บทที่ 13 สังหารครั้งแรก
แปลโดย เนสยังนอกจากอารยธรรมอย่างออโรร่าที่เชื่อมต่อกับดินแดนแห่งต้นกำเนิดผ่านผู้ตื่นรู้แล้ว ยังมีอารยธรรมดั้งเดิมอยู่ที่นี่ด้วย
อาคารแห่งนี้น่าจะเป็นเศษซากจากอดีตที่ถูกทิ้งร้างไปแล้ว’ ไมเคิลสังเกต
หลังจากออกจากห้องมืดที่เขาปรากฏตัวขึ้นในตอนแรก เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในโถงทางเดินกว้างที่มีแสงสลัวๆ ซึ่งรอดพ้นจากความมืดมิดมาได้ก็เพราะรูบนเพดานที่อยู่ไกลออกไป
หากหลังคาไม่ได้อยู่สูงเกินเอื้อม เขาคงจะพยายามพังออกไปแทนที่จะเดินเตร็ดเตร่ไปมาแบบนี้
ด้วยช่องระบายอากาศจากรูบนเพดาน การเคลื่อนไหวของไมเคิลจึงไม่ทำให้เกิดเสียงสะท้อน
เมื่อเขาเดินลึกเข้าไป ไมเคิลก็ระบุแหล่งที่มาของกลิ่นเหม็นที่อบอวลอยู่ในอากาศได้
‘สไลม์’
สิ่งมีชีวิตเวทมนตร์เหล่านี้ดูเหมือนของเหลวแข็งตัวที่ไร้พิษสง แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย พวกมันหลั่งกรดที่มีกลิ่นเหม็นเน่าพอกันออกมา
สไลม์เคลื่อนที่โดยการ “คลาน” และสามารถ “กระโดด” เพื่อโจมตีได้
กลิ่นเหม็นที่เขาพบเจอมาจากคราบสไลม์ที่ทิ้งไว้หน้าห้องที่เขาเริ่มต้น
ไมเคิลไม่แน่ใจว่ามีสไลม์ตัวเดียวกันอยู่ใกล้ๆ หรือไม่ แต่หลังจากสำรวจอาคารที่ดูเหมือนจะกว้างใหญ่และว่างเปล่าแห่งนี้ไปได้สักพัก เขาก็เจอเข้ากับตัวหนึ่ง
[สไลม์กรด เลเวล 4]
[ระดับ: ทั่วไป ★★ ]
สไลม์ที่ดูไร้พิษสงแต่สามารถพ่นกรดได้
‘เจ้าเล่ห์ไม่เบาเลยนะ’ เขาคิด
สไลม์เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ไมเคิลเคยอ่านเจอในกระทู้เว็บบอร์ดที่ชื่อ ‘มอนสเตอร์ทั่วไปในดินแดนแห่งต้นกำเนิด’ ระหว่างรอของมาส่ง
ที่น่าสนใจคือ ผู้เขียนกระทู้นี้เป็นคนเดียวกับที่ตั้งกระทู้ ‘เคล็ดลับสำหรับมือใหม่’ ซึ่งเป็นสมาชิกระดับ 5 ของสมาคมผู้มีพลังพิเศษ
ไมเคิลไม่แน่ใจว่าการเป็นสมาชิกระดับ 5 นั้นหมายความว่าอย่างไร แต่เขาคิดว่ามันฟังดูน่าประทับใจดี
ในกระทู้ ‘มอนสเตอร์ทั่วไปในดินแดนแห่งต้นกำเนิด’ มีการอธิบายถึงสิ่งมีชีวิตอย่างสไลม์และก็อบลินพร้อมกับแนบรูปภาพประกอบ ดังนั้นก่อนที่เขาจะใช้ทักษะ {ตรวจสอบ} กับสไลม์กรด ไมเคิลก็รู้อยู่แล้วว่ามันคืออะไร
