ตอนที่ 93 เพื่อนให้มา
แปลโดย เนสยังเยี่ยหรั่นหรั่นเบิกตากว้าง มองดูภาพตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ใครก็ได้ช่วยบอกเธอที ว่าทำไมเฉียวซางถึงมาอยู่บนเขาหวงหมิงได้?!
แล้วก็ ไอ้วินาทีที่นกอัสนีจ้าวพายุโดนซัดจนหมอบนั่น ดูยังไงก็เป็นฝีมือของหมาเขี้ยวไฟของเฉียวซางชัดๆ!
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้ามันช่างรุนแรงเกินกว่าที่เยี่ยหรั่นหรั่นจะรับไหว จนเธอถึงกับยืนนิ่งอึ้งไปเลย
ส่วนหญิงวัยกลางคนที่มาด้วยกัน พอลงจากหลังอินทรีวายุ ก็พุ่งตรงเข้าไปหาเฉียวซางทันที พร้อมกับเอ่ยถามว่า “หนูจ๊ะ ใช่หนูหรือเปล่าที่โทรแจ้งตำรวจ?”
เฉียวซางกำลังดื่มด่ำกับความดีใจที่หมาเขี้ยวไฟลาสคิลได้สำเร็จ พอจู่ๆ ได้ยินเสียงคนพูดด้วยก็สะดุ้งโหยง
เธอหันไปมอง ก็เห็นตำรวจหญิงวัยกลางคน รูปร่างท้วมๆ สวมเครื่องแบบตำรวจยืนอยู่ตรงหน้า
“หนูเองค่ะ!” เฉียวซางตอบกลับ
ไม่คิดเลยว่าโทรแจ้งตำรวจไปแค่ครึ่งเดียวก็จะมีคนมาช่วยจริงๆ ถ้าเป็นชาติก่อนล่ะก็ คงไม่มีความรวดเร็วระดับนี้หรอก
หญิงวัยกลางคนเห็นว่าเด็กสาวที่โทรแจ้งตำรวจปลอดภัยดี ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“โฮ่ง!”
ตอนนั้นเอง หมาเขี้ยวไฟก็วิ่งมาอยู่ตรงหน้าเฉียวซาง จ้องมองคนที่เพิ่งมาใหม่อย่างระแวดระวัง
“โจวเซี่ยนล่ะ?” หญิงวัยกลางคนเหลือบมองหมาเขี้ยวไฟแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม
เธออาศัยประสบการณ์การทำงานวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว
นกอัสนีจ้าวพายุสลบไปแล้ว บนพื้นยังมีสัตว์อสูรสีดำอีกตัวที่ไม่รู้ว่าคือตัวอะไรนอนกองอยู่ แล้วก็ยังมีหมาเขี้ยวไฟที่ดูแล้วไม่น่าจะมาเกี่ยวอะไรกับการต่อสู้ระดับนี้เลยอีกตัว
บนเขานี้จะต้องมีผู้ฝึกอสูรอีกคนที่สู้กับโจวเซี่ยนอยู่แน่ๆ แถมระดับฝีมือก็คงไม่ธรรมดาด้วย
สัตว์อสูรสีดำไหม้เกรียมที่นอนอยู่บนพื้นนั่นก็น่าจะเป็นของเขา ส่วนตัวเขาเองที่หายไป ก็คงกำลังสู้กับโจวเซี่ยนอยู่ที่ไหนสักแห่งบนเขานี้แหละ
ต้องรีบไปช่วยแล้วล่ะ
บางทีอาจจะไม่ต้องรอให้เบื้องบนส่งคนมา พวกเธอก็อาจจะจับกุมโจวเซี่ยนได้ด้วยซ้ำ
เฉียวซางชี้ไปที่พื้นหญ้าด้านหลัง แล้วตอบว่า “อยู่ตรงนั้นค่ะ”
หมาเขี้ยวไฟเห็นการสื่อสารระหว่างผู้ฝึกอสูรของมันกับคนที่เพิ่งมาใหม่ ก็มีท่าทีผ่อนคลายลง
หญิงวัยกลางคนชะงักไปนิดนึง ก่อนจะหันขวับไปมองตามทิศทางที่เฉียวซางชี้อย่างระมัดระวัง
พอเห็นผู้ชายที่หัวโนปูดเป็นลูกมะกรูดสองลูก สองมือถูกมัดไพล่หลัง นอนหลับตาปี๋อยู่บนพื้น เธอก็ยืนอึ้งไปครู่ใหญ่
นี่คือโจวเซี่ยนงั้นเหรอ?!
หญิงวัยกลางคนสูดหายใจเข้าลึก รีบเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
ถึงแม้สภาพของผู้ชายที่นอนอยู่จะดูน่าอนาถไปสักหน่อย แต่ใบหน้าอันหล่อเหลาที่หาตัวจับยากแบบนี้ เธอก็มองปราดเดียวก็จำได้ทันที
โจวเซี่ยนจริงๆ ด้วย!
