ตอนที่ 354 ศูนย์กลางเหล็กกล้าแห่งลักเซมเบิร์ก
แปลโดย เนสยังสาเหตุที่เยกาเจรีนาที่ 2 ทรงมีการวางแผนทางยุทธศาสตร์เช่นนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะความหุนหันพลันแล่นชั่ววูบอย่างแน่นอน
แน่นอนว่าพื้นฐานของทั้งหมดนี้ก็คือศักยภาพที่ฝรั่งเศสได้แสดงให้เห็นในช่วงสองปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอำนาจของราชวงศ์ หรือการวางกลยุทธ์อันแยบยลในยุทธศาสตร์แอฟริกาเหนือและกลุ่มประเทศแผ่นดินต่ำ ล้วนทำให้พระองค์ทรงเชื่อมั่นว่านี่คือพันธมิตรที่ดีที่สุด
ในขณะที่ออสเตรีย พันธมิตรเก่าของรัสเซีย กลับตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายที่เกิดจากการปฏิรูป และความแข็งแกร่งของประเทศก็มีแต่จะย่ำแย่ลง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความล้มเหลวในการปราบปรามการก่อกบฏที่บราบันต์ในครั้งนี้ บวกกับการต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์การรบที่ยากลำบากในไซลีเซีย ก็ยิ่งทำให้พระองค์ทรงผิดหวังในออสเตรียเป็นอย่างมาก
ส่วนปรัสเซีย ประเทศมหาอำนาจอีกแห่งในภูมิภาคเยอรมนี แม้จะเซ็นสนธิสัญญาลับในการแบ่งแยกโปแลนด์ร่วมกับรัสเซีย แต่ก็เป็นเพียงการรับมือกับโปแลนด์เท่านั้น
ตอนนี้ปรัสเซียกำลังจับมือเป็นพันธมิตรกับชาวอังกฤษอยู่ ในเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของทวีปยุโรป พวกเขาย่อมต้องให้ความสำคัญกับความเห็นของอังกฤษเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ในเวลานี้กำลังทหารของปรัสเซียก็ยังคงติดพันอยู่ที่ไซลีเซีย ใครจะไปรู้ล่ะว่าปีไหนเดือนไหนถึงจะปลีกตัวออกมาได้
นอกจากนี้ การที่เยกาเจรีนาที่ 2 ทรงมีพระประสงค์จะร่วมมือกับฝรั่งเศส ก็ยังมีอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ต้องพิจารณา
หากเทียบกับเป้าหมายของรัสเซียสวีเดน โปแลนด์ ชายฝั่งทะเลดำ บรรดาประเทศมหาอำนาจในทวีปยุโรปจะให้ความสำคัญกับเป้าหมายของฝรั่งเศสกลุ่มประเทศแผ่นดินต่ำและลุ่มแม่น้ำไรน์ มากกว่า
ดินแดนแผ่นดินต่ำคือของหวงของอังกฤษ ส่วนแม่น้ำไรน์ก็ยิ่งเป็นเขตอิทธิพลแต่ดั้งเดิมของเยอรมนี หากฝรั่งเศสลงมือกับสองพื้นที่นี้จริงๆ ความสนใจของทั่วทั้งยุโรปก็จะไปตกอยู่ที่เขาในทันที
เมื่อถึงเวลานั้น รัสเซียก็จะได้ฉวยโอกาสนี้กอบโกยผลประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องไปสนใจความเห็นของประเทศมหาอำนาจอื่นๆ แล้ว
แน่นอนว่า หากฝรั่งเศสสามารถทนรับแรงกดดันจากทั่วทั้งยุโรปและยึดแม่น้ำไรน์มาได้จริงๆ เยกาเจรีนาที่ 2 ก็ไม่รังเกียจที่จะส่งทหารไปร่วมวงด้วย บางทีภายใต้การตีขนาบจากทิศตะวันออกและตะวันตกของพวกเขา อาจจะสามารถกลืนกินได้แม้กระทั่งออสเตรียเลยด้วยซ้ำ!
