บทที่ 93 ใกล้ความตาย
แปลโดย เนสยังไมเคิลรู้สึกหนาวสั่นเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ และอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง
อย่างไรก็ตาม มันก็เหมือนกับเมื่อก่อน มันเงียบสงัด
เสียงเดียวที่ได้ยินมาจากตัวเขาและซากศพคืนชีพคู่หูของเขาเท่านั้น
“ยังมีบางอย่างที่ไม่สมเหตุสมผล” ไมเคิลพึมพำ
“เมื่อดูจากหอพักที่ฉันจากมา มันชัดเจนเลยว่าซากปรักหักพังนี้เคยมีผู้อยู่อาศัยจำนวนมากในอดีต แล้วพวกเขาจะทิ้งหอคอยอันล้ำค่านี้ไว้โดยไม่แตะต้องได้ยังไง? เว้นแต่ว่า…”
เสียงของเขาค่อยๆ แผ่วลง และความรู้สึกใจหายก็เกาะกุมเขาไว้
“เว้นแต่ว่าพวกเขาไม่เคยจากไปไหนเลย”
หัวใจของไมเคิลเต้นแรงอย่างหนักหน่วงอยู่ในอก
นี่ฉันแค่หลอกตัวเองให้กลัวหรือเปล่า? ไมเคิลพยายามปัดความคิดนั้นทิ้งไป แต่จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งทำลายความเงียบขึ้นมา
ในตอนแรกมันเบามากจนแทบจะไม่ได้ยิน แต่มันก็ค่อยๆ ดังขึ้น
“อาหาร… ข้าได้กลิ่นอาหาร”
น้ำเสียงนั้นชวนให้ขนลุก ไม่สามารถระบุเพศหรืออายุได้ และมันบิดเบี้ยวราวกับมีคนหลายคนกำลังพูดพร้อมกัน
แต่ละคำนั้นไม่สอดคล้องกัน สร้างเสียงสะท้อนที่ขาดๆ หายๆ และน่าขนลุก
ความรู้สึกไม่สบายใจจากเสียงนั้นทำให้ไมเคิลเสียวสันหลังวาบ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบสนอง ความเจ็บปวดอันแหลมคมและแสนสาหัสก็แล่นปราดเข้าสู่หัวของเขา
“อ๊ากกก!”
เขากรีดร้อง เอามือกุมหัวขณะที่ความเจ็บปวดถาโถมเข้าใส่
ซากศพคืนชีพของเขาหยุดนิ่งทันที ท่าทางตื่นตัวของพวกมันเผยให้เห็นถึงความพร้อมที่จะปกป้องเขา
แต่ไมเคิลก็ตระหนักอะไรบางอย่างได้
พวกมันไม่ได้ยินอะไรเลย
เสียงนั้นยังคงดำเนินต่อไป คำพูดของมันกรีดกรายเข้าไปในสติสัมปชัญญะของเขา
“ม-มาสิ… ม-มาสิ”
ในทุกๆ ครั้งที่มันซ้ำ ความเจ็บปวดในหัวของไมเคิลก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
มันรู้สึกเหมือนมีมีดหยักๆ กำลังหั่นผ่านความคิดของเขา
ภาพที่เขาเห็นพร่ามัว และเข่าของเขาก็ทรุดลงขณะที่เขาพยายามต่อสู้เพื่อประคองสติไว้
ถ้าฉันสลบไป จะต้องเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นแน่ๆ เลวร้ายมากๆ
สัญชาตญาณของเขากรีดร้องว่าการยอมจำนนไม่ใช่ทางเลือก
ราวกับจะยืนยันความกลัวของเขา หน้าต่างระบบที่คุ้นเคยก็สว่างวาบขึ้นตรงหน้าเขา แสงสีฟ้าตามปกติของมันถูกแทนที่ด้วยสีแดงเลือดอันเป็นลางร้าย
แม้จะเจ็บปวด แต่ไมเคิลก็พยายามอ่านข้อความจนได้
[ผู้ถูกเลือกกำลังตกอยู่ในอันตราย! ผู้ถูกเลือกกำลังตกอยู่ในอันตราย!]
[ตรวจพบอันตรายที่สามารถทำให้เกิดการตายที่แท้จริงได้! ตรวจพบอันตรายที่สามารถทำให้เกิดการตายที่แท้จริงได้!]
[ความแข็งแกร่งทางจิตใจของผู้ถูกเลือกไม่เพียงพอที่จะต้านทานอิทธิพลได้!]
[ขอแนะนำให้ฆ่าตัวตายด้วยมือของท่านเอง! ขอแนะนำให้ฆ่าตัวตายด้วยมือของท่านเอง!]
