ตอนที่ 278 เปลวเพลิงเผาผลาญ
แปลโดย เนสยังจนกระทั่งเดินมาถึงป้อมวั่งฉีไถทางทิศตะวันออกของเมือง พวกของเฟยเฉียนจึงถูกทหารที่ประจำการอยู่บนป้อมวั่งฉีไถพบเห็น
หวงเฉิงที่นำยอดฝีมือมาด้วยเห็นว่าความแตกแล้ว ก็ไม่รอช้า ชักดาบพุ่งเข้าใส่ภายในป้อมวั่งฉีไถทันที และบุกทะลวงขึ้นไปตามบันไดของป้อมวั่งฉีไถอย่างดุดัน!
ด้านนอกของป้อมวั่งฉีไถ ก็คือภูเขา แม้จะสูงชันไปสักหน่อย แต่การปีนลงไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงใช้วิธีเดิม เอาเชือกหย่อนลงไป ก็สามารถหนีออกจากด่านหานกู่กวนได้อย่างราบรื่น!
เสียงต่อสู้เหนือศีรษะสงบลงอย่างรวดเร็ว หวงเฉิงโผล่หน้าออกมา แล้วส่งสัญญาณเรียก เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเขาได้จัดการกับทหารจำนวนน้อยนิดบนยอดป้อมไปเรียบร้อยแล้ว…
ทุกคนจึงเดินเรียงแถวเข้าไป มุ่งหน้าขึ้นไปยังบนป้อมวั่งฉีไถ
เฟยเฉียนกำลังคลำไปตามกำแพง อาศัยแสงสลัวๆ ที่ลอดผ่านหน้าต่างทั้งสองด้าน เดินขึ้นบันไดภายในป้อมวั่งฉีไถ จู่ๆ ก็เห็นว่าในห้องเล็กๆ ข้างๆ ป้อมวั่งฉีไถ มีสิ่งของที่มีลักษณะคล้ายไหสุราวางอยู่ อีกทั้งในอากาศก็ดูเหมือนจะมีกลิ่นแปลกๆ ลอยฟุ้งอยู่…
เฟยเฉียนเดินเข้าไปใกล้ไห เปิดฝาไหออก เอานิ้วแตะของเหลวข้างในมาดมดู ก็ต้องตกใจสุดขีด มันคือน้ำมันเชื้อเพลิง!
บ้าเอ๊ย!
เฟยเฉียนเห็นหวงซวี่ยังคงถือคบเพลิงเดินมา จึงรีบตะโกนเสียงต่ำ “อย่าเข้ามา! มันคือน้ำมันเชื้อเพลิง!”
ทันใดนั้นทุกคนก็ชะงักงันไปด้วยความตกใจ สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ห้องเล็กๆ ต่างก็รู้สึกขนลุกซู่!
หากเมื่อครู่พลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ปล่อยให้สะเก็ดไฟกระเด็นมาที่นี่ล่ะก็…
ยิ่งไปกว่านั้น น้ำมันเชื้อเพลิงที่นี่ยังมีมากขนาดนี้! มิน่าเล่าบนป้อมวั่งฉีไถถึงไม่จุดคบเพลิง ปล่อยให้เฟยเฉียนและคนอื่นๆ แอบเข้ามาใกล้ได้อย่างง่ายดาย
ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่นี่ มากเกินกว่าปริมาณที่เก็บไว้ในด่านเมืองทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
ในยุคราชวงศ์ฮั่นไม่มีการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม น้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไปมักจะสกัดมาจากไขมันพืชหรือสัตว์ ต้นทุนจึงไม่ใช่น้อย การจะรวบรวมน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ…
“ระวังตัวกันหน่อย!” แท้จริงแล้วไม่ต้องให้เฟยเฉียนเตือนเป็นพิเศษ ทุกคนก็เดินผ่านบริเวณนี้ไปอย่างระมัดระวังอยู่แล้ว โดยเฉพาะหวงซวี่ที่ถือคบเพลิงอยู่ เขารีบถอยออกไป โยนคบเพลิงทิ้งไปไกลๆ แล้วจึงปีนขึ้นไปบนป้อมวั่งฉีไถ
เฟยเฉียนปีนขึ้นไปบนป้อมวั่งฉีไถ ป้อมวั่งฉีไถไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่เชิงเทินรอบๆ ถูกสร้างไว้ค่อนข้างสูง ยื่นออกไปนอกกำแพงเมืองฝั่งตะวันออก ตรงกลางป้อมวั่งฉีไถ มีการสร้างป้อมปราการขนาดเล็ก ศพห้าหกศพนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น หวงเฉิงยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของป้อมวั่งฉีไถ กำลังเกาะเชิงเทินมองออกไปนอกด่านหานกู่กวน…
ป้อมวั่งฉีไถก็เหมือนกับป้อมจีหมิงไถ ล้วนเป็นสิ่งก่อสร้างที่แยกตัวออกมาจากกำแพงเมืองฝั่งตะวันออกและยื่นออกไปนอกกำแพงเมือง มีไว้เพื่อขยายพื้นที่ในการโจมตีศัตรูที่เข้าตีกำแพงเมืองฝั่งตะวันออก
เมื่อมองจากมุมของป้อมวั่งฉีไถ ก็จะสามารถมองเห็นอุโมงค์ประตูเมืองฝั่งตะวันออกที่มืดมิดได้พอดิบพอดี
