ตอนที่ 165 จอมลวงโลกปะทะจิ้งจอกเฒ่า
แปลโดย เนสยัง“ช่างวิเศษอะไรเช่นนี้! โจรสลัดบัดซบพวกนั้น ในที่สุดก็กำลังจะถูก…”
เจฟเฟอร์สัน ผู้รับผิดชอบกิจการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา เพิ่งจะพูดด้วยความตื่นเต้นได้เพียงครึ่งเดียว ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงหัวเราะแห้งๆ ที่ขาดห้วงของแฟรงคลิน “หึๆ ท่านทูตพิเศษ ผมว่าท่านคงยังกั๊กอะไรบางอย่างไว้ไม่ได้พูดออกมาแน่ๆ เลยใช่ไหมครับ? เพื่อเรือสินค้าเพียงไม่กี่ลำของอเมริกาเรา คงไม่ถึงกับทำให้กองทัพเรือฝรั่งเศสต้องระดมกำลังครั้งใหญ่ขนาดนี้หรอกกระมัง”
แฟรงคลินนั้นเป็นถึงจิ้งจอกเฒ่า ในช่วงสงครามประกาศอิสรภาพอเมริกา ก็เป็นเขานี่แหละที่วิ่งเต้นอยู่ระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศส ใช้ฝรั่งเศสข่มขู่อังกฤษ ใช้อังกฤษล่อลวงฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เขาทั้งเกลี้ยกล่อมทั้งหลอกล่อ จนได้เงินกู้หลายสิบล้านลีฟร์จากพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 รวมถึงยุทโธปกรณ์ทางทหารจำนวนมหาศาล และทหารฝรั่งเศสนับหมื่นนาย สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ช่วยค้ำจุนภารกิจยิ่งใหญ่ในการประกาศอิสรภาพของ 13 รัฐในอเมริกาเอาไว้ได้
เขาไม่ได้หลอกง่ายเหมือนคนหนุ่มอย่างเจฟเฟอร์สันหรอกนะ
ตาลแลร็องพยักหน้ายิ้มๆ:
“แน่นอนครับ องค์กษัตริย์ยังทรงทำเพื่อการค้าเสรีในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อผลประโยชน์ของประเทศริมฝั่งทะเลทั้งหมดด้วย ทว่า สำหรับอเมริกาที่ไม่มีกองกำลังทางเรือแล้ว นี่เป็นสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนที่สุด”
แฟรงคลินเหลือบมองเจฟเฟอร์สันแวบหนึ่ง ฝ่ายหลังจึงรีบยิ้มและกล่าวว่า:
“แน่นอนครับ! ท่านทูตพิเศษ ผมขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งสำหรับเรื่องนี้!”
“อา องค์กษัตริย์ของเราทรงเปี่ยมด้วยความเมตตาเสมอ และทรงห่วงใยพวกท่านซึ่งเป็นมิตรแดนไกลในทวีปอเมริกา” จากนั้นตาลแลร็องก็บรรยายถึงความเกรียงไกรของกองทัพเรือหลวงฝรั่งเศส ว่าพวกเขาจะกวาดล้างโจรสลัดบาร์บารีได้อย่างยิ่งใหญ่เพียงใด
“พวกท่านก็ทราบดีว่า ศูนย์กลางอารยธรรมของโลกท้ายที่สุดก็ยังคงอยู่ในทวีปยุโรป อเมริกาต้องการจะอยู่รอดและพัฒนาต่อไป จะพึ่งพาแค่ทวีปอเมริกาที่รกร้างและโดดเดี่ยวนั้นคงไม่ได้แน่ๆ โอ้ โปรดยกโทษให้ที่ผมพูดแบบนี้นะครับ แต่มันคือความจริง
“ท่านลองจินตนาการดูสิครับ หากไม่มีโจรสลัดมารบกวน ในแต่ละปีอเมริกาจะลดการสูญเสียเรือสินค้าไปได้ตั้งเท่าไร นี่ยังไม่รวมถึงเงินบรรณาการและค่าไถ่ที่ต้องจ่ายให้พวกโจรสลัดอีกนะ
“ส่วนในระยะยาว การเติบโตของปริมาณการค้ากับประเทศริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จะยิ่งนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่อเมริกาอย่างแน่นอน”
แฟรงคลินเพียงแค่พยักหน้าอย่างเรียบเฉย เพราะเขารู้ดีว่า เจ้าคนขาเป๋ผู้นี้ยังไม่ได้เริ่มพูดเข้าประเด็นสำคัญเลยด้วยซ้ำ
และก็เป็นไปตามคาด ตาลแลร็องพูดพลางถอนหายใจออกมา:
“ทางกองทัพเรือได้ยื่นแผนการกวาดล้างโจรสลัดมาแล้ว ตอนนี้เหลือปัญหาเล็กๆ น้อยๆ อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น”
เจฟเฟอร์สันถามโดยสัญชาตญาณ “ปัญหาอะไรหรือครับ?”