หญิงวัยกลางคนตกตะลึงสุดขีด
ทำไมเขาถึงสลบอยู่ล่ะ? หัวโนสองลูกนั่นมันคืออะไร? แล้วก็… ทำไมเชือกที่มัดมือมันถึงดูเหมือนเชือกรองเท้าจังเลยล่ะ!
ภาพเหตุการณ์ที่เธอจินตนาการไว้ตอนเดินทางมา มันไม่ใช่แบบนี้นี่นา!
ตอนนั้นเอง เยี่ยหรั่นหรั่นก็เดินเข้ามา มองหน้าเฉียวซางด้วยสีหน้าแปลกๆ แล้วถามขึ้น
“ซางซาง ทำไมเธอถึงมาอยู่บนเขานี้ได้ล่ะ แล้วไปเจอใครมาบ้างหรือเปล่า? แล้วหมาเขี้ยวไฟของเธอล่ะ ทำไมถึงไปสู้กับนกอัสนีจ้าวพายุได้?”
เฉียวซางหันไปมองแล้วก็ต้องประหลาดใจ “พี่หรั่นหรั่น พี่ก็มาด้วยเหรอคะ”
คำถามมันเยอะเกินไป เฉียวซางไม่รู้จะเริ่มตอบคำถามไหนก่อนดี และตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็ไม่ใช่การตอบคำถามพวกนี้ด้วย
“เดี๋ยวหนูค่อยเล่าให้ฟังทีหลังนะคะ” เฉียวซางพูดจบ ก็หันไปมองวิญญาณหมวกหินที่นอนอยู่บนพื้น
ที่สำคัญที่สุดคือ ยังมีอีกศพที่เธอยังไม่ได้ลาสคิลเลย!
“หมวกหิน”
วิญญาณหมวกหินส่งเสียงร้องอย่างอ่อนแรง
พอเห็นนกอัสนีจ้าวพายุล้มลง มันก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
เรื่องราวมันกลายมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง ตอนแรกพวกมันทะเลาะกันทำไมนะ?
อ้อ นึกออกแล้ว
ก็เพราะมนุษย์คนนี้นี่เอง
เพราะมนุษย์หน้าเหม็นคนนี้แหละ!
วิญญาณหมวกหินจ้องมองเฉียวซางอย่างเคียดแค้น ก่อนจะช็อกจนหัวใจวายสลบไปเลย
ก่อนที่สติจะดับวูบ มันรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงใครบางคนเรียกชื่อมันด้วยความเศร้าโศกเสียใจ
เจ้านาย…
“วิญญาณหมวกหิน!” เฉียวซางตะโกนลั่นด้วยความปวดใจ
คะแนนของเธอ!
เยี่ยหรั่นหรั่นที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับอึ้งไปเลย วิญญาณหมวกหินเหรอ? สัตว์อสูรในประวัติของโจวเซี่ยนน่ะเหรอ? ไอ้ก้อนถ่านดำเมี่ยมนั่นน่ะนะ?!
“ซางซาง ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เยี่ยหรั่นหรั่นถามด้วยสีหน้าเลื่อนลอย
หญิงวัยกลางคนได้ยินคำถามนั้น ก็หันมามองด้วย
ถึงแม้จะแปลกใจที่เยี่ยหรั่นหรั่นรู้จักกับเด็กผู้หญิงคนนี้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาใส่ใจเรื่องหยุมหยิมพวกนั้น
หญิงวัยกลางคนจ้องมองเฉียวซางเขม็ง รอคอยคำตอบจากเธอเช่นกัน
เฉียวซางดึงสติตัวเองกลับมาจากความเศร้าโศกที่วิญญาณหมวกหินสลบไปก่อนที่เธอจะได้ลาสคิล
เธอเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง เรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว
เมื่อตำรวจคนอื่นๆ มาถึง ภาพที่เห็นก็คือ ตำรวจสาวสวยประจำโรงพักกับตำรวจรุ่นเก๋า กำลังยืนอ้าปากค้างทำหน้าเอ๋อรับประทานอยู่
การจับกุมงูทะเลหางเงินเป็นไปอย่างง่ายดายสุดๆ ตอนที่กลุ่มตำรวจไปเจอมัน มันก็กำลังนอนกรนเสียงดังแข่งกับเจ้านายของมันอยู่เลย
……
“ซางซาง เดี๋ยวเธอต้องไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจกับพี่หน่อยนะ” เยี่ยหรั่นหรั่นพูดกลั้วหัวเราะ “ดวงเธอนี่มันสุดยอดจริงๆ เดี๋ยวพอกลับไปเล่าให้ป้าสะใภ้สามฟัง รับรองว่าพวกผู้ใหญ่ต้องตกใจจนหงายหลังแน่ๆ”
เฉียวซางพยักหน้ารับ การไปให้ปากคำไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเธอหรอก
“หนูขอแวะกลับไปบ้านก่อนได้ไหมคะ กระเป๋าหนูอยู่ที่บ้านน่ะค่ะ” เฉียวซางบอก
“จะเอากระเป๋าไปทำไมล่ะ แค่ไปให้ปากคำเฉยๆ เดี๋ยวให้ปากคำเสร็จ พี่ก็ไปส่งบ้านอยู่ดีแหละ” เยี่ยหรั่นหรั่นตบไหล่เฉียวซางแล้วบอกพร้อมรอยยิ้ม
เฉียวซางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “หนูจำเลขบัญชีไม่ได้ บัตรเอทีเอ็มของหนูอยู่ในกระเป๋าน่ะค่ะ”
“จะเอาบัตรเอทีเอ็มไปทำไม?” เยี่ยหรั่นหรั่นถามด้วยความสงสัย
เฉียวซางไม่ตอบ เอาแต่จ้องหน้าพี่สาวนิ่งๆ
ความเงียบครอบงำไปชั่วขณะ
สักพัก
เยี่ยหรั่นหรั่น: “!!!”