ป้อมวั่งฉีไถคือป้อมที่อยู่ลึกที่สุด ส่วนป้อมจีหมิงไถจะต่ำกว่าเล็กน้อย แม้ว่าการจะปีนขึ้นป้อมจีหมิงไถและป้อมวั่งฉีไถจากนอกด่านหานกู่กวน จะเป็นภารกิจที่แทบเป็นไปไม่ได้ แต่การไถลลงมาตามภูเขา แม้จะมีความลาดชันมากไปหน่อย แต่ขอเพียงกะมุมให้ดี และยังมีเชือกช่วยลดความเร็วได้…
แม้เชือกจะยาวไม่พออย่างเห็นได้ชัด แต่ก็เพียงพอแล้ว ถัดลงไปก็มีความสูงเพียงคนกว่าๆ เท่านั้น เมื่อถึงปลายเชือกก็สามารถกระโดดลงไปได้เลย ขอเพียงระมัดระวังสักหน่อย ความอันตรายก็ไม่ได้มากนัก…
เฟยเฉียนหันกลับไปมองความวุ่นวายภายในด่านหานกู่กวน ไฟที่ลุกไหม้คลังหลวงในเมืองชั้นในได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนไปมากมาย ส่วนทหารที่เดิมทีค้นหาตามถนน เมื่อมารวมตัวกันที่กลางเมืองแล้ว ก็เปลี่ยนทิศทางไปค้นหาที่หุบเขาทางทิศใต้ของเมือง…
นายด่านเจิ้ง ก่อนหน้านี้ท่านมอบเปลวเพลิงให้ข้า มาบัดนี้ ก็ถึงตาข้าที่จะมอบเปลวเพลิงคืนให้ท่านบ้าง เปลวเพลิงกองใหญ่เสียด้วย…
หากจะให้เผาเสบียง เฟยเฉียนก็ยังคงรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่ตอนนี้การเผาหอประตูเมือง อืม ก็ยังมีความรู้สึกผิดอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็มีความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ทำลายล้างอยู่ด้วย
มนุษย์ทุกคนล้วนมีความปรารถนาที่จะทำลายล้าง เฟยเฉียนก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น แต่ในสังคมยุคหลังที่ถูกสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กจนโต แค่จุดไม้ขีดไฟเผากระดาษเศษก็ยังดึงดูดความสนใจของผู้คนได้มากมาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการวางเพลิงครั้งใหญ่เช่นนี้
แต่บัดนี้…
แม้กำแพงเมืองฝั่งตะวันออกส่วนใหญ่จะสร้างด้วยดิน หิน และอิฐ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่เป็นไม้ เช่น ท่อนไม้ทิ้งดิ่งและหอประตูเมือง
คืนนี้ที่ต้องเฉียดเป็นเฉียดตายมา ทำให้ความโหดเหี้ยมในใจของเฟยเฉียนถูกกระตุ้นออกมา
เผา! เผา! เผา!
ราวกับมีเสียงในใจร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่งไม่หยุด เฟยเฉียนมองดูสถานการณ์รอบด้าน เสียงต่อสู้เมื่อครู่เห็นได้ชัดว่าทำให้ทหารจับสังเกตได้ถึงความผิดปกติที่นี่ ตอนนี้มีทหารวิ่งเข้าไปในเมือง น่าจะไปรายงานให้เจิ้งหยิวทราบ และยังมีทหารที่ดูเหมือนหัวหน้าหมวดสองสามคนกำลังรวบรวมกำลังคนมุ่งหน้ามาทางนี้…
อืม ยังมีเวลา!
เฟยเฉียนให้หวงซวี่หยิบคบเพลิงที่ถูกโยนออกไปนอกป้อมวั่งฉีไถมาโยนทิ้งไปนอกด่าน และให้คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคตาบอดกลางคืน โหนเชือกลงจากป้อมวั่งฉีไถเพื่อออกจากด่านหานกู่กวนไปก่อน
ด้านหนึ่งให้คนที่อยู่นอกด่านไปหยิบคบเพลิง ฉีกเสื้อผ้าบางส่วนมาทำเป็นลูกธนูไฟ อีกด้านหนึ่งก็ให้คนที่ยังอยู่บนป้อมวั่งฉีไถเปิดฝาไหบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง แล้วกลิ้งไหไปตามแนวกำแพงเมือง เพื่อสาดน้ำมันให้เป็นทางยาว…
อย่างไรเสียไหน้ำมันเชื้อเพลิงก็มีมากมาย เฟยเฉียนทำตัวราวกับศิลปินแนวนามธรรม ปล่อยให้คนสาดน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างอิสระเสรี
“ยังมีประตูเมืองอีก!” เฟยเฉียนชี้ไปที่ประตูเมืองทิศตะวันออกของด่านหานกู่กวนแล้วตะโกน อย่างไรเสียตอนนี้ความก็แตกแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป!
