ตอนที่ 65 โชคดีที่มาทัน
แปลโดย เนสยังบนลานประลอง
ค่ายกลดาวสีเทาสว่างวาบขึ้นเบื้องหน้าโหวเซี่ยงอวี่
สัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายลูกตุ้มตราชั่ง แต่กลับไม่ได้ดูแข็งกระด้างเหมือนลูกตุ้มตราชั่ง ซ้ำยังมีผิวสัมผัสที่ดูนุ่มนิ่มสีเทาอ่อน ลอยตัวอยู่เหนือค่ายกลดาวนั้น
เมื่อรู้ว่าคู่แข่งคือเฉียวซางที่มีเพียงหมาเขี้ยวไฟตัวเดียว โหวเซี่ยงอวี่ไม่ได้เลือกส่งผีเสื้อหิมะปาเสวี่ยที่อ่อนแอกว่าออกมา แต่กลับให้เกียรติเธอด้วยการเรียกตุ๊กตาควบคุมสมดุลออกมาสู้
โหวเซี่ยงอวี่มองดูหมาเขี้ยวไฟของฝั่งตรงข้ามที่กำลังอยู่ในท่าเตรียมพร้อมพุ่งชนด้วยสายตาชื่นชม
การแข่งขันร้อยหน้าใหม่นี้ เขาแค่ดูผ่านๆ ในวันแรกเพื่อให้รู้ระดับฝีมือคร่าวๆ ของผู้เข้าแข่งขัน หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดตามดูอีกเลย
จนกระทั่งการแข่งขันรอบ 8 คนสุดท้ายเมื่อเช้านี้
ถึงแม้เขาจะไม่ได้ดูการแข่งขันของเฉียวซางทุกนัด แต่เขาก็เคยได้ยินชื่อของเธอมาบ้าง
ก็แน่ล่ะ ผู้เข้าแข่งขันที่ทำผลงานโดดเด่นในการแข่งขันร้อยหน้าใหม่ก็มีอยู่แค่ไม่กี่คน สื่อต่างๆ ก็นำเสนอข่าววนเวียนอยู่แค่ชื่อพวกเขานั่นแหละ
ในฐานะผู้เข้าแข่งขันเพียงคนเดียวที่ทำสัญญากับสัตว์อสูรธาตุไฟเป็นตัวแรก แถมซาตั๋วยังประกาศก้องว่าเห็นเธอเป็นคู่แข่งในอนาคตอีก จะไม่ให้เขาจับตามองได้ยังไง
การแข่งขันเมื่อเช้านี้ของเธอก็สมกับที่สื่อนำเสนอจริงๆ การใช้กลยุทธ์ที่สามารถอธิบายคำว่า ‘การเอาชนะคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่าด้วยความอ่อนแอ’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
กลยุทธ์นั้นยอดเยี่ยมมากจริงๆ
แต่หลายคนกลับมองข้ามความจริงที่ว่า กลยุทธ์จะสำเร็จได้ก็ต้องมีสัตว์อสูรที่มีฝีมือคอยสนับสนุนด้วย
แค่การแข่งขันเพียงนัดเดียว หมาเขี้ยวไฟตัวนั้นก็สามารถโชว์ทักษะทั้งแยกร่างเงา, พุ่งชนเปลวเพลิง, วังวนเปลวเพลิง และประกายไฟให้เห็นได้หมด
แถมตอนที่พื้นดินถล่ม มันยังสามารถกระโดดหลบหลีกไปตามก้อนหินเพื่อพุ่งเข้าหาเต่าบกหางคู่ได้อีก การตอบสนองระดับนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย
ยากที่จะเชื่อว่านี่คือสัตว์อสูรของผู้ฝึกอสูรหน้าใหม่ที่เพิ่งจบ ม.3
ดูการแข่งขันนัดนั้นจบ เขาแทบจะอยากไปทำสัญญากับหมาเขี้ยวไฟบ้างเลย
เหตุผลที่เขาส่งตุ๊กตาควบคุมสมดุลออกมาสู้ ไม่ใช่เพราะกลัวว่าผีเสื้อหิมะปาเสวี่ยจะสู้ไม่ได้หรอกนะ
แต่เป็นการให้เกียรติและยอมรับในฝีมือของคู่แข่งต่างหากล่ะ
ทุกอย่างพร้อมแล้ว
