You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ทางฝั่งเหนือของแม่น้ำฮวงโห มีท่าข้ามที่ไม่เชิงเป็นท่าข้าม สถานที่แห่งนี้จะมีทางข้ามได้ก็เฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงน้ำลดเท่านั้น พอเข้าฤดูใบไม้ผลิเมื่อฝนตก ระดับน้ำก็จะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับโขดหินสองฝั่งที่สูงชัน และกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ทำให้ชายหาดเล็กๆ ที่เดิมทีก็เล็กอยู่แล้วถูกน้ำท่วมมิด จึงไม่สามารถใช้เป็นจุดข้ามแม่น้ำได้อีก

บัดนี้ ท่ามกลางชายหาดเล็กๆ สองฝั่งแม่น้ำ มีการนำเชือกเส้นใหญ่มาผูกโยงเรือลำเล็กๆ นับสิบศิบลำเข้าด้วยกัน จากนั้นก็ปูแผ่นไม้ทับลงไป เกิดเป็นสะพานลอยน้ำชั่วคราวที่มีลักษณะโค้งงอ

ชายร่างกำยำคนหนึ่ง กำลังใช้น้ำจากแม่น้ำฮวงโหฝนมีดหวนโส่วที่มีรอยบิ่นเล็กน้อยของตนอยู่อย่างระมัดระวัง มีดหวนโส่วเล่มนี้ผ่านการใช้งานมานานแล้ว หากฝนแรงเกินไป ก็อาจจะทำให้ตัวมีดเสียหายได้

มีดเล่มนี้เป็นของขวัญจากบิดา ในตอนนั้นเขาเพิ่งจะสามารถฆ่าหมาป่าป่าตัวแรกได้ด้วยตัวเองเพียงลำพัง แม้ว่ามันจะเป็นเพียงหมาป่าแก่ๆ ที่หลงฝูง แต่ก็ยังคงมีความดุร้ายและเจ้าเล่ห์อยู่มาก

ในตอนนั้นบิดาของเขาดีใจมาก จึงมอบมีดเล่มนี้ให้แก่เขาเป็นการส่วนตัว

สิ่งของจากราชวงศ์ฮั่นนั้นล้วนมีคุณภาพดี โดยเฉพาะอาวุธยุทโธปกรณ์ ยิ่งเป็นมีดหวนโส่วที่ใช้ในกองทัพ ทั้งแข็งแกร่งและคมกริบ เพียงครั้งแรกที่เขาได้จับมัน เขาก็ตกหลุมรักมันเข้าอย่างจัง ถึงขนาดเวลานอนก็ยังกอดมีดพร้อมปลอกเอาไว้แน่น…

แต่มีดเมื่อใช้ไปนานๆ ก็ย่อมต้องเก่า ย่อมต้องมีรอยบิ่น เหมือนกับบิดาของเขา…

บิดาของเขาก็เปรียบเสมือนมีดหวนโส่วที่แข็งแกร่งและทนทาน แต่ท้ายที่สุดก็ต้องแก่ชรา เป็นสนิม และถูกสังหารในที่สุด

ชายผู้นั้นกัดฟันลุกขึ้นยืน หรี่ตามองคมมีดสะท้อนแสงแดด จากนั้นก็กำมีดหวนโส่ว ฟันกลางอากาศติดต่อกันหลายครั้ง เริ่มจากช้าๆ แล้วค่อยๆ เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนการฟันครั้งสุดท้าย เร็วเสียจนเห็นเพียงประกายมีดพาดผ่าน…

อยากจะใช้มีดเล่มนี้ฟันคอคนที่ฆ่าบิดาให้ขาดกระเด็นนัก!

แต่กลับไปไม่ได้ กลับไปไม่ได้แล้ว…

เทพเจ้าฉางลี่ (เทพแห่งท้องฟ้า) เป็นพยาน! ข้า อวี๋ฝูหลัว ไม่ว่าจะอย่างไร จะต้องนำหัวของศัตรูมาเซ่นไหว้บิดาด้วยมือของข้าเองให้จงได้! จะใช้เลือดจากหัวใจของมันมาลบล้างความเศร้าโศกของข้า!

“ท่านผู้นำ พวกเราต้องเชื่อฟังคำพูดของชาวฮั่นคนนั้นจริงๆ หรือ?” ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับอวี๋ฝูหลัวเอ่ยถามขึ้น

อวี๋ฝูหลัวค่อยๆ เก็บมีดเข้าฝัก แล้วกล่าวว่า “แล้วจะให้ทำอย่างไรได้?” น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความรู้สึกจนใจ

