ตอนที่ 514 อนาคตของคอร์ซิกา
แปลโดย เนสยังท้องฟ้าเริ่มมืดลง
ฟิลิปโปยังคงนั่งอยู่บนเนินเขาฝั่งตรงข้ามหมู่บ้านน็องซา ที่เท้าของเขามีเศษกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ เขานั่งจ้องมองหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไปอย่างเหม่อลอยราวกับคนไร้สติ แต่ในใจกลับกำลังต่อสู้ดิ้นรนอย่างเจ็บปวด
เขารู้ดีว่า ขบวนการกอบกู้เอกราชกำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ ต้องทำให้หมู่บ้านนั้นลุกเป็นไฟ ถึงจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ แล้วฝ่ายกอบกู้เอกราชถึงจะสามารถต่อกรกับพวกคนฝรั่งเศสต่อไปได้…
ทว่า นั่นก็หมายความว่า เขาต้องยอมให้คนโฉดที่ก่อคดีข่มขืนและยักยอกเงินทุน มาดำรงตำแหน่งผู้นำขององค์กรกอบกู้เอกราชต่อไป ก่อนหน้านี้ฟิลิปโปเคยปักใจเชื่อมาตลอดว่า เรื่องที่เปาลียักยอกเงินทุนขององค์กรนั้นเป็นการใส่ร้าย แต่หลังจากเกิดคดีข่มขืนที่ลอนดอนขึ้น เขาก็เริ่มเชื่อแล้วว่าเรื่องยักยอกเงินทุนก็น่าจะเป็นความจริงเช่นกัน
แต่ถ้าไม่จุดไฟเผาหมู่บ้าน องค์กรกอบกู้เอกราชที่เขาอุทิศชีวิตต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก ก็จะต้องตกอยู่ในภาวะแตกแยก จากนั้นก็จะสูญเสียการควบคุมในสภา และนำไปสู่ความล้มเหลวในที่สุด
และในตอนนี้ คนเดียวที่มีความสามารถพอที่จะรวบรวมองค์กรกอบกู้เอกราชให้เป็นหนึ่งเดียวได้ ก็มีเพียงแค่เปาลีเท่านั้น…
แต่เขากลับเป็นพวกเดรัจฉานที่โสมม ไร้ยางอาย และเป็นอาชญากร!
ถ้าอย่างนั้น จะปล่อยให้อุดมการณ์ในการกอบกู้เอกราชที่เขายึดมั่นมานานหลายสิบปี ต้องมลายหายไปกับตาอย่างนั้นหรือ?
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด บนใบหน้าของฟิลิปโปก็ปรากฏรอยยิ้มอันขมขื่น เขาส่ายหน้าไปมาอย่างต่อเนื่อง ไม่อาจตัดสินใจได้เลย
จู่ๆ เขาก็ลุกขึ้นยืน แล้วก้าวเดินอย่างฉับไวไปยังหน้าผาสูงชันทางฝั่งซ้าย
ในเมื่อเขาไม่สามารถตัดสินใจได้ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพระเจ้าก็แล้วกัน…
เขาคิดเช่นนั้น แล้วก็กระโดดลงจากหน้าผาที่สูงชันเกือบจะตั้งฉาก ร่างกายของเขากลิ้งตกลงมาอย่างรวดเร็ว ระหว่างทางก็กระแทกเข้ากับโขดหินหลายครั้ง ทิ้งรอยเลือดสีแดงฉานไว้เป็นทางยาว
ช่วงเที่ยงของวันรุ่งขึ้น มีชาวบ้านพบศพชายคนหนึ่งที่ตีนเขา จึงรีบวิ่งกลับไปบอกบาทหลวงในเขตปกครองของหมู่บ้าน
ส่วนอากอสตาและหัวหน้าองครักษ์ที่ไม่เห็นฟิลิปโปตลอดทั้งคืน และไม่เห็นหมู่บ้านน็องซาลุกเป็นไฟ จึงออกมาตามหาเขาในละแวกนั้น และก็บังเอิญมาเจอกับชาวบ้านที่กำลังรีบไปดูศพคนตายพอดี…
……
แม้เวลาจะผ่านไปเพียงครึ่งเดือน แต่คดีข่มขืนของเปาลีก็หมดกระแสในลอนดอนไปแล้ว ตัวเขาเองก็ได้วางเงินประกันตัวและกลับไปอยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้ว สำหรับนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลอย่างเขา คดี “เล็กๆ น้อยๆ” แบบนี้ ไม่มีทางจะทำลายเขาลงได้หรอก แต่ในคอร์ซิกา เรื่องนี้กลับลุกลามใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ทุกคนพูดถึงจนรู้กันไปทั่ว
