ตอนที่ 375 สิ่งที่ล้ำหน้าที่สุด กับ สิ่งที่เหมาะสมที่สุด
แปลโดย เนสยังเมื่อลาวัวซิเยร์เห็นดวงตาของมกุฎราชกุมารเป็นประกายสีเขียว ก็รีบอธิบายทันทีว่า: “ฝ่าบาท หากพระองค์ต้องการกาวเคซีนเพียงเดือนละหนึ่งหรือสองพันกิโลกรัม การลงทุนเพียง 5 พันลีฟร์ก็เพียงพอแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่หากเป็น 5 หมื่นกิโลกรัม วัตถุดิบอย่างโซดาและวอเตอร์กลาสก็จะขาดแคลนอย่างหนัก อ้อ ปัจจุบันปริมาณโซดาที่ผลิตได้รอบๆ ปารีสทั้งหมด ก็เพียงพอที่จะผลิตกาวเคซีนได้แค่เดือนละ 1 พันกิโลกรัมเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ
“ดังนั้น พระองค์จึงต้องลงทุนสร้างโรงงานผลิตโซดาก่อน และขนาดของมันก็จะต้องใหญ่โตมโหฬารมากด้วยพ่ะย่ะค่ะ
“พระองค์ทรงทราบดี การจะผลิตโซดานั้นต้องสร้างเตาเผาสะท้อนความร้อนเสียก่อน รวมถึงโรงงานผลิตกรดซัลฟิวริกด้วย ซึ่งนี่ต้องใช้เงินอย่างน้อย 8 แสนกว่าลีฟร์เลยนะพ่ะย่ะค่ะ แถมยังต้องมีการผลิตวอเตอร์กลาส และการทำให้ปูนขาวบริสุทธิ์อีก…”
“เดี๋ยวก่อน” โจเซฟยกมือขึ้นขัดจังหวะเขา “ท่านเพิ่งจะบอกว่า การผลิตโซดาต้องใช้เตาเผาสะท้อนความร้อนด้วยหรือ? ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิด มันก็คือเตาที่ใช้หลอมเหล็กใช่ไหม?”
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” ลาวัวซิเยร์พยักหน้า “บางทีพระองค์อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับวิธีการผลิตโซดาในปริมาณมากแบบใหม่ล่าสุดนี้
“นั่นเป็นวิธีการที่นายแพทย์เลอบล็องก์เพิ่งจะคิดค้นขึ้นมาได้ไม่นานนี้เอง โดยการนำเกลือและกรดซัลฟิวริกมาผสมกัน หลังจากการกลั่นแล้ว ก็เติมหินปูนและถ่านหินลงไป จากนั้นก็นำไปเผาในเตาเผาสะท้อนความร้อนจนหลอมละลาย กระบวนการนี้จำเป็นต้องใช้อุณหภูมิสูงถึงระดับที่ทำให้เหล็กหลอมละลายได้ ดังนั้นเตาเผาสะท้อนความร้อนจึงเหมาะสมที่สุดพ่ะย่ะค่ะ…”
เมื่อเขาอธิบายจบ โจเซฟถึงเพิ่งเข้าใจ ว่ากระบวนการผลิตโซดาในปริมาณมากในยุคนี้ยังคงใช้วิธีการเผาและการตกผลึกอยู่
ซึ่งเฉพาะแค่การเผาให้ได้อุณหภูมิสูงกว่า 1,000 องศา ก็ต้องใช้ถ่านหินจำนวนมหาศาลแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ภายใต้อุณหภูมิที่สูงลิ่ว กรดซัลฟิวริกจะกัดกร่อนเตาเผาสะท้อนความร้อนอย่างรุนแรง ทำให้ต้องเปลี่ยนเตาใหม่ทุกๆ สองปี ต้นทุนไม่สูงทะลุฟ้าก็แปลกแล้ว!
ดังนั้น โซดาในเวลานี้จึงยังคงถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยในอุตสาหกรรมเคมี ชนิดที่ว่าต้องขายกันเป็นกรัมเลยทีเดียว!