หวงเฉิงหิ้วไหน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นมา ชั่งน้ำหนักดู จากนั้นก็เทออกไปครึ่งไหทางด้านในกำแพงเมืองฝั่งตะวันออก แกว่งไหไปมาสองรอบ แล้วปล่อยมือ ไหที่เหลือน้ำมันอยู่ครึ่งหนึ่งก็พุ่งเฉียงๆ เข้าไปในอุโมงค์ประตูเมืองพอดิบพอดี เสียง “เพล้ง” ดังขึ้น ไหแตกกระจาย น้ำมันเชื้อเพลิงสาดกระเซ็นไปทั่ว…
เฟยเฉียนรีบช่วยหยิบไหมาเทน้ำมันลงไปด้านในกำแพงเมืองฝั่งตะวันออกเช่นกัน อย่างไรเสียด้านในกำแพงเมืองฝั่งตะวันออกด้านนี้ก็คือที่ว่าการของเจิ้งหยิว เผาแล้วก็ไม่มีความรู้สึกผิดแต่อย่างใด
หวงเฉิงและหวงซวี่ผลัดกันโยนไหน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปในอุโมงค์ประตูเมือง แม้แต่ละครั้งจะมีน้ำมันเพียงครึ่งไห แต่เมื่อโยนติดต่อกันเจ็ดแปดไห ทั่วทั้งอุโมงค์ประตูเมืองก็เต็มไปด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง
เฟยเฉียนเห็นทหารภายในด่านเริ่มรวมตัวกันภายใต้การสั่งการของเจิ้งหยิว และกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ก็หัวเราะหึๆ ถีบไหแตกไปอีกสองใบ เป็นการทิ้งท้าย ก่อนจะร้องเรียก แล้วจับเชือกที่ห้อยลงมาจากป้อมวั่งฉีไถ โหนตัวลงมา แต่เนื่องจากควบคุมแรงไม่ดี จึงโหนสูงไปหน่อย ทำให้ต้องกระแทกกับกำแพงเมืองสองครั้ง กว่าจะลงมาถึงด่านหานกู่กวนก็ทำเอาหน้าเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
จากนั้นคนที่เหลือบนป้อมวั่งฉีไถก็ทยอยกันลงมา หวงเฉิงเป็นคนสุดท้าย เขามองดูทหารที่แห่กันมาจากกำแพงเมืองทิศตะวันออก ซึ่งคนแรกก็เกือบจะถึงป้อมวั่งฉีไถแล้ว จึงหัวเราะลั่น พลิกตัวกระโดดลงมา มือหนึ่งจับเชือก สองเท้าเหยียบสลับกันไปมาบนภูเขาเพื่อลดความเร็ว ก่อนจะลงสู่พื้นอย่างสง่างาม ช่างต่างจากสภาพอันทุลักทุเลของเฟยเฉียนราวฟ้ากับเหว
ทันทีที่หวงเฉิงลงถึงพื้น เขาก็คว้าคันธนูพร้อมลูกศรไฟที่คนด้านข้างส่งมาให้…
ลูกศรไฟแหวกอากาศเป็นวิถีโค้งอันพิสดาร ก่อนจะตกลงบนป้อมวั่งฉีไถอย่างแม่นยำราวกับจับวาง เพียงชั่วพริบตา เปลวไฟก็ลุกโชนขึ้น และลุกลามไปตามคราบน้ำมันอย่างรวดเร็ว!
ตั้งแต่ป้อมวั่งฉีไถไปจนถึงประตูเมืองทิศตะวันออก กำแพงเมืองฝั่งตะวันออกกว่าครึ่งตกอยู่ในกองเพลิงอันร้อนระอุ!
เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้เจิ้งหยิวคิดจะออกจากด่านมาไล่ล่า ก็ต้องรอให้ไฟที่ประตูเมืองดับลงเสียก่อนถึงจะทำได้ ส่วนตอนนี้ ก็ทำได้เพียงเบิกตากว้างมองดูเท่านั้น…
เฟยเฉียนตะโกนลั่น “ไปมาหาสู่กัน ย่อมต้องตอบแทน! รบกวนนายด่านเจิ้งมาส่งแล้ว!”
หวงเฉิงและคนอื่นๆ ก็ตะโกนตามว่า “ไปมาหาสู่กัน ย่อมต้องตอบแทน! รบกวนนายด่านเจิ้งมาส่งแล้ว! ฮ่าๆๆๆ!”
เปลวไฟพวยพุ่ง สะท้อนให้เห็นใบหน้าของเจิ้งหยิวที่บิดเบี้ยวไปมา…

0 Comments