ตอนที่ 474 ดินโคลนสีเหลืองในกางเกงของเปาลี
แปลโดย เนสยัง“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ามาดามมาเรีย มิคาเอลา กุยริโน พักอยู่ที่นี่หรือเปล่าครับ?” ทนายความชาวอเมริกันพูดภาษาอังกฤษก่อนหนึ่งรอบ จากนั้นจึงพูดซ้ำด้วยภาษาฝรั่งเศส
“อ๋อ ข้าเอง” มาดามเปาลีพยักหน้าตอบ “ตอนนี้คือมาเรีย มิคาเอลา เปาลีแล้ว ข้าแต่งงานแล้ว ไม่ทราบว่าท่านคือ…?”
ชายหนุ่มรีบยื่นนามบัตรให้: “ผมชื่อเจมส์ ดันตัน เป็นทนายความของคุณป้าของท่านครับ”
“คุณป้าหรือ?”
ทนายความพยักหน้า: “ใช่ครับ มาดามจิโอวานนา มัสซิโม ท่านยังจำเธอได้ไหมครับ?”
มาดามเปาลีส่ายหน้า: “ขอโทษด้วย ข้าจำไม่ได้จริงๆ โอ้ เชิญท่านเข้ามานั่งข้างในก่อนเถอะ”
ทนายดันตันเดินเข้ามาในบ้าน ก่อนจะเอ่ยอย่างสุภาพ: “ก่อนอื่น ผมต้องขอตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า ท่านมาจากตระกูลกุยริโน แห่งเมืองปาดาโน ในอายัชโชใช่ไหมครับ?”
“ใช่แล้วล่ะ”
“ถ้าเช่นนั้น ทายาทผู้รับมรดกของมาดามมัสซิโมก็น่าจะเป็นท่านแล้วล่ะครับ” ทนายความหยิบเอกสารปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเอกสาร “เธอคือ… ของลูกพี่ลูกน้องของลูกชายคนรองของน้องสาวของยายท่าน…”
ทนายความร่ายยาวถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือด: “หลังจากที่เธอเสียชีวิต ท่านก็คือญาติเพียงคนเดียวของเธอ มรดกกว่าหนึ่งหมื่นดอลลาร์ของเธอจะตกเป็นของท่าน”
เมื่อมาดามเปาลีได้ยินตัวเลขนี้ ในหัวก็รู้สึกราวกับว่ามีแสงแดดสาดส่อง นกร้องดอกไม้บาน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณป้าจิโอวานนาก็ดูเหมือนจะผุดขึ้นมาในความทรงจำทันที
หนึ่งหมื่นดอลลาร์ นั่นก็คือห้าหมื่นลีฟร์เชียวนะ! มากพอที่จะให้เธอซื้อคฤหาสน์ขนาดใหญ่ในคอร์ซิกาได้เลยทีเดียว!
เธอพยักหน้ารับทันที ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นเศร้าสลดลง: “แล้วคุณป้าล่ะ เธอเสียชีวิตเมื่อไหร่หรือ? โอ้ พระผู้เป็นเจ้า เธอเป็นคนดีขนาดนั้นแท้ๆ ทำไมถึงได้…”
“มาดามมัสซิโมเสียชีวิตด้วยอาการป่วยเมื่อสามเดือนก่อนครับ” ทนายดันตันกล่าว “เธอบอกว่าเมื่อหลายปีก่อนตอนที่ส่งจดหมายคุยกับท่าน เธอรู้ว่าท่านอยู่ที่ลอนดอน โชคดีที่ท่านยังไม่ได้ย้ายบ้าน”
มาดามเปาลีพยายามนึกถึงเรื่องที่ติดต่อกับญาติที่อเมริกา หลังจากที่คอร์ซิกาถูกฝรั่งเศสยึดครอง ก็มีญาติของเธอจำนวนไม่น้อยอพยพไปทำมาหากินที่อเมริกาจริงๆ
และเงินหนึ่งหมื่นดอลลาร์นั่นก็ช่วยให้เธอปะติดปะต่อความทรงจำทั้งหมดได้ในเวลาอันรวดเร็ว
“โอ้ ใช่แล้วล่ะ ข้าเหมือนจะเคยเขียนจดหมายติดต่อกับคุณป้าอยู่เหมือนกัน”
“ถ้าอย่างนั้น ก็รบกวนท่านเดินทางไปรับมรดกที่ธนาคารในอัมสเตอร์ดัมโดยเร็วที่สุดด้วยนะครับ แน่นอนว่า ท่านสามารถไปที่ฟิลาเดลเฟียก็ได้ ผมยินดีที่จะให้บริการท่านที่นั่นมากกว่า”
เปาลีที่กำลังสั่งให้คนรับใช้ทำความสะอาดซากปรักหักพังจากไฟไหม้อยู่บนชั้นสอง ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ก็เดินลงมาที่ห้องนั่งเล่น เมื่อภรรยาเล่าเรื่องมรดกให้ฟัง เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย: “ต้องไปที่อัมสเตอร์ดัมงั้นหรือ? รับที่ลอนดอนไม่ได้หรือ?”