“ท่านก็รู้ สถานะทางการคลังของรัฐบาลเราไม่ค่อยจะสู้ดีนัก และการจะวางกำลังทหารขนานใหญ่เช่นนี้ย่อมต้องใช้ทุนรอนมหาศาล ดังนั้น ในฐานะที่อเมริกาเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากปฏิบัติการกวาดล้างโจรสลัดในครั้งนี้ บางทีอาจจะช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางส่วนได้”
ในที่สุดแฟรงคลินก็อ้าปากพูด:
“ที่ท่านพูดมาก็มีเหตุผล สรุปแล้วในด้านค่าใช้จ่าย ท่านคิดว่าอเมริกาควรจะต้องจ่ายเท่าไรหรือ?”
ตาลแลร็องพูดยิ้มๆ:
“ความสูญเสียที่อเมริกาได้รับจากโจรสลัดบาร์บารีในแต่ละปีนั้นสูงถึงสามถึงสี่แสนดอลลาร์เลยทีเดียว แต่ตอนนี้ เพียงแค่มอบเงินทุนสองแสนดอลลาร์ให้กับกองทัพเรือหลวง พวกท่านก็สามารถสลัดปัญหาที่น่ารำคาญนี้ทิ้งไปได้แล้ว”
2 แสนดอลลาร์สหรัฐ ก็คือ 1 ล้านลีฟร์
ตาลแลร็องคลุกคลีอยู่ในหมู่ผู้มีอำนาจในพระราชวังแวร์ซายส์มาตลอดทั้งปี เขารู้จักศิลปะแห่งการเจรจาต่อรองเป็นอย่างดี จึงได้เผื่อพื้นที่สำหรับการต่อรองราคาไว้ตั้งแต่เริ่ม
“มากขนาดนั้นเลยหรือ?” แฟรงคลินขมวดคิ้วครุ่นคิด “ท่านคงยังไม่รู้ ตอนนี้สถานการณ์รายได้ของแต่ละรัฐไม่ค่อยดีนัก ปีที่แล้วพวกเราก็เพิ่งเผชิญกับกบฏเชย์ส [หมายเหตุ 1] เกรงว่าคงจะเป็นเรื่องยากที่จะหาเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้มาได้”
เขาพูดพลางขยิบตาให้เจฟเฟอร์สัน
“โอ้ ใช่ครับ เงินมากขนาดนี้ สภารัฐส่วนใหญ่คงจะไม่อนุมัติหรอกครับ” เจฟเฟอร์สันรีบสนับสนุน “หากเป็นปีละห้าหกหมื่นดอลลาร์ ผมคิดว่าพวกเขาคงจะยอมพิจารณาอย่างจริงจัง”
ตาลแลร็องนึกเหยียดหยามอยู่ในใจ: พวกบ้านนอกในอเมริกาเหนือเหล่านี้ช่างยากจนและขี้เหนียว ซ้ำยังชอบคิดเล็กคิดน้อยเสียจริง
เขายิ้มและส่ายหน้าตอบ:
“โอ้ เกรงว่าพวกท่านจะเข้าใจผิดแล้ว นี่ไม่ใช่รายจ่ายระยะยาวนะครับ ปฏิบัติการจะสิ้นสุดลงภายในไม่กี่ปี หลังจากนั้น พวกท่านก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าใช้จ่ายใดๆ อีกเลย
“เป้าหมายในการโจมตีครั้งนี้ของเรา ไม่ใช่แค่เรือโจรสลัดบนผิวน้ำเท่านั้น ใช่ครับ ก่อนหน้านี้เราทำแบบนั้นมานับร้อยปี แต่โจรสลัดก็ยังคงอาละวาดอยู่ดี ดังนั้น ครั้งนี้เราจะแก้ปัญหาจากต้นตอ เราจะส่งกองทัพไปกวาดล้างฐานที่มั่นบนบกของพวกโจรสลัดให้ราบคาบ!”