สิ้นเสียงนกหวีดของกรรมการ ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มปล่อยทักษะในทันที
ตุ๊กตาควบคุมสมดุลปรากฏคลื่นพลังจิตโปร่งใสบางๆ ขึ้นมา มันชี้นิ้วสั้นๆ สองนิ้วไปทางหมาเขี้ยวไฟ
ส่วนหมาเขี้ยวไฟก็พุ่งพรวดเข้าหาตุ๊กตาควบคุมสมดุลทันทีที่ได้ยินเสียงนกหวีด
ระหว่างที่วิ่งพุ่งไป มันก็แยกร่างจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่
หมาเขี้ยวไฟทั้งสี่ตัวใช้ท่าพุ่งชนพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน
คลื่นพลังจิตที่ปลายนิ้วของตุ๊กตาควบคุมสมดุลชะงักไปชั่วขณะ มันไม่รู้จะใช้พลังจิตโจมตีเป้าหมายไหนดี
และในเสี้ยววินาทีแห่งความลังเลนั้นเอง หมาเขี้ยวไฟตัวหนึ่งก็พุ่งเข้ามาถึงตัวมันแล้ว
ตุ๊กตาควบคุมสมดุลได้สติกลับมา รีบรวมพลังงาน ร่างของมันก็หายวับไปโผล่ที่อีกฝั่งหนึ่งทันที
หมาเขี้ยวไฟพุ่งชนวืด
รับมือยากแฮะ…
เฉียวซางถอนหายใจในใจ
ตุ๊กตาควบคุมสมดุลตัวนี้มีทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาด้วยแฮะ ในการแข่งขันก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นมันใช้ทักษะนี้มาก่อนเลย
แผนรับมือกับตุ๊กตาควบคุมสมดุลตัวนี้ เธอเคยคิดไว้หลายแผนเหมือนกัน
สัตว์อสูรสายพลังจิต จะพ่ายแพ้ก็ต่อเมื่อพลังงานในตัวมันหมด หรือโดนโจมตีด้วยความเร็วที่เหนือกว่าจนตั้งรับไม่ทัน
แต่ตุ๊กตาควบคุมสมดุลตัวนี้มีทักษะเคลื่อนย้ายพริบตา
ทำให้โจมตีมันได้ยากมาก
เพราะทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาแค่เพียงนึกคิดก็สามารถใช้งานได้เลย ความเร็วย่อมเหนือกว่าหมาเขี้ยวไฟอย่างแน่นอน
ต่อให้อุตส่าห์เข้าประชิดตัวในระยะไม่ถึงหนึ่งเมตรได้ ตุ๊กตาควบคุมสมดุลก็สามารถใช้ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาหนีไปอยู่ที่อื่นได้ในพริบตาเดียว
โจมตีระยะไกลก็ยากที่จะโดนเป้าหมาย
ดูเหมือนว่าต้องใช้แผนยืดเยื้อเข้าสู้แล้วล่ะ…
ทั้งสองฝ่ายต่างถอยไปตั้งหลัก การแข่งขันก็เข้าสู่สภาวะชะงักงันชั่วคราว
“ลำแสงมายา”
โหวเซี่ยงอวี่เป็นฝ่ายเริ่มออกคำสั่งก่อน
ตุ๊กตาควบคุมสมดุลยื่นนิ้วสั้นๆ ออกไปข้างหน้า ลำแสงหลากสีก็พุ่งออกจากนิ้วของมันทันที
ลำแสงมายาพุ่งเข้าชนหมาเขี้ยวไฟตัวหนึ่ง หมาเขี้ยวไฟตัวนั้นก็สลายหายไปทันที
ร่างเงานั่นเอง
หลังจากจัดการร่างเงาไปได้หนึ่งตัว ลำแสงมายาก็ไม่ได้หยุดลง แต่มันยังคงกวาดกราดยิงใส่หมาเขี้ยวไฟอีกสามตัวที่เหลืออย่างต่อเนื่อง
พลังงานของร่างเงาไม่สามารถเทียบได้กับร่างจริง ความเร็วก็ช้ากว่าร่างจริงด้วย
