ตอนที่ 46 บอบช้ำทั้งกายและใจ
แปลโดย เนสยังเฉียวซางอุ้มหมาเขี้ยวไฟวิ่งรวดเดียวผ่านไปสองช่วงถนน ถึงได้ยอมหยุดพัก
หมาเขี้ยวไฟเงยหน้ามองผู้ฝึกอสูรของมันด้วยความสับสน
“เราเปลี่ยนที่ฝึกกันเถอะ” เฉียวซางหอบแฮกๆ พลางบอก
……
ณ ลานฝึกสัตว์อสูรแบบเปิดโล่ง ห่างออกไปห้ากิโลเมตร
เฉียวซางเปิดหน้าจอขึ้นมา
【ชื่อ: หมาเขี้ยวไฟ】
【ธาตุ: ไฟ】
【ระดับ: ขั้นต้น (152/1000) +】
【ทักษะ: กัด (ขั้นเริ่มต้น 74/100) + , พุ่งชน (ขั้นเชี่ยวชาญ 334/500) + , เขี้ยวอัคคี (ขั้นชำนาญ 539/2000) + , ประกายไฟ (ขั้นชำนาญ 659/2000) + , แยกร่างเงา (ขั้นเริ่มต้น 42/100) + , วังวนเปลวเพลิง (ขั้นเริ่มต้น 1/100) +】
【คะแนน 109】
หน้าจอข้อมูลของหมาเขี้ยวไฟเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อหลายวันก่อนอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะทักษะเขี้ยวอัคคีและประกายไฟที่ทะลุขึ้นมาถึงระดับขั้นชำนาญแล้ว
ต้องรู้ไว้ด้วยนะว่า แม้แต่ทักษะระดับต่ำอย่างประกายไฟ กว่าจะฝึกจากขั้นเชี่ยวชาญไปสู่ขั้นชำนาญได้ ก็ต้องใช้เวลาเป็นครึ่งค่อนปี แต่หมาเขี้ยวไฟกลับใช้เวลาเพียงแค่สองสัปดาห์กว่าๆ ก็บรรลุถึงขั้นชำนาญได้แล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทักษะเขี้ยวอัคคีเลย
ในฐานะทักษะระดับกลาง การจะเพิ่มระดับความชำนาญไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในชั่วข้ามคืน
โดยปกติแล้ว ทักษะระดับกลางกว่าจะเลื่อนจากขั้นเชี่ยวชาญไปสู่ขั้นชำนาญได้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้เวลาเป็นปี แต่หมาเขี้ยวไฟกลับทำสิ่งที่คนอื่นต้องใช้เวลาฝึกกันเป็นปีสำเร็จได้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน
สายตาของเฉียวซางไม่ได้หยุดอยู่ที่ข้อมูลอื่นๆ เพราะเธอมักจะเช็กความคืบหน้าของข้อมูลอยู่เสมอทุกคืนก่อนนอน
การเพิ่มขึ้นของระดับความชำนาญในทักษะประกายไฟและเขี้ยวอัคคี เธอรู้เรื่องนั้นมาตั้งนานแล้ว
【วังวนเปลวเพลิง (ขั้นเริ่มต้น 1/100) +】
สายตาของเฉียวซางพุ่งตรงไปที่ข้อมูลใหม่ล่าสุดที่เพิ่งปรากฏขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่มีเมื่อคืนนี้
ได้ทักษะใหม่มาจริงๆ ด้วย!
เฉียวซางตื่นเต้นสุดๆ หมาเขี้ยวไฟของเธอช่างแตกต่างจากสัตว์อสูรตัวอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง
สัตว์อสูรตัวอื่นเมื่อเรียนรู้ทักษะใหม่ได้แล้ว อาจจะยังไม่คุ้นชิน ทำให้ไม่สามารถปลดปล่อยทักษะออกมาได้สำเร็จในทุกครั้ง
แต่หมาเขี้ยวไฟนั้นแตกต่างออกไป ขอเพียงแค่มันเรียนรู้และสามารถปลดปล่อยออกมาได้สำเร็จแค่ครั้งเดียว ครั้งต่อไปมันก็สามารถปลดปล่อยออกมาได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติแน่นอน
เหมือนกับตอนที่มันเรียนรู้ทักษะเขี้ยวอัคคีและแยกร่างเงานั่นแหละ
ดูเหมือนว่าไอเดียให้กินปีกไก่ย่างรสเผ็ดวิปริตสุดยอดไร้เทียมทานของเธอจะได้ผลแฮะ!
