ตอนที่ 120 ผางถ่งผู้เดินรับใช้
แปลโดย เนสยังผางถ่งมองม้วนไม้ไผ่ในมือด้วยท่าทีเหม่อลอย
ตอนนี้เขารู้สึกไม่ค่อยสบายตัว อารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก เดิมทีเขาตั้งใจว่าหลังจากที่เฟยเฉียนไม่อยู่สักสองสามวัน เขาจะได้พักผ่อนอย่างเงียบสงบ ไม่ต้องมีคนมาคอยเหน็บแนมกันไปมา แต่ทว่า กลับกลายเป็นว่าแม้เฟยเฉียนจะไม่อยู่ แต่ดูเหมือนจะมีคนขึ้นมาที่เขาหลู่ซานมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
เมื่อหลายวันก่อน มีชายคนหนึ่งชื่อชุยจวินมาขอเข้าพบ เมื่อมาถึงแล้วเห็นว่าเฟยเฉียนไม่อยู่ เขาก็ทิ้งนามบัตรไว้แล้วจากไป
และช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ก็มีชายอีกคนชื่อสวีฝู ถือนามบัตรของซือหม่าฮุยขึ้นเขามาพบผางเต๋อกง แล้วจู่ๆ ผางเต๋อกงก็จัดให้เขาพักที่เรือนไม้เสียอย่างนั้น…
ผางถ่งรู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้มาก เดิมทีเรือนไม้ก็มีพื้นที่จำกัดอยู่แล้ว จ่าวจือที่ดูเรียบร้อยและมีมารยาทดี อีกทั้งยังเป็นคนรู้จักของเฟยเฉียนมาก่อน การจะให้เขาพักด้วย ผางถ่งก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ตอนนี้กลับมีชายหนวดเครารุงรัง หน้าตาดุดันโผล่มา แถมยังได้พักที่นี่ด้วย นี่มันเรื่องอะไรกัน?
แม้ว่านี่จะเป็นความประสงค์ของผางเต๋อกง และผางถ่งก็ไม่อาจขัดข้องได้ แต่เขาก็ไม่วายที่จะใช้ความรู้ความสามารถด้านตำราคัมภีร์ ประวัติศาสตร์ ปรัชญา และบทประพันธ์ที่เขามี สร้างความเสียหายอย่างหนักหน่วงให้กับชายผู้มาใหม่คนนี้ จนสวีฝูถึงกับต้องเดินเลี่ยงผางถ่งไปตลอดสองวันนี้…
ผางถ่งแอบคิดอย่างดูแคลนว่า พื้นฐานอ่อนหัดขนาดนี้ยังกล้ามาเดินเพ่นพ่านต่อหน้าข้าอีกหรือ ต้องรู้ไว้นะว่าแม้แต่คนอย่างเฟยเฉียน เฟยจื่อเยวียน ก็ยังสู้ข้าไม่ได้ในเรื่องนี้ แล้วคนหน้าแก่กว่าเฟยเฉียนอย่างเจ้าทำไมถึงได้อ่อนหัดยิ่งกว่าเสียอีก…
ช่างน่าเบื่อจริงๆ
ชีวิตที่ไร้คู่ปรับนี่มันช่างเงียบเหงาเสียจริง
ขณะที่ผางถ่งกำลังรำพึงรำพันอยู่นั้น จู่ๆ เขาก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งมาด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าเรือนไม้ เมื่อมองดูดีๆ ก็พบว่าเป็นช่ายเฝิง ผู้นำตระกูลช่าย ที่พาคนรับใช้มาเป็นขบวน!
ผางถ่งรีบออกไปต้อนรับ ทำความเคารพช่ายเฝิง ผู้นำตระกูลช่าย แล้วกล่าวว่า “ท่านผู้อาวุโสช่ายมาเยือน ข้าน้อยเสียมารยาทที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับ ขออภัยด้วยขอรับ!”
ช่ายเฝิงยิ้มแห้งๆ โบกมือ แล้วกล่าวว่า “ครั้งนี้ข้าแค่ผ่านมาทำธุระ จึงแวะมาเยี่ยมคารวะท่านผาง ไม่ทราบว่าท่านผางอยู่หรือไม่?”
แวะผ่านมาทำธุระ? บังเอิญขนาดนั้นเลยเชียว?
