You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

โจเซฟพยักหน้า และถามต่อ: “แล้วทางซัคเซินล่ะ?”

“ตอนที่กระหม่อมเดินทางออกจากเวียนนา คนก็มุ่งหน้าไปที่เดรสเดินแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ตาแลร็องตอบ “ตอนนี้คงจะได้ติดต่อกับนายพลมอริสแล้วล่ะพ่ะย่ะค่ะ”

นายพลมอริสก็คือผู้บัญชาการกองทัพซัคเซิน

โจเซฟส่งสัญญาณให้เขานั่งลงบนเก้าอี้: “คนที่ใช้ทำงานน่าเชื่อถือทุกคนใช่ไหม?”

“โปรดทรงวางพระทัยเถิดพ่ะย่ะค่ะ เป็นคนที่สำนักข่าวกรองคัดเลือกมา กระหม่อมใช้ช่องทางทางการทูตแอบพาเข้าไปในซัคเซินอย่างลับๆ เป็นชาวบาวาเรียแท้ๆ แถมยังพูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้เลยด้วยซ้ำพ่ะย่ะค่ะ”

“ท่านทำได้ไม่เลวเลย” โจเซฟเผยรอยยิ้ม “อ้อ จริงสิ การที่ท่านสามารถติดสินบนผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของออสเตรีย รวมถึงผู้แทนการเจรจาของบาเดินและคนอื่นๆ ในครั้งนี้ โดยใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นับว่ายอดเยี่ยมมาก ดังนั้น รายได้จากการ ‘ขาย’ ข้อมูลข่าวกรองทางฝั่งเซาท์เนเธอร์แลนด์และซัคเซิน ก็ให้เก็บไว้ครึ่งหนึ่งเป็นเงินรางวัลสำหรับท่านและลูกน้องของท่านก็แล้วกัน”

โจเซฟพูดอย่างสบายๆ แต่เมื่อตาแลร็องได้ยินกลับรู้สึกใจหายวาบ

ในกระบวนการติดสินบนที่เยอรมนีในครั้งนี้ เนื่องจากมีความยากลำบากค่อนข้างมาก เขาจึงแทบจะไม่ได้ยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตัวเองเลยแม้แต่สตางค์เดียว เมื่อครู่นี้ที่มกุฎราชกุมารทรงตรัสว่า “ใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” ก็เห็นได้ชัดว่ากำลังหมายถึงเรื่องนี้นี่เอง

นั่นหมายความว่า การที่เขาจะยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตัวเองหรือไม่ ฝ่าบาทก็คงจะทรงทราบอย่างแจ่มแจ้งทั้งหมดเป็นแน่

ถ้าอย่างนั้น ตอนที่ไปอเมริกา หรือรัสเซีย และที่อื่นๆ ก่อนหน้านี้ เงินสินบนที่เขากอบโกยมาได้ล่ะ…

เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เหงื่อเย็นๆ ผุดซึมตามไรผม ในขณะที่กำลังดิ้นรนคิดหาคำพูดเพื่อยอมรับผิดต่อมกุฎราชกุมารอยู่นั้น ก็ได้ยินโจเซฟตรัสขึ้นว่า: “งานด้านการทูตมักจะต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องสินบนอยู่บ่อยๆ ท่านเพียงแค่กลับมารายงานให้ข้าทราบสักหน่อยก็พอแล้ว การที่สามารถรีดไถเงินมาจากรัฐบาลต่างประเทศได้ ท่านเองก็ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อย ท่านสามารถเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินรางวัลได้เลย แน่นอนว่า ห้ามทำเพื่อหาเงินจนไปรบกวนการทำงานอย่างเด็ดขาด”

ตาแลร็องชะงักไปครู่หนึ่ง ฝ่าบาททรงหมายความว่า หลังจากนี้เขาควรจะไปรับสินบนจากต่างประเทศ และขอเพียงแค่นำเงินที่ได้มาส่งมอบให้พระองค์ เขาก็จะได้รับส่วนแบ่งเป็นเงินรางวัลตามสัดส่วนงั้นหรือ?