เฉียวซางแอบชมตัวเองในใจ ก่อนจะดึงจิตสำนึกออกจากคัมภีร์อสูร
“หมาเขี้ยวไฟ ปล่อยทักษะวังวนเปลวเพลิงห้าครั้ง” เฉียวซางสั่ง
“โฮ่ง?”
หมาเขี้ยวไฟเอียงคอสงสัย
“ก็ทักษะที่แกเพิ่งเรียนรู้มาหลังจากกินปีกไก่นั่นแหละ” เฉียวซางอธิบาย
หมาเขี้ยวไฟถึงบางอ้อ มันลองนึกถึงความรู้สึกตอนที่พลังงานพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกายเมื่อครู่นี้
มันอ้าปากออก เปลวเพลิงอันร้อนระอุก็พุ่งหมุนวนออกมาปรากฏอยู่บนลานกว้างทันที
ไม่นาน ทักษะวังวนเปลวเพลิงทั้งห้าครั้งก็ถูกปลดปล่อยออกมาจนครบ
“โฮ่ง!”
หมาเขี้ยวไฟแกว่งหาง จ้องมองผู้ฝึกอสูรของมันด้วยสายตาที่เปล่งประกาย
“เก่งมาก” เฉียวซางเอ่ยชม แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจความหมายในสายตาของหมาเขี้ยวไฟ “เหนื่อยแล้วใช่ไหม เรากลับบ้านกันเถอะ”
วันนี้การทดลองพัฒนาทักษะใหม่ของเธอประสบความสำเร็จอย่างงดงาม อัตราความสำเร็จในการปลดปล่อยทักษะวังวนเปลวเพลิงก็เป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ตามที่คาดไว้
ตอนนี้เธอต้องรีบกลับบ้านไปหาวิธีหาเงินแล้วล่ะ
เฉียวซางหันหลัง เพิ่งจะก้าวเท้าออกไป ก็รู้สึกว่าเท้าขวาหนักอึ้ง
พอก้มลงมอง ก็เห็นว่าหมาเขี้ยวไฟกำลังงับขากางเกงของเธออยู่
“โฮ่งๆ!”
“โฮ่งๆ!”
เมื่อเห็นผู้ฝึกอสูรของมันหยุดเดิน หมาเขี้ยวไฟก็รีบปล่อยปาก แล้วใช้กรงเล็บทำไม้ทำมืออธิบาย
มันไม่อยากกลับ!
มันยังไม่ได้เรียนรู้ทักษะฝนสะเก็ดไฟเลยนะ!
เฉียวซาง: “…”
สัตว์อสูรของตัวเองตั้งใจฝึกฝนมากเกินไปจะทำยังไงดีเนี่ย…
เฉียวซางทำได้แค่ย่อตัวลงแล้วอธิบาย “เมื่อกี้แกเพิ่งจะเรียนรู้ทักษะใหม่มา แกก็ทำได้ดีมากแล้วนะ ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไปสิ ไว้คราวหน้าเราค่อยมาฝึกฝนสะเก็ดไฟกันต่อนะ”
ต้องรีบหลอกล่อให้หมาเขี้ยวไฟกลับไปให้ได้ ต่อให้คืนนี้ยืนฝึกอยู่ที่นี่จนโต้รุ่ง ทักษะฝนสะเก็ดไฟก็ไม่มีทางคืบหน้าไปไหนได้หรอก
ในฐานะทักษะระดับสูง การจะเรียนรู้ให้ทะลุปรุโปร่งได้มันจะง่ายขนาดนั้นได้ยังไงกัน
การที่ฝนสะเก็ดไฟถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ทักษะระดับสูง ก็แสดงว่าพลังทำลายล้างและความยากในการเรียนรู้ของมันนั้นสูงในระดับเดียวกันนั่นแหละ
“โฮ่ง!”
