บทที่ 72 ข้อมูลที่เป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์
แปลโดย เนสยังเครื่องนี้ตั้งอยู่ข้างตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ หน้าจอเรียบง่าย แบ่งออกเป็นสองส่วน: [ตรวจสอบข้อมูลพื้นฐาน] และ [ตรวจสอบข้อมูลพิเศษ]
พอคลิกเข้าไปดูในส่วน [ตรวจสอบข้อมูลพื้นฐาน] ก็จะเห็นข้อมูลแบบนี้:
[ชุมชนที่ 17 – เจิ้งเจี๋ย]
[จำนวน ‘กดไลก์’ ที่มีอยู่: *]
[จำนวน ‘กดดิสไลก์’ ที่มีอยู่: *]
[จำนวน ‘กดไลก์’ ที่ได้รับ: *]
[จำนวน ‘กดดิสไลก์’ ที่ได้รับ: *]
‘การกดไลก์’ กับ ‘ยอดไลก์’ มีความแตกต่างกัน บนเครื่องนี้มีอธิบายไว้อย่างชัดเจน:
‘กดไลก์’ และ ‘กดดิสไลก์’ ที่ได้รับอัตโนมัติทุกชั่วโมง สามารถใช้กดให้คะแนนอีกฝ่ายในห้องพบปะได้เท่านั้น เอาไปทำอย่างอื่นไม่ได้เลย
แต่ ‘ยอดไลก์’ หรือ ‘ยอดดิสไลก์’ ที่คนอื่นกดให้เราต่างหาก ที่อาจจะไปเชื่อมโยงกับกลไกเกมบางอย่างที่ยังไม่เปิดเผย
เจิ้งเจี๋ยรีบตรวจสอบข้อมูลทันที เขาอยากรู้ว่าลู่ซินอี๋กดไลก์ให้เขาจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าเธอจะร้ายกาจขนาดปากบอกว่าแลกไลก์กัน แต่กลับแอบกดดิสไลก์ให้เขา
แต่ทว่า บนหน้าจอกลับปรากฏข้อความเพียงประโยคเดียว
[ผลการตรวจสอบจะอัปเดตทุกๆ หนึ่งชั่วโมง]
เจิ้งเจี๋ยรู้สึกผิดหวัง เขาไม่คิดว่าฟังก์ชันตรวจสอบข้อมูลนี้จะไม่ได้อัปเดตแบบเรียลไทม์
นั่นก็หมายความว่า เขาต้องรออีกหนึ่งชั่วโมงให้การพบปะทั้งสามรอบจบลง ถึงจะรู้ได้ว่าตัวเองได้ ‘ยอดไลก์’ หรือ ‘ยอดดิสไลก์’ มาเท่าไหร่
เจิ้งเจี๋ยเลยลองกดเข้าไปดูในหน้า [ตรวจสอบข้อมูลพิเศษ]
[ผู้เล่นสามารถใช้เสียงสั่งงาน เพื่อตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดในเกมที่เกี่ยวกับ ‘สัดส่วนเปอร์เซ็นต์’ ได้อย่างอิสระ]
[การตรวจสอบแต่ละครั้งต้องใช้ 1 ‘ยอดไลก์’ (ครั้งแรกฟรี)]
[ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ สามารถนำไปประกาศบนหน้าจอใหญ่ให้ทุกคนรู้ได้ตลอดเวลา (ข้อมูลหนึ่งประกาศได้ไม่เกิน 2 ครั้ง และต้องเว้นระยะห่างกันมากกว่า 10 นาที)]
[ถ้าตรวจสอบและประกาศข้อมูลครบ 5 ครั้ง จะได้สิทธิ์ลัดคิวไปประกวดความสามารถ 1 ครั้ง และสามารถเลือกผู้เล่นคนไหนก็ได้มาเป็นคู่แข่ง]
[หมายเหตุ: จะไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงจำนวน ‘กดไลก์’ หรือ ‘กดดิสไลก์’ ของผู้เล่นแต่ละคนได้]
เจิ้งเจี๋ยถึงกับงง: “แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรเนี่ย?