อย่างไรเสียสิ่งที่เขาทำอยู่ก็คือการแบ่งแยกดินแดนฝรั่งเศส คนที่ต้องการชีวิตเขาก็มีอยู่ทุกที่ ดังนั้นจึงต้องคอยระมัดระวังตัวอยู่เสมอ
“ขออภัยด้วยครับ นายท่าน ทรัพย์สินของมาดามมัสซิโมล้วนอยู่ที่อเมริกา ท่านก็รู้ดีว่า ตอนนี้อเมริกาและอังกฤษยังไม่มีการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างกัน ธนาคารแลกเปลี่ยนเงินตราที่ใกล้ที่สุดก็อยู่ที่เนเธอร์แลนด์ครับ”
ทนายดันตันตรวจสอบตัวตนของมาดามเปาลีเสร็จสิ้น ก็ได้มอบเอกสารพินัยกรรมและอื่นๆ ให้กับเธอ และนัดหมายเวลาในการรับมรดก ก่อนจะขอตัวลากลับ
เปาลีมองเอกสารเหล่านั้นด้วยความสงสัย ก่อนจะถามภรรยาว่า: “เจ้าพอจะจำคุณป้าคนนี้ได้ไหม?”
“ได้สิ ที่รัก ข้าจำได้ว่าตอนเด็กๆ เธอยังเคยพาข้าไปเที่ยวในเมืองอยู่เลย”
ในความเป็นจริงแล้ว ไม่เคยมีคนที่ชื่อมาดามมัสซิโมอยู่เลย
ฟูเชส่งคนไปสืบจนรู้ว่ามาดามเปาลีมีญาติอยู่ที่อเมริกา ก็เลยแต่งเรื่องสร้างตัวละครนี้ขึ้นมา
คงไม่มีใครไปสงสัยมรดกที่เป็นเงินสดๆ หรอก มาดามเปาลีก็สามารถใช้การสะกดจิตตัวเอง นำความทรงจำอันเลือนลางอื่นๆ มาสวมทับให้กับ “คุณป้า” คนนี้ และเชื่อสนิทใจว่าตัวเองมีญาติคนนี้อยู่จริงๆ
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็จะไปเนเธอร์แลนด์งั้นหรือ?” เปาลีมองดูเอกสารเหล่านั้นพลางถาม “นี่อาจจะเป็นการหลอกลวงก็ได้นะ”
ผู้เป็นภรรยาพยักหน้า: “ข้าจะไปกับคุณปิเอโตร ไม่เป็นไรหรอก อย่างมากก็ถือซะว่าไปเที่ยวเนเธอร์แลนด์ก็แล้วกัน ความจริงข้าก็อยากจะไปที่นั่นมาตั้งนานแล้ว”
เธอรู้ดีว่า เปาลีไม่มีทางออกจากอังกฤษแน่นอน เพราะถ้าเขาออกจากที่นี่ คนฝรั่งเศสก็อาจจะฆ่าเขาได้ แต่ตัวเธอไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ย่อมไม่มีทางได้รับอันตรายอะไรแน่นอน
เปาลีครุ่นคิดอยู่หลายตลบ ท้ายที่สุดก็ยอมตกลง อย่างไรเสียหนึ่งหมื่นดอลลาร์ก็ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ เลย
ไม่ถึงครึ่งเดือนหลังจากที่ภรรยาเดินทางไปเนเธอร์แลนด์พร้อมกับพ่อบ้าน เปาลีก็ได้รับจดหมายจากเธอ
เนื้อหาในจดหมายเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เธอบอกเขาว่าเรื่องมรดกนั้นเป็นความจริง เธอได้รับตั๋วแลกเงินหนึ่งหมื่นดอลลาร์จากอเมริกามาแล้ว และได้ขึ้นเงินเรียบร้อย ยิ่งไปกว่านั้น มรดกของคุณป้ายังมีมากกว่าเงินสดเหล่านี้ ยังมีอสังหาริมทรัพย์และที่ดินอีกไม่น้อย แต่ยังไม่ทราบมูลค่าที่แน่ชัด บางทีในอนาคตอาจจะต้องเดินทางไปอเมริกาสักครั้ง
เปาลีเองก็ดีใจมากเช่นกัน หลังจากที่เขาทุ่มเทให้กับการต่อสู้เพื่อกอบกู้เอกราช รายได้ทั้งหมดของเขาก็มาจากการสนับสนุนของผู้อื่น ชีวิตความเป็นอยู่จึงไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก ตอนนี้เมื่อได้มรดกของภรรยามา ในที่สุดเขาก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเสียที
ไม่นานหลังจากที่มาดามเปาลีได้รับมรดกจาก “คุณป้า” การประชุมระดับสูงขององค์กรกู้ชาติก็ถูกจัดขึ้นอีกครั้ง ณ ฐานที่มั่นลับในเมืองอายัชโช บนเกาะคอร์ซิกา
ทุกคนรีบสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับการก่อกบฏที่จะจัดขึ้นที่เมืองการ์แจสในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และส่งแผนการไปให้เปาลีผู้เป็นผู้นำ
ในช่วงพักเที่ยง จิโรลาโมซึ่งเป็นสมาชิกรัฐสภาก็ชวนคุยเล่นถึงเรื่องที่ภรรยาของเขาบังเอิญไปพบมาดามเปาลีที่อัมสเตอร์ดัม
“มาดามเปาลีไปทำอะไรที่เนเธอร์แลนด์หรือ?” จูเซปเปจิบกาแฟพลางถามขึ้นลอยๆ
“ดูเหมือนจะไปรับมรดกน่ะ” จิโรลาโมตอบ “เธอเล่าให้ภรรยาข้าฟังนิดหน่อยว่า เธอมีญาติห่างๆ ที่อเมริกา ทิ้งเงินก้อนโตไว้ให้เธอ”
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจ เขาก็พูดต่อ: “อาจจะหลายหมื่นดอลลาร์ แล้วก็มีที่ดินอะไรอีก ถือเป็นลาภลอยจริงๆ”
แน่นอนว่า มาดามเปาลีไม่ได้บังเอิญไปเจอภรรยาของเขาเลย และยิ่งไม่มีทางพูดอะไรแบบนั้นออกมา แต่ผู้อำนวยการกรมข่าวกรองได้สั่งการเขามาโดยตรง เขาจึงต้องพูดแบบนี้ ส่วนเรื่องจริงหรือเท็จ ก็คงไม่มีใครลงทุนเดินทางไปลอนดอนเพื่อถามมาดามเปาลีหรอก ว่าได้เล่าเรื่องมรดกให้มาดามจิโรลาโมฟังหรือไม่
ใช่แล้ว จิโรลาโมถูกรัฐบาลฝรั่งเศสซื้อตัวไปตั้งนานแล้ว แต่เนื่องจากเขามีตำแหน่งไม่สูงนักในองค์กร นอกจากให้ข้อมูลข่าวสารวงนอกแล้ว ก็ไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรมากนัก
การที่เขาจงใจเน้นย้ำคำว่า “เงินก้อนโต” และ “ลาภลอย” ในที่สุดก็ทำให้บาร์โทลิโอที่อยู่ข้างๆ ขมวดคิ้ว: “นี่มันออกจะบังเอิญเกินไปหน่อยไหม เงินสนับสนุนของคุณชาลเมอร์สเพิ่งจะถูกไฟไหม้ มาดามเปาลีก็บังเอิญได้รับมรดกก้อนโตพอดีเลยหรือ?”
“ท่านกำลังพูดเรื่องอะไร?” จูเซปเปรีบตวาดทันที “ท่านกำลังสงสัยคุณเปาลีงั้นหรือ?”
“โอ้ เปล่า ข้าก็แค่พูดเล่นน่ะ”
บาร์โทลิโอรีบโบกมือปฏิเสธ แต่กลับสบตากับอีกสองคนที่ร่วมเดินทางไปลอนดอนด้วยกันในครั้งนั้น
หลังจากเลิกประชุม ทั้งสามคนก็รีบเดินทางไปที่บ้านของจิโรลาโมทันที
“ท่านกำลังสงสัยว่า เงินสองหมื่นห้าพันปอนด์นั่นไม่ได้ถูกไฟไหม้จริงๆ งั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว สิ่งที่ถูกเผาไปอาจจะเป็นแค่เศษกระดาษก็ได้” บาร์โทลิโอจ้องมองคนอื่นๆ และกล่าวว่า “ข้าไม่อยากจะสงสัยคุณเปาลีหรอกนะ แต่เงินก้อนใหญ่ขนาดนั้น ใครบ้างล่ะจะไม่หวั่นไหว”
สิ่งที่เขาไม่ได้พูดออกมาก็คือ เงินก้อนนั้นเดิมทีควรจะถูกแบ่งให้กับพวกตนด้วย ดังนั้นใครก็อย่าหวังจะฮุบไว้คนเดียวเลย!
“แล้วท่านมีแผนจะทำอย่างไร?”
“ส่งคนไปสืบที่เนเธอร์แลนด์และอเมริกาดูสิ!”

0 Comments