ก็ไม่แปลกที่ลาวัวซิเยร์จะให้เขาลงทุนเป็นล้านลีฟร์ แล้วสร้างตามแบบโรงงานถลุงเหล็ก เงินแค่นี้เผลอๆ อาจจะไม่พอด้วยซ้ำ
โจเซฟจึงนึกขึ้นมาได้ว่า โซดามันก็คือโซเดียมคาร์บอเนตไม่ใช่หรือ?
หรือก็คือโซดาแอชนั่นเอง
ในฐานะ 1 ใน 5 เสาหลักของอุตสาหกรรมเคมี ในอดีต เพื่อที่จะลดต้นทุนในการผลิตสิ่งนี้ให้ได้ในปริมาณมาก ไม่รู้ว่าทำเอานักเคมีหลายคนต้องเป็นบ้าไปเท่าไหร่…
เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
จริงอย่างที่เขาว่า สินค้าเชิงพาณิชย์ที่ทำกำไรได้ทุกชนิด สุดท้ายก็ต้องไปจบที่การผลิตวัตถุดิบพื้นฐานอยู่ดี
โชคดีที่ด้วยความช่วยเหลือจากรูมเมทที่เรียนเอกเคมี เขายังไม่ได้คืนความรู้เคมีให้อาจารย์ไปจนหมด
อย่างเช่น เขาเองก็รู้จัก “กระบวนการผลิตโซดาแอชของโฮ่ว”!
แล้วแบบนี้จะไม่ให้เอาชนะไอ้พวก “วิธีบ้านๆ” ในปลายศตวรรษที่ 18 ไปได้อย่างง่ายดายได้อย่างไร?
ก่อนหน้านี้เขายังไม่มีเวลาปลีกตัวมาจัดการเรื่องอุตสาหกรรมเคมี ตอนนี้ก็ถือโอกาสนี้ เริ่มต้นที่โซดาแอชเลยก็แล้วกัน
แค่ล้านลีฟร์เองไม่ใช่หรือ? หากสามารถขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเคมีของฝรั่งเศสได้ เงินแค่นี้ก็ถือว่าเล็กน้อยมาก
ไม่ต้องพูดถึงความสำคัญของโซดาที่มีต่อการปฏิวัติเฟอร์นิเจอร์และแผ่นเกราะกันกระสุนเลย แค่เอาไปขายตรงๆ ก็สามารถทำกำไรกลับมาได้เป็นสิบเท่าแล้ว
โจเซฟทบทวนกระบวนการของโฮ่วในหัวอีกครั้ง แล้วมองไปที่ลาวัวซิเยร์: “อันที่จริง ข้ามีวิธีใหม่ในการผลิตโซดานะ ต้นทุนน่าจะไม่ถึงหนึ่งในสิบของวิธีที่ท่านเพิ่งพูดถึงด้วยซ้ำ”
ลาวัวซิเยร์เบิกตากว้างทันที หากเป็นคนอื่นพูดแบบนี้ เขาก็คงจะหัวเราะเยาะกลับไปทันที แต่เมื่อคำพูดนี้ออกมาจากปากของ “บุตรแห่งพระผู้เป็นเจ้า” เขาก็ต้องกลับมาคิดทบทวนอย่างจริงจังแล้ว
“พระองค์ ตรัสจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“อืม หลักๆ ก็ใช้เกลือ ก๊าซแอมโมเนีย และคาร์บอนไดออกไซด์” โจเซฟไม่ได้ปิดบังอะไร “บิดาแห่งวิชาเคมี” ผู้ยิ่งใหญ่คงไม่ขโมยเทคโนโลยีของเขาหรอก หรือพูดให้ถูกก็คือ เขาไม่กล้าต่างหาก ยิ่งไปกว่านั้น เขาเองก็รู้แค่หลักการ หากจะนำไปใช้ในการผลิตจริง ก็ยังต้องพึ่งพาคำแนะนำจากลาวัวซิเยร์อยู่ดี
“เริ่มจากปล่อยก๊าซแอมโมเนียลงในน้ำเกลืออิ่มตัว เพื่อให้เกิดเป็นน้ำเกลือแอมโมเนีย จากนั้นก็ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงไป เพื่อผลิต…”
เมื่อเขาอธิบายกระบวนการผลิตโซดาแอชของโฮ่วจบ ก็รอคอยให้ลาวัวซิเยร์ส่งเสียงอุทานออกมา
ทว่า ผ่านไปกว่าครึ่งนาที “บิดาแห่งวิชาเคมี” กลับขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้า: “ฝ่าบาท วิธีของพระองค์นั้นดีมาก แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ”
โจเซฟชะงักไปทันที อะไรนะ? ท่านแน่ใจนะว่าฟังชัดเจนแล้ว? นี่มันกระบวนการผลิตโซดาแอชของโฮ่วเชียวนะ!