เขาแอบลอบมองโจเซฟ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าจริงจังมาก ในใจก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนี้เขาก็ไม่ต้องมานั่งหวาดระแวงเวลาหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองอีกต่อไปแล้ว

จากนั้นเขาก็นึกถึงรายได้จากการ “ขายข้อมูลข่าวกรอง” ในครั้งนี้ขึ้นมาได้ บนใบหน้าก็ยิ่งไม่อาจปกปิดรอยยิ้มเอาไว้ได้

เขาทำตามคำสั่งของมกุฎราชกุมาร โดยเริ่มจากการส่งคนไปที่เซาท์เนเธอร์แลนด์ เพื่อนำข่าวที่ว่า “กองกำลังหลักของออสเตรียที่ลักเซมเบิร์กได้ถอนกำลังกลับไปยังเวียนนาแล้ว” ไปขายให้กับดยุกแห่งบรุนสวิกของปรัสเซียในราคา 16,000 ฟลอริน จากนั้นคนของเขาก็นำข่าวที่ว่า “ออสเตรียกำลังรวบรวมกองทัพใหญ่เพื่อเตรียมโจมตีไซลีเซีย” ไปขายให้กับซัคเซิน และได้รับเงินมา 20,000 ฟลอริน

ทั้งหมดนี้รวมเป็นเงิน 90,000 ลีฟร์ มกุฎราชกุมารเพียงแค่สะบัดพระหัตถ์เบาๆ ก็มอบเงินครึ่งหนึ่งให้เขาเป็นเงินรางวัล แล้วเขาจะไม่ดีใจจนเนื้อเต้นได้อย่างไร!

การที่ตัดสินใจจงรักภักดีต่อฝ่าบาท คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของเขาจริงๆ!

ตาแลร็องพยายามอย่างหนักที่จะดึงสติของตนเองให้หลุดพ้นจากทะเลเงินลีฟร์ เขาแสดงความจงรักภักดีต่อโจเซฟไปยกใหญ่ จากนั้นก็เริ่มพูดถึงเรื่องงานต่อ: “ฝ่าบาท ตอนที่กระหม่อมเดินทางออกจากเวียนนา เลโอโปลด์ที่ 2 เคยเรียกพบกระหม่อม และบอกว่าหวังให้ฝรั่งเศสสามารถใช้อิทธิพลกดดันรัสเซีย เพื่อรับประกันว่าพวกเขาจะไม่เข้ามาแทรกแซงสงครามในไซลีเซียพ่ะย่ะค่ะ”

โจเซฟพยักหน้าเล็กน้อย คิดในใจว่าเลโอโปลด์ที่ 2 มีประสบการณ์ทางการเมืองที่โชกโชนจริงๆ ถึงสามารถมองเห็นปัญหาเรื่องรัสเซียได้ในทันที

จักรพรรดินีแคทเธอรีนที่ 2 พยายามที่จะดึงปรัสเซียและออสเตรียมาแบ่งแยกโปแลนด์ร่วมกันมาโดยตลอด ดังนั้น พระองค์จึงย่อมไม่ปรารถนาที่จะเห็นสองประเทศนี้ทำสงครามกันอย่างแน่นอน

แต่แล้วเขาจะทำอย่างไร ถึงจะสามารถเกลี้ยกล่อมให้พระองค์ยอมยืนดูอยู่เฉยๆ ได้ล่ะ?

โจเซฟครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะหันไปทอดพระเนตรตาแลร็อง: “ดูเหมือนว่าท่านจะต้องเดินทางไปที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอีกสักรอบแล้วล่ะ เมื่อได้เข้าเฝ้าพระเจ้าซาร์แล้ว ก็จงบอกไปแบบนี้…”

หลังจากกำชับอย่างละเอียดแล้ว โจเซฟก็ตรัสต่อ: “ทางข้าก็จะพยายามหาทางสนับสนุนท่านด้วยเช่นกัน ท่านต้องรู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์และข่าวสารที่ได้รับมาด้วยนะ”

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท กระหม่อมจะไม่ทำให้พระองค์ต้องทรงผิดหวังอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!”