“แถมยังต้องเสีย ‘ยอดไลก์’ อีก นี่หมายความว่า ‘ยอดไลก์’ ที่อุตส่าห์หามาอย่างยากลำบาก จะเอาไปใช้แค่ตรวจสอบข้อมูลแค่นี้เองเหรอ?
“การได้สิทธิ์ลัดคิวไปประกวดความสามารถก็ดูจะมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่ปัญหาคือต้องเสียตั้ง 5 ยอดไลก์เพื่อตรวจสอบข้อมูล ส่วนการประกวดความสามารถก็คงไม่ได้ยอดไลก์กลับมาถึง 5 ไลก็แน่นอน แบบนี้ก็ขาดทุนสิ”
เขารู้สึกสับสนไปหมด เลยปิดหน้าจอแล้วกลับไปนั่งคิดที่โซฟาในโซนพักผ่อน
“ยังไงซะ ยอดไลก์ก็ต้องเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในเกมนี้แน่นอน
“‘การตัดสินขั้นสุดท้าย’ ในตอนจบเกม ก็ต้องใช้การกดไลก์ให้กันและกันด้วย
“นั่นก็หมายความว่า แค่กดไลก์ให้คนที่รู้สึกดีด้วย แล้วก็กดดิสไลก์ให้คนที่เกลียด จากนั้นก็พยายามทำตัวให้ดีที่สุด เพื่อให้อีกฝ่ายกดไลก์ให้เรา แค่นี้ก็พอแล้วเหรอ? นี่มันเกมวัดความป๊อปปูลาร์ชัดๆ!
“ถ้าคิดถึงตอนจบที่มี ‘การตัดสินขั้นสุดท้าย’ ด้วยแล้ว เกมนี้มันก็เหมือนกับการไปดูตัวจริงๆ เลยแฮะ ดูตัวไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอคนที่ไว้ใจที่สุดแล้วแต่งงานด้วย”
…
ในระหว่างที่เจิ้งเจี๋ยกำลังสับสน การพบปะครั้งที่สองก็เริ่มต้นขึ้น
เขาเดินเข้าไปในห้องพบปะ ครั้งนี้คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามคือผู้หญิงแต่งหน้าจัดเต็มคนหนึ่ง แค่ดูจากการดูแลรูปร่างและริ้วรอยเล็กๆ หางตาก็รู้แล้วว่าอายุไม่ใช่น้อยๆ
เธอใส่แว่นตากรอบทองอันใหญ่ นั่งหลังตรง นั่งกอดอกมองเจิ้งเจี๋ยหัวจรดเท้า
เมื่อดูป้ายชื่อของเธอ: [ชุมชนที่ 12 – หลิวหลิน]
เจิ้งเจี๋ยนั่งลง แล้วก็พูดขึ้นมาลอยๆ โดยไม่ได้คิดอะไรมาก: “ค่าห้องพบปะ เราแบ่งกันจ่ายดีไหมครับ?”
หลิวหลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แล้วก็ขึ้นเสียงดัง: “คุณพูดว่าอะไรนะ?
“แบ่งกันจ่ายเหรอ? คุณเป็นผู้ชายแท้ๆ ไม่รู้สึกอายบ้างเลยหรือไง?”
เจิ้งเจี๋ยอึ้งไปพักหนึ่ง แต่ก็ตั้งสติได้ แล้วก็สวนกลับไปว่า: “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับความเป็นผู้ชายผู้หญิงล่ะครับ?
“นี่ไม่ใช่การดูตัวจริงๆ ซะหน่อย แถมผมก็ไม่ได้ไปเอาเปรียบอะไรคุณเลยสักนิด แค่มาเจอกันเฉยๆ ตามกฎของเกมก็ควรจะแบ่งค่าห้องกันคนละครึ่งไม่ใช่เหรอครับ?”