เขาทำท่ากางแขนออก หงายฝ่ามือขึ้น หลับตาลง ดูราวกับกำลังเพลิดเพลินอย่างยิ่ง:
“นับจากนี้เป็นต้นไป โจรสลัดบาร์บารีจะกลายเป็นเพียงอดีต และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจะกลายเป็นสรวงสวรรค์ของการค้าทางทะเล”
ดวงตาฝ้าฟางของชายชราอย่างแฟรงคลินพลันสว่างวาบขึ้นมาทันที:
“ท่านกำลังจะบอกว่า กองทัพบกของฝรั่งเศสจะยกพลขึ้นบกที่แอฟริกาเหนือหรือ?”
“ท่านพูดแบบนั้นคงไม่ถูกต้องนัก” ตาลแลร็องรีบแก้ไข “แค่ทำการรบในบริเวณใกล้เคียงกับฐานที่มั่นของโจรสลัดบาร์บารีเท่านั้นครับ เรายังหวังด้วยซ้ำว่าประเทศในแอฟริกาเหนือจะสามารถเข้าร่วมในการกวาดล้างโจรสลัดได้”
แฟรงคลินไม่คิดเลยว่ารัฐบาลฝรั่งเศสจะทำเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้ ในใจของเขาเริ่มหวั่นไหวแล้ว หากสามารถกวาดล้างโจรสลัดบาร์บารีให้สิ้นซากได้ภายในเวลาไม่กี่ปี ในอนาคตอเมริกาจะสามารถลดความสูญเสียไปได้อย่างมหาศาล
เมื่อเทียบกันแล้ว การต้องจ่ายเงิน 2 แสนดอลลาร์สักสองสามครั้ง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับไม่ได้เสียทีเดียว
ทว่า จิ้งจอกเฒ่าตัวนี้ก็ยังคงทำสีหน้าลำบากใจ:
“ขอพระเจ้าเป็นพยาน พวกเรายินดีอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนปฏิบัติการขององค์กษัตริย์ฝรั่งเศส และพร้อมจะช่วยรับภาระค่าใช้จ่ายบางส่วน แต่ปีละสองแสนดอลลาร์ก็มากเกินไปจริงๆ”
ตาลแลร็องยิ้มอย่างอ่อนโยนและกล่าวว่า:
“คุณแฟรงคลิน ผมขอบอกตามตรงเลยนะครับ ฝ่าบาทประทานอำนาจในการยืดหยุ่นราคาให้ผม 2 หมื่นดอลลาร์ พูดตามตรง ผมคิดแต่จะรีบกลับปารีสให้เร็วที่สุดทุกวัน ผมจะไม่เสียเวลาอีกต่อไปแล้ว ขอแค่ปีละ 1.8 แสนดอลลาร์ ท่านจะได้รับความสงบสุขในเส้นทางเดินเรือไปตลอดกาล ส่วนผมก็จะได้รับปารีสอันเจิดจรัสของผมคืนมา”
“โธ่ ขอลดลงอีกสักหน่อยเถอะครับ! ท่านก็รู้ อเมริกาเพิ่งเป็นเอกราชได้ไม่นาน ซ้ำยังผ่านไฟสงครามมา…”
“ท่านกำลังทำให้ผมลำบากใจเกินไปแล้วนะครับ ต้องไม่ลืมว่า ทหารฝรั่งเศสกำลังใช้เลือดเนื้อและชีวิต เพื่อช่วยพวกท่านจัดการกับโจรสลัดอยู่นะครับ!”
