ตอนที่ 69 หรือว่าออมมือ?
แปลโดย เนสยังแว่นตากันแดดตรงหน้านี้ดีไซน์ล้ำสมัย สีสันจัดจ้าน แถมยังดูน่ารักสดใสอีกต่างหาก
มันเป็นแว่นตาที่ดึงดูดสายตาคนมองได้ดีจริงๆ นั่นแหละ
แต่ถ้าให้หมาเขี้ยวไฟมาใส่มันก็คงดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่นัก
เพราะมันคือแว่นตากันแดดรูปหัวใจสีชมพูแปร๊ด
เฉียวซางเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะปฏิเสธอย่างรักษาน้ำใจ “คงไม่ดีกว่าค่ะ พี่ก็เห็นแล้วว่าแว่นตากันแดดที่หมาเขี้ยวไฟใส่ในการแข่งขันเมื่อกี้พังยับเยินขนาดไหน ถ้าขืนไปทำแว่นตาของพี่พังตอนแข่งรอบชิงอีก มันคงดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
“โฮ่ง”
หมาเขี้ยวไฟพยักหน้าเห็นด้วยรัวๆ พร้อมกับยื่นกรงเล็บที่มีเศษซากแว่นตากันแดดสีแดงที่พังยับเยินออกมาให้ดูเป็นหลักฐาน
ซ่งหยวนยิ้มตอบ “กรอบแว่นตาของเรารุ่นนี้ทำมาจากเล็บของกิ้งก่าหนีเจียนเลยนะ การแข่งขันรายการอื่นพี่อาจจะไม่กล้ารับประกัน แต่ถ้าเป็นระดับร้อยหน้าใหม่แบบนี้ รับรองว่าทนทานไม่มีปัญหาแน่นอนจ้ะ”
“พี่เข้าใจนะว่าหนูกังวลอะไร แต่หนูต้องเชื่อในสายตาแม่ค้าอย่างพี่สิ ความขัดแย้งแบบน่ารักๆ อย่างสาวหวานขับบิ๊กไบค์ หรือหนุ่มเนิร์ดไปเที่ยวผับอะไรแบบเนี้ย มันดึงดูดความสนใจคนได้ดีที่สุดเลยนะ”
ฟังดูมีเหตุผลนะเนี่ย
สมกับเป็นแม่ค้าจริงๆ เฉียวซางเกือบจะเคลิ้มตามแล้ว
แต่พอเห็นหมาเขี้ยวไฟแสดงท่าทีต่อต้านอย่างเห็นได้ชัด เฉียวซางก็คิดว่าควรจะเคารพการตัดสินใจของมันดีกว่า
“แว่นแบบนี้กับหมาเขี้ยวไฟดูจะไม่ค่อย…”
“ถ้าตอนแข่งรอบชิงหมาเขี้ยวไฟยอมใส่มันล่ะก็ ต่อให้สุดท้ายแล้วเราจะตกลงเรื่องสัญญากันไม่ได้ พี่ก็จะจ่ายค่าจ้างพิเศษให้หนูก้อนนึงเลย ห้าหลักอัปแน่นอน” ซ่งหยวนกางนิ้วมือทั้งห้าออก
“…ดูจะไม่ค่อยมีใครเหมือนเท่าไหร่ เหมาะสมที่สุดเลยค่ะ” เฉียวซางรีบกลับคำทันควัน
“โฮ่ง?”
……
ณ ห้องพักนักกีฬา
เวยเหวินย่านั่งอยู่บนโซฟา โดยมีสัตว์อสูรที่มีลักษณะคล้ายเป็ดสีฟ้าตัวหนึ่งกำลังวิดพื้นมือเดียวอยู่บนพื้น
“พ่อ พ่อพูดจริงเหรอ?”
