You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ผางถ่งแค่นเสียงหัวเราะ “ฮ่า” ออกมา กล่าวว่า “นี่ไม่เห็นจะยากเลย ความจริงก็คือหลิวเปี่ยวอยากจะลงมือกับจิงหนานแล้วล่ะสิ!” พูดไปพลางส่ายหัวไปพลาง ดูท่าทางภาคภูมิใจมาก

เฟยเฉียนถึงกับอยากจะเข้าไปเขกหัวโตๆ ของผางถ่งสักที อยากรู้ว่าข้างในมันบรรจุอะไรที่ต่างจากคนอื่นไว้ ทำไมตัวเองถึงคิดไม่ออกนะ?

แต่พอผางถ่งพูดมาแบบนี้ เฟยเฉียนก็เข้าใจได้ทันที ดูจากรูปการณ์แล้ว หลิวเปี่ยวคงอยากจะใช้โอกาสนี้ลงมือกับพื้นที่จิงหนานจริงๆ

ในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก จิงโจวแบ่งออกเป็นเจ็ดเมือง (จวิ้น) ได้แก่ หนานหยาง หนานจวิ้น เจียงเซี่ย หลิงหลิง กุ้ยหยาง อู่หลิง และฉางซา ตอนนี้เมืองหนานหยางอยู่ในมือของหยวนซู่ ต่อให้หลิวเปี่ยวจะรู้ว่าหนานหยางมั่งคั่งเพียงใด ก็ทำอะไรไม่ได้ เมืองเจียงเซี่ยเป็นถิ่นของหวงจู่ หยั่งรากลึกมั่นคง ย่อมไม่สามารถแตะต้องได้ง่ายๆ เช่นกัน

ปัจจุบันเมืองหลิงหลิง กุ้ยหยาง อู่หลิง และฉางซา ยังอยู่นอกเหนือการควบคุมของหลิวเปี่ยว แม้ในนามจะยอมรับหลิวเปี่ยว แต่ในความเป็นจริง หลิวเปี่ยวมาถึงจิงเซียงตั้งนานแล้ว สี่เมืองทางใต้ของจิงโจวนี้ก็ยังไม่ส่งคนมาแสดงความยินดี และไม่ส่งหนังสือราชการใดๆ มาเพื่อแสดงท่าทีเลย ราวกับว่าไม่มีหลิวเปี่ยวอยู่ในสายตา ยังคงทำตามอำเภอใจเหมือนเดิม

สิ่งนี้ย่อมทำให้หลิวเปี่ยวไม่พอใจ

แม้จะบอกว่าผู้ตรวจการรัฐ (ซื่อสื่อ) กับผู้ว่าการรัฐ (โจวมู่) จะมีระดับต่างกันขั้นหนึ่ง แต่ก็อย่าคิดว่าผู้ตรวจการรัฐจะเป็นแค่ตำแหน่งลอยๆ นะ!

เดิมทีหนานหยางมีหยวนซู่ตั้งทัพอยู่ แถมยังเลี้ยงดูซุนเจี๋ยนไว้ ต่อให้หลิวเปี่ยวจะมีความคิดอย่างไรก็ต้องทน แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว หยวนซู่ยกทัพต่อต้านต่งจั๋ว ดังนั้นขอเพียงหลิวเปี่ยวแสดงท่าทีว่ายืนอยู่บนแนวรบต่อต้านต่งจั๋วเดียวกับหยวนซู่ อย่างน้อยในช่วงแรกของการเป็นพันธมิตร หยวนซู่ก็คงไม่กล้าทำเรื่องที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของคนทั้งแผ่นดิน โดยการชิงก่อความวุ่นวายภายในก่อนที่ศัตรูภายนอกจะถูกกำจัด

ดังนั้นตอนนี้จึงเป็นโอกาสดีที่สุดที่หลิวเปี่ยวจะยกทัพลงใต้เพื่อสยบสี่เมืองทางใต้ของจิงโจว

เฟยเฉียนลองนึกย้อนถึงความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ ดูเหมือนว่าหลิวเปี่ยวจะไม่ได้ส่งทหารไปร่วมปราบต่งจั๋วจริงๆ ดูท่าทูตอย่างเขาคงจะไปได้จังหวะพอดี หากไม่มีเขา เกรงว่าหลิวเปี่ยวก็คงส่งคนอื่นไปทำหน้าที่นี้อยู่ดี…

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทหารแปดร้อยนายของหลิวเปี่ยวก็อาจจะพอใช้ประโยชน์ได้บ้าง…