ผางถ่งพยักหน้ารับคำ นำทางช่ายเฝิงขึ้นเขา ในใจพลางคิดว่า ท่านเดินมาทางไหนถึงได้บังเอิญผ่านมาที่นี่ รอบๆ เขาหลู่ซานนี้ไม่มีคนของตระกูลช่ายอาศัยอยู่เลยไม่ใช่หรือ คงจะมาเพราะเรื่องของเฟยเฉียนก่อนหน้านี้กระมัง แล้วยังจะมาอ้างว่าแวะผ่านมาอีก…
ลองคิดดูสิ แผนเดิมของตระกูลช่ายคือการอาศัยจังหวะที่ตระกูลไคว่จัดการกับเฟยเฉียน เพื่อข่มขวัญตระกูลไคว่ที่เริ่มจะแผ่อิทธิพล และเพื่อให้เฟยเฉียนติดหนี้บุญคุณตระกูลช่ายด้วย อย่างไรเสียเฟยเฉียนก็ได้รับตำรา ‘ลิ่วเทา’ จากผางเต๋อกง ย่อมมีอนาคตที่ก้าวไกลแน่นอน การปูทางไว้แต่เนิ่นๆ ก็ถือเป็นเรื่องดี เผื่อวันหน้าอาจจะได้ใช้ประโยชน์
แต่ใครจะไปคิดว่าเฟยเฉียนกลับไม่ยอมใช้วิธีง่ายๆ ที่ตระกูลช่ายเสนอให้ แต่กลับไปหาตระกูลหวงแทน เพื่ออาศัยความได้เปรียบเรื่องช่างฝีมือของตระกูลหวงมาช่วยจัดการงานที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ ตระกูลช่ายก็ดูเหมือนจะเล่นผิดหมากเสียแล้ว
หลังจากดูลาดเลาอยู่สองสามวัน เมื่อเห็นว่าตระกูลผางและตระกูลหวงไม่ได้มีท่าทีอะไร แต่ช่ายเฝิง ผู้นำตระกูลช่ายก็คิดทบทวนดูแล้ว รู้สึกว่ายังไงก็ควรมาอธิบายให้ผางเต๋อกงเข้าใจ เพื่อไม่ให้ผางเต๋อกงเข้าใจผิดคิดว่าตระกูลช่ายกับตระกูลไคว่ร่วมมือกัน ดังนั้นเขาจึงจงใจแวะมาเยี่ยมคารวะผางเต๋อกงที่เขาหลู่ซาน
ส่วนช่ายเฝิงจะคุยอะไรกับผางเต๋อกงนั้น ผางถ่งไม่ได้สนใจ และเขาก็ไม่มีสิทธิ์ไปสนใจด้วย ดังนั้นหลังจากส่งช่ายเฝิงขึ้นเขาแล้ว ผางถ่งก็กลับมาที่เรือนไม้ แต่ยังไม่ทันจะได้นั่งพัก ก็มีคนมาอีกแล้ว…
“ที่แท้ก็ท่านซือหม่าฮุย!”
ผางถ่งรีบวิ่งออกไป ทำความเคารพซือหม่าฮุยอย่างมีมารยาท
แม้ผางถ่งจะยังไม่สนิทสนมกับซือหม่าฮุยมากนัก แต่ช่วงก่อนหน้านี้ที่เขาเห็นผางเต๋อกงสนทนากับซือหม่าฮุยอย่างถูกคอ เขาก็รู้ว่าซือหม่าฮุยคือปรมาจารย์ด้านคัมภีร์โบราณระดับแนวหน้า เขาจึงให้ความเคารพเป็นพิเศษ
“ดีๆ!” ซือหม่าฮุยหัวเราะร่วน มองผางถ่งสลับกับเรือนไม้ที่อยู่ด้านหลัง แล้วพูดว่า “ยอดเยี่ยม! หลานชาย เจ้าเป็นคนสร้างเรือนหลังนี้หรือ?”
ผางถ่งตอบพลางเชิญซือหม่าฮุยเข้าไปนั่งดื่มชาในเรือน “เรือนหลังนี้เฟยเฉียน เฟยจื่อเยวียน เป็นคนสร้างขอรับ”
ซือหม่าฮุยเดินเข้ามาในเรือนไม้ มองไปรอบๆ แล้วยิ้ม “ดีๆ! ช่างคิดค้นได้ยอดเยี่ยม!”
ขณะนั้นเอง สวีฝูที่ซ่อนตัวอ่านหนังสืออยู่ในห้องทองก็บังเอิญได้ยินเสียงของซือหม่าฮุย เขาจึงรีบเปิดประตูออกมาทำความเคารพซือหม่าฮุย
เมื่อซือหม่าฮุยเห็นว่าสวีฝูและผางถ่งพักอยู่ด้วยกันที่ตีนเขาหลู่ซาน แถมยังอยู่เรือนเดียวกัน เขาก็ยิ่งดีใจ พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “ดีๆ! แบบนี้ยิ่งดี!”