เมื่อตาแลร็องเดินจากไป ดยุกแห่งบรอย เสนาบดีกระทรวงสงคราม และเบอร์เทียร์ ก็เข้ามาในห้องหนังสือของมกุฎราชกุมารอีกครั้ง

ทั้งสองได้นำแผนการส่งกองทัพที่ร่างขึ้นมาเรียบร้อยแล้วถวายให้โจเซฟทอดพระเนตร เสนาธิการทหารที่อยู่ด้านข้างก็อธิบายเสริมว่า: “ฝ่าบาท ตามคำสั่งของพระองค์ ทางฝั่งออสเตรียเราจะส่งกองพลจำนวน 35,000 นายไปพ่ะย่ะค่ะ

“แกนหลักจะประกอบด้วยกองพลลอแรน กองพลช็องปาญ และกองพลไรน์ และยังได้คัดเลือกทหารที่สามารถพูดภาษาเยอรมันจากทางตอนเหนือมาด้วยจำนวนหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”

ดยุกแห่งบรอยดูประหม่าเล็กน้อย แม้ว่ามกุฎราชกุมารจะเคยรับปากไว้ว่า จะให้เขาเป็นคนตัดสินใจเรื่องกองทัพที่จะส่งไปยังออสเตรีย เพื่อแลกกับการสนับสนุนของเขาในการส่งทหาร ทว่า กองทัพที่เขาคัดเลือกมา ส่วนใหญ่ก็เป็นกองพลที่มีความสัมพันธ์กับตัวเขาเองทั้งสิ้น เขาจึงเกรงว่าฝ่าบาทจะมีข้อทักท้วง

ทว่า โจเซฟกลับพยักหน้าและแย้มสรวล: “ดีมาก กองกำลังเหล่านี้เหมาะสมมากเลยทีเดียว”

เดิมทีเขาก็ตั้งใจจะโยนกองทัพเก่าพวกนี้ไปให้ออสเตรียอยู่แล้ว หากสามารถรบชนะได้สักสองสามครั้ง เขาก็จะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการไปเรียกร้องผลประโยชน์จากเวียนนา แต่หากรบแพ้ การที่พวกขุนนางทหารสืบตระกูลพวกนี้จะต้องตายไปสักกลุ่มหนึ่ง ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ได้ผลประโยชน์และไม่มีข้อเสียอะไรเลยคนเก่งๆ ในกองทัพเก่าเหล่านี้ ต่างก็ทำเรื่องขอย้ายมาอยู่ที่กองพลทหารองครักษ์กันหมดแล้ว ส่วนพวกที่เหลืออยู่ ถ้าไม่ใช่พวกหัวรั้น ก็เป็นพวกไร้ประโยชน์ ไม่ว่าคนไหนจะตายไปก็ไม่มีอะไรน่าเสียดายทั้งนั้น

ดยุกแห่งบรอยได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจทันที และส่งสัญญาณให้เบอร์เทียร์อธิบายต่อ

ฝ่ายหลังรีบทูลตอบว่า: “ฝ่าบาท ตามข่าวล่าสุดที่ส่งกลับมาจากเวียนนา กองทัพออสเตรียน่าจะใช้เวลาอีกประมาณสามสัปดาห์ในการจัดการกองทัพให้พร้อม และจะเปิดฉากการโจมตีอย่างเป็นทางการพ่ะย่ะค่ะ”

การเคลื่อนกำลังพลของกองทัพขนาดใหญ่เกือบแสนนาย เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและยุ่งยากมาก มันไม่ได้ง่ายเหมือนในเกมที่แค่ลากเมาส์คลุมแล้วคลิกสั่งให้เดินทัพได้เลย

