You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เมื่อม่านราตรีมาเยือน สรรพสิ่งบนโลกต่างก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด

เจิ้งหยิวสั่งให้ทหารตัดไม้ทำเครื่องมือตีเมืองไปตลอดช่วงบ่าย ก็ถือว่าเตรียมการได้พอสมควรแล้ว แต่เนื่องจากฟ้ามืดลงเสียก่อน จึงทำได้เพียงรอจนกว่าจะสว่างจึงค่อยเปิดฉากโจมตี

ผ่านการตั้งค่าย ตัดไม้ และสร้างเครื่องมือตีเมืองมาตลอดช่วงบ่าย ทหารของเจิ้งหยิวต่อให้เป็นทหารเหล็กไหลก็ต้องรู้สึกเหนื่อยล้า เมื่อรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ทหารที่ไม่ได้เข้าเวรยามต่างก็มุดเข้าเต็นท์ นอนหลับสนิทกันไปหมด

รอบด้านเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงแมลงร้องดังระงมมาจากพงหญ้าตามไหล่เขา

ทหารยามที่ยืนอยู่บนหอสังเกตการณ์เหนือค่าย หาววอดใหญ่จนน้ำตาเล็ด เอามือขยี้หน้า พยายามฝืนลืมตา แต่ไม่นานเปลือกตาก็เริ่มหย่อนลงมาอีก

ช่วยไม่ได้ มันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกาย บางครั้งต่อให้พยายามควบคุมก็ทำไม่ได้มันเหนื่อยเกินไปจริงๆ ตอนแรกนึกว่าจะได้เข้าด่านไปพักผ่อน แต่ไม่เพียงแต่จะไม่ได้เข้าด่าน แถมยังต้องมาตั้งค่าย ตัดไม้ สร้างอาวุธ ทำงานหนักมาทั้งบ่าย…

ทันใดนั้น เสียงกลองรบก็ดังกึกก้องประดุจสายฟ้าฟาดจากบนด่านหานกู่กวน ทำเอาทหารยามตกใจจนเกือบจะหงายหลังตกลงมา!

“ศัตรูบุก! ศัตรูบุก!” ทหารยามตะโกนพลางตีฆ้องเตือนภัยดังลั่น

เสียงกลองดังกึกก้อง เสียงทหารยามร้องตะโกนอย่างสุดเสียง ทหารหลายนายพากันวิ่งลนลานออกจากเต็นท์ บางคนสวมแค่เกราะ บางคนถือแค่อาวุธ บางคนชูคบเพลิง เบิกตาที่เต็มไปด้วยขี้ตา มองซ้ายมองขวาอย่างตื่นตระหนก

เจิ้งหยิววิ่งออกจากเต็นท์ทั้งที่ยังสวมชุดเกราะไม่เรียบร้อย เมื่อเห็นแสงไฟวูบวาบบนด่านหานกู่กวน และได้ยินเสียงกลองรบดังกึกก้อง ก็ตะโกนลั่นว่า “ระวังศัตรูบุก!”

แต่เสียงของเขาเบาเกินไป ถูกเสียงกลองกลบไปจนหมด เจิ้งหยิวจึงยืดคอ ตะโกนด้วยเสียงที่ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ระวังศัตรู…”

ทว่า พอเจิ้งหยิวตะโกนได้แค่สามพยางค์ เสียงกลองบนด่านหานกู่กวนก็หยุดลงกะทันหัน คบเพลิงก็ดับลงพร้อมกัน ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

เจิ้งหยิวเผลอตะโกนพยางค์สุดท้ายออกไปตามความเคยชิน “…บุก… แค่กๆ…” จากนั้นก็พบว่าทุกคนรอบข้างหันมามองเขาเป็นตาเดียว ต่อให้เขาจะเจนจัดในแวดวงขุนนางมานาน ก็ยังอดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำ โชคดีที่ฟ้ามืด จึงไม่มีใครสังเกตเห็น

ทุกคนยืนรออย่างเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง เบื้องหน้ายังคงเป็นความมืดมิด ไร้ซึ่งสรรพสิ่งใดๆ จึงเริ่มตระหนักได้ว่าถูกคนบนด่านหานกู่กวนหลอกเข้าให้แล้ว พากันสบถด่า แล้วมุดกลับเข้าเต็นท์ไปนอนต่อ

เจิ้งหยิวยืนเอียงคออยู่กับที่ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ก็บอกไม่ถูกว่าผิดปกติตรงไหน จึงขมวดคิ้วเดินกลับเข้าเต็นท์ไป

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เสียงกลองก็ดังกึกก้อง แสงไฟวูบวาบจากบนด่านหานกู่กวนอีกครั้ง!