สิ่งที่เขาไม่ได้คาดคิดคือการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตอย่างสไลม์กรด
มันดูแตกต่างจากสไลม์สีฟ้าสุดน่ารักที่เขาเห็นในกระทู้อย่างสิ้นเชิง แต่เนื่องจากผู้ตื่นรู้คนนั้นเคยบอกไว้ว่าสไลม์มีหลายสายพันธุ์ ท้ายที่สุดแล้วเขาจึงไม่ได้แปลกใจมากนัก
‘มอนสเตอร์ระดับทั่วไปสองดาว ดูเหมือนว่ามันจะบอกอะไรได้เยอะเลยนะเกี่ยวกับความประหลาดของมัน’
ไมเคิลไม่รู้ว่าสิ่งไหนที่รบกวนจิตใจเขามากที่สุด ระหว่างรูปลักษณ์ที่ดูพิลึกพิลั่นของสไลม์กรด กลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรง หรือความสามารถในการพ่นกรดของมัน
ในดินแดนแห่งต้นกำเนิด มีระดับของมอนสเตอร์ที่รู้จักกันเจ็ดระดับ เรียงจากต่ำไปสูง: ทั่วไป, หายาก, พิเศษ, มหากาพย์, ตำนาน, มายา, และครึ่งเทพ
แต่ละระดับจะมีหมวดย่อยอีกสามขั้นที่เรียกว่าดาวเช่น ทั่วไปหนึ่งดาว, ทั่วไปสองดาว, หายากสองดาว, เป็นต้น
ทั้งมอนสเตอร์และไอเทมล้วนใช้ระบบการจัดระดับนี้ สำหรับไอเทม จำนวนดาวจะบ่งบอกถึงประสิทธิภาพและคุณภาพ ในขณะที่สำหรับมอนสเตอร์ มันเป็นตัวแทนของศักยภาพ
ดาวแต่ละดวงในระดับของมอนสเตอร์จะให้ระดับได้สูงสุดเจ็ดเลเวล ดังนั้นสไลม์กรดระดับทั่วไปสองดาวอย่างตัวที่อยู่ตรงหน้าไมเคิล จึงมีศักยภาพที่จะไปถึงเลเวล 14 ได้
‘สไลม์ระดับ 1 เลเวล 4 ที่พ่นกรดได้ แหงล่ะ สไลม์ตัวนี้มันพิลึกเกินไปแล้ว
แล้วไอ้ความน่ารักมันหายไปไหนหมดล่ะฮะ?’
แม้ความคิดของไมเคิลจะดูสะเปะสะปะ แต่อันที่จริงแล้วเขากำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเผชิญหน้ากับสไลม์กรดหรือจะถอยดี
แม้ว่าสไลม์ตัวนี้จะมีเลเวลสูงกว่าเขาถึงสามเลเวล แต่สไลม์ก็ถือเป็นหนึ่งในมอนสเตอร์ที่อ่อนแอที่สุด ทำให้พวกมันถูกฆ่าได้ง่ายๆ หากมีการเตรียมพร้อมมาดี
ไมเคิลยังไม่ลืมเป้าหมายหลักของเขา ซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกับผู้ตื่นรู้ทุกคนที่เข้าสู่ดินแดนแห่งต้นกำเนิดนั่นคือการแข็งแกร่งขึ้น และวิธีที่เร็วที่สุดในการทำเช่นนั้นก็คือการเลเวลอัป
