You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เฉียวซางจ้องมองไต้ซูซูอยู่สองวินาที ก่อนจะยิ้ม “ใช่แล้วล่ะ เธอมีธุระอะไรอีกไหม?”

ไต้ซูซูหลุบตาลงต่ำ ส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ไม่มีแล้ว”

เฉียวซางหันหลังเดินกลับเข้าห้องเรียน

พอเพิ่งนั่งลง ฟางซือซือก็รีบพุ่งเข้ามาถาม “ไต้ซูซูคุยอะไรกับเธอเหรอ? ทำไมหน้าซีดเป็นไก่ต้มแบบนั้นล่ะ”

“หน้าฉันดูแย่มากเลยเหรอ?” เฉียวซางถาม

“ก็ใช่น่ะสิ หน้าหงิกเป็นจวักเลย ทำเอาฉันตกใจแทบแย่” ฟางซือซือพูดติดตลก

ถ้ามีกระจกอยู่แถวนี้ เฉียวซางก็อยากจะส่องดูหน้าตัวเองเหมือนกัน

ฟางซือซือถามต่อ “ตกลงไต้ซูซูมาหาเธอมีธุระอะไรเนี่ย?”

“ไม่มีอะไรหรอก” เฉียวซางหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านต่อ

ฟางซือซืออยากจะซักไซ้ต่อ แต่พอเห็นท่าทางไม่อยากพูดของเฉียวซาง ก็เลยต้องหุบปากไปโดยปริยาย

เมื่อหมดคาบเรียนช่วงเช้า เฉียวซางก็เก็บของแล้วเดินไปที่ห้องพักครู ม.3

“ครูคะ หนูจะขอลาหยุดค่ะ” เฉียวซางจ้องเขม็งไปที่ผมดกดำของครูประจำชั้น

ครูประจำชั้นผุดลุกขึ้นพรวดพราด

ในห้องพักครูยังมีครูผู้หญิงอยู่อีกคน เธอหันขวับมามองทันที

ครูประจำชั้นพยายามข่มอารมณ์ “เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่? เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วันก็จะสอบเข้ามัธยมปลายแล้ว เธอยังจะมาขอลาหยุดอีก เรื่องที่โดดเรียนคราวก่อนครูยังไม่ได้ให้เธอเขียนใบเตือนเลยนะ”

เฉียวซางตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “ครูคะ ถ้าครูไม่อนุญาตให้หนูลา หนูคงต้องโดดเรียนแล้วล่ะค่ะ ส่วนใบเตือนเดี๋ยวหนูค่อยเขียนชดใช้ให้ทีหลัง”

ครูประจำชั้นเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ ถามเสียงเขียว “เรื่องลาหยุดเนี่ย ที่บ้านเธอรู้เรื่องหรือเปล่า?”

เฉียวซางไม่ตอบ

ครูประจำชั้นสูดหายใจเข้าลึก นั่งลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าเธอไม่อยากให้แม่ต้องมาโรงเรียนอีก ก็กลับไปตั้งใจเรียนซะ เรื่องคราวที่แล้วครูอาจจะเข้าใจเธอผิดไป แต่ถึงเธอจะตื่นรู้ด้วยตนเองแล้ว เธอก็ทิ้งการเรียนไม่ได้หรอกนะ การสอบเข้ามัธยมปลายเหลืออีกแค่ไม่กี่วันแล้ว”

เฉียวซางยิ้ม “วันศุกร์ที่แล้วที่แม่มาโรงเรียน ครูเองก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยนี่คะ”

ครูประจำชั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบว่า “เป็นครูเองแหละที่เรียกแม่เธอมาเพื่ออธิบายเรื่องที่เธอโดดเรียนน่ะ”

เฉียวซางเอียงคอถาม “แล้วทำไมถึงไล่แม่หนูออกมาล่ะคะ?”