เดิมทีซือหม่าฮุยคิดว่าการให้สวีฝูถือนามบัตรของเขามา อย่างมากก็คงได้แค่จองคิวพบผางเต๋อกง เพราะเขารู้ดีว่าสวีฝูยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะพักอาศัยบนเขาหลู่ซาน อย่างมากก็คงต้องไปพักในเมืองเซียงหยางชั่วคราว หรือไม่ก็ไปเป็นลูกศิษย์ในปี้ยงที่หลิวเปี่ยวเพิ่งเปิดขึ้น
แต่นึกไม่ถึงว่าเฟยเฉียนจะสร้างเรือนไม้ไว้ที่ตีนเขา และสวีฝูก็พลอยได้รับผลพลอยได้ตามชื่อของเขา ได้รับอนุญาตจากผางเต๋อกงให้เข้าพักที่นี่ เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็สามารถรับฟังคำสั่งสอนจากผางเต๋อกงได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งดีกว่าไปเรียนในปี้ยงของหลิวเปี่ยวที่เน้นแต่เปลือกนอกตั้งหลายพันหลายหมื่นเท่า
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้อยู่ร่วมกับผางถ่ง หลานชายของผางเต๋อกง ได้แลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนาไปพร้อมกัน แบบนี้ซือหม่าฮุยยิ่งมองเห็นอนาคตที่สดใสของสวีฝูมากขึ้นไปอีก
ซือหม่าฮุยคิดในใจว่า ดูเหมือนว่าผางเต๋อกงจะเริ่มทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับเขาแล้วสินะ ถ้าอย่างนั้นเขาเองก็ต้องเร่งฝีเท้าขึ้นบ้างแล้วล่ะ…
ระหว่างที่กำลังคุยกัน ช่ายเฝิง ผู้นำตระกูลช่ายก็เดินลงมาจากเขา เมื่อเห็นซือหม่าฮุย เขาก็รีบเข้าไปทำความเคารพ
ทั้งสองคนทักทายพูดคุยกันพอเป็นพิธี จากนั้นช่ายเฝิงก็พาคนรับใช้จากไป
ต่อจากนั้น ผางถ่งก็รับหน้าที่นำทางท่านซือหม่าฮุยขึ้นเขาไป
แต่สิ่งที่ผางถ่งไม่คาดคิดก็คือ หลังจากลงเขามาได้ไม่นาน เขานั่งลงหยิบม้วนไม้ไผ่ขึ้นมาอ่านยังไม่ทันได้กี่คำ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะกังวานมาจากนอกเรือน เสียงหัวเราะนี้ผางถ่งคุ้นเคยเป็นอย่างดี พอวิ่งออกไปดูก็พบว่าเป็นหวงเฉิงเยี่ยน ผู้นำตระกูลหวงนั่นเอง
วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ย ทำไมถึงมีคนมาเยอะขนาดนี้…
“ท่านปู่หวงก็มาด้วยหรือ?” ผางถ่งสนิทกับหวงเฉิงเยี่ยน ผู้นำตระกูลหวงมาก จึงเอ่ยทักทายไปตามตรง
“ก็มาด้วย? หรือว่ามีใครมาอีกหรือ?” หวงเฉิงเยี่ยนก็สงสัยเช่นกัน
ผางถ่งพยักหน้า ตอบว่า “ท่านปู่ช่ายเพิ่งจะกลับไป ส่วนท่านซือหม่าฮุยเพิ่งจะขึ้นเขาไปเมื่อสักครู่นี้เองขอรับ” นี่พวกท่านไม่ได้นัดกันมาจริงๆ ใช่ไหม?
“ท่านซือหม่าฮุยก็มาด้วยหรือ? ถ้าอย่างนั้นข้าต้องรีบไปพบเขาเสียแล้ว” หวงเฉิงเยี่ยนหัวเราะร่วน เตรียมตัวจะขึ้นเขา การได้พบเพื่อนเก่าถือเป็นเรื่องบังเอิญที่น่ายินดีมาก
ในฐานะผู้น้อย ผางถ่งย่อมต้องรับหน้าที่นำทางหวงเฉิงเยี่ยนขึ้นเขา…
ระหว่างทาง ผางถ่งแอบบ่นในใจว่า แค่ช่วงเวลาไม่นาน ข้าต้องเดินขึ้นเดินลงไม่รู้กี่รอบแล้ว เฮ้อ ถ้าเฟยเฉียนอยู่ด้วยก็คงจะดี อย่างน้อยก็จะได้ช่วยข้าเดินสักรอบสองรอบ เจ้านั่นคงไม่มีปัญหาเรื่องการทำลูกธนูแล้วล่ะมั้ง ไม่งั้นท่านปู่หวงคงไม่ปลีกตัวมาได้หรอก…

0 Comments