และในฐานะจอมเวทมรณะ ท้ายที่สุดเขาก็ต้องมีร่างอัญเชิญซากศพ ดังนั้นเขาจึงต้องฆ่าอะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้นเขาก็จะเป็นเพียงจอมเวทมรณะ “ตัวปลอม” ในท้ายที่สุด
การเลเวลอัปจะทำให้สามารถจัดสรรค่าสถานะได้ตามต้องการ ซึ่งหมายความว่าในทางทฤษฎี ไมเคิลสามารถสร้างตัวเองให้เป็นเหมือนนักรบได้ แต่การเพิกเฉยต่อจุดแข็งของอาชีพตัวเองจะทำให้เขากลายเป็นคนครึ่งๆ กลางๆ
ไม่มีปุ่มรีเซ็ตสำหรับผู้ตื่นรู้ที่ทิ้งศักยภาพของตนไปอย่างเปล่าประโยชน์
‘น่าเสียดายที่สไลม์ไม่เหลือซากศพทิ้งไว้ ไม่งั้นฉันคงได้ใช้ทักษะอาชีพของฉันคืนชีพอะไรสักอย่างไปแล้ว’
แน่นอนว่าเขาไม่ได้จริงจังนักหรอก แม้ว่าสไลม์จะทิ้งศพไว้ เขาก็คงไม่อยากทำสัญญากับสิ่งมีชีวิตที่เหม็นขนาดนี้ เว้นแต่เขาจะจนตรอกจริงๆ
ในทางหนึ่ง การเจอสไลม์เป็นตัวแรกก็ไม่ใช่ข่าวร้ายอะไร
มอนสเตอร์ตัวอื่นๆ อาจจะเป็นความท้าทายที่หนักหนาสาหัส ในขณะที่สไลม์ โดยเฉพาะสไลม์กรดนั้น ขึ้นชื่อเรื่องการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้า
ถึงกระนั้น เขาก็ประมาทไม่ได้เกราะหนังเพียงอย่างเดียวคงไม่พอที่จะปกป้องเขาจากการพ่นกรดได้
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดไมเคิลก็ตัดสินใจว่าจะลองดูว่าเขาสามารถเปลี่ยนสไลม์กรดตัวนี้ให้เป็นแต้มประสบการณ์ได้หรือไม่หรือจะเป็นเขาเองที่กลายเป็นอาหารของมัน
‘เอาล่ะ ลุยกันเลย!’
เขาข่มความรู้สึกที่อยากจะสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ แล้วพุ่งตัวออกจากที่ซ่อน เริ่มสาดกระสุนใส่มอนสเตอร์สีเขียวขนาดเท่าลูกฟุตบอลที่อยู่ห่างออกไปประมาณสิบเมตร
ฟิ้ว!
ปัง!
ฟิ้ว!
ปัง!
ฟิ้ว!
ปัง!
“….”
ยิงไปสามนัด แต่เขาพลาดเป้าทุกนัด
ในที่สุดสไลม์กรดก็ดูเหมือนจะสังเกตเห็นเขา มัน “หัน” มา “มอง” เขา ตัวของมันสั่นระริกราวกับกำลังโกรธจัดหรืออย่างน้อยไมเคิลก็คิดแบบนั้น
เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าความแม่นยำของตัวเองจะห่วยแตกขนาดนี้ แม้จะอยู่ในระยะสิบเมตรก็ตาม
จริงอยู่ที่ขนาดตัวที่เล็กของสไลม์ทำให้มันเป็นเป้าหมายที่เล็งได้ยาก แต่ทำไมกระสุนของเขาถึงพลาดเป้าไปอย่างสิ้นเชิงล่ะ?