ภายในค่ายของเจิ้งหยิวก็เกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง ทหารพากันสบถด่า พลางคว้าอาวุธและชุดเกราะ วิ่งออกจากเต็นท์…

แต่ผ่านไปไม่นาน เสียงกลองก็เงียบลงอีก

เจิ้งหยิวเริ่มเข้าใจแล้ว เขาส่งเสียง “หึ” อย่างดูแคลน แล้วกล่าวเสียงดังว่า “นี่เป็นเพียงกลศึกกวนกวนให้เหนื่อยล้าเท่านั้น! ถ่ายทอดคำสั่งของข้าลงไป แบ่งกำลังทหารออกเป็นสองผลัด ผลัดกันพักผ่อน!”

ทหารต่างก็ทำตามคำสั่งของเจิ้งหยิว ครึ่งหนึ่งเข้าเวรยาม ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็วิ่งดีใจกลับเข้าเต็นท์ อุดหูนอนหลับอย่างมีความสุข หวังว่าจะได้นอนเต็มอิ่มก่อนจะถึงคิวเข้าเวรของตน…

บนด่านหานกู่กวนก็เริ่มเสียงกลองระลอกใหม่ ทหารหลายนายที่ยืนเบียดกันอยู่ ใช้หอกยาวต่างไม้ค้ำยัน ยืนโอนเอนพิงกัน หาววอดๆ อยู่ท่ามกลางเสียงกลอง

“นี่มันครั้งที่เท่าไหร่แล้ววะเนี่ย?”

“แม่มันเถอะ ผีจะไปรู้ ข้าแค่อยากให้ฟ้าสางเร็วๆ จะได้กลับไปนอน…” ทหารนายหนึ่งพูดพลาง เงยหน้าหาววอดใหญ่จนน้ำตาเล็ด

ทหารอีกหลายคนที่อยู่ข้างๆ ก็พลอยหาวตามไปด้วย

“นั่นสิ ฟ้าสางก็ต้องบุกเมืองอีก แม่มันเถอะ ไม่ได้พักผ่อนแบบนี้จะไปบุกรบได้ยังไงวะ!”

ทหารหลายคนบ่นกันอย่างไม่ใส่ใจ โดยไม่ได้สังเกตเลยว่ามีกองทหารกลุ่มหนึ่งลอบเข้ามาใกล้ค่ายแล้ว

จางเลี้ยวและหวงเฉิงเดินนำอยู่ข้างหน้า ต่างก็นับจังหวะเงียบๆ จากนั้นก็ดึงสายบังเหียนม้าแทบจะพร้อมกัน กดม้าให้หมอบลงกับพื้น เอามือปิดปากม้าไว้ ส่วนอีกมือก็ลูบไล้ม้าเพื่อปลอบประโลม พร้อมกับส่งสัญญาณไปด้านหลัง ทหารที่ตามมาต่างก็ทำตามอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นทั้งกองทหารก็เตี้ยลงไปครึ่งหนึ่ง

ม้าศึกสัมผัสได้ถึงเจตนาดีของเจ้าของ แม้การต้องหมอบลงเดินระยะหนึ่งจะไม่ค่อยคุ้นเคยนัก แต่เมื่อได้รับการลูบไล้และถูกปิดปาก ก็ทำได้เพียงพ่นลมหายใจฟึดฟัดเพื่อแสดงความไม่พอใจเล็กน้อยเท่านั้น

“ท่านแม่ทัพ ได้เวลาแล้วกระมัง?” หวงเฉิงกระซิบถามจางเลี้ยว

จางเลี้ยวมองระยะห่างจากค่าย พยักหน้ารับเบาๆ แล้วกล่าวว่า “รอเสียงกลองรอบสุดท้าย…”