เป็นครั้งแรกตั้งแต่เขาปลุกพลัง ที่หน้าต่างของระบบแสดงอะไรที่นอกเหนือไปจากปกติ
เป็นคำเตือนที่ไม่อาจเข้าใจผิดได้ถึงความตายที่แท้จริง
ความตาย
คำๆ นี้ดังก้องอยู่ในหัวของเขา เย็นชาและเด็ดขาด
ผ่านการเชื่อมต่อกับซากศพคืนชีพของเขา ไมเคิลสัมผัสได้ถึงความไม่สบายใจของพวกมัน
ความสับสนของพวกมันนั้นชัดเจนมาก
พวกมันมารวมตัวกันรอบๆ ตัวเขาเพื่อปกป้อง
แต่ไม่ นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกมันควรจะทำ
การปกป้องเขามันไม่เพียงพอ
เขาต้องหนี
เขาต้องออกไปจากที่นี่
ไมเคิลกัดฟันแน่น รวบรวมเรี่ยวแรงทุกหยาดหยดที่เขาเหลืออยู่
ด้วยจิตใจที่กำลังแกว่งอยู่บนขอบเหวแห่งความว่างเปล่า ไมเคิลบังคับให้ริมฝีปากของเขาขยับ
และด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เขาก็สามารถเปล่งคำๆ หนึ่งออกมาได้
“ฆ่า…”
เขาอยากจะพูดมากกว่านั้นฆ่าฉันที เพื่อปลดปล่อยตัวเองจากความทรมานอันแสนสาหัสแต่คำสุดท้ายก็ปฏิเสธที่จะออกมาเมื่อเรี่ยวแรงของเขาล้มเหลว
ภาพที่เขาเห็นมืดลง และความเจ็บปวดก็คุกคามที่จะดึงเขาจมดิ่งลงไปโดยสมบูรณ์
แต่โชคชะตาดูเหมือนจะเข้ามาแทรกแซง
วินาทีที่เสียงของเขาขาดหายไป สายตาอันพร่ามัวของไมเคิลก็จับความเคลื่อนไหวจากด้านบนได้หนวดสีดำสนิทเลื้อยลงมาอย่างรวดเร็วจากชั้นสาม การปรากฏตัวอันดำมืดของมันแผ่รังสีของความมุ่งร้าย
มันเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วเหนือธรรมชาติ และเป้าหมายของมันก็ชัดเจน
เขา
แต่มันเลือกช่วงเวลาผิดไปหน่อย
“ฆ่า…”
เสียงของไมเคิลแผ่วลงขณะที่หนวดพุ่งเข้ามาใกล้
สำหรับซากศพคืนชีพของเขา คำๆ นี้คือเด็ดขาด เป็นคำสั่งที่สลักลึกเข้าไปในแก่นแท้ของพวกมัน
และเมื่อไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม มันก็มีเป้าหมายที่สมเหตุสมผลเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้น
หนวดนั่น
มันจะต้องเป็นสิ่งที่เจ้านายของพวกมันหมายถึงแน่ๆ
“ฆ่า…”
คำสั่งนั้นดังก้องอยู่ในวิญญาณของพวกมัน สะท้อนด้วยแรงสั่นสะเทือนอันสั่นคลอนจากโลกอื่น
มันนำพาบางสิ่งที่ไม่ใช่ของพวกมันมาด้วย
ความเจ็บปวด
ไม่ใช่ความเจ็บปวดของพวกมัน แต่เป็นของเจ้านายของพวกมัน
ความบ้าคลั่งเกาะกุมพวกมัน ไม่ใช่ของพวกมัน แต่เป็นของเขา
และที่น่ารบกวนใจที่สุดก็คือ เงาแห่งความตายอันกดดันได้เติมเต็มพวกมันซึ่งเป็นสิ่งที่แปลกปลอมอย่างสิ้นเชิง
มันเป็นความรู้สึกที่พวกมันไม่มีตัวไหนสามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ แต่มันก็เอาชนะสติปัญญาและเหตุผลที่กำลังเติบโตของพวกมันได้
พวกมันคลุ้มคลั่ง
ทันใดนั้น เสียงหอนดังลั่นก็ดังแหวกอากาศ เป็นเสียงที่ลึกล้ำและสั่นสะเทือนวิญญาณจนดูเหมือนจะดังก้องไปทั่วแก่นแท้ของบุคคล
หอคอยทั้งหลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พื้นดินแตกออกใต้เท้าของพวกมัน
เถาวัลย์ที่หนาและบิดเบี้ยวปะทุขึ้นจากชั้นสอง ฟาดฟันราวกับงูพุ่งเข้าหาหนวดสีดำนั้น
พลังทั้งสองปะทะกันด้วยแรงมหาศาล พัวพันกันในการต่อสู้อันดุเดือดและไม่ยอมจำนน
หนวดนั้นทรงพลัง แต่มันก็มีแค่เส้นเดียว
ลัคกี้ ในทางกลับกัน มีอยู่มากมาย
เถาวัลย์หนาทึบพันเกลียวรอบหนวด ดึงด้วยแรงอันมหาศาล
เสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองดังก้องมาจากชั้นสอง
เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างดิบเถื่อน บิดเบี้ยวอยู่ในอากาศราวกับสัตว์ที่กำลังจะตาย
“ฆ่า… ข้าจะฆ่าแก!”