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ขุนนางกระทรวงการต่างประเทศก็นำแผนการส่งเสริมการค้าฝรั่งเศส-รัสเซียในขั้นต่อไป ที่เคานต์สโตรกานอฟเป็นผู้เสนอ มาวางไว้บนโต๊ะทรงงานของพระราชินีมารีอีกครั้ง
พระราชินีมารีทรงเปิดเอกสารฉบับนั้นด้วยความจนพระทัยเล็กน้อย เมื่อทรงอ่านไปได้สองสามหน้าก็เริ่มจะขมวดพระขนงพระองค์ไม่สันทัดเรื่องพรรค์นี้เอาเสียเลย
ขณะที่พระองค์กำลังจะรับสั่งให้อาร์ชบิชอปบรีแอนมาเข้าเฝ้า จู่ๆ ก็ทรงนึกขึ้นได้ว่ามกุฎราชกุมารดูจะเชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้มาก
โจเซฟไม่ได้เปิดบริษัทการค้าร่วมกับเคานต์โบบรินสกี้ของรัสเซียหรอกหรือ? ได้ยินมาว่าธุรกิจก็ไปได้สวยเลยทีเดียว ทำให้ปริมาณการค้าระหว่างฝรั่งเศสและรัสเซียเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเลยล่ะ
เมื่อทรงคิดได้ดังนั้น จึงรับสั่งเรียกนางกำนัลมา และมอบหมายให้นำแผนการค้านี้ไปให้มกุฎราชกุมารจัดการ
…
ลักเซมเบิร์ก
บนพื้นที่โล่งกว้างซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเหมืองเหล็กแบบเปิดขนาดมหึมา ‘ทะเลเหล็ก’ เตาหลอมเหล็กทรงสูงที่ราวกับหอคอยขนาดยักษ์หลายเตา กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างอย่างเร่งด่วน
ไวส์เคานต์โอลิเวียร์ เจ้าของบริษัทเหล็กกล้าฮิลค์ ยืนอยู่บนเนินเขาแห่งหนึ่ง มองดูโรงถลุงเหล็กแห่งใหม่ของตนที่กำลังค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างด้วยความเบิกบานใจ
เขาใช้เงินไปไม่ถึง 4 หมื่นลีฟร์ ก็สามารถซื้อโรงถลุงเหล็กขนาดใหญ่มากในลักเซมเบิร์กมาได้ ลำพังแค่คนงานที่มีทักษะ ก็ได้มาตั้งกว่า 700 คนแล้ว
จากนั้น เขาก็เริ่มการขยายกิจการและพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยี
ใกล้ๆ กับเตาหลอมเหล็กทรงสูงเก่าที่เขาเพิ่งจะซื้อมา ช่างฝีมือกำลังใช้อิฐทนไฟสร้างอาคารทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขนาดเท่ากับบ้านเรือนทั่วไปสองหลัง
อาคารทั้งสองหลังนั้นแทบจะปิดทึบทั้งหมด มีเพียงท่อขนาดใหญ่ที่มีความสูงระดับเอวผู้ใหญ่สองท่อเชื่อมต่อเอาไว้ และปลายท่อก็ต่อเข้ากับเตาหลอม
ข้างๆ อาคารทรงสี่เหลี่ยมแต่ละหลังยังมีเครื่องจักรไอน้ำแรงดันสูงหนึ่งเครื่อง ซึ่งจะใช้กลไกในการเป่าลมเข้าไปในท่อ
นี่ก็คือเทคโนโลยี ‘การถลุงเหล็กด้วยเตาเป่าลมร้อน’ ที่โจเซฟนำมามอบให้กับโรงถลุงเหล็กของฝรั่งเศส