แต่ตอนนี้เขายังมีเรื่องที่ต้องเตรียมตัวอีกมาก อย่างแรกคือต้องกลับไปที่เรือนลี้ลับของตระกูลหวงก่อน แล้วค่อย…

เฟยเฉียนไม่ได้บอกแผนการทั้งหมดให้ผางถ่งฟัง เพียงแต่บอกว่าจะรับหน้าที่เป็นทูตให้หลิวเปี่ยวเท่านั้น อย่างไรเสียตอนนี้ผางถ่งยังอายุน้อย หากเป็นเรื่องในจิงเซียง ผางถ่งคงจะคุ้นเคยดี หากมีข้อสงสัยเรื่องธรรมเนียมปฏิบัติ ถามผางถ่งก็คงไม่มีปัญหา แต่หากเป็นสถานการณ์นอกจิงเซียง เด็กอายุสิบกว่าขวบ ต่อให้ฉลาดแค่ไหนก็ยังต้องอาศัยเวลาสั่งสมประสบการณ์ จึงจะสามารถบรรจุเรื่องราวของคนทั้งแผ่นดินไว้ในหัวได้

ส่วนจ่าวจือก็เช่นกัน ปล่อยให้อยู่ที่นี่ไปก่อนเถอะ…

ไท่สื่อหมิงยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะให้ตามไปด้วย คิดได้ดังนี้ เฟยเฉียนจึงกล่าวกับผางถ่งว่า “ซื่อหยวน ข้ายังต้องไปบ้านตระกูลหวงอีกรอบ จากนั้นก็คงออกเดินทางเลย คงไม่ได้มาลาเจ้าแล้ว… อยู่ทางนี้ ก็อย่ารังแกจื่อเจี้ยนให้มากนักล่ะ…”

“ได้ๆ! รู้แล้วล่ะ คนที่ชอบรังแกคนอื่นที่สุดคือท่านต่างหาก! พูดซะเหมือนข้าชอบรังแกคนอื่นนักแหละ…”

เฟยเฉียนหัวเราะฮ่าๆ ไม่สนใจคำบ่นของผางถ่ง เดินตรงไปหาลุงฝู

“นายน้อย มีเรื่องอะไรหรือขอรับ?”

ลุงฝูยังคงยิ้มแย้มเช่นเคย ริ้วรอยทุกเส้นบนใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความเมตตา

เฟยเฉียนเพิ่งสังเกตเห็นว่าช่วงที่ผ่านมาเขาเอาแต่วุ่นวาย จนไม่ได้สนใจพ่อบ้านชราที่คอยดูแลเขามาตั้งแต่เขาทะลุมิติมาเลย…

เส้นผมสีขาวดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น ริ้วรอยก็ลึกขึ้น…

“ลุงฝู ข้าต้องเดินทางไกล…”

ลุงฝูชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็กล่าวว่า “…ถ้าอย่างนั้นข้าไปช่วยนายน้อยเก็บสัมภาระนะขอรับ…” พูดจบก็ทำท่าจะเดินเข้าไปในห้องของเฟยเฉียน

“ไม่ต้องๆ ลุงฝู ข้าเก็บเรียบร้อยแล้ว…” เฟยเฉียนรีบดึงลุงฝูไว้ แล้วกล่าวว่า “อีกอย่าง การเดินทางครั้งนี้ข้าเป็นทูตของท่านหลิว ไม่สะดวกที่จะนำสัมภาระไปมากนัก…”

“อ้อ อ้อ เป็นทูตนี่เอง…” ลุงฝูพยักหน้า ก่อนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ จึงเอ่ยอย่างลังเลว่า “ถ้าอย่างนั้น… นายน้อย แล้ว… ไปเป็นทูต… ข้าตามไปด้วยได้ไหมขอรับ?” ลุงฝูยังคงรู้สึกเป็นห่วง หากได้ตามไปอยู่ข้างกายนายน้อย อย่างน้อยก็พอจะได้ดูแลบ้าง แม้เขาจะรู้ดีว่าการไปทำราชการแบบนี้ ไม่สมควรพาครอบครัวหรือคนรับใช้ไป แต่ลุงฝูก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามเพื่อความแน่ใจ…

เฟยเฉียนส่ายหน้า ไม่ได้พูดอะไร ถึงจะเป็นการส่งทูตธรรมดา ก็พาไปไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การไปเป็นทูต ยิ่งไม่สะดวกที่จะพาลุงฝูไปด้วย