หลิวหลินก็สวนกลับทันที: “อ้าว นี่คุณยังรู้กฎของเกมด้วยเหรอเนี่ย?
“งั้นฉันขอถามคุณหน่อย ในกฎของเกมมีบอกไว้ไหมว่า ผู้ชายทุกคนที่ออกจากเกมไป จะได้เวลาวีซ่า 3 หมื่นนาทีแบบไม่ต้องทำอะไรเลย!
“แล้วผู้หญิงล่ะ? ไม่ได้รางวัลเวลาวีซ่าแถมยังโดนหักเวลาวีซ่าเรื่อยๆ อีก!
“กฎของเกมนี้มันไม่แฟร์ตั้งแต่แรกแล้ว คุณจะได้เวลาวีซ่าตั้ง 3 หมื่นนาทีแท้ๆ แต่กะอีแค่ค่าห้อง 200 นาทีนี่ คุณจะมาขอแบ่งจ่ายกับฉันเนี่ยนะ?
“นี่คุณพูดภาษาคนอยู่หรือเปล่าเนี่ย?”
คำพูดของหลิวหลินเล่นเอาเจิ้งเจี๋ยถึงกับสะอึก เขาพยายามนึกทบทวนดู ในกฎของเกมก็เหมือนจะมีบอกไว้แบบนี้จริงๆ แฮะ
ผู้ชายที่ออกจากเกมไปจะได้เวลาวีซ่า 3 หมื่นนาทีแบบไม่มีเงื่อนไข แต่ผู้หญิงนอกจากจะไม่ได้แล้ว ยังต้องโดนหักเวลาวีซ่าแบบสุ่มไปเรื่อยๆ อีกต่างหาก
ส่วนจะโดนหักเท่าไหร่นั้น ในกฎไม่ได้บอกไว้ชัดเจน
“ก็ได้ครับ งั้นผมจ่ายเอง”
ถึงเจิ้งเจี๋ยจะยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก แต่เห็นท่าทีของอีกฝ่ายแล้ว ถ้าไม่ยอมจ่ายก็คงโดนกดดิสไลก์แหงๆ
ถึงเขาจะกดดิสไลก์สวนกลับไปได้ก็เถอะ แต่…
คิดไปคิดมา สุดท้ายเขาก็ยอมกดปุ่ม [ฉันจ่าย]
หลิวหลินก็กดปุ่ม [คุณจ่าย] ทันที: “มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นแหละ!”
[เจิ้งเจี๋ยถูกหักเวลาวีซ่า 200 นาที]
[ชำระค่าห้องพบปะเรียบร้อยแล้ว ขอให้ทั้งสองท่านมีการพบปะที่ราบรื่น!]
เจิ้งเจี๋ยถอนหายใจเงียบๆ การพบปะที่ราบรื่นคงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ เพราะบรรยากาศในห้องพบปะมันมาคุตั้งแต่แรกแล้ว
“งั้น… เรามาคุยเรื่องทั่วไปกันดีไหมครับ?” ถึงจะรู้สึกไม่ค่อยดี แต่เจิ้งเจี๋ยก็ยังพยายามจะดึงบทสนทนาให้เป็นไปตามปกติ
หลิวหลินพยักหน้า: “ได้สิ”
…
หลังจากการพบปะครั้งนี้ เจิ้งเจี๋ยก็เดินคอตกออกมา
ตลอดเวลาเขาพยายามหาเรื่องคุยอย่างหนัก แต่ด้วยความที่เขาไม่ใช่คนคุยเก่งหรือมีอารมณ์ขัน อีกฝ่ายก็เลยตอบรับแบบขอไปที บางทีก็เกิดเดดแอร์นานเป็นนาทีเลยก็มี
ถ้ามีมือถือให้เล่น ป่านนี้ทั้งสองคนคงหยิบขึ้นมาไถกันแล้ว
แต่พอไม่มีมือถือ ความเงียบมันก็ยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัด
