You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ส่วนเรื่องแผนการรบนั้น จอมพลลาซีและผู้บัญชาการทหารระดับสูงได้หารือกันไว้นานแล้ว ในตอนนี้จึงนำออกมาใช้ได้ทันที

ออสเตรียได้ระดมกำลังทหาร 80,000 นายจากทั่วประเทศเนื่องจากผลกระทบของการปฏิรูปของจักรพรรดิโยเซฟที่ 2 นี่ถือเป็นขีดจำกัดของกำลังพลแล้วโดยมีจอมพลลาซีเป็นผู้นำทัพ มุ่งหน้าสู่ไซลีเซียอย่างลับๆ

ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งลักเซมเบิร์กก็เหลือทหารไว้เพียง 5,000 นายเพื่อคอยจับตาดูพวกกบฏบราบันต์ ส่วนกองกำลังหลักจะถูกนายพลวิร์มเซอร์นำกลับไปยังออสเตรีย เพื่อพักผ่อนในช่วงสั้นๆ ก่อนจะถูกส่งไปร่วมรบที่ไซลีเซียเช่นกัน

ทางด้านบาวาเรีย ก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้คาร์ล อ็อตโตดอร์ ส่งทหารมาสักหนึ่งถึงสองหมื่นนาย โดยใช้การแลกเปลี่ยนดินแดนเซาท์เนเธอร์แลนด์เป็นข้อต่อรอง

ส่วนฝรั่งเศสก็จะต้องส่งทหารมาอย่างน้อย 50,000 นาย

หากรวมกับกำลังสนับสนุนที่อาจจะได้จากรัฐในเซาท์เยอรมนี กองกำลังผสมออสเตรียก็น่าจะสามารถรวบรวมกำลังพลที่ไซลีเซียได้ถึง 150,000 ถึง 170,000 นาย

ในปัจจุบัน ปรัสเซียสามารถระดมกำลังทหารได้ไม่เกิน 120,000 นาย ส่วนซัคเซินก็จะต้องเข้าร่วมสงครามอย่างแน่นอน โดยมีกำลังพลประมาณ 30,000 นาย

กล่าวคือ ในด้านกำลังพลรวม กองกำลังผสมออสเตรียถือว่ามีความได้เปรียบอยู่พอสมควร

นอกจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพออสเตรียหรือกองทัพฝรั่งเศส ประสิทธิภาพการรบก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าปรัสเซียเลย และยังแข็งแกร่งกว่าซัคเซินมาก

ขอเพียงฝรั่งเศสทำตามที่ตกลงไว้ คือรับประกันว่าโปแลนด์จะไม่ส่งกองทัพมาสนับสนุนปรัสเซีย โอกาสชนะของกองกำลังผสมออสเตรียก็จะสูงมาก

หากฝรั่งเศสสามารถส่งกำลังพลมาได้มากกว่านี้ ก็อาจจะถึงขั้นบดขยี้ปรัสเซียได้อย่างราบคาบเลยทีเดียว

จนกระทั่งพลบค่ำ การประชุมขุนนางที่พระราชวังเชินบรุนน์จึงได้ยุติลงชั่วคราว

แน่นอนว่า ในเวลานี้ผู้ที่เป็นประธานในการประชุมได้เปลี่ยนเป็นเลโอโปลด์ที่ 2 แล้ว หลังจากที่องค์จักรพรรดิทรงตัดสินพระทัยให้ส่งทหารไปไซลีเซีย พระองค์ก็เสด็จไปประทับพักผ่อนที่อีกห้องหนึ่ง

หลังจากการประชุมสิ้นสุดลง เลโอโปลด์ที่ 2 กลับดูมีเรื่องให้ต้องครุ่นคิด เขารู้ดีว่า สงครามไซลีเซียยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญมากที่ต้องนำมาพิจารณา นั่นก็คือท่าทีของรัสเซีย

รัสเซียและปรัสเซียมีผลประโยชน์ที่สอดคล้องกันอย่างมากในโปแลนด์ หากสถานการณ์ของปรัสเซียไม่สู้ดี จักรพรรดินีแคทเธอรีนที่ 2 ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะส่งกองทัพเข้ามาแทรกแซง

แม้ว่ารัสเซียจะยังทำสงครามกับสวีเดนอยู่ แต่ด้วยกำลังทหารอันแข็งแกร่งของรัสเซีย เพียงแค่แบ่งกองพลมาสักสองสามกอง ก็สามารถส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสถานการณ์การรบได้แล้ว

แล้วจะทำอย่างไรให้แน่ใจได้ว่ารัสเซียจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวล่ะ?