หมาเขี้ยวไฟถอยไปก้าวหนึ่ง แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ
มันจะฝึกฝนสะเก็ดไฟ!
ผู้ฝึกอสูรของมันนี่ไม่มีความกระตือรือร้นเอาซะเลย เพิ่งจะฝึกไปได้แค่นิดเดียว เรียนรู้ทักษะเล็กๆ มาได้ทักษะเดียว ก็พอใจแล้วจะขอกลับบ้านซะงั้น
แบบนี้จะได้ยังไง!
มันคือหมาเขี้ยวไฟที่จะต้องท้าทายผู้ไร้เทียมทานทั่วหล้านะ!
เฉียวซางจนใจ ทำได้แค่ยื่นปีกไก่ย่างที่เย็นชืดแล้วไปให้
ในเมื่อหมาเขี้ยวไฟแสดงจุดยืนชัดเจนขนาดนี้ เธอจะทำอะไรได้อีกล่ะ?
ก็ต้องอยู่เป็นเพื่อนมันต่อไปน่ะสิ
หมาเขี้ยวไฟตัวแข็งทื่อ กัดฟันหลับตางับปีกไก่ย่างเข้าไปคำหนึ่ง
วินาทีต่อมา
“โฮ่งงงงงง!!!”
……
ชิงเฉิงเจียหยวน
เวลา 19.30 น.
หมาเขี้ยวไฟนอนฟุบหมดสภาพอยู่บนโซฟา ไร้เรี่ยวแรงจะขยับเขยื้อน
“กุ๊ก~”
พิราบบ้านตุ้ยนุ้ยเดินเข้ามาเอาหัวถูไถด้วยความเป็นห่วง
“หมาเขี้ยวไฟไม่เป็นอะไรใช่ไหมเนี่ย?” แม่อดถามไม่ได้
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่บอบช้ำทั้งกายและใจเท่านั้นเอง” เฉียวซางตอบกลับหน้าตาเฉย
แม่: “…”
แบบนี้เรียกว่าไม่เป็นอะไรเหรอ?!
เฉียวซางนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างๆ ดูทีวี
หมาเขี้ยวไฟเพื่อที่จะฝึกฝนทักษะฝนสะเก็ดไฟให้สำเร็จ ถึงกับยอมทนกินปีกไก่ย่างรสเผ็ดวิปริตสุดยอดไร้เทียมทานเข้าไปถึงหกไม้ติดๆ กัน แต่นมฉีหยวนของเธอมีเหลือแค่สามขวดเท่านั้น
ถึงแม้หมาเขี้ยวไฟจะพยายามกลั้นความเผ็ดไว้ แต่มันก็ปลดปล่อยเปลวไฟออกมาอย่างบ้าคลั่ง การชดเชยพลังงานจึงตามไม่ทันการเผาผลาญเลยสักนิด
นมฉีหยวนซื้อไม่ไหวแล้ว เธอเลยทำได้แค่ซื้อน้ำเปล่ามาให้มันดื่มเจ็ดแปดขวดแทน
แต่หมาเขี้ยวไฟก็ดิ้นรนอยู่ตลอดทั้งบ่าย พ่นไฟจนคอแห้ง เสียงแทบจะแหบแห้งไปหมดแล้ว ทักษะฝนสะเก็ดไฟก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะสำเร็จเลยสักนิด
ฝนสะเก็ดไฟเรียนไม่สำเร็จ แต่ระดับความชำนาญของทักษะวังวนเปลวเพลิงกลับพุ่งพรวดขึ้นมาถึง 45 แต้มซะงั้น
หมาเขี้ยวไฟก็เลยอยู่ในสภาพหงอยเหงาหมดอาลัยตายอยากแบบนี้แหละ
เฉียวซางนั่งดูอยู่ข้างๆ ก็จนปัญญาจะช่วย
หมาเขี้ยวไฟเป็นพวกหัวรั้น ถ้าห้ามไม่ให้มันฝึก มันก็คงไม่ยอมแน่ๆ ต้องให้มันลองทำจนกว่าจะถอดใจไปเองนั่นแหละ
หน้าที่ของเธอในฐานะผู้ฝึกอสูร ก็คือการไม่เข้าไปก้าวก่ายขัดขวางมัน
“เก็บห้องซะเรียบร้อยเลยนะ ทีนี้แกอธิบายเรื่องที่ลาหยุดเกือบสองสัปดาห์มาได้แล้วสิ” แม่เอ่ยปากขึ้น
เฉียวซางดึงสติกลับมาจากความคิด รีบตอบอย่างระมัดระวังทันที “หนูก็บอกไปแล้วไงคะ ว่าลาหยุดเพื่อไปฝึกหมาเขี้ยวไฟ ไม่งั้นหนูจะไปสอบโควตาได้ที่หนึ่งของมัธยมเซิ่งสุ่ยมาได้ยังไงล่ะ จริงไหมหมาเขี้ยวไฟ?”