ครูประจำชั้นอึ้งไป สีหน้าดูซับซ้อน เขาคิดว่าเป็นแม่ของเฉียวซางที่เป็นคนเล่าให้ฟัง จึงไม่รู้จะตอบยังไงดี

เขากับครูประจำชั้นห้อง 9 อยู่ห้องพักครูเดียวกัน

วันนั้นไต้ซูซูห้อง 9 กับแม่มาที่โรงเรียน ประจวบเหมาะกับที่แม่ของเฉียวซางก็มาถึงในเวลาเดียวกันพอดี

ไต้ซูซูเพิ่งจะได้โควตาเข้าเรียนมัธยมเซิ่งสุ่ย หัวหน้าฝ่ายปกครองจึงมาร่วมแสดงความยินดีด้วย ทำให้ความสนใจของทุกคนในห้องพักครูพุ่งเป้าไปที่เรื่องของห้อง 9

ตอนนั้นเอง แม่ของเฉียวซางก็อธิบายว่าลูกสาวตื่นรู้ด้วยตนเอง และออกไปทำสัญญากับสัตว์อสูรด้วยความดีใจจนลืมขอลาหยุด

เด็กอาจจะโกหกได้ แต่ผู้ใหญ่คงไม่ทำตัวไร้สาระตามเด็กแน่ เขาจึงเชื่ออย่างสนิทใจ

เดิมทีมันควรจะเป็นเรื่องน่ายินดี แต่คาดไม่ถึงเลยว่าคนทั้งห้องพักครูจะหันมาให้ความสนใจ ถามไถ่กันไปมาจนประวัติอันแสนห่วยแตกของเฉียวซางถูกเปิดโปงออกมาจนหมดเปลือก

แม่ของไต้ซูซูพูดจาถากถางไปสองสามประโยค แม่ของเฉียวซางก็เลยมีปากเสียงกับอีกฝ่าย

ไต้ซูซูที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ร้องไห้โฮออกมา

ในฐานะที่เธอเป็นลูกรักของโรงเรียน ย่อมปล่อยให้เธอรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้เด็ดขาด หัวหน้าฝ่ายปกครองจึงออกคำสั่งเชิญแม่ของเฉียวซางออกไป

ครูประจำชั้นถือว่าตัวเองเป็นครูที่ดีคนหนึ่ง เขาไม่ถนัดเรื่องการผูกมิตรกับใคร ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างหนัก อดทนมานานกว่า 20 ปี กว่าจะได้ขึ้นเป็นครูประจำชั้น

ความอดทนที่ผ่านมา ทำให้ความมุ่งมั่นทุ่มเทในตอนแรกมลายหายไปจนหมดสิ้น แม้ผู้ปกครองของนักเรียนในห้องตัวเองจะได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะยืนหยัดออกมาพูดอะไรสักคำ

แต่เขาก็ยังคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด เขาเป็นแค่ผู้เห็นเหตุการณ์เท่านั้น และกระบวนการเหล่านี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายให้เด็กฟังเลยสักนิด

ครูประจำชั้นหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ไม่ใช่ไล่ แต่เป็นเชิญต่างหาก ก็แค่เชิญให้แม่เธอออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอกเท่านั้นเอง”

เฉียวซางยิ้ม “หนูเข้าใจแล้วค่ะ แต่การเชิญในครั้งนี้ดันทำให้แม่หนูล้มป่วยนี่สิ ครูเองก็รู้สถานการณ์ที่บ้านหนูดี มีแต่หนูคนเดียวที่ดูแลแม่ได้”

พอได้ยินแบบนั้น ท่าทีแข็งกร้าวของครูประจำชั้นก็อ่อนลง “เธอจะลาหยุดกี่วัน?”