“แน่นอนสิ ของรางวัลนั่นอารองแกเป็นคนเอาไปวางเองกับมือ จะมาหลอกแกได้ยังไง?” ชายที่นั่งอยู่บนโซฟาเดียวกันตอบ
เขาหวีผมทรงเสยเรียบแปล้ไปด้านหลัง สวมชุดสูทสีดำ รองเท้าหนังขัดมันวับ นั่งไขว่ห้างพิงโซฟา ดูเป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จ
“แต่อาสะใภ้รองเอาหินวิวัฒนาการธาตุน้ำระดับ A มาสลับกับหินระดับ D ตอนที่ศูนย์ตรวจสอบประเมินคุณภาพของแบบนี้ จะไม่โดนจับได้จริงๆ เหรอ?” เวยเหวินย่าถามด้วยความกังวล
“อาสะใภ้รองแกเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินคุณภาพของมานานแล้ว ไม่มีใครสงสัยเขาหรอกน่า อีกอย่างเรื่องนี้แกก็เป็นคนจัดการเองทั้งหมด ไม่มีใครเข้ามายุ่งเกี่ยวสักหน่อย” ชายคนนั้นตอบอย่างใจเย็น
“งั้นพ่อช่วยไปคุยกับทางผู้จัดงานให้สลับของรางวัลอันดับหนึ่งกับอันดับสองหน่อยไม่ได้เหรอคะ? ขืนต้องมาแกล้งแพ้ให้เด็กเพิ่งจบ ม.3 ต่อหน้าคนตั้งเยอะตั้งแยะแบบนี้ มันเสียหน้านะคะ”
เวยเหวินย่าออดอ้อน
“แกต้องเข้าใจนะว่าตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องอันดับหรือหน้าตา แต่เป็นเรื่องการพัฒนาความสามารถของเป็ดหัวจอมพลังในอนาคตต่างหาก ขอแค่ได้หินวิวัฒนาการธาตุน้ำก้อนนี้มา พ่อก็จะหาทางไปหาน้ำอมฤตบริสุทธิ์สูงๆ มาให้แกเอง”
“รอให้เป็ดหัวจอมพลังวิวัฒนาการเป็นสัตว์อสูรระดับสูงได้เมื่อไหร่ แกถึงจะมีโอกาสได้เป็นตัวแทนทีมมหาวิทยาลัยหย่งต้านะ”
“อีกอย่าง เด็กที่จะมาแข่งกับแกในรอบต่อไป ก็เพิ่งจะเอาชนะโหวเซี่ยงอวี่คนนั้นมาได้ แกแพ้ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรหรอกน่า” ชายคนนั้นพยายามอธิบายอย่างใจเย็น
“หนูเข้าใจแล้วค่ะ” เวยเหวินย่ายอมรับ
บทสนทนาระหว่างพ่อลูกไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อเป็ดหัวจอมพลัง มันยังคงตั้งหน้าตั้งตาวิดพื้นมือเดียวต่อไป
……
“สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษทุกท่าน! ในที่สุดเราก็มาถึงการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของรายการร้อยหน้าใหม่แล้วครับ! ขอเชิญพบกับผู้เข้าแข่งขันเวยเหวินย่า และผู้เข้าแข่งขันเฉียวซาง ที่ฝ่าฟันอุปสรรคมาจนถึงรอบนี้กันได้เลยครับ!” พิธีกรประกาศด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเร้าใจ
เฉียวซางเดินอุ้มหมาเขี้ยวไฟออกมายังลานประลอง ท่ามกลางเสียงเพลงประกอบที่ทางผู้จัดงานเปิดคลอเคลีย
ผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างก็ส่งเสียงเชียร์กันอย่างกึกก้อง
“เฉียวซาง! เฉียวซาง!”
“หมาเขี้ยวไฟ! หมาเขี้ยวไฟ!”
“เฉียวซาง! เฉียวซาง!”
“หมาเขี้ยวไฟ! หมา… เอ๊ะ?”
ผู้ชมที่กำลังตะโกนเชียร์หมาเขี้ยวไฟชะงักไปนิดนึง
แว่นตากันแดดที่หมาเขี้ยวไฟใส่มันดูแปลกๆ ไปนะ?