เธอเพิ่งจะนึกออก เบิกตากว้างจ้องมองเฉียวซางด้วยความตกตะลึง อึ้งจนพูดไม่ออกไปพักใหญ่
พระเจ้าช่วย น้องสาวที่เพิ่งจะเรียนจบ ม.3 ของเธอคนนี้ กำลังจะกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านแล้วเหรอเนี่ย?!
ก่อนจะออกจากเขาหวงหมิง เฉียวซางก็หันไปถามเยี่ยหรั่นหรั่นที่กำลังใจลอยอยู่ว่า “พี่มีของกินติดตัวมาบ้างไหมคะ?”
เยี่ยหรั่นหรั่นตอบแบบมึนๆ “ของกินอะไร? กินอะไร? มีของกินอะไร?”
เฉียวซาง: “…”
“พี่มีของกินติดตัวมาบ้างหรือเปล่าคะ?” เฉียวซางถามซ้ำ
“พี่กำลังลดหุ่นอยู่ ไม่พกของกินหรอก” เยี่ยหรั่นหรั่นตอบ ก่อนจะเสริมว่า “หลักๆ คือไม่มีตังค์ซื้อน่ะ”
เฉียวซาง: “…”
ความจริงแล้วก่อนกลับ เธอตั้งใจจะเอาของกินไปให้หนูแม่เหล็กเพื่อเป็นการบอกลา แต่ของที่เธอกินได้มันอยู่ในห่วงของผีค้นสมบัติตัวน้อยหมดเลย
ด้วยสภาพของผีค้นสมบัติตัวน้อยตอนนี้ คงปลุกมาคุยด้วยไม่รู้เรื่องแน่ๆ พอลงเขาไปก็คงต้องพามันไปตรวจเช็กที่ศูนย์ฝึกอสูรซะหน่อย
เฉียวซางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นวี่แววของแม่ลูกหนูแม่เหล็กที่อยู่ด้วยกันมาตลอดเลย
“โฮ่ง!” ตอนนั้นเอง หมาเขี้ยวไฟก็เห่าขึ้นมา พลางชี้กรงเล็บไปที่จุดๆ หนึ่ง
เฉียวซางมองตามไป ก็เห็นหัวสีเหลืองเล็กๆ สองหัวโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ กำลังมองมาทางเธออยู่
พอเห็นเฉียวซางหันมามอง หนูแม่เหล็กทั้งสองตัวก็ส่งยิ้มเป็นมิตรให้พร้อมกัน จากนั้นก็มีกรงเล็บเล็กๆ สีเหลืองข้างหนึ่งดันผลไม้สีเขียวออกมาจากพุ่มไม้
นั่นคือ ผลเป่าลี่
เฉียวซางอึ้งไปนิดนึง ก่อนจะเดินเข้าไปเก็บผลเป่าลี่ขึ้นมา
พอเธอแหวกพุ่มไม้ออกดู ก็ไม่พบร่องรอยของแม่ลูกหนูแม่เหล็กแล้ว
เฉียวซางยืนมองผลเป่าลี่ในมือนิ่งๆ
ตอนนั้นเอง เยี่ยหรั่นหรั่นก็เดินเข้ามาถามด้วยความประหลาดใจ “นี่เธอเพิ่งเก็บมาจากพื้นเมื่อกี้เหรอ? พี่จำได้ว่าต้นผลเป่าลี่มันอยู่ไกลจากตรงนี้ตั้งเยอะนี่นา”
เฉียวซางได้สติกลับมา ยิ้มบางๆ แล้วตอบว่า “เปล่าค่ะ เพื่อนให้มาน่ะ”
(จบตอน)

0 Comments