดูดลูกหลานตระกูลยากจนให้เข้ามาให้ได้มากที่สุด แต่ตอนนี้ตระกูลเว่ยแห่งเหอตงเข้ามาแทรกแซงแบบนี้ ก็แทบจะทำลายแผนการดึงคนที่มีความสามารถของเผยเฉียนไปจนหมดสิ้น
แถมเรื่องนี้ยังหาคนผิดไม่ได้อีก หากเผยเฉียนจะแสดงท่าทีคัดค้าน หรือทำการขัดขวางใดๆ ตระกูลเว่ยแห่งเหอตงก็คงจะฉวยโอกาสตามน้ำ แล้วป่าวประกาศว่า ไม่ใช่พวกเราไม่ยอมเปิดหอสมุดนะ แต่เป็นเพราะเจ้าคนที่ชื่อเผยเฉียนมันไม่ยอมต่างหาก!
ถ้าเป็นแบบนั้น เผยเฉียนก็คงจะโดนลูกหลานตระกูลยากจนทั่วทั้งเหอตงเกลียดเข้ากระดูกดำแน่ๆ!
นี่แหละคือวิธีที่ตระกูลใหญ่ชอบใช้กัน ลอบตีหัวคนในที่มืด ตีจนเจ็บแต่ร้องไม่ออก!
เผยเฉียนลุกขึ้นยืน เตรียมจะไปดูที่ประตูเมืองทิศใต้ของเมืองอันอี้ ซึ่งเป็นจุดที่หวงซวี่ตั้งโต๊ะรับสมัครทหาร ในเมื่อตระกูลเว่ยแห่งเหอตงลงมือแล้ว ก็คงไม่หยุดอยู่แค่เรื่องเดียวแน่ๆ…
ณ ประตูเมืองทิศใต้ของอันอี้
หวงซวี่กำลังร้อนรนจนเหงื่อแตกพลั่ก
คนก็มากันเยอะอยู่หรอก แต่ปัญหาคือพวกเขาไม่ได้มุ่งหน้ามาทางนี้เลย กลับแห่ไปมุงกันอยู่อีกฝั่งหนึ่งแทน…
คุณชายเผยไว้วางใจมอบหมายงานนี้ให้เขาแท้ๆ แต่จนถึงตอนนี้ เขากลับยังเกณฑ์ทหารไม่ได้เลยสักคน!
แล้วจะให้หวงซวี่ไม่ร้อนใจได้อย่างไร?
บรรดาจอมยุทธ์พเนจรที่คอยช่วยตะโกนเรียกลูกค้าอยู่ข้างๆ เห็นท่าไม่ดี ก็ทำหน้าเจื่อนๆ เดินเข้ามาหาหวงซวี่ แล้วบอกว่า “เอ่อ… ท่านนายกองหวง คือว่า… จู่ๆ แม่ข้าก็ป่วยกะทันหัน… เอ่อ… ข้าต้องรีบกลับไปดูก่อน ขอตัวลาก่อนนะ ขอตัวลา…”
“อา… คือว่า หลานชายข้าตกคูน้ำ… เอ่อ… ข้าต้องรีบไปช่วยคน ขอตัวลาก่อนเหมือนกันนะ!”
“ฮ่าๆ ส่วนข้า… ที่บ้านข้ามีธุระ… ธุระด่วน ขอตัวลา ขอตัวลา…”
หวงซวี่โกรธจนแทบจะเต้น แต่ก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจอมยุทธ์พเนจรพวกนี้ อย่างไรเสีย เมื่อครู่นี้พวกเขาก็ออกแรงตะโกนช่วยอย่างเต็มที่แล้ว เพียงแต่อีกฝั่งนึงมัน…
หวงซวี่โบกมือไล่ ขี้เกียจแม้แต่จะพูดอะไร
กลุ่มจอมยุทธ์พเนจรราวกับได้รับนิรโทษกรรม รีบวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว
หวงซวี่ทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งอย่างหมดแรง ถึงขนาดที่เผยเฉียนเดินมาถึงเมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้ตัว
“จื่อชู เหนื่อยแล้วหรือ?”
หวงซวี่เงยหน้าขึ้น ก็พบว่าเป็นเผยเฉียนที่เดินมาถึงตรงหน้า เขารีบกระโดดลุกขึ้นยืน อึกๆ อักๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี
เผยเฉียนตบไหล่หวงซวี่เบาๆ แล้วยิ้ม “ตั้งใจเกณฑ์ทหารอยู่ที่นี่แหละ ต่อให้ไม่มีใครมาก็ไม่เป็นไร แต่ห้ามเสียกำลังใจเด็ดขาด เข้าใจไหม?”