ไม่นาน หมาเขี้ยวไฟที่เป็นร่างเงาอีกสองตัวก็ถูกลำแสงมายากวาดล้างจนหายไป
เหลือเพียงหมาเขี้ยวไฟร่างจริงที่กำลังกระโดดหลบหลีกอยู่
ในขณะที่ตุ๊กตาควบคุมสมดุลกำลังทุ่มพลังโจมตีใส่หมาเขี้ยวไฟเพียงตัวเดียวที่เหลืออยู่บนลานประลอง เฉียวซางก็รีบสั่งการตอบโต้ “แยกร่างเงา”
หมาเขี้ยวไฟขยับตัว พริบตาเดียวก็แยกร่างออกเป็นสี่ตัวอีกครั้ง
ตุ๊กตาควบคุมสมดุล: “…! “
โหวเซี่ยงอวี่ขมวดคิ้ว เขาเดาเจตนาของอีกฝ่ายออกแล้ว
การใช้ลำแสงมายาต้องใช้พลังงานค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการกวาดกราดยิงแบบนี้
ส่วนหมาเขี้ยวไฟแค่คอยกระโดดหลบและใช้ท่าแยกร่างเงา ขอแค่มีพละกำลังก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานอะไรมากมาย
ถึงแม้ตุ๊กตาควบคุมสมดุลจะเป็นสัตว์อสูรระดับกลาง มีพลังงานในตัวมากกว่าหมาเขี้ยวไฟเยอะมาก
แต่ถ้าต้องมาผลาญพลังงานแบบไม่สมน้ำสมเนื้อแบบนี้ ต่อให้เป็นตุ๊กตาควบคุมสมดุล พลังงานก็คงหมดก่อนแน่นอน
“หยุดก่อน” โหวเซี่ยงอวี่สั่งเสียงเรียบ
ตุ๊กตาควบคุมสมดุลลดมือลง ทั้งสองฝ่ายต่างจดจ้องดูท่าทีกันอีกครั้ง
ต้องรีบจบเกมให้ไวที่สุด โหวเซี่ยงอวี่ประเมินสถานการณ์บนลานประลองแล้วก็ตัดสินใจได้ทันที
“แยกร่างเงา”
พลังงานในตัวตุ๊กตาควบคุมสมดุลกระเพื่อมขึ้นเล็กน้อย พริบตาเดียวตุ๊กตาควบคุมสมดุลสี่ตัวก็ปรากฏขึ้นบนลานประลอง
เฉียวซางอึ้งไปเลย
นี่เขาแอบซ่อนทักษะอะไรไว้เยอะแยะขนาดนี้เนี่ย!
ทักษะพวกนี้ไม่เคยงัดออกมาใช้ในการแข่งขันก่อนหน้านี้เลยนะ!
คลื่นพลังบนตัวตุ๊กตาควบคุมสมดุลทั้งสี่สว่างวาบขึ้นมา แล้วไปโผล่อยู่ข้างหลังหมาเขี้ยวไฟทั้งสี่ตัวในพริบตา
“หมาเขี้ยวไฟสี่ตัว ปะทะ ตุ๊กตาควบคุมสมดุลสี่ตัว สถานการณ์ตอนนี้เข้มข้นขึ้นมาแล้วนะครับ ไม่คิดเลยว่าทั้งสองฝ่ายจะงัดกระบวนท่าออกมาสู้กันได้ดุเดือดขนาดนี้ ผู้เข้าแข่งขันโหวเซี่ยงอวี่ไม่ได้ปิดเกมรวดเดียวเหมือนการแข่งขันรอบที่ผ่านๆ มา ทั้งสองท่านคิดว่าปัญหาอยู่ตรงไหนครับ?” พิธีกรมองดูสถานการณ์แล้วตั้งคำถาม
คราวนี้ซาตั๋วยังไม่ทันได้อ้าปาก เกาซวี่ลู่ก็ชิงตอบขึ้นมาก่อน “ก็เป็นเพราะผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางฝีมือฉกาจยังไงล่ะคะ”
พิธีกร: “…”
“เอาล่ะครับ ขอให้ทุกคนติดตามชมการแข่งขันกันต่อนะครับ”
“ลำแสงมายา” โหวเซี่ยงอวี่รีบสั่งการโจมตีต่อเนื่อง
ลำแสงมายาสี่สายพุ่งเข้าใส่หมาเขี้ยวไฟทั้งสี่ตัวพร้อมกัน
ในจังหวะที่ทุกคนคิดว่าการแข่งขันกำลังจะจบลง
“แยกร่างเงา!” เฉียวซางตะโกนก้อง
แยกร่างเงาเนี่ยนะ?