เลโอโปลด์ที่ 2 นวดหางคิ้ว ทันใดนั้นก็ทรงนึกถึงผลประโยชน์ร่วมกันอันมหาศาลระหว่างฝรั่งเศสและรัสเซียในการจัดการกับออตโตมัน และการค้าในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนขึ้นมาได้ ทรงครุ่นคิดกับพระองค์เองว่า: “ดูเหมือนว่าจะต้องให้น้องสาวที่รักของข้าออกหน้าช่วยเสียแล้ว เพียงแต่ จะใช้อะไรมาเป็นสิ่งตอบแทนดีล่ะ…”

บาวาเรีย พระราชวังมิวนิก

สถานที่จัดการเจรจาข้อตกลงการค้าแม่น้ำแซน-แม่น้ำไรน์

“สำหรับเรื่องภาษีศุลกากรของผลิตภัณฑ์ไม้ ข้าก็ยังหวังว่าจะสามารถปรับขึ้นได้อีกสักหน่อย” เคานต์วินเซนเกรดแห่งเวือร์ทเทิมแบร์คมองไปทางบายยี่ “อย่างน้อยก็ควรจะอยู่ที่ 45% ถึงจะสมควร…”

ทว่า บารอนทูกุต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของออสเตรียกลับส่ายหน้าและพูดแทรกขึ้นมาว่า: “ท่านมักจะเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับปัญหาหยุมหยิมพวกนี้อยู่เรื่อย

“หากยังคงยืดเยื้อต่อไปเช่นนี้ เกรงว่าจนถึงสิ้นปีก็คงยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าได้หรอก

“และนี่ก็จะทำให้ทุกประเทศของเรา ต้องสูญเสียรายได้จากการค้าไปเกือบครึ่งปี

“ข้าคิดว่า ท่านแค่รักษาทิศทางในภาพรวมไว้ก็พอแล้ว ไม่ควรจะมาทำให้พวกเราทุกคนต้องเสียเวลาเพียงเพราะประเทศของท่านประเทศเดียวเลย”

เคานต์วินเซนเกรดมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ ตั้งแต่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผู้แทนของออสเตรียก็เอาแต่เร่งรัดให้บรรลุข้อตกลงมาโดยตลอด

และในฐานะที่ออสเตรียเป็นมหาอำนาจที่มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อเซาท์เยอรมนี ท่าทีของพวกเขาจึงเป็นสิ่งที่ประเทศเล็กๆ ในเซาท์เยอรมนีไม่อาจเพิกเฉยได้อย่างเด็ดขาด

ผู้แทนของบาเดินก็ส่งเสียงสนับสนุนขึ้นมาเช่นกัน: “บารอนทูกุตพูดได้ถูกต้องแล้ว พวกเราเองก็กำลังรอให้ข้อตกลงมีผลบังคับใช้เหมือนกัน

“พวกพ่อค้าในบาเดินพอได้ยินข่าวเรื่องการเจรจาการค้า ต่างก็เอาสินค้าไปกองรวมกันไว้ที่ท่าเรือ เพื่อรอจะส่งไปขายที่ฝรั่งเศสและออสเตรียแล้ว

“หากพวกเรามัวแต่ยืดเยื้ออยู่ที่นี่นานเกินไป พวกเขาคงจะต้องร้อนใจจนแทบบ้าแน่ๆ”