อันที่จริง หลักการนั้นง่ายมาก ในตอนที่ถลุงเหล็ก การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนเป็นจำนวนมาก เตาหลอมเหล็กแบบดั้งเดิมจะรับอากาศมาจากภายนอกโดยตรง และอากาศเหล่านี้ก็จะเป็นอุณหภูมิห้อง เมื่อเข้าไปในเตาหลอมที่มีอุณหภูมิสูงนับพันองศา ก็ย่อมต้องทำให้อุณหภูมิของเตาหลอมลดลง
และอุณหภูมิของเตาหลอมในยุคนี้ที่สามารถทำได้ ก็ทำได้แค่เพียงพอที่จะหลอมละลายแร่เหล็กได้เท่านั้น แต่โดยปกติก็มักจะหลอมได้แค่เป็นน้ำเหล็กข้นๆ แล้วไหลออกมาจากก้นเตา
น้ำเหล็กแบบนี้ คุณภาพย่อมไม่ค่อยสูงนัก เพราะหลอมละลายได้ไม่เต็มที่ ภายในจึงมีสิ่งเจือปนปะปนอยู่ ในขณะเดียวกัน สารสร้างตะกรันก็ไม่สามารถละลายได้อย่างสม่ำเสมอด้วย
เทคโนโลยีที่โจเซฟนำมา ก็คือการใช้ ‘ห้องลมร้อน’ เพื่อทำให้อากาศร้อนขึ้นล่วงหน้า จากนั้นก็ ‘เป่า’ เข้าไปในเตาหลอมด้วยแรงดัน
ทำแบบนี้ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้อากาศเย็นไปลดอุณหภูมิของเตาหลอมได้ ในขณะเดียวกันการเป่าลมด้วยแรงดัน ก็ยังเป็นการเพิ่มปริมาณออกซิเจนในการเผาไหม้อีกด้วย
เพียงแค่มาตรการง่ายๆ เพียงข้อเดียวนี้ ก็สามารถทำให้อุณหภูมิของเตาหลอมเพิ่มขึ้นได้เกือบ 200 องศา
บวกกับการเปลี่ยนไปใช้ถ่านโค้กที่มีค่าความร้อนสูง เตาหลอมของโรงถลุงเหล็กในฝรั่งเศส ก็สามารถหลอมละลายแร่เหล็กได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
น้ำเหล็กที่ไหลเวียนได้อย่างสมบูรณ์ จะสามารถสัมผัสกับอากาศได้อย่างเต็มที่ และทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับสิ่งเจือปนที่เป็นอันตรายอย่างเช่นซิลิคอนและกำมะถันได้เป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกัน การเติมสารสร้างตะกรันลงไป ก็จะช่วยตกตะกอนสิ่งเจือปนได้ดียิ่งขึ้น
น้ำเหล็กที่ถลุงออกมาด้วยวิธีนี้ จะมีคุณภาพใกล้เคียงกับเหล็กกล้าแบบหยาบ การปรับปริมาณคาร์บอนที่ปลายเตาหลอม จะทำให้แท่งเหล็กที่ออกมาจากเตาหลอม แทบไม่ต้องนำไปถลุงในเบ้าหลอมอีก ก็สามารถตอบสนองความต้องการของผลิตภัณฑ์เหล็กส่วนใหญ่ได้แล้ว
หลังจากการทดลองผลิตที่เขตพัฒนาอุตสาหกรรมน็องซีของฝรั่งเศส แท่งเหล็กที่โรงถลุงเหล็กของไวส์เคานต์โอลิเวียร์ถลุงออกมา ก็ขายได้ในราคาถึงสามในสี่ของเหล็กกล้าชั้นดี แถมยังมีความต้องการสูงจนผลิตไม่ทันขายเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้เขาเคยให้คนประเมินไว้ว่า หลังจากที่โรงงานในลักเซมเบิร์กแห่งนี้เริ่มเดินสายการผลิตเต็มรูปแบบแล้ว กำลังการผลิตต่อปีก็จะสามารถเข้าถึง 200 ล้านปอนด์ได้เลย
ลำพังแค่โรงงานแห่งนี้ของเขาเพียงแห่งเดียว ก็มีกำลังการผลิตมากกว่ายอดการผลิตเหล็กกล้าทั้งหมดของฝรั่งเศสในปีที่แล้วรวมกันเสียอีก!