พอเงยหน้ามองดูจอภาพยักษ์ ก็เห็นหมาเขี้ยวไฟทำหน้าขรึมสุดๆ แต่ดันใส่แว่นตากันแดดรูปหัวใจสีชมพูแปร๊ดซะงั้น ซึ่งมันช่างขัดกับภาพลักษณ์ของมันแบบสุดโต่งเลยทีเดียว
ก็แหม…
ผลกระทบทางสายตามันช่างรุนแรงเหลือเกิน
สมกับเป็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นที่เอาชนะตุ๊กตาควบคุมสมดุลมาได้จริงๆ
ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนเลย!
“หมาเขี้ยวไฟ! หมาเขี้ยวไฟ!”
บนลานประลอง
หมาเขี้ยวไฟพยายามเก๊กหน้านิ่งสุดชีวิต
ผู้ฝึกอสูรของมันพูดถูกจริงๆ ด้วย
ใส่แว่นตากันแดดอันนี้แล้วมันดูหล่อกระชากใจจริงๆ
เมื่อก่อนไม่เห็นมีใครเรียกชื่อมันแบบนี้เลย
ดูเหมือนว่ารสนิยมความสวยงามของมนุษย์จะไม่ค่อยเหมือนกับมันเท่าไหร่นะ
เมื่อเสียงเพลงประกอบเงียบลง เวยเหวินย่าก็ทำท่าประสานอินเรียกแมวสายฟ้าจอมซนออกมายังลานประลอง
เฉียวซางแปลกใจนิดหน่อย
เวยเหวินย่าเป็นหนึ่งในรายชื่อผู้เข้าแข่งขันที่เธอจดไว้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มการแข่งขัน
เธอย่อมรู้ดีว่าเวยเหวินย่ามีสัตว์อสูรธาตุน้ำอย่างเป็ดหัวจอมพลังอยู่ด้วย
ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมส่งสัตว์อสูรที่ข่มธาตุของเธอได้ออกมาสู้
สงสัยคงคิดว่าไม่จำเป็นล่ะมั้ง…
เพราะถ้าไม่นับเรื่องพลังป้องกัน แมวสายฟ้าจอมซนก็เหนือกว่าหมาเขี้ยวไฟในทุกๆ ด้านอยู่แล้ว
สิ้นเสียงนกหวีดของกรรมการ แมวสายฟ้าจอมซนก็แสยะยิ้มร้องขู่ พร้อมกับชูหางม้วนๆ ของมันให้ตั้งตรง
ทันใดนั้น สายฟ้าอันเจิดจ้าก็ฟาดเปรี้ยงลงมาจากฟ้า ตรงไปยังตำแหน่งที่หมาเขี้ยวไฟยืนอยู่
หมาเขี้ยวไฟขยับตัวหลบอย่างรวดเร็ว แยกร่างออกเป็น 8 ตัว แล้วพุ่งเข้าล้อมแมวสายฟ้าจอมซนจากทุกทิศทุกทาง
หมาเขี้ยวไฟสองตัวที่วิ่งอยู่ข้างหน้าถูกสายฟ้าฟาดใส่จนร่างสลายหายไปในพริบตา
ส่วนอีก 6 ตัวที่เหลือก็ยังคงพุ่งเข้าใส่แมวสายฟ้าจอมซนอย่างไม่ลดละ
เมื่อเข้าใกล้แมวสายฟ้าจอมซน หมาเขี้ยวไฟทั้ง 6 ตัวก็แยกเขี้ยวที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิง เตรียมจะกระโจนเข้าขย้ำ
“รีบหลบเร็ว!” เวยเหวินย่ารีบร้องสั่ง
ขืนโดนกัดเข้าไปมีหวังเกมจบทันทีแน่
เธอตั้งใจจะแกล้งแพ้ก็จริง แต่ก็ต้องแพ้แบบเนียนๆ ให้อยู่ในแผนที่เธอวางไว้ ไม่ใช่โดนอัดจนแพ้หมดรูปจริงๆ แบบนี้
ความเร็วคือจุดเด่นของแมวสายฟ้าจอมซนมาโดยตลอด
แต่คราวนี้หมาเขี้ยวไฟบุกเข้ามาเป็นวงล้อม
เมื่อได้ยินคำสั่งของผู้ฝึกอสูร แมวสายฟ้าจอมซนก็มองซ้ายมองขวา ไม่รู้จะหลบไปทางไหนดี ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจกระโดดขึ้นฟ้า หวังจะกระโดดข้ามวงล้อมออกไป
พลังกระโดดของแมวสายฟ้าจอมซนนั้นยอดเยี่ยมมาก การกระโดดครั้งนี้เกือบจะทำให้มันหลุดพ้นจากวงล้อมไปได้จริงๆ
แต่น่าเสียดายที่หมาเขี้ยวไฟตัวหนึ่งกระโดดเหยียบหลังหมาเขี้ยวไฟอีกตัวหนึ่งส่งตัวขึ้นไปงับเข้าที่หางของแมวสายฟ้าจอมซน แล้วลากมันตกลงมาที่พื้นได้อย่างหวุดหวิด
จากนั้นหมาเขี้ยวไฟตัวอื่นๆ ก็พุ่งเข้ารุมกัดแมวสายฟ้าจอมซนอย่างเมามัน
“เมี๊ยว!!!”