ลาวัวซิเยร์กล่าวต่อ: “วิธีของพระองค์ต้องใช้ก๊าซแอมโมเนียจำนวนมหาศาล หากกระหม่อมจำไม่ผิด ราคาของแร่ซาลแอมโมนิแอกน่าจะอยู่ที่ 7 ลีฟร์ต่อ 1 กิโลกรัม โซดาที่ผลิตด้วยวิธีนี้ ต้นทุนคงไม่ถูกไปกว่าวิธีของนายแพทย์เลอบล็องก์สักเท่าไหร่หรอกพ่ะย่ะค่ะ
“และที่สำคัญที่สุดคือ ปริมาณแร่ซาลแอมโมนิแอกทั่วทั้งทวีปยุโรป ก็ยากที่จะตอบสนองความต้องการในการผลิตกาวเคซีน 5 หมื่นกิโลกรัมต่อเดือนได้พ่ะย่ะค่ะ”
โจเซฟกะพริบตา: “แร่ซาลแอมโมนิแอกหรือ? มันคืออะไร?”
“ก็คือแร่ที่ใช้สำหรับสกัดก๊าซแอมโมเนียพ่ะย่ะค่ะ…”
เมื่อลาวัวซิเยร์อธิบายอีกพักใหญ่ โจเซฟก็เริ่มหน้ามืดแร่ซาลแอมโมนิแอกน่าจะหมายถึงแอมโมเนียมคลอไรด์ เทคโนโลยีทางเคมีในปัจจุบันยังไม่สามารถสังเคราะห์ก๊าซแอมโมเนียขึ้นมาเองได้ ทำได้เพียงนำแร่แสนแพงชนิดนี้มาเผาเพื่อสกัดเอาเท่านั้น
ราคาแบบนี้ก็สูงทะลุฟ้าไปเลยสิ
เขาถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า เทคโนโลยีการสังเคราะห์แอมโมเนียดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ดร.โฮ่ว คิดค้นกระบวนการผลิตโซดาแอชขึ้นมาในศตวรรษที่ 20 ซึ่งในตอนนั้นก๊าซแอมโมเนียก็มีราคาถูกแสนถูกแล้ว
ส่วนการสังเคราะห์ก๊าซแอมโมเนีย ดูเหมือนจะต้องใช้เทคโนโลยีปฏิกิริยาที่มีอุณหภูมิสูงและแรงดันสูง ซึ่งในศตวรรษที่ 18 นั้นไม่ต้องไปคิดถึงเลย…
ดังนั้น อุตสาหกรรมเคมีอะไรนั่น การปฏิวัติเฟอร์นิเจอร์อะไรนั่น ก็เป็นเพียงแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ ของเขาเองสินะ?