ตอนจะจบการพบปะ เจิ้งเจี๋ยยังแอบกังวลว่าอีกฝ่ายจะชวนแลกไลก์หรือเปล่า เพราะเขาไม่มีไลก์เหลือให้กดแล้ว
แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้มีท่าทีแบบนั้นเลย มือไม่แตะปุ่มกดด้วยซ้ำ พอหมดเวลาก็ลุกขึ้นเดินออกไปเลย
เจิ้งเจี๋ยคิดว่า ไม่จำเป็นต้องไปกดดิสไลก์ให้อีกฝ่ายหรอก เพราะถึงยังไงเขาก็มีแค่ 1 ดิสไลก์ต่อชั่วโมงเหมือนกัน อีกฝ่ายก็ไม่ได้ทำตัวแย่ขนาดนั้น
สรุปก็คือ ไม่ได้อะไรเลย
“มองในแง่ดี อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้กดดิสไลก์ให้เราล่ะนะ”
ถึงจะมองไม่เห็นว่าอีกฝ่ายกดอะไรไป แต่การดูว่ากดหรือไม่กดนั้นสังเกตได้ง่ายมาก
พอกลับมาที่ห้องพัก เจิ้งเจี๋ยก็มองไปที่หน้าจอใหญ่ ไม่มีการแจ้งเตือนใหม่ๆ และก็ไม่มีหน้าจอการประกวดความสามารถปรากฏขึ้น
เพราะตามกฎของเกม การประกวดความสามารถจะเริ่มขึ้นหลังจากผ่านไปแล้ว 1 ชั่วโมง ซึ่งก็คือหลังจากจบการพบปะครั้งที่ 3 นั่นเอง
เจิ้งเจี๋ยนั่งรอที่โซฟาอย่างเบื่อหน่าย
แต่ในตอนนั้นเอง ก็มีข้อความใหม่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอใหญ่
[เฉียนลี่ จากชุมชนที่ 1 ขอประกาศข้อมูลให้ผู้เล่นทุกคนทราบ]
[จนถึงตอนนี้ สัดส่วนของผู้เล่นที่ตั้งใจนำสิ่งของเข้าไปในห้องพบปะคือ: ‘35%’]
เจิ้งเจี๋ยถึงกับงง: “หา?”
เขาไม่คิดเลยว่า เพิ่งจะผ่านการพบปะไปแค่สองครั้ง ก็มีคนใช้ฟังก์ชันประกาศข้อมูลแล้ว
ถึงการตรวจสอบครั้งแรกจะฟรี แต่ครั้งต่อไปต้องใช้ ‘ยอดไลก์’ แลกนะ ไม่คิดจะไตร่ตรองให้ดีก่อนประกาศหน่อยเหรอ?
ของฟรีก็ควรจะเก็บไว้ใช้ให้คุ้มค่าไม่ใช่เหรอ?
เจิ้งเจี๋ยไม่เข้าใจการกระทำนี้เลย แต่รอสักพัก หน้าจอใหญ่ก็ปรากฏข้อความประกาศขึ้นมาอีก
[ลู่ซินอี๋ จากชุมชนที่ 3 ขอประกาศข้อมูลให้ผู้เล่นทุกคนทราบ]
[จนถึงตอนนี้ สัดส่วนของผู้เล่นชายที่เคยกดปุ่ม ‘ฉันจ่าย’ คือ: ‘75%’]
เจิ้งเจี๋ยจ้องมองประกาศสองข้อนี้อยู่พักหนึ่ง จู่ๆ เขาก็เข้าใจอะไรบางอย่าง
“อ้าว? นี่แปลว่าการประกาศข้อมูลเขาเอาไว้ใช้แบบนี้เหรอเนี่ย?”
ข้อมูลสองตัวนี้ อันนึง 75% อันนึง 35% ดูเผินๆ เหมือนจะต่างกันมาก แต่จริงๆ แล้วมันมีเป้าหมายเดียวกัน
พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นการเร่งให้ผู้เล่นชายยอมเสียเงินให้ผู้เล่นหญิงมากขึ้นนั่นเอง

0 Comments