บทที่ 115 ความคิด
แปลโดย เนสยังหลังจากคุยกับป้ามีอาอยู่พักหนึ่ง ไมเคิลก็เพิ่งรู้ว่าเธอส่งข้อความหาเขาเมื่อก่อนหน้านี้
น่าเสียดายที่มันเป็นช่วงเวลาที่เขากำลังยุ่งอยู่ในดินแดนต้นกำเนิด จึงไม่มีทางที่เขาจะเห็นมันได้
เขาไม่ได้สนใจจะเช็กสายที่ไม่ได้รับหรือข้อความใดๆ หลังจากกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง โดยมุ่งหน้าตรงไปยังสมาคมเพื่อขายซากสัตว์ประหลาดที่เขาเก็บมาได้
เมื่อไมเคิลได้อ่านข้อความ เขาก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องเงินที่เขาส่งไปให้
ตามคาด ป้ามีอาตอบสนองเกินจริงหรือจะพูดให้ถูกคือ ตอบสนองอย่างเหมาะสมต่อการที่เขาจู่ๆ ก็โอนเงินก้อนใหญ่ให้ในคราวเดียว
เมื่อตรวจดูประวัติการโทร ไมเคิลก็เห็นสายที่ไม่ได้รับจากเธอสองสามสายก่อนที่เธอจะตัดสินใจส่งข้อความมาแทน
ไมเคิลรู้สึกผิดเล็กน้อย แต่เขาไม่สามารถแก้ไขอดีตได้
ไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจจะเมินเธอเขาแค่ยุ่งเกินไปในตอนนั้น
เนื้อหาของข้อความนั้นเป็นไปตามที่ผู้ปกครองที่กำลังเป็นห่วงจะถาม
ได้เงินมาได้ยังไง?
ลูกปลอดภัยไหม?
มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?
เห็นข้อความแล้วโทรหาป้าด้วยนะ
ทำไมถึงส่งเงินมาเยอะขนาดนี้?
โดยพื้นฐานแล้ว เธอแค่ปรับเปลี่ยนรูปประโยคของความกังวลเดิมๆ หลายๆ ครั้ง
อย่างไรก็ตาม ผิดจากที่ไมเคิลคาดหวังไว้ว่าป้ามีอาจะใจเย็นลงเมื่อเห็นเขาแล้วเริ่มยิงคำถามต่างๆเธอกลับไม่ได้ทำแบบนั้น
คำถามแรกของเธอกลับกลายเป็นว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ในใจของเธอ เธอไม่ได้คาดหวังคำตอบอะไรมากนักจากไมเคิล
ท้ายที่สุดแล้ว เขาเพิ่งจะเป็นผู้ตื่นรู้ได้ไม่ถึงห้าวันด้วยซ้ำ
นั่นแทบจะไม่ใช่เวลามากพอที่จะสร้างเส้นสายสำคัญๆ หรือทำความเข้าใจความซับซ้อนของเหตุการณ์เหนือธรรมชาติได้เลย นับประสาอะไรกับเรื่องใหญ่โตขนาดนี้
กระบวนการคิดของเธอไม่ได้ไร้เหตุผล
แม้แต่คนธรรมดาอย่างป้ามีอาก็ดูออกว่าสถานการณ์บนท้องฟ้านั้นไม่ปกติและต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ
แต่ถึงแม้จะตระหนักได้ เธอก็ไม่ได้กังวลมากนัก
ในใจของเธอ เธอเชื่อว่าสหพันธ์จะจัดการทุกอย่างเอง
เช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ เธอคิดแบบเดียวกัน
ถ้าท้องฟ้าถล่มลงมา ก็ต้องมีคนที่ตัวสูงกว่าคอยค้ำมันไว้อยู่ดี
และเธอก็ไม่ได้คิดผิดทั้งหมด
สหพันธ์นั้นแข็งแกร่ง มีความสามารถมากพอที่จะรับมือกับวิกฤตการณ์ได้หลากหลายรูปแบบ
ทว่า แม้แต่คนที่แข็งแกร่งก็ยังอาจถูกเล่นงานโดยไม่ทันตั้งตัวได้
สหพันธ์ดูแลออโรร่าทั้งดินแดน ย่อมมีช่องโหว่ในการรวบรวมกำลังของพวกเขาอย่างแน่นอน
ไมเคิลไม่คิดว่าปัญหาในตอนนี้จะหนักหนาเกินกว่าที่สมาคมจะรับมือไหว
แต่จากคำพูดของไบรอัน เขารู้ว่าทุกอย่างบานปลายเร็วเกินไป
ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงยึดมั่นในความหวังว่าสหพันธ์จะสามารถแก้ไขหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นได้
มันไม่น่าจะใช้เวลานานนักสำหรับคนที่แข็งแกร่งในการมาถึงที่นี่… แต่พวกผู้บ่มเพาะสายมารก็ต้องรู้เรื่องนี้เหมือนกัน
ไม่มีทางที่พวกเขาจะวางแผนใหญ่โตขนาดนี้และยอมให้สหพันธ์เข้ามาจัดการได้อย่างง่ายดาย
สำหรับกลุ่มที่สามารถต่อสู้กับยักษ์ใหญ่อย่างสหพันธ์มาได้ยาวนานกว่าสองศตวรรษ พวกเขาย่อมมีวิธีการของตัวเอง
แม้แต่คนที่แข็งแกร่งอย่างอาจารย์ไบรอันยังพูดถึงสถานการณ์ปัจจุบันด้วยความเคร่งเครียดขนาดนั้นคำพูดของเขาบ่งบอกว่าสหพันธ์อาจจะเข้ามาแทรกแซงไม่ทันไมเคิลจึงรู้ว่าเขาต้องเตรียมพร้อมเผชิญกับวิกฤตนี้
หากคนที่มีอำนาจอย่างไบรอันยังไม่มีพื้นที่ให้ผ่อนคลาย ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่คนอ่อนแออย่างไมเคิลจะรู้สึกสบายใจได้