ไม่ว่าจะเป็นผู้ชมในลานประลองหรือคนที่กำลังดูถ่ายทอดสด ต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน
ทักษะแยกร่างเงามันก็กำลังใช้อยู่ไม่ใช่เหรอ?
หมาเขี้ยวไฟเองก็ชะงักไปนิดนึง
แต่วินาทีต่อมา มันก็สัมผัสได้ถึงพลังงานในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป
มันขยับตัว พริบตาเดียวหมาเขี้ยวไฟทั้งสี่ตัวก็กลายเป็นแปดตัว
“โฮ่ง?”
หมาเขี้ยวไฟเอียงคอด้วยความสงสัย
ทำไมจู่ๆ ร่างเงาของมันถึงได้ทรงพลังขึ้นมาล่ะเนี่ย?
ผู้ชมทั้งลานประลองถึงกับช็อก
ผู้ฝึกอสูรหน้าใหม่สมัยนี้ซ่อนฝีมือกันเก่งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!
ณ ที่นั่งแขกรับเชิญ
“ไม่คิดเลยนะว่าในการแข่งขันรอบก่อนๆ หมาเขี้ยวไฟจะแอบซ่อนฝีมือไว้ด้วย”
“นั่นสิ ฉันดูการแข่งขันรอบที่แล้ว ทักษะเขี้ยวอัคคีกับประกายไฟของหมาเขี้ยวไฟตัวนี้บรรลุถึงขั้นชำนาญแล้ว ทักษะวังวนเปลวเพลิงก็อยู่ในระดับเชี่ยวชาญ ไม่คิดเลยว่าแม้แต่ทักษะแยกร่างเงาก็จะฝึกจนถึงขั้นเชี่ยวชาญได้เหมือนกัน”
“ดูจากขนาดตัวของหมาเขี้ยวไฟตัวนี้ ฉันก็นึกว่ามันอายุยังน้อยซะอีก ดูทรงแล้วอายุคงไม่น้อยแล้วล่ะมั้ง”
“ไม่น่าจะใช่นะ ตามปกติแล้วพอหมาเขี้ยวไฟอายุครบหนึ่งปี ขนสั้นๆ สีส้มแดงบนหัวมันก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดงเหมือนสีขนบนตัวสิ แต่เจ้าตัวนี้ ขนบนหัวยังเป็นสีส้มแดงอยู่เลย” แขกรับเชิญที่เคยสอบใบประกอบวิชาชีพผู้เพาะพันธุ์อธิบาย
“นี่คุณกำลังจะบอกว่า หมาเขี้ยวไฟที่มีทักษะเยอะแยะแถมความชำนาญสูงลิ่วขนาดนี้ อายุยังไม่ถึงหนึ่งปีเหรอ?”
“คุณอย่าไปฟังเขาเลย เขาแค่สอบใบประกอบวิชาชีพผู้เพาะพันธุ์ระดับ F ยังไม่ผ่านเลยด้วยซ้ำ”
แขกรับเชิญคนที่เคยสอบใบประกอบวิชาชีพผู้เพาะพันธุ์: “…”
เฉียวซางมองดูหมาเขี้ยวไฟที่กลายเป็นแปดตัวบนลานประลองแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
โชคดีที่อัปคะแนนให้ทันเวลา
(จบตอน)

0 Comments