“โฮ่ง”
หมาเขี้ยวไฟตอบรับด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
แม่ปรายตามองเฉียวซางด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปในครัว รินน้ำเปล่ามาแก้วหนึ่งแล้ววางลงตรงหน้าหมาเขี้ยวไฟ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ดื่มน้ำก่อนนะ”
เฉียวซาง: “…”
ทำไมสายตาแม่ถึงได้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังถูกตำหนิเรื่องดูแลหมาเขี้ยวไฟไม่ดีอยู่เลยล่ะ…
โชคดีที่หลังจากนั้นแม่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ คงจะเห็นแก่หน้าที่เธอทำความสะอาดห้องซะเอี่ยมอ่อง แถมยังสอบติดมัธยมเซิ่งสุ่ยได้สำเร็จล่ะมั้ง…
เฉียวซางถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในทีวีกำลังมีโฆษณาแทรกขึ้นมาพอดี
เป็นโฆษณาเกี่ยวกับการแข่งขันสำหรับผู้ฝึกอสูรระดับ F ที่จะจัดขึ้นในเมืองหางกั่ง วันที่ 30 มิถุนายน พร้อมกับแจ้งเวลาและสถานที่รับสมัคร
ตอนที่โฆษณาถึงเรื่องรางวัลสำหรับ 3 อันดับแรก เฉียวซางก็เผลอขยับตัวเอนไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว
รางวัลที่สาม รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ มูนไลท์ รุ่นใหม่ล่าสุด BD-7800 พร้อมเงินสด 50,000 เหรียญพันธมิตร
รางวัลที่สอง หินวิวัฒนาการธาตุน้ำ 1 ก้อน พร้อมเงินสด 100,000 เหรียญพันธมิตร
รางวัลที่หนึ่ง ไข่สัตว์อสูรแบบสุ่ม 1 ฟอง พร้อมเงินสด 200,000 เหรียญพันธมิตร
เฉียวซางถึงกับหายใจหอบถี่
รางวัลที่หนึ่งนี่มันถูกจัดมาเพื่อเธอชัดๆ!
ทั้งไข่สัตว์อสูรและเงินรางวัล ล้วนเป็นสิ่งที่เธอต้องการที่สุดในตอนนี้ทั้งนั้น!
เฉียวซางยังไม่ทันได้จำเว็บไซต์สำหรับลงทะเบียน แม่ก็หยิบรีโมทเปลี่ยนช่องไปซะก่อน
“แม่!”
เฉียวซางร้องเสียงหลง
เธอจ้องทีวีเขม็ง หวังจะบอกให้แม่เปลี่ยนช่องกลับไป แต่เสียงก็ขาดหายไปในลำคอ
ในจอทีวี ผู้ประกาศข่าวสาวในชุดสูททำงานกำลังอ่านข่าวอยู่
“เมื่อเวลา 13.23 น. วันนี้ เกิดเหตุการณ์ทำลายกำแพงอาคารโดยเจตนาที่ถนนเจียงอี๋…”

0 Comments