ลาวัวซิเยร์เห็นเขามีสีหน้าผิดปกติ จึงรีบปลอบโยนว่า: “ฝ่าบาท แนวคิดของพระองค์นั้นแปลกใหม่มาก เป็นวิธีที่กระหม่อมไม่เคยคิดมาก่อนเลยพ่ะย่ะค่ะ
“เพียงแต่ บางครั้งวิธีเดิมๆ ก็อาจจะยังใช้ได้ผลอยู่…”
โจเซฟยิ้มอย่างขมขื่น ไม่คิดเลยว่ากระบวนการผลิตโซดาแอชที่เคยทำให้ดร.โฮ่ว โด่งดังไปทั่วโลก จะมาพ่ายแพ้ให้กับเตาเผาสะท้อนความร้อนในศตวรรษที่ 18 เสียได้
เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงสารคดีเกี่ยวกับดร.โฮ่ว ว่าเขาต้องผ่านความยากลำบากมามากเพียงใดในการปรับปรุงกระบวนการโซลเวย์ จนประสบความสำเร็จในที่สุด
เอ๊ะ?
จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ การปรับปรุงของดร.โฮ่ว คืออะไรนะ? ดูเหมือนจะเป็นกระบวนการผลิตโซดาแอชแบบคู่นั่นคือผลิตโซดาแอชไปพร้อมๆ กับการผลิตปุ๋ยเคมี ซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพในการใช้วัตถุดิบ
แล้วกระบวนการโซลเวย์ในการผลิตโซดาแอชล่ะ ทำยังไงนะ?
โจเซฟพยายามนึกถึงสารคดีที่เคยดู แล้วพึมพำกับตัวเองเบาๆ: “เกลือผสมก๊าซแอมโมเนียและคาร์บอนไดออกไซด์ ละลายน้ำ ขจัดตะกอน เติมหินปูน ให้ความร้อนเพื่อให้เกิดปฏิกิริยา…
“เกิดก๊าซแอมโมเนีย คาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนสิ่งที่ถูกเผาคือโซดาแอชบริสุทธิ์และแคลเซียมคลอไรด์ จากนั้นก็ผ่านการตกผลึกเพื่อทำให้บริสุทธิ์…
“กระบวนการผลิตโซดาแอชแบบนี้ จะทำให้สูญเสียคลอรีนในเกลือ และแคลเซียมในหินปูนไป ดังนั้นประสิทธิภาพในการผลิตและต้นทุนจึงสู้กระบวนการผลิตโซดาแอชของโฮ่วไม่ได้…”
โจเซฟชะงักไปทันที เดี๋ยวก่อนสิ ในระหว่างเกิดปฏิกิริยา ก๊าซแอมโมเนียและคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกปล่อยออกมา ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ในปฏิกิริยาครั้งต่อไปได้นี่!
หากเป็นเช่นนั้น ปริมาณการใช้ก๊าซแอมโมเนียก็จะน้อยมาก แม้จะไม่มีปุ๋ยเคมีออกมาเหมือนของโฮ่ว แต่ก็สามารถก้าวข้ามอุปสรรคเรื่องก๊าซแอมโมเนียไปได้
โชคดีไป…
เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างกะทันหัน เขาติดอยู่ในความเข้าใจผิดจริงๆ ที่มักจะคิดถึงแต่การใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดอยู่เสมอ แต่เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุด ก็ไม่ได้แปลว่าจะเหมาะสมกับยุคสมัยนี้ที่สุดเสมอไปนี่!
“คุณลาวัวซิเยร์” เขากลับมายิ้มอีกครั้ง “หากข้ามีวิธีที่ไม่ต้องใช้ก๊าซแอมโมเนียด้วยล่ะ ก็คงต้องรบกวนให้ท่านช่วยออกแบบกระบวนการผลิตในปริมาณมากให้ข้าด้วยนะ”
ลาวัวซิเยร์เบิกตากว้างทันที มกุฎราชกุมารนี่ต้องได้รับวิวรณ์จากพระผู้เป็นเจ้ามาจริงๆ แน่ๆ!
เทคโนโลยีระดับสูงอย่างการผลิตโซดา พระองค์กลับสามารถคิดออกมาได้ถึงสองวิธีภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง!!

0 Comments