เสียงนั้นไม่สิ เสียงพวกนั้นฟังดูวิกลจริตเหมือนเคย น้ำเสียงของพวกมันแตกพร่าและไม่ประสานกัน
ชัดเจนว่าหนวดนั่นสัมผัสได้ถึงแรงทั้งหมดของเถาวัลย์ ร่างของมันบิดเร่าด้วยความทรมาน
และความเจ็บปวดนี้เองที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
[ผู้ถูกเลือกไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลอีกต่อไป!]
[ผู้ถูกเลือกปลอดภัยชั่วคราว!]
[ผู้ถูกเลือกไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลอีกต่อไป!]
[ผู้ถูกเลือกปลอดภัยชั่วคราว!]
จิตใจของไมเคิลปลอดโปร่งขึ้น
ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสที่กัดกินจิตใจของเขาจางหายไป เหลือเพียงอาการปวดหัวตุบๆ
ความคิดของเขาไม่มัวหมองอีกต่อไป แต่เขารู้ว่าการบรรเทาทุกข์นี้เป็นเพียงชั่วคราว
เขาไม่จำเป็นต้องให้หน้าต่างระบบมาบอกหรอก
อันตรายยังไม่จบ
ไมเคิลเหลือบมองอย่างรวดเร็ว…
“บัดซบ!”
เขาได้เห็นบางสิ่งที่ทำให้เขาเย็นยะเยือกไปถึงกระดูก
โดยไม่ลังเล เขาสั่งการออร์คชาแมนที่อยู่ข้างๆ อย่างเกรี้ยวกราด
“หยุดลูกไฟยักษ์บ้าๆ บนหัวแกซะ! เราต้องออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้!”
เมื่อออกคำสั่งเสร็จ เขาก็กระโจนขึ้นไปบนหลังของออร์คชาแมนอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันได้เริ่มยกเลิกการสร้างลูกไฟที่ตั้งใจจะเหวี่ยงใส่หนวดนั่นแล้ว
มันสับสน แต่มันก็เชื่อฟังคำสั่งของเจ้านาย
พละกำลังพุ่งพล่านผ่านขาของมันขณะที่มันพุ่งตัวไปยังบันไดที่นำไปสู่ชั้นหนึ่ง และหายวับไปในพริบตา
วินาทีต่อมา พวกเขาก็ออกมาอยู่นอกหอคอย
หัวใจของไมเคิลเต้นรัวขณะที่เขาตะโกน
“หยุดทำไมเล่า?!”
เขาหันขวับ ออกคำสั่งกับซากศพคืนชีพตัวอื่นๆทั้งหมด ยกเว้นลัคกี้และพรินซ์
“ทิ้งของที่ถืออยู่ทั้งหมดแล้วตามฉันมา!”
ไมเคิลชี้ไปทางป่าทึบนอกซากปรักหักพัง เร่งให้ออร์คชาแมนมุ่งหน้าไป
ทั้งสองพร้อมกับซากศพคืนชีพตัวอื่นๆ พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว วิ่งหนีเข้าสู่ความปลอดภัยของผืนป่า
วินาทีที่พวกเขาหนี เถาวัลย์หนาทึบก็ปะทุขึ้นจากพื้นดิน ล้อมรอบหอคอยสีดำอย่างบ้าคลั่ง
ไมเคิลไม่กล้าหันกลับไปมอง
แต่เขาไม่สามารถลืมสิ่งที่เห็นเมื่อใช้ทักษะตรวจสอบหนวดนั่นหลังจากได้สติกลับคืนมาได้เลย
[ผู้แปดเปื้อน ??? ??? ???]
[ระดับ: เหนือธรรมชาติ ★★★ ]
[??? ?? ??? ??]

0 Comments