You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

“จี๊ด!!!”

หนูแม่เหล็กสะดุ้งสุดตัว กระโดดไปหลบมุมกรง ร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว

คนที่นอนอยู่ห้องข้างๆ พลิกตัวนอนต่อโดยไม่สนใจอะไร

ช่วงสองวันนี้หนูแม่เหล็กส่งเสียงดังโวยวายมาตลอด จากที่รำคาญ ตอนนี้คนห้องข้างๆ ก็ชินซะแล้ว

พวกคนที่ยอมจ่ายเงินซื้อสัตว์อสูรที่เพิ่งจับมาใหม่ๆ ไปทำอาหาร ก็เพราะต้องการความสดใหม่และปลอดภัยนี่แหละ

ส่งเสียงดังสิดี จะได้เป็นเครื่องยืนยันว่าหนูแม่เหล็กตัวนี้ยังมีชีวิตชีวาอยู่ ขืนเอาแต่นอนซม เดี๋ยวก็โดนลูกค้าคืนของกันพอดี

หนูแม่เหล็กขดตัวอยู่ที่มุมกรง ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว

มันจำได้ว่าแม่เคยบอกไว้ สัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณน่ะ น่ากลัวกว่ากิ้งก่าหางหนามบนภูเขาซะอีก

คุณทวดของปู่ของมันก็เพราะโดนสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณสาปแช่งนี่แหละ ถึงได้กลายเป็นหนูตัวเมียไป ทำให้คุณทวดของปู่ต้องใช้ชีวิตอย่างซึมเศร้า และตัดสินใจหนีออกจากบ้านเกิดไปในที่สุด

นี่มันคงจะไม่โดนสาปให้เปลี่ยนเพศเหมือนกันหรอกนะ!

ถ้าเป็นแบบนั้น ต่อให้ได้กลับไปบนภูเขา เพื่อนๆ ก็คงจำมันไม่ได้แน่ๆ!

ในขณะที่หนูแม่เหล็กกำลังคิดฟุ้งซ่านจนน้ำตาจะไหลอยู่นั้น ขวดนมที่ติดอยู่หน้ากรงก็อันตรธานหายไป

หนูแม่เหล็กยังไม่ทันจะได้ดีใจ ขวดนมก็ไปโผล่อยู่ในกรงซะแล้ว

“จี๊ด!!!”

“จ๊วบ”

ผีค้นสมบัติตัวน้อยรีบปรากฏตัวออกมาให้เห็น

หนูแม่เหล็กหยุดร้องกะทันหัน จ้องมองสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณตัวจิ๋วตรงหน้าตาไม่กะพริบ

ดูเหมือนจะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่แม่บอกเลยแฮะ…

“จ๊วบๆ”

“จ๊วบ”

“จ๊วบๆ, จ๊วบ”

ผีค้นสมบัติตัวน้อยพยายามอธิบายเหตุผลที่มันมาที่นี่

หนูแม่เหล็กยืนอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะถามกลับอย่างไม่แน่ใจ

“จี๊ด?”

“จี๊ดจี๊ด?!”

“จ๊วบ” ผีค้นสมบัติตัวน้อยพยักหน้ายืนยัน

“จี๊ด!”

หนูแม่เหล็กร้องออกมาด้วยความดีใจ

มันพยักหน้าอย่างหนักแน่น เป็นเชิงบอกว่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

แต่วินาทีต่อมา หนูแม่เหล็กก็คอตกอีกครั้ง

มันชี้ไปที่กรงขัง แล้วก็ชี้มาที่ตัวเอง

“จี๊ดจี๊ด”

“จ๊วบ”

จังหวะนั้นเอง ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ถอดห่วงบนหัวออก แล้วเก็บขวดนมเข้าไป

หนูแม่เหล็กยืนอึ้งไปเลย

มันมองผีค้นสมบัติตัวน้อยด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใสอีกครั้ง

“จ๊วบๆ”

ผีค้นสมบัติตัวน้อยชี้ไปที่ห่วง แล้วก็ชี้มาที่หนูแม่เหล็ก

“จี๊ด!”

หนูแม่เหล็กพยักหน้าอย่างหนักแน่น ไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะกระโดดเข้าไปในห่วงนั้น

ผีค้นสมบัติตัวน้อยสวมห่วงกลับเข้าที่เดิม แล้วก็ล่องหนหายไป

ห้องที่เคยมืดมิดก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

คนในห้องข้างๆ ไม่ได้รู้สึกผิดสังเกตอะไร กลับรู้สึกโล่งใจซะอีกที่ในที่สุดก็จะได้นอนหลับสนิทสักที

……

หน้าอพาร์ตเมนต์

“ทำไมพี่ถึงขึ้นไปหาหญ้าปาเจี่ยวบนภูเขาล่ะ สั่งซื้อออนไลน์ไม่ได้เหรอ?”