แต่นั่นคือภาระที่เขาต้องแบกรับ
ครอบครัวของเขาไม่จำเป็นต้องมากังวลเรื่องพวกนี้ หน้าที่ของเขาคือการปกป้องพวกเขาในทุกวิถีทางที่ทำได้
“ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ป้ามีอา แต่อย่าอยู่ห่างจากผมมากนัก สหพันธ์น่าจะจัดการเรื่องนี้ได้”
ป้ามีอาพยักหน้า คำตอบของไมเคิลเป็นไปตามที่เธอคาดหวังไว้เป๊ะ
ส่วนเรื่องที่ให้อยู่ใกล้เขา เธอไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไรมันเป็นแผนของเธอมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
การที่ไมเคิลย้ำเรื่องนี้ มีแต่จะทำให้ความตั้งใจของเธอแน่วแน่ขึ้น
แม้เธอจะสงสัยว่าไมเคิลจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงเวลาสั้นๆ ได้ขนาดนั้นเชียวหรือ แต่เขาก็ยังเป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ และการอยู่ข้างเขาก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่สุด
เมื่อคุยกันเสร็จ ครอบครัวก็มารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่น
ป้ามีอาเปิดโทรทัศน์ เปลี่ยนช่องไปมาเพื่อหาข่าวที่รายงานสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะที่ไมเคิลยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองดูท้องฟ้า
พลังงานอันปั่นป่วนที่ปะปนกันอยู่เบื้องบนยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก
ตอนนี้ไมเคิลสามารถแยกแยะระดับพลังงานที่เทียบเท่ากับรอยแยกระดับ 1 ที่เขาเคยไปมาได้แล้วโลกของก็อบลินและรอยแยกอื่นๆ ที่เหมือนรอยแยกระดับ 2 ที่เขาเคยเข้าไปเขตแดนของวานร
อย่างไรก็ตาม รอยแยกเหล่านี้มีขนาดเล็กกว่าและอยู่ใกล้พื้นดินมากกว่าเมื่อเทียบกับรอยแยกขนาดใหญ่บนท้องฟ้า
ตัดสินจากความถี่ของพลังงานที่ปั่นป่วน ไมเคิลสัมผัสได้ว่าพวกมันจะเป็นรอยแยกกลุ่มแรกที่จะแตกออกและปลดปล่อยสัตว์ประหลาดออกมา
และมันจะใช้เวลาไม่นานนัก
ฉันแค่พางป้ามีอากับลิลลี่หนีไปไม่ได้เหรอ? ไมเคิลคิด
ด้วยซากศพคืนชีพของฉัน การหนีออกไปก่อนที่รอยแยกจะแตกออกเต็มที่คงไม่ใช่เรื่องยาก
ความคิดนั้นทิ้งรสชาติขมปร่าไว้ในปากของเขา
มันรู้สึกโหดร้ายเกินไปสำหรับเขาที่จะทอดทิ้งคนอื่นๆ ในขณะที่เขามีพลังพอที่จะช่วยเหลือได้บ้าง
ทว่า เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาไม่ได้ต่อต้านความคิดนี้ไปเสียทั้งหมด
ไมเคิลรู้สึกผิดเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ได้สำนึกผิดอย่างแท้จริงที่จะทิ้งคนอื่นไว้ข้างหลัง
นี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาในช่วงก่อนการปลุกพลังจะรู้สึกแตกต่างออกไป
อย่างไรก็ตาม คำพูดทิ้งท้ายของไบรอันยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขา
หากเขาหนีไป เขาจะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หลบหนีพร้อมกับครอบครัว
แม้เขาอยากจะเห็นแก่ตัวแค่ไหน แต่การกระทำของเขาก็จะส่งผลกระทบต่อคนที่เขารัก และนั่นเป็นสิ่งเดียวที่หยุดไม่ให้เขาทำตามความคิดนั้น
อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ความเป็นไปได้ที่ครอบครัวของเขาอาจจะไม่ยอมทิ้งที่นี่ไป
แม้ว่าเขาจะเพิ่งเริ่มเรียนรู้ความจริงเกี่ยวกับโลกใบนี้ แต่ไมเคิลก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากนักในการทำความเข้าใจสถานการณ์ของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในออโรร่า
แม้แต่ตอนนี้ ในขณะที่มีรอยแยกก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้า ผู้คนยังคงออกมาเดินตามท้องถนน หัวเราะ ถ่ายรูป และทำตัวราวกับว่าภัยพิบัตินี้เป็นแค่การแสดงปาหี่
ไมเคิลสามารถคาดเดาผลลัพธ์ที่จะตามมาได้เลย

0 Comments