“ขอรับ!” หวงซวี่ยืดอกตอบเสียงดังฟังชัด
“ป่ะ ตามข้าไปดูฝั่งนู้นกัน”
เผยเฉียนพาหวงซวี่เดินไปที่ฝั่งตรงข้าม ก็เห็นว่าเว่ยเฟิง ลูกพี่ลูกน้องของเว่ยจี้กำลังเป็นคนรับสมัครทหารอยู่
พอเว่ยเฟิงเห็นเผยเฉียนเดินมา ก็หัวเราะร่วนวิ่งเข้ามาหา ทำความเคารพอย่างนอบน้อม แล้วกล่าวว่า “อ้าว ท่านข้าหลวงเผยมาแล้วหรือ? ขออภัยที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับ หวังว่าท่านคงจะให้อภัย!”
เผยเฉียนประสานมือตอบ พร้อมรอยยิ้ม “คารวะเมิ่งหลวน เป็นอย่างไรบ้าง? วันนี้ตระกูลเว่ยแห่งเหอตงก็มารับสมัครทหารด้วยหรือ?”
เว่ยเฟิงเตรียมคำตอบไว้แล้ว เขายิ้มตอบว่า “บ้านเมืองไม่สงบสุข คนในตระกูลก็หวาดผวา จึงอยากจะรับสมัครองครักษ์มาเพิ่มสักหน่อย ใช้เวลาแค่ไม่กี่วันก็พอแล้ว หากไปรบกวนท่านข้าหลวงเผยเข้า ก็หวังว่าท่านจะโปรดอภัยให้ด้วย”
ไม่กี่วันงั้นหรือ?
เผยเฉียนหัวเราะหึๆ นึกค่อนขอดอยู่ในใจ คาดว่าข้าเกณฑ์ทหารอยู่ที่นี่กี่วัน เจ้าก็คงจะอยู่ที่นี่กี่วันสินะ?
แต่เรื่องนี้ก็เหมือนกับเรื่องที่ตระกูลเว่ยแห่งเหอตงประกาศเปิดหอสมุดก่อนหน้านี้นั่นแหละ จะให้พูดออกไปว่า ข้ากำลังเกณฑ์ทหารอยู่ที่นี่ ตระกูลเว่ยแห่งเหอตงของเจ้าจงไสหัวไปงั้นหรือ?
ตระกูลเว่ยให้เหตุผลมาเสียเต็มประจดา แทบจะหาข้อบกพร่องไม่ได้เลย ที่สำคัญคือ ตระกูลเว่ยแห่งเหอตงไม่ได้บอกว่า ห้ามคนเหล่านี้ไปสมัครกับเผยเฉียน และไม่ได้ส่งคนมาขัดขวางด้วย เพียงแค่ชูป้ายตระกูลเว่ยแห่งเหอตงไว้สูงๆ อย่างเงียบๆ ถ้าเผยเฉียนขืนออกปากคัดค้าน ก็คงต้องถูกตราหน้าว่าเป็นคนป่าเถื่อนไร้มารยาทแน่ๆ
ชื่อเสียงของตระกูลเว่ยแห่งเหอตงในเขตนี้ไม่ใช่ของปลอม เพียงแค่มายืนอยู่ตรงนี้ โดยไม่ต้องทำอะไรเลย ก็สามารถแย่งความสนใจไปได้จนหมดสิ้นแล้ว
ชื่อเสียงนี่มันเป็นของดีจริงๆ…
ประหยัดแรงไปได้ตั้งเยอะ!
เผยเฉียนมองเว่ยเฟิง ด้วยสีหน้าที่ดูไม่ออกว่ากำลังยิ้มหรือไม่ เขากล่าวว่า “การที่จวนของท่านจะรับสมัครองครักษ์ย่อมเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ทราบว่า จวนของท่านยังต้องการจะจัดซื้อเสบียงของกองทัพอีกหรือไม่?”
รอยยิ้มของเว่ยเฟิงแข็งค้างไปชั่วขณะ จากนั้นก็กลับมาหัวเราะร่วนอีกครั้ง “เรื่องนี้… ข้าน้อย ฮะๆ เสบียงของกองทัพน่ะมิกล้าหรอก แต่การกักตุนเสบียงอาหารไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน ก็ถือเป็นเรื่องปกตินะขอรับ…”

0 Comments