แน่นอนว่า นี่เป็นผลงานจากการโหมกระพือข่าวของฝ่ายต่อต้านเปาลี โดยมีฝ่ายนิยมฝรั่งเศสคอยให้ความร่วมมืออยู่เบื้องหลัง ทำให้หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ในแต่ละวัน แทบจะมีแต่ข่าวคดีของเปาลี
บาร์โตลิโอถึงขั้นสั่งให้คนไปกว้านซื้อ “ลอนดอนกาเซตต์” ฉบับที่ลงรายละเอียดคดีนี้มาหลายพันฉบับ เพื่อนำไปวางไว้ตามเมืองต่างๆ ให้ผู้คนได้อ่านกันฟรีๆ
ภายใต้การโจมตีทางสื่ออย่างหนักหน่วงเช่นนี้ คะแนนเสียงของฝ่ายเปาลีก็ตกฮวบลงอย่างรวดเร็ว ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาหลังเกิดเรื่อง พวกเขาคว้ามาได้เพียงที่นั่งเดียวเท่านั้น
ในทางกลับกัน ฝ่ายต่อต้านเปาลีกลับกลายเป็นผู้ชนะรายใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เคยโจมตีพวกเขาว่าใส่ร้ายเปาลีก่อนหน้านี้ ต่างก็หันมาเทคะแนนเสียงให้พวกเขาจนหมดสิ้น
นอกจากนี้ ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่รู้สึกรังเกียจฝ่ายกอบกู้เอกราช เพราะวีรกรรมอันฉาวโฉ่ของเปาลีในฐานะผู้นำ ทำให้ฝ่ายนิยมฝรั่งเศสได้รับคะแนนเสียงบางส่วนมาอย่างเหนือความคาดหมาย
หนึ่งเดือนต่อมา การเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดของคอร์ซิกาก็สิ้นสุดลง
ฝ่ายต่อต้านเปาลี ภายใต้การนำของบาร์โตลิโอ กวาดที่นั่งไปได้ถึงร้อยละ 35 ในขณะเดียวกัน จิโรลาโมซึ่งเป็นหนอนบ่อนไส้ ก็ได้รับการสนับสนุนจากชาลเมอร์ส ให้เข้าแข่งขันชิงตำแหน่งประธานสภา และตอนนี้ก็มีคะแนนนำโด่งอยู่อย่างชัดเจน
ส่วนฝ่ายนิยมฝรั่งเศส ภายใต้การนำของเคานต์บุตตาฟูโอโก ก็คว้าที่นั่งไปได้ถึงร้อยละ 33 ซึ่งถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองคอร์ซิกาเลยทีเดียว
แม้ว่าในช่วงท้าย ฝ่ายเปาลีจะพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ แต่ด้วยความได้เปรียบอย่างมหาศาลในช่วงต้นของการเลือกตั้ง พวกเขาก็ยังคงรักษาที่นั่งสมาชิกสภาไว้ได้ถึงร้อยละ 18
ฝ่ายที่น่าสงสารที่สุดคือฝ่ายเป็นกลาง เพราะถูกตราหน้าว่าเห็นใจเปาลี จึงได้ที่นั่งไปเพียงร้อยละ 14 เท่านั้น ในเกมการเมือง การมีจุดยืนที่คลุมเครือ ไม่เคยเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนอยู่แล้ว
……
ที่ไร่องุ่นแห่งหนึ่งชานเมืองอฌักซิโอ จิโรลาโมมองเห็นชายสูงศักดิ์รูปร่างอ้วนท้วนปรากฏตัวขึ้นที่ประตูแต่ไกล จึงกระซิบกับบาร์โตลิโอที่อยู่ข้างๆ ว่า: “เขามาแล้ว”
ฝ่ายหลังจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย แล้วเดินเข้าไปหาโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ทำความเคารพ ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวทันทีว่า: “พูดมาสิ คุณมีธุระอะไร พูดจบแล้วก็รีบไปซะ”
“คุณนี่เย็นชาจังเลยนะ”
ผู้มาเยือนก็คือเคานต์บุตตาฟูโอโกนั่นเอง เขายังคงยืนกรานที่จะถอดหมวกแสดงความเคารพเสียก่อน แล้วจึงพูดต่อว่า: “แต่ทางที่ดีคุณควรจะเปลี่ยนท่าทีเสียหน่อยจะดีกว่านะ เพราะยังไงหลังจากที่เราร่วมมือกันแล้ว ก็ยังต้องเจอกันอีกบ่อยๆ ทำให้บรรยากาศมันดูผ่อนคลายลงหน่อยไม่ดีกว่าหรือ?”
“ร่วมมือ?” บาร์โตลิโอแค่นเสียง “ผมมีเรื่องอะไรให้ต้องไปร่วมมือกับพวกคุณงั้นหรือ?”
เคานต์บุตตาฟูโอโกไม่โกรธ กลับยิ้มและพูดว่า: “นี่คุณไม่ได้สังเกตเลยหรือ?