ผู้แทนของเอาก์สบวร์คพยักหน้าสนับสนุน: “ข้าก็เห็นว่าข้อกำหนดในปัจจุบันสามารถยอมรับได้อย่างสมบูรณ์แบบ แถมในร่างข้อตกลงก็ยังระบุไว้แล้ว ว่าหลังจากนี้จะมีการเจรจาในรายละเอียดของข้อกำหนดกันใหม่ทุกๆ สามปี

“หลายๆ เรื่องก็รอไปพิจารณากันอย่างละเอียดในตอนนั้นก็ได้นี่”

อย่างไม่ต้องสงสัยเลย ทั้งสองคนนี้ก็เป็น “ผลงาน” จากการติดสินบนของตาแลร็องเช่นกัน แถมยังใช้เงินไปน้อยมาก เพียงแค่ให้คนละสามหมื่นลีฟร์ ก็สามารถ “ซื้อตัว” พวกเขาได้แล้ว

แน่นอนว่า ข้อกำหนดในข้อตกลงก็ดูไม่ได้มีอะไรที่เสียเปรียบสำหรับบาเดินและเอาก์สบวร์คจริงๆ ดังนั้น พวกเขาจึงยินดีที่จะรับเงินก้อนนี้ก็แค่ทำให้การลงนามเร็วขึ้นเท่านั้น ตัวพวกเขาเองแทบจะไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงอะไรเลย

ส่วนบาวาเรีย พวกเขาได้รับข้อกำหนดที่เอื้อประโยชน์มากที่สุด ประกอบกับแกรนด์ดยุกอ็อตโตดอร์ยังคงเฝ้าฝันที่จะ “ย้ายบ้าน” ไปอยู่ที่เซาท์เนเธอร์แลนด์ พวกเขาจึงค่อนข้างที่จะยอมฟังความเห็นของออสเตรีย

ดังนั้น ในสถานที่เจรจาจึงเกิดสถานการณ์ที่ฝรั่งเศส ออสเตรีย บาวาเรีย และอีกสองประเทศเล็กๆ ยืนกรานที่จะผลักดันให้มีการลงนามในข้อตกลง ในขณะที่เวือร์ทเทิมแบร์คและเฮ็สเซินยังคงมีความลังเลอยู่บ้าง

ทว่า หลังจากที่เฮ็สเซินถูกออสเตรียข่มขู่อย่างลับๆ ว่าจะเตะพวกเขาออกไป แล้วให้ประเทศอื่นๆ ลงนามในข้อตกลงกันไปก่อน เฮ็สเซินก็ยอมประนีประนอมอย่างรวดเร็วหากพวกเขาพลาดตลาดขนาดใหญ่อย่างเซาท์เยอรมนี ฝรั่งเศส และออสเตรียไป ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกเขาจะเสียเปรียบในเรื่องการค้า และนำไปสู่ความล้าหลังของประเทศชาติอย่างรวดเร็ว

ประเทศเล็กๆ ก็แค่ต้องการจะกอบโกยผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด แต่ก็ไม่ได้อยากจะกลายเป็นคน “นอกวง” อย่างเด็ดขาด

ภายใต้การไกล่เกลี่ยอย่างแข็งกร้าวของออสเตรีย การเจรจาการค้าที่ดำเนินมาได้เพียงครึ่งเดือนกว่า ก็สามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างประเทศต่างๆ ได้สำเร็จ และเมื่อเคานต์วินเซนเกรดต้องยืนหยัดอยู่เพียงลำพัง ประกอบกับการที่ฝรั่งเศสให้คำมั่นว่าจะนำเข้าถ่านหินอย่างน้อย 800,000 พิค ต่อปีในราคาตลาด ในที่สุดเขาก็ยอมตกลง

พิค คือตะกร้าขนาดมาตรฐานชนิดหนึ่ง ถ่านหินหนึ่งพิคมีน้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม 800,000 พิค ก็คือ 16 ล้านกิโลกรัม ในยุคหลังนี่เป็นเพียงตัวเลขที่น้อยนิดมาก แต่ในศตวรรษที่ 18 ที่ถ่านหินยังคงถูกนำมาใช้เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการให้ความอบอุ่นเป็นหลัก นี่ก็แทบจะเทียบเท่ากับปริมาณการผลิตถ่านหินทั้งหมดของเวือร์ทเทิมแบร์คแล้ว