แมวสายฟ้าจอมซนร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
เมื่อหมาเขี้ยวไฟที่รุมกัดผละตัวออก แมวสายฟ้าจอมซนก็หลับตาปี๋สลบเหมือดไปซะแล้ว
กรรมการยืนอึ้งไปเลย
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะจบลงรวดเร็วขนาดนี้
เขาได้สติ เดินเข้าไปตรวจสอบอาการของแมวสายฟ้าจอมซนใกล้ๆ ถึงได้มั่นใจว่าการแข่งขันจบลงแล้วจริงๆ
“ผู้ชนะคือ ผู้เข้าแข่งขันเฉียวซาง”
ผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างก็ทำหน้าผิดหวัง
“นี่น่ะเหรอรอบชิงชนะเลิศ?”
“ความมันส์ยังสู้รอบรองชนะเลิศไม่ได้เลย”
“แม้แต่การแสดงโชว์คั่นเวลาของนักแสดงสัตว์อสูรยังสนุกกว่าอีก”
“สุดท้ายแมวสายฟ้าจอมซนจะหลบทำไมวะเนี่ย? พลังโจมตีมันก็สูงกว่าหมาเขี้ยวไฟ ทำไมไม่ใช้ท่าฟ้าผ่าฟาดให้วงล้อมแตกไปเลยล่ะ?”
เฉียวซางเองก็สงสัยเรื่องนี้เหมือนกัน
เวยเหวินย่าซึ่งเป็นผู้เข้าแข่งขันที่เอาชนะคู่แข่งมาได้แบบขาดลอยพอๆ กับโหวเซี่ยงอวี่ ไม่น่าจะมีฝีมือแค่นี้นี่นา
ตอนที่เวยเหวินย่าส่งแมวสายฟ้าจอมซนออกมาสู้ในรอบก่อนๆ ก็เห็นใช้แค่ท่าฟ้าผ่าหรือไม่ก็สายฟ้าฟาดแค่ครั้งเดียวก็เอาชนะคู่แข่งได้แล้ว ไม่เห็นจะต้องมีแผนการอะไรซับซ้อนเลย
ดังนั้นเฉียวซางก็เลยประเมินฝีมือของเธอไม่ออก
หลังจากที่ผ่านการแข่งขันกับโหวเซี่ยงอวี่มาแล้ว เธอก็จัดระดับความเก่งกาจของเวยเหวินย่าไว้ในระดับเดียวกับโหวเซี่ยงอวี่มาตลอด
แต่นี่มัน…
หรือว่าออมมือ?
……
ทางเดินไปยังห้องพยาบาลของลานประลองสัตว์อสูร
“ลูกเอ๊ย พ่อก็บอกให้แกล้งแพ้ไง แต่แพ้เร็วขนาดนี้มันไม่เนียนไปหน่อยเหรอ” ชายในชุดสูทพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
เวยเหวินย่า: “…”
(จบตอน)

0 Comments