อวี๋ฝูหลัวเป็นบุตรชายของเชียงฉวี ผู้นำเผ่าซยงหนูใต้

ในปีที่สี่ของรัชศกจงผิง ซยงหนูใต้ได้รับการเรียกตัวจากราชวงศ์ฮั่นให้ไปปราบปรามจางฉุน ผู้ที่แอบอ้างตนเป็นอ๋องมีเทียนอันติ้ง อวี๋ฝูหลัวได้นำกองทัพลงใต้ไปร่วมรบ แต่โชคไม่ดีที่ในปีถัดมา เชียงฉวี ผู้นำเผ่าที่ยังคงอยู่ที่ราชสำนักซยงหนูใต้ กลับถูกยึดอำนาจและถูกสังหาร พวกกบฏได้แต่งตั้งซวีปู่กู่ตู้โหวขึ้นเป็นผู้นำเผ่าคนใหม่

อวี๋ฝูหลัวซึ่งเดิมทีดำรงตำแหน่งอ๋องฝ่ายขวาของซยงหนูใต้ เมื่อได้รับข่าวก็โกรธแค้นเป็นอย่างมาก และได้รับการเสนอชื่อจากเผ่าให้ขึ้นเป็น “ผู้นำเผ่าจื้อซือจูโหว” และหันไปขอความช่วยเหลือจากราชวงศ์ฮั่น

แต่นึกไม่ถึงว่าประจวบเหมาะกับที่ฮั่นหลิงตี้กำลังประชวรหนัก ไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ เรื่องนี้จึงถูกผัดผ่อนมาโดยตลอด และยิ่งนานวันเข้า จนถึงบัดนี้ ราชสำนักฮั่นก็ยังไม่มีคำตอบอย่างเป็นทางการให้เขาเลย

แม้ผู้คนหลายพันคนในเผ่าจะสามารถใช้นมวัวนมแกะประทังชีวิตไปได้บ้าง แต่ก็ยังคงต้องการเสบียงอาหารอยู่ดี ยิ่งตอนนี้พวกเขาต้องการยืมชื่อและกองกำลังของราชวงศ์ฮั่นเพื่อกลับไปแย่งชิงอำนาจที่ราชสำนักซยงหนูใต้คืนมา จึงไม่อาจแตกหักกับราชวงศ์ฮั่นได้ง่ายๆ จึงต้องทนอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้…

โชคดีที่ในแถบนี้ยังมีกองกำลังกบฏโพกผ้าเหลืองที่หลงเหลืออยู่อย่างกองทัพไป๋ปัว ดังนั้นก่อนหน้านี้เมื่ออวี๋ฝูหลัวขาดแคลนเสบียงจริงๆ เขาก็แกล้งทำเป็นกองทัพไป๋ปัว ออกปล้นสะดมไปทั่ว อย่างไรเสียแค่ถอดเสื้อขนแกะออก แล้วเอาผ้าเหลืองมาโพกหัวก็สิ้นเรื่อง…

แต่เมื่อทำแบบนี้บ่อยเข้า ขุนนางท้องถิ่นในเขตเหอตงก็เริ่มจับได้ แต่ที่แปลกก็คือ คนที่จับได้ไม่เพียงแต่จะไม่ส่งหนังสือมาตำหนิ และไม่ส่งทหารมาปราบปราม แต่กลับส่งคนนำเสบียงมาให้จำนวนหนึ่งเป็นระยะๆ แม้จะไม่มากพอให้อวี๋ฝูหลัวพากองทัพกลับไปตีราชสำนักซยงหนูใต้ได้ แต่ก็พอประทังชีวิตคนในเผ่าไม่ให้อดตาย และยังบอกอีกว่าหากมีธุระอะไรค่อยมาคุยกัน

บัดนี้โอกาสนั้นก็มาถึงแล้ว พวกเขาต้องการให้อวี๋ฝูหลัวนำทัพข้ามแม่น้ำลงใต้จากจุดข้ามแม่น้ำที่ซ่อนเร้นในเขตเมืองเหอตงแห่งนี้ และย่อมต้องมีคนคอยรับรองอยู่แล้ว

“ข้าจะนำกำลังคนหนึ่งพันข้ามแม่น้ำไป ที่นี่ฝากเจ้าดูแลด้วย… ดูแลคนในเผ่าให้ดี…” อวี๋ฝูหลัวกล่าวกับหูฉู่เฉวียน หูฉู่เฉวียนเป็นน้องชายของอวี๋ฝูหลัว ในเมื่ออวี๋ฝูหลัวได้ขึ้นเป็น “ผู้นำเผ่าจื้อซือจูโหว” จากตำแหน่งอ๋องฝ่ายขวาแล้ว ตำแหน่งอ๋องฝ่ายขวานี้จึงตกเป็นของหูฉู่เฉวียน

เดิมทีตำแหน่งเจ้าเมืองเหอตงเคยเป็นของต่งจั๋ว ฮั่นหลิงตี้ตั้งใจจะใช้ตำแหน่งนี้เพื่อลดทอนอำนาจการควบคุมทหารซีเหลียงของต่งจั๋ว แต่นึกไม่ถึงว่าต่งจั๋วจะไม่ยอมมารับตำแหน่ง ดังนั้นตำแหน่งเจ้าเมืองเหอตงจึงว่างเว้นมาโดยตลอด ฮั่นหลิงตี้ก็ไม่อาจหาใครมาแทนได้ทันที