แววตาของลุงฝูหม่นหมองลงเล็กน้อย แต่ก็ยังฝืนยิ้มกล่าวว่า “ใช่สิ นายน้อยไปทำราชการ จะพาข้าไปได้อย่างไร? ดูสิ ข้านี่เลอะเทอะจริงๆ…”

เฟยเฉียนดึงมือของลุงฝูมาจับไว้ สัมผัสได้ถึงรอยด้านบนฝ่ามือ ทั้งหยาบกร้านแต่ก็หนาและอบอุ่น ตอนที่เฟยเฉียนตื่นขึ้นมาในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออกเป็นครั้งแรก ฝ่ามือที่วางทาบลงบนหน้าผากเพื่อวัดไข้ ก็คือฝ่ามือที่หยาบกร้าน เต็มไปด้วยรอยด้าน หนา และอบอุ่นคู่นี้นี่เอง

“…ลุงฝู ข้าแค่อยากจะถามว่า ช่วงที่ข้าไม่อยู่ ลุงอยากจะไปพักที่บ้านตระกูลหวง หรือจะพักอยู่ที่นี่…” ตามความคิดของเฟยเฉียน เขาอยากให้ลุงฝูไปอยู่กับตระกูลหวง เพราะลุงฝูอายุมากแล้ว บ้านตระกูลหวงมีคนเยอะ หากเจ็บไข้ได้ป่วยก็ยังมีคนคอยดูแล…

แต่ใครจะไปคิดว่าลุงฝูกลับตอบว่า “ข้าขออยู่ที่นี่แหละขอรับ จะได้ไม่ไปรบกวนบ้านตระกูลหวง ที่นี่อย่างไรก็ต้องมีคนคอยปัดกวาดทำความสะอาด อีกอย่างนายน้อยผางและนายน้อยท่านอื่นๆ ก็ล้วนเป็นคนดี นายน้อยวางใจเถอะขอรับ…”

ลุงฝูรู้ดีว่าเฟยเฉียนเป็นห่วง แต่ที่นี่คือสถานที่ที่ลุงฝูมองดูการก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่เศษไม้และก้อนอิฐทีละก้อน เขารู้สึกว่าที่นี่คือบ้านที่แท้จริง ต่อให้บ้านคนอื่นจะดีแค่ไหน ก็ไม่สบายใจเท่าบ้านของตัวเอง

“…เช่นนั้น ก็ดีเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปที่บ้านตระกูลหวงก่อน อีกไม่กี่วันก็จะออกเดินทางจากที่นั่นเลย ลุงก็ดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะ…” เฟยเฉียนตบหลังมือลุงฝูเบาๆ แล้วกล่าว

“นายน้อยวางใจเถอะ ข้าไม่เป็นไรหรอกขอรับ…”

จากนั้นเฟยเฉียนก็กลับเข้าห้องไปหยิบสัมภาระ ขึ้นรถม้า ขับออกไปได้ไม่ไกลนัก ก็ได้ยินเสียงลุงฝูตะโกนเรียกอยู่ด้านหลัง วิ่งเหยาะๆ ตามมา

ลุงฝูหอบหายใจแฮ่กๆ หอบเสื้อผ้าหลายตัว ห่อด้วยหนังสัตว์มาวางไว้บนรถม้า แล้วหอบหายใจพลางกล่าวว่า “นาย… นายน้อย… แฮ่ก… เสื้อผ้าก็ยังต้อง… เอาไปเยอะหน่อย หนังสัตว์นี่… ถ้าตอนกลางคืนนอน ก็เอาไว้ปูรอง จะได้ไม่หนาว… หรือไม่ก็ ข้าไปส่งนายน้อยที่บ้านตระกูลหวงก่อน แล้วค่อยกลับมาดีไหมขอรับ?”

“ไม่ต้องหรอกลุงฝู ข้าไปเองได้…” ในเมื่อลุงฝูไม่อยากพักที่บ้านตระกูลหวง จะให้ท่านเดินไปเดินมาให้เหนื่อยทำไม? “ลุงฝู ข้าไปแล้วนะ ลุงกลับไปเถอะ…”

“อ่า… ถ้างั้นก็ได้ นายน้อยเดินทางระวังตัวด้วยนะขอรับ… ข้าจะกลับแล้วล่ะ…”

แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ลุงฝูกลับไม่ยอมเดินกลับไปเลย ยืนนิ่งอยู่กับที่ รอจนเฟยเฉียนขับรถม้าออกไปไกลแล้ว ก็ยังคงโบกมือให้เฟยเฉียนเบาๆ…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note