จากนั้น ทั้งสองฝ่ายก็ยื้อแย่ง “ราคา” กันอีกพักใหญ่ ในที่สุดแฟรงคลินก็จำใจต้องยอมรับที่จะนำเสนอเรื่องค่าใช้จ่าย 1.75 แสนดอลลาร์ต่อปี เข้าสู่สภาคองเกรส
1.75 แสนดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่ากับประมาณ 8.7 แสนลีฟร์ นี่เป็นราคาที่สูงกว่าราคาขั้นต่ำ 6 แสนลีฟร์ที่โจเซฟมอบให้ตาลแลร็องไปมากโขแล้ว แต่ก็ยังต่ำกว่ามูลค่าความเสียหายที่ชาวอเมริกันต้องสูญเสียให้แก่โจรสลัดบาร์บารีอย่างมากอยู่ดี
เมื่อตกลงประเด็นหลักกันได้แล้ว ตาลแลร็องก็ยิ้มและกล่าวอีกครั้ง:
“อันที่จริง ผมยังมีคำแนะนำที่จริงใจอีกอย่างหนึ่ง”
“ผมตั้งตารอคำแนะนำของท่านทูตพิเศษอยู่เลยครับ”
“อเมริกาควรจะมีเรือรบสักสองลำ โอ้ เป็นเรือฟริเกตขนาดเล็กก็พอ เพื่อร่วมต่อต้านโจรสลัดไปพร้อมกับกองทัพเรือหลวงครับ”
แฟรงคลินส่ายหน้าโดยสัญชาตญาณ เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณทางทหาร อเมริกาเพิ่งจะยุบกองทัพเรือไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง และไม่เต็มใจที่จะเลี้ยงดูเรือรบอีกต่อไป
ตาลแลร็องรีบหว่านล้อมทันที:
“ท่านต้องเข้าใจนะครับว่า ถึงแม้โจรสลัดบาร์บารีจะถูกกวาดล้างไปแล้ว แต่ก็ยังคงมีโจรสลัดกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยโผล่มาจากเนื้อเน่าเสียราวกับแมลงวันอยู่เป็นระยะๆ พวกท่านสามารถใช้โอกาสนี้ในการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และสามารถเป็นผู้คุ้มกันเรือสินค้าของพวกท่านเองได้ในอนาคต
“เรือฟริเกตสองลำไม่ได้ใช้เงินมากมายอะไรนักหรอกครับ ในอนาคตยังสามารถช่วยคุ้มกันเรือให้กับประเทศเล็กๆ อย่างเดนมาร์กหรือทัสกานีเพื่อเก็บค่าธรรมเนียม ดีไม่ดีอาจจะยังทำกำไรได้ด้วยซ้ำ”
“คำแนะนำของท่านตรงจุดมากครับ” แฟรงคลินพยักหน้าตอบ “เอาอย่างนี้ละกัน ท่านทูตพิเศษ ผมจะนำข้อเสนอของท่านเข้าสู่ที่ประชุมสภาเช่นกัน ส่วนท้ายที่สุดจะตัดสินใจอย่างไร ก็คงต้องรอดูผลโหวตของสภาล่ะครับ”
“โอ้ แน่นอนที่สุดครับ” ตาลแลร็องรับคำ “ผมจำได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ กองทัพเรือหลวงเพิ่งจะปลดประจำการเรือฟริเกตไปสองสามลำ หากจำเป็น ผมสามารถช่วยติดต่อให้ท่านได้นะครับ ราคารับรองว่าถูกกว่าต่อเรือใหม่เยอะเลย”
“ขอบคุณในความหวังดีของท่านมากครับ”
[หมายเหตุ 1] กบฏเชย์ส (Shays’ Rebellion): หลังสิ้นสุดสงครามประกาศอิสรภาพอเมริกา กองทัพภาคพื้นทวีปส่วนใหญ่ถูกปลดประจำการ แต่รัฐบาลกลับไม่มีเงินจ่ายค่าชดเชยให้กับทหารที่ปลดประจำการ ซ้ำยังดำเนินนโยบายขายที่ดินที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนใหญ่ และเก็บภาษีในอัตราที่สูงลิ่ว ส่งผลให้ทหารผ่านศึกจำนวนมากต้องใช้ชีวิตอย่างแร้นแค้น
ในฤดูใบไม้ร่วงปี ค.ศ. 1786 แดเนียล เชย์ส ทหารผ่านศึกที่เคยเป็นถึงร้อยเอก ได้ร่วมกับลุค เดย์ นำกองกำลังทหารผ่านศึกอเมริกันก่อกบฏที่เมืองคองคอร์ด และเคยก่อกบฏจนมีกองกำลังเพิ่มขึ้นถึง 15,000 คน
ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1787 สภาคองเกรสแสร้งทำเป็นเจรจา แต่กลับระดมกำลังทหารจำนวนมากเข้าปิดล้อมเชย์ส และในที่สุดก็สามารถปราบปรามกองทัพกบฏลงได้

0 Comments