สำหรับเวือร์ทเทิมแบร์คแล้ว นี่ถือเป็นคำสั่งซื้อก้อนโตอย่างแน่นอน

วันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1789 “ข้อตกลงการค้าแม่น้ำแซน-แม่น้ำไรน์” ซึ่งส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อรูปแบบการค้าของยุโรป ได้ถูกลงนามอย่างเป็นทางการ ประเทศภาคีได้แก่ ฝรั่งเศส ออสเตรีย บาวาเรีย ซัลทซ์บวร์ค เวือร์ทเทิมแบร์ค เอาก์สบวร์ค เฮ็สเซิน-ดาร์มชตัดท์ และบาเดิน

สิ่งที่ลงนามพร้อมกับข้อตกลงก็คือ ข้อกำหนดเพิ่มเติมของข้อตกลงเรือขนส่งของประเทศภาคีในลุ่มแม่น้ำแซนและแม่น้ำไรน์ สามารถเข้าสู่ประเทศอื่นๆ ได้โดยตรง แม้ว่าจะไม่สามารถขึ้นฝั่งได้ และต้องจ้างคนท้องถิ่นมาขนถ่ายสินค้า แต่สำหรับเบิกทางให้กับการค้าเสรี ก็ถือว่าได้รับความสะดวกสบายอย่างมหาศาลแล้ว

ปารีส

พระราชวังแวร์ซายส์

พระราชินีมารีทรงวางแผนการเข้าร่วมสงครามที่อาร์ชบิชอปบรีแอนและดยุกแห่งบรอย เสนาบดีกระทรวงสงครามร่วมกันเสนอขึ้นมาลง แล้วทรงทอดพระเนตรมองพวกเขาด้วยความตกพระทัยเล็กน้อย: “พวกท่านแน่ใจหรือ ว่าฝรั่งเศสควรจะเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามของดินแดนเยอรมนี? นี่มันสอดคล้องกับผลประโยชน์ของฝรั่งเศสจริงๆ หรือ?”

รัฐมนตรีทั้งสองพยักหน้าพร้อมกัน

แน่นอนว่า นี่เป็นคำสั่งของมกุฎราชกุมาร พวกเขาจึงได้เขียนเอกสารตามความต้องการและนำมาถวายให้พระราชินีทอดพระเนตร

พระราชินีมารีทรงตรัสถามอย่างระมัดระวังอีกครั้ง: “ถ้าเช่นนั้น ฝรั่งเศสได้เตรียมความพร้อมสำหรับการทำสงครามแล้วหรือยัง?”

บรีแอนและดยุกแห่งบรอยก็ไม่ได้ล่วงรู้ถึงสถานการณ์โดยละเอียดมากนัก แต่ก็ยังคงพยักหน้าอย่างหนักแน่น: “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท สมรภูมิอยู่ห่างไกลจากฝรั่งเศส ผลประโยชน์ก็มหาศาลเพียงพอ พวกเราเพียงแค่ส่งกองทัพบางส่วนไปที่ไซลีเซียก็พอแล้ว ถึงขั้นที่ไม่ต้องกังวลเรื่องแพ้ชนะเลยด้วยซ้ำพ่ะย่ะค่ะ”

มีเพียงตาแลร็องที่ยืนอยู่ด้านข้าง ซึ่งล่วงรู้เรื่องราวภายในดีที่สุดที่หดหัวลง และแอบบ่นในใจว่า พระองค์ยังจะมาทรงกังวลเรื่องเตรียมตัวพร้อมหรือไม่พร้อมอยู่อีกหรือ… ทางฝั่งมกุฎราชกุมารนั้นทรงตกลงเรื่องทั้งหมดกับชาวออสเตรียไว้เรียบร้อยตั้งนานแล้ว ป่านนี้กองทัพใหญ่ของออสเตรียก็คงจะรวบรวมกำลังพลเสร็จสิ้นแล้วกระมัง

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note