แต่ยังไม่ทันที่ฮั่นหลิงตี้จะคิดหาทางออกได้ เขาก็มาด่วนสวรรคตไปเสียก่อน ส่วนต่งจั๋วก็ฉวยโอกาสเข้ายึดครองลั่วหยาง และตั้งตนเป็นอัครมหาเสนาบดี ดังนั้นเมืองเหอตงจึงไม่มีเจ้าเมืองอย่างเป็นทางการมาจนถึงปัจจุบัน การบริหารจัดการทั้งหมดจึงตกอยู่ในการดูแลของขุนนางท้องถิ่น

อวี๋ฝูหลัวรู้ดีว่าชาวฮั่นที่ส่งมาติดต่อเขาเป็นเพียงลูกน้องระดับล่าง ผู้ที่บงการอยู่เบื้องหลังนั้นซ่อนตัวอยู่ในความมืด แต่เขาก็รู้เพียงแค่นั้น เขาพยายามจะสืบหาตัวผู้บงการที่แท้จริงผ่านชาวฮั่นคนนี้อยู่หลายครั้ง ถึงขั้นเคยส่งคนไปแอบสะกดรอยตาม แต่ก็ไม่เคยได้ผล…

ครั้งนี้แม้จะรู้ว่ามีความเสี่ยงอย่างแน่นอน แต่ชาวฮั่นคนนั้นก็รับปากว่าจะให้เสบียงอาหารจำนวนมาก และยังตกลงที่จะมอบอาวุธและชุดเกราะให้อีก ซึ่งสำหรับอวี๋ฝูหลัวที่ปรารถนาจะกลับไปทวงแค้นที่ราชสำนักซยงหนูใต้นั้น ถือเป็นข้อเสนอที่เย้ายวนใจเป็นอย่างมาก

และที่สำคัญ สิ่งของที่ปล้นมาได้ทั้งหมด ก็จะตกเป็นของอวี๋ฝูหลัวด้วย

ข้อแลกเปลี่ยนก็คือ อวี๋ฝูหลัวจะต้องแกล้งทำตัวเป็นโจรโพกผ้าเหลืองอีกครั้ง…

หูฉู่เฉวียนคุกเข่าลงกับพื้น จุมพิตที่รองเท้าของอวี๋ฝูหลัว แล้วกล่าวว่า “ขอท่านผู้นำโปรดวางใจ! เทพเจ้าฉางลี่เป็นพยาน! ข้า หูฉู่เฉวียน จะปกป้องคนในเผ่าเป็นอย่างดี และรอคอยท่านผู้นำกลับมาพร้อมชัยชนะ!”

อวี๋ฝูหลัวพยักหน้า นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้มือเคาะฝักดาบเบาๆ และเริ่มร้องเพลงพื้นบ้านของซยงหนูด้วยน้ำเสียงสูงต่ำสลับกันไปมา เสียงเพลงนั้นช่างดูโบราณและเศร้าสร้อย ราวกับเสียงสายลมที่พัดผ่านทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ และสะอื้นไห้อยู่บนฟากฟ้า…

ค่อยๆ คนซยงหนูใต้คนอื่นๆ ก็เริ่มร้องเพลงตาม หลายคนถึงกับน้ำตาคลอเบ้า นั่นคือทุ่งหญ้าที่พวกเขารักและคิดถึง นั่นคือบ้านเกิดที่พวกเขารักยิ่ง ที่นั่นมีฝูงวัวฝูงแกะมากมาย ที่นั่นมีหญิงสาวที่น่ารัก…

บัดนี้พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับฝูงวัวฝูงแกะที่หลงทาง อยากกลับบ้านเกิด แต่ก็หาทางกลับไม่เจอ

อวี๋ฝูหลัวร้องเพลงไปพลาง ถอดเสื้อคลุมขนแกะออกแล้วส่งให้หูฉู่เฉวียน จากนั้นก็หยิบผ้าโพกหัวสีเหลืองมาพันหัว จูงม้าของตน แล้วเดินขึ้นไปบนสะพานลอยน้ำ ด้านหลังของเขาคือผู้คนในเผ่า คือพี่น้องที่จากบ้านเกิดเมืองนอนมาไกล เขาเป็นคนพาพวกเขาก้าวออกมา เขาก็ต้องรับผิดชอบพากลับไปให้ได้ทั้งหมด

จากนั้น คนซยงหนูใต้อีกหนึ่งพันคนก็เดินตามอวี๋ฝูหลัวไป ถอดเสื้อคลุมขนแกะออก มอบให้ญาติมิตรที่อยู่เบื้องหลัง โพกผ้าเหลืองที่หัว ร้องเพลงพลางจูงม้า เดินตามอวี๋ฝูหลัวข้ามแม่น้ำไป…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note