“กลุ่มของคุณกับกลุ่มของผมรวมกัน ก็มีที่นั่งในสภาเกินสองในสามแล้วนะ
“คุณก็น่าจะรู้ว่านั่นหมายความว่ายังไง”
บาร์โตลิโอขมวดคิ้ว เขารู้ดีว่าการมีที่นั่งสองในสามก็เพียงพอที่จะออกกฎหมายได้แล้ว แต่ก็ยังคงทำหน้าตึงและพูดว่า: “แล้วยังไงล่ะ?”
“เราสามารถร่วมมือกันผลักดันกฎหมาย เพื่อฝังเปาลีและลูกน้องของเขาให้จมดินไปตลอดกาลได้ไงล่ะ”
บาร์โตลิโอชะงักไปทันที
แม้ฝ่ายต่อต้านเปาลีจะมีความได้เปรียบในการเลือกตั้งสมาชิกสภา แต่ในปัจจุบัน เปาลียังคงมีอิทธิพลอย่างมากในองค์กรกอบกู้เอกราช
หากสามารถใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกำจัดฝ่ายเปาลีได้ ฝ่ายต่อต้านเปาลีของเขาก็จะก้าวขึ้นมาเป็นกองกำลังหลักขององค์กรกอบกู้เอกราชได้อย่างแน่นอน
แถมตัวเขาเองยังอาจจะได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ขององค์กรกอบกู้เอกราชอีกด้วย
เขาครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว หากสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ การใช้ประโยชน์จากฝ่ายนิยมฝรั่งเศสสักหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
สีหน้าของบาร์โตลิโออ่อนลงเล็กน้อย เขาผายมือเชื้อเชิญให้เข้าไปในบ้าน: “เชิญเข้าไปคุยรายละเอียดข้างในเถอะ”
หลายชั่วโมงต่อมา เคานต์บุตตาฟูโอโกก็เสร็จสิ้นภารกิจและขอตัวลากลับ
ในบ้านพักกลางไร่องุ่น บาร์โตลิโอหันไปมองจิโรลาโม: “คุณคิดว่าการร่วมมือกับพวกเขาเป็นยังไงบ้าง?”
“นี่เป็นโอกาสทองเลยล่ะครับ” อีกฝ่ายตอบอย่างมั่นใจ “ก็แค่ร่วมมือกันผลักดันกฎหมายสักฉบับ หลังจากนี้เราก็ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับฝ่ายนิยมฝรั่งเศสอีกก็สิ้นเรื่อง”
บาร์โตลิโอพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
ทว่า เขามัวแต่สนใจแต่ผลประโยชน์ตรงหน้า จนลืมไปว่าการลงมติทางกฎหมายในสภานั้น เป็นการลงคะแนนแบบเปิดเผย
ขอเพียงแค่ในครั้งนี้ เขาร่วมมือกับฝ่ายนิยมฝรั่งเศสเพื่อกดดันฝ่ายเปาลี ในสายตาของชาวคอร์ซิกาหลังจากนี้ เขาก็จะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับฝ่ายนิยมฝรั่งเศสไปโดยปริยาย
และเกมการเมืองก็เป็นสิ่งเสพติด เมื่อลองใช้ดูแล้วได้ผลสักครั้ง ก็จะอดใจไม่ไหวที่จะใช้อีกในครั้งต่อไป
ยิ่งไปกว่านั้น นายทุนที่อยู่เบื้องหลังฝ่ายบาร์โตลิโอก็ยังเป็น “หนอนบ่อนไส้” อีกด้วย คาดการณ์ได้เลยว่า อีกไม่นาน พวกเขาจะต้องถูกผูกติดกับเคานต์บุตตาฟูโอโกอย่างแยกไม่ออกอย่างแน่นอน
พูดตามตรงแล้ว สำหรับมือใหม่ในเกมการเลือกตั้งอย่างพวกเขา เมื่อมองในมุมของโจเซฟที่เคยผ่านการเห็นแผนการทางการเมืองแบบตะวันตกในยุคหลังมานับไม่ถ้วน พวกเขาช่างดูใสซื่อเหมือนเด็กประถมเสียจริงๆ…
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ภายใต้การเป็นประธานของจิโรลาโม ประธานสภาคนใหม่ สภาคอร์ซิกาก็ได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับใหม่ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น
กฎหมายฉบับนี้บัญญัติไว้ว่า เปาลีจะถูกเพิกถอนสัญชาติคอร์ซิกาอย่างถาวร ห้ามมิให้ชาวคอร์ซิกาติดต่อกับเปาลีในทุกรูปแบบ ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดกับศัตรู ทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดของเปาลีจะถูกริบเข้าสภาคอร์ซิกา เพื่อชดเชยเงินทุนที่เขายักยอกไป และห้ามจำหน่ายหนังสือของเขาในคอร์ซิกาโดยเด็ดขาด
กฎหมายชุดนี้ดูเผินๆ เหมือนจะพุ่งเป้าไปที่เปาลีเพียงคนเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือการขุดรากถอนโคนของฝ่ายเปาลีในองค์กรกอบกู้เอกราชเลยทีเดียว

0 Comments