บวกกับความสะดวกสบายที่ได้รับจากข้อตกลงการค้าแม่น้ำแซน-ไรน์ แท่งเหล็กและเหล็กกล้าของเขาก็สามารถเจาะเข้าสู่ตลาดในหลายประเทศของเยอรมนีตอนใต้ได้อย่างราบรื่น ระหว่างทางก็ไม่มีด่านตรวจและเจ้าหน้าที่เก็บภาษีที่เคยพบเห็นได้ทั่วไปเวลาขายสินค้าให้เยอรมนีเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว
โรงงานที่ลักเซมเบิร์กแห่งนี้ อย่างน้อยก็สามารถทำรายได้ให้เขาถึง 80 หมื่นลีฟร์ในปีหน้า!
เขาจะทะยานขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีระดับท็อปของฝรั่งเศส!
และทั้งหมดนี้ ก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วินาทีที่เขาตัดสินใจไปลงทุนสร้างโรงงานที่เขตพัฒนาอุตสาหกรรมน็องซีนั่นเอง
เขามักจะบอกกับทุกคนเสมอ ว่านั่นคือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของเขา
ไม่ไกลออกไป คุณเกรกัวร์ คู่แข่งเก่าของเขาเดินเข้ามา และโค้งตัวทักทาย
“ท่านว่า สงครามจะลามมาถึงที่นี่ไหมล่ะ” คุณเกรกัวร์หยุดเดิน มองไปยังโรงถลุงเหล็กที่เขาลงทุนไว้อีกด้านหนึ่ง และเอ่ยด้วยความกังวลเล็กน้อย “ข้าทุ่มทรัพย์สินกว่าครึ่งชีวิตมาไว้ที่ลักเซมเบิร์กเลยนะ”
ไวส์เคานต์โอลิเวียร์ยิ้มรับ: “ท่านน่าจะเคยได้ยินแล้ว ว่ารัฐบาลเริ่มสร้างรางไม้จากลักเซมเบิร์กไปถึงแวร์เดิงแล้วนะ
“หากไม่มีความมั่นใจ รัฐบาลก็คงไม่กล้าลงทุนมหาศาลขนาดนี้หรอก”
“ท่านพูดถูก โอ้ คุณเกรกัวร์ก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ” ผู้จัดการทั่วไปของโรงงานเหล็กกล้าวิลฮาวรีโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ทำความเคารพทั้งสองคน แล้วพูดต่อ “แถมข้ายังได้ยินมาว่า สิ่งที่จะสร้างในครั้งนี้ไม่ใช่รางไม้ แต่เป็นรางเหล็กด้วยนะ”
“พระเจ้า นั่นมันต้องใช้เงินมากขนาดไหนกัน?!” ไวส์เคานต์โอลิเวียร์เพิ่งจะพูดไปได้ครึ่งประโยค ก็ชะงักไป ใช่แล้ว ที่นี่คือลักเซมเบิร์กนะ อย่างอื่นอาจจะไม่มี แต่แร่เหล็กน่ะมีให้ไม่อั้น ราคาคงจะไม่แพงเท่าไหร่นักหรอก
ทันใดนั้นเขาก็ตาเป็นประกาย หากรัฐบาลจะสร้างรางเหล็ก ก็จะต้องสั่งซื้อแท่งเหล็กจากโรงถลุงเหล็กของเขาเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน!
หรือว่า เขาควรจะเอาสินทรัพย์ที่น็องซีไปจำนอง เพื่อกู้เงินมาสร้างเตาหลอมเหล็กในลักเซมเบิร์กเพิ่มดีนะ…
และนี่ก็คือผลลัพธ์ที่โจเซฟต้องการจากแผนการของเขานั่นเอง
การอาศัยแร่เหล็กราคาถูกของลักเซมเบิร์ก เพื่อนำมาทดลองสร้างรางเหล็ก ในขณะที่ฝึกฝนช่างปูรางรถไฟไปด้วย ก็ยังเป็นการเพิ่มยอดขายให้กับโรงถลุงเหล็กได้อย่างมหาศาล ซึ่งจะเป็นการกดต้นทุนของพวกเขาให้ต่ำลงไปอีก

0 Comments