เฉียวซางตอบกลับ “คงจนกว่าแม่จะหายดีล่ะมั้งคะ”

ครูประจำชั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก “พยายามกลับมาเรียนให้เร็วที่สุดนะ เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะสอบเข้ามัธยมปลายแล้ว”

เฉียวซางพยักหน้ารับแล้วหันหลังเดินจากไป

เมื่อมองดูแผ่นหลังของเฉียวซาง ครูประจำชั้นก็ยังคงอดไม่ได้ที่จะกำชับทิ้งท้าย “อยู่บ้านก็อย่าลืมทบทวนบทเรียนล่ะ เวลาสอบใกล้เข้ามาทุกที ถ้าแม่เธออาการดีขึ้นแล้วก็รีบกลับมาเรียนซะ”

เฉียวซางหันขวับกลับมามองครูประจำชั้น แล้วยิ้ม “ครูคะ วิกผมครูเบี้ยวแล้วนะคะ”

ครูประจำชั้น: “…” ครูผู้หญิง: “…”

……

สโมสรฝึกซ้อมสัตว์อสูรเสียงเจิ้น เมืองหางกั่ง

“ถ้าจะจ้างคู่ซ้อมระดับเริ่มต้นของสโมสรคุณแบบเหมาวัน ราคาเท่าไหร่คะ?”

“สวัสดีค่ะ บริการคู่ซ้อมของเราคิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมงค่ะ คู่ซ้อมระดับเริ่มต้นชั่วโมงละ 1,000 เหรียญพันธมิตร แต่ถ้าเหมาทั้งวันเรามีส่วนลดให้ 2% ค่ะ” พนักงานต้อนรับสาวสวยพูดพร้อมรอยยิ้ม

สโมสรฝึกซ้อมสัตว์อสูรสามารถจัดหาคู่ซ้อมระดับต่างๆ ตามความต้องการของลูกค้าได้ ในฐานะที่เป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสังคมปัจจุบัน สโมสรเหล่านี้จึงเปิดให้บริการครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ทั้งเล็กและใหญ่

ในสโมสรฝึกซ้อมสัตว์อสูรที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์บางแห่ง หากจ่ายเงินไหว ต่อให้เป็นคู่ซ้อมระดับ S เขาก็สามารถหามาให้คุณได้ เพียงแต่สโมสรระดับนั้นมีเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น

สโมสรฝึกซ้อมสัตว์อสูรเสียงเจิ้นคือสโมสรแห่งที่ห้าที่เฉียวซางแวะเวียนเข้ามาสอบถามแล้ว

สาเหตุที่เธอต้องตะเวนหาสโมสรหลายแห่งก็มีเพียงข้อเดียว

นั่นก็คือ… เงินไม่พอ…

เฉียวซางล้วงกระเป๋าคลำดูทรัพย์สินทั้งหมดที่มีติดตัว แล้วอุ้มหมาเขี้ยวไฟเดินออกมาเงียบๆ

เฉียวซางรู้สึกสับสนชั่วขณะ ไม่รู้จะไปที่ไหนดี

เดิมทีเธอมีความคิดเกี่ยวกับการเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมเซิ่งสุ่ยแบบขอไปที ถ้าสอบผ่านโควตาก็ดีไป แต่ถ้าไม่ผ่านเธอก็ยังมีโรงเรียนมัธยมปลายสายผู้ฝึกอสูรแห่งที่หกรองรับอยู่ ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายเลย

แต่ตอนนี้ เธออยากจะสอบเข้าโรงเรียนนี้ให้ได้

อีก 10 วันข้างหน้าก็จะเป็นวันสอบโควตาของโรงเรียนมัธยมเซิ่งสุ่ยแล้ว ด้วยระดับความรู้ของเธอ จะสอบเข้ามัธยมปลายผ่านเกณฑ์คะแนนต่ำสุดได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย

อันดับสองถึงอันดับห้าต้องทำคะแนนให้สูงกว่าเกณฑ์คะแนนต่ำสุดถึง 50 คะแนนจึงจะได้รับการตอบรับ ซึ่งเฉียวซางไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด

ในเมื่อเป็นแบบนี้ เธอจึงมีทางเลือกเดียวคือต้องคว้าอันดับหนึ่งในการสอบโควตา เพื่อรับสิทธิพิเศษที่ขอแค่ทำคะแนนให้ถึงเกณฑ์ต่ำสุดของการสอบเข้ามัธยมปลายก็พอแล้ว

เมื่อตัดสินใจได้ดังนี้ การฝึกฝนหมาเขี้ยวไฟก็ต้องเริ่มต้นขึ้นเร็วกว่ากำหนด

แมัหมาเขี้ยวไฟจะเป็นสัตว์อสูรธาตุไฟที่มีพลังโจมตีรุนแรง แต่มันก็ยังเป็นแค่ลูกหมาที่เพิ่งเกิดมาได้ไม่นาน ไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้เลยสักนิด ที่ชนะมาได้อย่างสวยงามในครั้งก่อนก็เป็นเพราะอาศัยการรุมแบบ 2 ต่อ 1 และคู่ต่อสู้ตอบสนองช้าไปหน่อยเท่านั้นเอง

ถ้าขืนไปสอบโควตาด้วยสภาพแบบนี้ล่ะก็ เลิกฝันถึงอันดับหนึ่งไปได้เลย

เหลือเวลาอีกแค่ 10 วัน หากมัวแต่อุดอู้อยู่ในโรงเรียนก็คงจะเสียเวลาเปล่า เธอสามารถอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนไปพร้อมๆ กับการฝึกฝนหมาเขี้ยวไฟได้

เธอมีนิ้วทองคำติดตัว อาศัยการต่อสู้ก็สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้หมาเขี้ยวไฟได้ในเวลาอันสั้น

เฉียวซางคิดไว้ดิบดี แต่พอเดินออกมาก็ถึงกับมึนตึ้บ

ปัจจุบันมีสถานที่จัดการแข่งขันประลองสัตว์อสูรทั้งขนาดเล็กและใหญ่อยู่มากมายก็จริง แต่เงื่อนไขก็เยอะตามไปด้วย บางการแข่งขันมีการจำกัดระดับของผู้ฝึกอสูรด้วยซ้ำ

การแข่งขันสัตว์อสูรก็ต้องการเรตติ้งผู้ชมและรายได้จากค่าตั๋วเข้าชม ผู้ฝึกอสูรหน้าใหม่ส่วนใหญ่มีสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นแค่ตัวเดียว ต่อสู้กันไปมาก็ใช้ทักษะเดิมๆ อยู่ไม่กี่ท่า มันจะไปสนุกเร้าใจได้ยังไงกันล่ะ

คนดูไม่ชอบดู ก็ย่อมไม่มีผู้จัดงานคนไหนยอมขาดทุนจัดงานแข่งขันขึ้นมาหรอก

เฉียวซางลองค้นหาข้อมูลดู การแข่งขันระดับผู้ฝึกอสูร F ที่จะจัดขึ้นในเมืองหางกั่งเร็วๆ นี้คือวันที่ 30 มิถุนายน

ผู้จัดงานเลือกเวลาได้ดีเยี่ยม ตอนนั้นนักเรียน ม.3 สอบเข้ามัธยมปลายเสร็จกันหมดแล้ว คนที่ถึงเวลาต้องทำสัญญากับสัตว์อสูรก็คงทำสัญญากันหมดแล้วเหมือนกัน

เมื่อมีกลุ่มคนที่เพิ่งกลายเป็นผู้ฝึกอสูรหน้าใหม่มารวมตัวกัน ย่อมไม่ขาดแคลนคนสมัครลงแข่งอย่างแน่นอน

แถมยังมีพ่อแม่ผู้ปกครอง คุณครูที่โรงเรียน และบรรดาญาติสนิทมิตรสหายเป็นฐานคนดู เรตติ้งก็ไม่มีทางต่ำอย่างแน่นอน

(จบตอน)

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note