ในความเป็นจริง ก่อนที่จะบุกโจมตีพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง จะต้องมีการวางแผนทางยุทธศาสตร์ล่วงหน้าเสียก่อน ต้องคำนวณเส้นทางคมนาคม เส้นทางส่งเสบียง เส้นทางเดินทัพและถอยทัพของศัตรูให้ดี จากนั้นก็เคลื่อนกำลังพลไปยังตำแหน่งที่สามารถคุกคามจุดเหล่านั้นให้ได้เร็วที่สุดอย่างสมเหตุสมผล ในขณะเดียวกันก็ต้องระวังเรื่องการพรางตัวด้วย

ในระหว่างการเคลื่อนกำลังพล เสบียงบำรุงกำลังก็ต้องตามไปให้ทัน การเกณฑ์คนและรวบรวมเสบียงภายในประเทศก็ต้องทำให้สอดคล้องกันด้วย

จนกระทั่งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดพร้อม กองกำลังหลักถึงจะสามารถเริ่มการโจมตีได้

ดังนั้น การที่ออสเตรียสามารถจัดการเตรียมความพร้อมทั้งหมดนี้ได้ภายในเวลาเพียงเดือนครึ่ง ก็ถือว่ารวดเร็วมากแล้ว

โจเซฟจึงได้ตรัสถามถึงปัญหาที่ทรงห่วงใยมากที่สุด: “แล้วสถานการณ์ทางฝั่งกองพลทหารองครักษ์ล่ะ?”

“ฝ่าบาท สถานีเสบียงทางตอนเหนือของแวร์เดิงสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ และเสบียงก็จะถูกเติมจนเต็มภายในหนึ่งสัปดาห์พ่ะย่ะค่ะ” เสนาธิการทหารทูลตอบ “เพื่อความสะดวกในการขนส่งเสบียง เราถึงขั้นได้สร้างรางไม้จากลอแรนไปยังแวร์เดิงด้วย เพียงแต่ยังต้องใช้เวลาอีกกว่าสามเดือนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์พ่ะย่ะค่ะ

“ปัจจุบันกองพลทหารองครักษ์ที่ 1 และ 2 รวมถึงกองพลมูลินส์ รวมแล้วเกือบ 20,000 นาย ได้มารวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว และพร้อมสำหรับการรบทุกเมื่อพ่ะย่ะค่ะ”

ในดวงตาของโจเซฟมีรอยยิ้มแฝงอยู่

สงครามไซลีเซียอะไรกัน เขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด

ทางฝั่งเซาท์เนเธอร์แลนด์ต่างหากล่ะคือเป้าหมายหลักของเขา!

กองพลทหารองครักษ์ซึ่งเป็นกองกำลังที่มีประสิทธิภาพการรบแข็งแกร่งที่สุดของฝรั่งเศสในขณะนี้ ล้วนถูกส่งมาประจำการอยู่ที่นี่ทั้งหมด ก็เพื่อรอจังหวะที่ทางฝั่งไซลีเซียกำลังตีกันจนเลือดสาด ให้กองทัพปรัสเซียในเซาท์เนเธอร์แลนด์มอบเซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่ให้กับกองทัพของวิร์มเซอร์ที่ประจำการอยู่ในลักเซมเบิร์ก

ถึงเวลานั้น จักรพรรดิโยเซฟที่ 2 ก็จะไม่มีกองทัพที่ใช้งานได้เหลืออยู่เลย และจะต้องมาขอความช่วยเหลือจากฝรั่งเศสซึ่งอยู่ใกล้กับเซาท์เนเธอร์แลนด์ที่สุดอย่างแน่นอน

และด้วยเหตุนี้ โจเซฟจึงได้จงใจ “ส่งสัญญาณเตือน” ให้ดยุกแห่งบรุนสวิก เพื่อให้เขาสังเกตเห็นถึงสถานการณ์ที่กำลังทหารของกองทัพออสเตรียในลักเซมเบิร์กกำลังว่างเปล่า

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note