หากไม่ใช่เพราะข้อเสนอของเฟยเฉียน จางเลี้ยวก็คงไม่คาดคิดว่าทหารใต้บังคับบัญชาของตนจะเป็นโรคตาบอดกลางคืนมากมายขนาดนี้ ทหารม้าปิ้งโจวสองร้อยนาย กลับมีคนที่มองเห็นในเวลากลางคืนได้ไม่ถึงครึ่ง รวมกับพวกของหวงเฉิงแล้ว ก็มีแค่ร้อยคนนิดๆ เท่านั้น

แต่ด้วยเหตุนี้ จางเลี้ยวจึงมั่นใจมาก ในเมื่อกองทัพของเขามีคนเป็นโรคตาบอดกลางคืน แล้วทหารในค่ายของเจิ้งหยิวจะมองเห็นในเวลากลางคืนได้ทุกคนเชียวหรือ?

จางเลี้ยวกะเวลา แล้วเรียกทหารสองสามนาย ให้ลอบเข้าไปด้านหน้า แหวกเครื่องกีดขวางม้าที่ตั้งอยู่หน้าค่ายออก เพื่อเปิดทางให้ทหารม้าพุ่งทะลวงเข้าไป

ทหารที่ถูกส่งไปเก็บกวาดเครื่องกีดขวางม้ากลับมา กระซิบรายงานจางเลี้ยวว่า นอกจากเครื่องกีดขวางม้าที่อยู่ใกล้แสงคบเพลิงของค่ายซึ่งไม่กล้าขยับเพราะกลัวทหารยามจะเห็นแล้ว ส่วนที่เหลือถูกเก็บกวาดไปหมดแล้ว…

จางเลี้ยวพยักหน้า หันกลับไปมองด่านหานกู่กวน เห็นแสงคบเพลิงกะพริบต่อเนื่องหลายครั้ง จึงออกคำสั่งเสียงต่ำ “เตรียมพร้อมทุกคน!”

ทุกคนรวมถึงหวงเฉิงต่างก็ดึงม้าให้ลุกขึ้น กระโดดขึ้นหลังม้า เตรียมพร้อมรอเสียงกลองดังขึ้น

เสียงกลองรบดังกึกก้องขึ้นอีกครั้ง จางเลี้ยวชี้ทวนยาวไปข้างหน้า ตะโกนเสียงต่ำ พุ่งทะยานออกไปเป็นคนแรก!

เสียงกลองรบกลบเสียงฝีเท้าม้า กว่าที่จางเลี้ยวจะนำทหารปรากฏตัวขึ้นภายใต้แสงคบเพลิงของค่าย และเริ่มใช้ทวนยาวปัดป้องเครื่องกีดขวางม้าส่วนที่เหลือ ทหารยามบนหอสังเกตการณ์จึงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ามีการบุกโจมตีค่ายจริงๆ!

“ศัตรูบุก! ศัตรูบุก!” ทหารยามตะโกนลงมาด้านล่างอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับตีฆ้องเตือนภัยดังลั่น

“รู้แล้วน่า…” ทหารในค่ายกอดหอกยาวอย่างเกียจคร้าน ตอบกลับอย่างเนือยๆ “ศัตรูบุกอีกแล้ว บุกมากี่รอบแล้ว…” พูดไม่ทันจบ ก็พลันสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพื้นดินที่ผิดปกติ ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ว่านี่มันเสียงทหารม้าบุกมานี่นา!

ครั้งนี้ศัตรูบุกมาจริงๆ!

“บุกมาจริงๆ! คราวนี้พวกมันบุกมาจริงๆ!” ไม่ใช่แค่ทหารที่แตกตื่น แม้แต่นายทหารระดับล่างที่เข้าเวรยามก็ตื่นตระหนก รีบจัดระเบียบทหารเพื่อเตรียมป้องกัน

แต่มันก็สายไปเสียแล้ว

เริ่มจากทหารยามบนหอสังเกตการณ์ที่ถูกหวงเฉิงสอยร่วงลงมาทีละคน จากนั้นประตูค่ายก็พังครืนลงมาจากการพุ่งชนอย่างหนักหน่วงของจางเลี้ยว ทหารม้าปิ้งโจวบุกเข้ามาในค่ายราวกับฝูงหมาป่าที่หลุดเข้าไปในฝูงแกะ เริ่มการเข่นฆ่าอย่างไม่ปรานี

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note