“ก็อยากประหยัดเงินนี่นา”

ระหว่างที่ยืนรอ เฉียวซางกับเยี่ยจิ้งเหวินก็คุยกันสัพเพเหระไปเรื่อย

“แล้วแกล่ะ ทำไมช่วงปิดเทอมถึงกลับมาบ้านเกิดล่ะ?” เยี่ยจิ้งเหวินถามบ้าง

“ก็ตั้งใจจะกลับมาฝึกหมาเขี้ยวไฟให้วิวัฒนาการน่ะสิ” เฉียวซางตอบ

เยี่ยจิ้งเหวินอึ้งไปนิดนึง อยากจะด่ากลับไปเหมือนกัน

นี่แกจำไม่ได้เหรอว่าแกเพิ่งจะเรียนจบ ม.3 น่ะ!

ถ้าสัตว์อสูรมันวิวัฒนาการกันง่ายๆ ขนาดนั้น ป่านนี้ภูเขาในตำบลฉีถังก็คงกลายเป็นเขตอันตรายไปนานแล้ว!

แต่พอเธอนึกถึงเรื่องราวของเฉียวซางในช่วงที่ผ่านมา ก็ต้องกลืนคำด่าลงคอไป

เธอมีสิทธิ์อะไรไปด่าเขาล่ะ ขนาดตัวเองขึ้นเขาไปยังเกือบเอาชีวิตไม่รอด จนต้องเดือดร้อนให้ลูกพี่ลูกน้องมาช่วยขโมยหนูแม่เหล็กไปปล่อยแบบนี้

ถ้าเธอเป็นผู้ฝึกอสูร จางหวยก็คงไม่กล้าพาพ่อมาจับหนูแม่เหล็กต่อหน้าต่อตาเธอแบบนี้หรอก

ที่แท้พวกเขาก็แค่เห็นว่าเธอไม่มีน้ำยาอะไรก็เท่านั้นเอง

ในขณะที่เยี่ยจิ้งเหวินกำลังเศร้าซึมอยู่นั้น เฉียวซางก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า “หนูได้ยินป้าสะใภ้สามบอกว่าพี่อยากเป็นผู้เชี่ยวชาญพืชวิญญาณเหรอคะ?”

เยี่ยจิ้งเหวินพยักหน้ารับ ตอบอย่างขวยเขินนิดๆ “สำหรับโควตารับตรง คะแนนวิชาเฉพาะของผู้เชี่ยวชาญพืชวิญญาณคิดเป็น 60% บวกกับคะแนนวิชาการอีก 20% ส่วนอีก 20% ที่เหลือถึงจะเป็นคะแนนของสัตว์อสูร พี่อยากลองดูน่ะ”

“พี่คือคนที่รักการเรียนที่สุดในบรรดาพี่น้องรุ่นเราเลย หนูเอาใจช่วยนะ” เฉียวซางให้กำลังใจ

หนูเหรอ?

รักการเรียน?

เยี่ยจิ้งเหวินถึงกับพูดไม่ออก แต่พอโดนเฉียวซางชมแบบนี้ เธอก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเยอะเลย

เธอเพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรต่อ ก็เห็นเฉียวซางขึ้นคร่อมจักรยานซะแล้ว

“เสร็จแล้ว เรากลับกันเถอะ” เฉียวซางพูดพร้อมกับเริ่มปั่นจักรยานออกไป

เสร็จแล้วเหรอ?!

เยี่ยจิ้งเหวินอึ้งไปนิดนึง ก่อนจะรีบคว้าจักรยานปั่นตามไปอย่างตื่นเต้น

พวกเธอปั่นจักรยานมาจนถึงที่ลับตาคนแห่งหนึ่ง แล้วก็จอดรถ

ภายใต้แสงไฟสีเหลืองนวลจากเสาไฟริมทาง

“จ๊วบ~”

ผีค้นสมบัติตัวน้อยปรากฏตัวขึ้น มันถอดห่วงออกแล้วยื่นเข้าไปข้างใน ร่างสีเหลืองของหนูแม่เหล็กก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าเฉียวซาง

หนูแม่เหล็กหอบหายใจแฮกๆ

ในห่วงไม่มีอากาศให้หายใจเลย มันรู้สึกเหมือนจะขาดใจตายอยู่ในนั้นซะแล้ว

พอหอบจนเหนื่อย หนูแม่เหล็กก็เงยหน้ามองดูรอบๆ

เห็นแสงจันทร์ สายลมเย็นๆ และสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณที่ช่วยมันออกมา

แล้วก็…

“จี๊ด!”

หนูแม่เหล็กตัวเกร็ง ขนหางชี้ฟู มีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แลบแปลบปลาบออกมาจากตัวมัน

มนุษย์!

ผีค้นสมบัติตัวน้อยรีบเข้ามาขวางหน้าเฉียวซาง แล้วพยายามอธิบายให้ฟัง

“จ๊วบ!”

“จ๊วบๆ!”

“จ๊วบ!”