ไมเคิลอยากจะโทษแรงถีบของปืน แต่ร่างกายของผู้ตื่นรู้ที่ได้รับการเสริมพลังมาทำให้ข้ออ้างนั้นฟังไม่ขึ้น
‘การเล็งปืนของฉันมันแย่มากจริงๆ’ เขาคิดพลางขมวดคิ้ว เขาเตรียมพร้อมที่จะยิงอีกครั้ง แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำ สไลม์ก็พ่นกรดพุ่งตรงมาที่เขา
“บัดซบเอ๊ย!” ไมเคิลรีบหลบอย่างลุกลี้ลุกลน แต่หยดกรดก็ยังพลาดไปโดนแขนข้างที่ไม่มีเกราะป้องกันจนได้
“อ๊ากก!” เขากลั้นเสียงร้องออกมาเมื่อความเจ็บปวดแสบร้อนแล่นพล่านไปทั่วร่าง
ในวินาทีนั้น เขาก็ตระหนักได้ว่าเขาประเมินสไลม์กรดตัวนี้ต่ำเกินไปมาก
แต่ก็ไม่มีเวลามามัวจมอยู่กับความเจ็บปวด
สไลม์พ่นกรดออกมาอีกระลอก คราวนี้ไมเคิลหลบได้สำเร็จแต่ความมั่นใจของเขากำลังสั่นคลอน
เหงื่อไหลหยดลงมาตามหน้าผากขณะที่เขาพยายามเพิกเฉยต่อความเจ็บปวดแสบร้อนที่แขน แขนซ้ายของเขาตอนนี้ใช้งานไม่ได้แล้ว เขาจึงเล็งปืนด้วยมือขวาเพียงข้างเดียว
การโจมตีครั้งที่สองทำให้เขาโกรธจัดในที่สุด ไม่สนความแม่นยำอีกต่อไปเขาเริ่มสาดกระสุนใส่มันทิศทางของสไลม์อย่างบ้าคลั่ง
ฟิ้ว!
ปัง!
ฟิ้ว!
ปัง!
ฟิ้ว!
ฟิ้ว!
ฟิ้ว!
กระสุนส่วนใหญ่พลาดเป้า แต่ความหงุดหงิดที่ระเบิดออกมาก็เริ่มสร้างความเสียหายได้บ้าง แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
ไม่นาน กระสุนทั้งสามสิบนัดในปืนของไมเคิลก็หมดเกลี้ยง
ขณะที่เขาวิ่งหนีสไลม์กรดที่ตอนนี้มีขนาดเล็กลงเล็กน้อยแต่ก็ยังคงกระโดดตามเขามา เขาเดินตามรอยบากที่ทำไว้ด้วยมีดสั้นบนกำแพงหลายจุดเพื่อไม่ให้หลงทางในอาคารร้างที่กว้างใหญ่แห่งนี้
เขาพยายามจะเปลี่ยนแม็กกาซีน แต่ความเจ็บปวดที่แขนซ้ายทำให้มันยากลำบาก จนทำให้เขาทำแม็กกาซีนหล่นไปหลายอัน
ส่วนที่แย่ที่สุดคือ ความเร็วในการกระโดดของสไลม์นั้นช้ากว่าความเร็วของเขาเพียงเล็กน้อย ทำให้เขายังคงอยู่ในระยะการโจมตีของมัน
แม้เกราะหนังจะช่วยปกป้องแผ่นหลังและขาของเขาไว้ แต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงความร้อนที่คืบคลานเข้ามาใกล้
หลังจากล้มเหลวอยู่หลายครั้ง ในที่สุดไมเคิลก็เปลี่ยนแม็กกาซีนได้สำเร็จและเริ่มสาดกระสุนใส่สไลม์อย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
กระบวนการนี้วนซ้ำไปอีกสองสามรอบ จนกระทั่งโชคเข้าข้าง เขายิงโดนแกนกลางที่อยู่ข้างในตัวสไลม์จนได้รับความเสียหาย และฆ่ามันได้ในที่สุด
________________________________________
[คุณสังหาร สไลม์กรด ระดับทั่วไป ★★ เลเวล 4]
[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 45 แต้ม]
[คุณสังหารมอนสเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่าคุณสามเลเวล ได้รับตัวคูณค่าประสบการณ์ 4 เท่า]
[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 180 แต้ม]
[เลเวลอัป!]
[คุณเลเวลอัปเป็นเลเวล 2!]
[คุณได้เรียนรู้ทักษะ {ยิงพื้นฐาน}!]
________________________________________
“อ๊ากก!”
ในวันแรกของการเข้าสู่ดินแดนแห่งต้นกำเนิด ไมเคิลเกือบจะถูกฆ่าตายโดยหนึ่งในมอนสเตอร์ที่อ่อนแอที่สุดสไลม์

0 Comments