เยี่ยจิ้งเหวิน: “…”

นี่แกไม่เห็นเหรอว่าหนูแม่เหล็กมันตั้งท่าจะโจมตีฉันอยู่น่ะ…

การไม่มีสัตว์อสูรเป็นของตัวเองนี่มันช่างน่าเศร้าจริงๆ…

หนูแม่เหล็กยอมลดความระแวงลงหลังจากฟังคำอธิบายของผีค้นสมบัติตัวน้อย พอผ่อนคลายความตึงเครียดลง มันก็สลบเหมือดไปเลย

……

เช้าวันรุ่งขึ้น

เฉียวซางตื่นมาก็เห็นหนูแม่เหล็กกำลังนั่งกินนมอยู่กับผีค้นสมบัติตัวน้อยในห้องของเธอ

เมื่อคืนกลับมาดึกเกินไป เยี่ยจิ้งเหวินเลยเสนอให้เอาหนูแม่เหล็กมานอนพักที่บ้านก่อน แล้วค่อยเอาไปปล่อยบนภูเขาตอนเช้า

หนูแม่เหล็กก็เลยได้มานอนในห้องของเฉียวซางโดยปริยาย

ถ้าเอาไปนอนห้องเยี่ยจิ้งเหวิน ขืนตื่นมาตอนเช้าไม่มีผีค้นสมบัติตัวน้อยคอยช่วยเป็นล่ามให้ มีหวังได้โดนฟ้าผ่าแต่เช้าแน่ๆ

เฉียวซางก้มดูเวลา

9 โมง 12 นาที

เพิ่งตื่นนอนก็เลยยังมึนๆ อยู่

สายป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย?

ปกติหยาเป่าไม่เคยปล่อยให้เธอนอนตื่นสายขนาดนี้นี่นา

หยาเป่า?

หยาเป่า!

วินาทีต่อมา เฉียวซางก็ตาสว่าง รีบทำท่าประสานอินทันที

“โฮ่ง”

หมาเขี้ยวไฟที่อยู่ในค่ายกลดาวมองผู้ฝึกอสูรของมันด้วยสายตาตัดพ้อ

เฉียวซางรู้สึกผิดขึ้นมาทันที

เมื่อคืนเธอเป็นห่วงกลัวหมาเขี้ยวไฟจะอยู่บ้านคนเดียวแล้วเกิดเรื่อง ก็เลยเก็บมันเข้าคัมภีร์อสูรไป กะว่าพอกลับมาถึงบ้านก็จะรีบปล่อยมันออกมา แต่ดันง่วงจัดจนเผลอหลับไปซะงั้น…

“จ๊วบ!”

ผีค้นสมบัติตัวน้อยเห็นหมาเขี้ยวไฟออกมาก็ดีใจ ร้องทักทายเสียงใส

หมาเขี้ยวไฟหันไปมอง ก็เห็นหนูแม่เหล็กกำลังจ้องมองมันตาไม่กะพริบอยู่ข้างๆ ลูกน้องของมัน

ถึงแม้ตามต่างอำเภอจะไม่ได้เข้มงวดเรื่องสัตว์อสูรป่ามากนัก แต่สำหรับสัตว์อสูรป่าธาตุไฟกลับถูกควบคุมอย่างเข้มงวดมาก

เพราะสัตว์อสูรธาตุไฟ ต่อให้อยู่ในระดับเริ่มต้น แค่พ่นไฟออกมามั่วๆ ก็อาจจะทำให้เกิดไฟป่าได้ง่ายๆ

ด้วยเหตุนี้ หนูแม่เหล็กที่อาศัยอยู่บนภูเขาจึงไม่เคยเห็นสัตว์อสูรธาตุไฟเลยสักครั้งในชีวิต

“โฮ่ง?”

หมาเขี้ยวไฟเอียงคอสงสัย

นี่ตอนที่มันอยู่ในคัมภีร์อสูร ผู้ฝึกอสูรของมันแอบไปรับสัตว์อสูรตัวใหม่มาเลี้ยงอีกแล้วเหรอ?!

……

เวลา 10 โมง 20 นาที

เชิงเขาหวงหมิง

เนื่องจากเยี่ยจิ้งเหวินต้องไปเรียนพิเศษ เฉียวซางจึงเป็นคนพาหนูแม่เหล็กมาส่งเอง

เขาหวงหมิงไม่ได้อยู่ไกลจากถนนสุ่ยเม่ามากนัก ปั่นจักรยานแค่แป๊บเดียวก็ถึง

“จี๊ด”

หนูแม่เหล็กร้องบอกลาด้วยความซาบซึ้งใจ

ถึงแม้สองสามวันที่ผ่านมามันจะเฝ้าฝันถึงการได้กลับมาที่นี่ตลอดเวลา แต่พอได้กลับมาจริงๆ มันก็ยังรู้สึกเหมือนฝันไปอยู่ดี

หลังจากบอกลากันเสร็จ หนูแม่เหล็กก็รีบวิ่งขึ้นเขาไปด้วยความดีใจ

แต่พอกระโดดไปได้ไม่กี่ก้าว มันก็หันกลับมามอง ก็เห็นว่ามนุษย์ที่ส่งสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณไปช่วยมัน กำลังเดินตามหลังมันมาติดๆ

“จี๊ด?”

“พอดีฉันจะขึ้นเขาอยู่แล้ว ไปด้วยกันเถอะ” เฉียวซางบอก

(จบตอน)

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note