You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เมื่อนึกถึงเรื่องการกำหนดมาตรฐานระบบชั่งตวงวัดให้เป็นหนึ่งเดียวกัน โจเซฟก็อดถอนหายใจไม่ได้

ความจริงแล้ว ภายใต้การนำของนักวิชาการชั้นแนวหน้าหลายคน สถาบันวิทยาศาสตร์ฝรั่งเศสได้เตรียมการจัดตั้ง “คณะกรรมการมาตรฐาน” เพื่อดำเนินการรวบรวมและกำหนดมาตรฐานระบบชั่งตวงวัดมานานแล้วจะว่าไปแล้ว วงการวิทยาศาสตร์ของฝรั่งเศสนั้นมีวิสัยทัศน์กว้างไกลมาก นี่ถือเป็นข้อเสนอเรื่องมาตรฐานระบบชั่งตวงวัดที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปเลยก็ว่าได้

แต่ทว่า ด้วยผลกระทบจากประสิทธิภาพการทำงานอันย่ำแย่ของหน่วยงานราชการในยุคนั้น เรื่องการขออนุมัติงบประมาณของสถาบันวิทยาศาสตร์ก็ถูกเตะถ่วงไปมาหลายปี คณะกรรมการมาตรฐานจึงไม่ได้เกิดขึ้นจริงเสียที

ในหน้าประวัติศาสตร์ กว่าเรื่องนี้จะเป็นรูปเป็นร่างก็ต้องรอจนถึงยุคการปฏิวัติฝรั่งเศส ภายใต้การสนับสนุนของสภาคอนเวนชันแห่งชาติ

และจากความพยายามของคณะกรรมการมาตรฐานแห่งฝรั่งเศสนี่เอง ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการกำหนดหน่วยวัดระบบเมตริกของโลก และปูทางไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสในเวลาต่อมา

แต่ตอนนี้ “คณะกรรมการมาตรฐาน” ยังเป็นแค่แนวคิดอยู่เลย โจเซฟรู้ดีว่า เขาต้องลงมือจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นอีกสิบปีแปดปีก็คงไม่ได้เห็นหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานเดียวกันแน่

ระบบข้าราชการเฮงซวยของฝรั่งเศสนี่มัน… โจเซฟส่ายหน้าเงียบๆ รอให้ฉันว่างก่อนเถอะ ต้องรีบจัดระเบียบระบบข้าราชการให้เร็วที่สุด!

กว่าโจเซฟจะอธิบายแนวคิดเรื่อง “การผลิตชิ้นส่วนมาตรฐาน” ให้ผู้บริหารโรงงานอาวุธทั้งสองคนเข้าใจได้คร่าวๆ ก็ปาเข้าไปถึงมื้อค่ำแล้ว

แม้การผลิตชิ้นส่วนมาตรฐานจะเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้กันในยุคหลัง ขนาดโรงงานเล็กๆ ในชนบทยังต้องปฏิบัติตามมาตรฐานนี้เลย แต่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 มันคือแนวคิดที่ล้ำยุคสุดๆ การที่ผู้บริหารทั้งสองคนจะยอมรับมันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ประกอบกับที่โจเซฟยังแทรกเรื่องเทคนิคการบริหารธุรกิจเข้าไปด้วย ยิ่งทำให้พวกเขาต้องรับภาระในการเรียนรู้หนักขึ้นไปอีก

ตอนนี้โจเซฟเองก็เหนื่อยจนหมดสภาพ ต้องดื่มน้ำไปอึกใหญ่เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอจากการใช้งานหนัก พอคิดว่าพรุ่งนี้ยังต้องมาสอนต่อ เขาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาตงิดๆ

ด้วยความคืบหน้าแบบนี้ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาครึ่งเดือนกว่าจะสอนเรื่องการผลิตชิ้นส่วนมาตรฐานจบ

เขาลงแรงไปตั้งเยอะ แต่กลับฝึกอบรมผู้บริหารได้อย่างกาแม็งและมาร์ติเนียร์แค่สองคน ประสิทธิภาพมันไม่ต่ำไปหน่อยหรือ?

ในเมื่อต้อง “สอน” อยู่แล้ว ทำไมไม่สอนทีละหลายๆ คนไปเลยล่ะ?

เขานึกขึ้นมาได้ทันทีว่า บางทีเขาอาจจะเปิดคอร์ส “การบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม” ไปเลย น่าจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการมานั่งสอนทีละคนแบบนี้

แล้วจะเอาใครมาเป็นวิทยากรกลุ่มแรกดีล่ะ?

เมื่อนึกถึงการบริหารธุรกิจ ภาพของเวย์นิโอก็ผุดขึ้นมาในหัวของโจเซฟทันทีเวย์นิโอเพิ่งจะเสร็จสิ้นภารกิจส่งเสริมการปลูกมันฝรั่ง และมารายงานผลให้เขาทราบ จากนั้นก็อยู่ชมสัปดาห์แฟชั่นที่ปารีสต่อ ยังไม่ได้กลับไปบอร์กโดซ์

เวย์นิโอเองก็เป็นเจ้าของกิจการ บริหารไร่นาอยู่แล้ว แถมยังพูดจาฉะฉาน และมีความมุ่งมั่นในการทำงานสูง จึงเหมาะมากที่จะให้มาช่วยเผยแพร่แนวคิดการบริหารอุตสาหกรรมแบบก้าวหน้า

แม้กระทั่งเพื่อนๆ กลุ่มฌีรงแด็งของเขาก็เหมาะที่จะมาทำหน้าที่นี้ด้วย

ช่วงแรกก็ส่งพวกเขาไปสอนพวกผู้บริหารโรงงานในเขตพัฒนาอุตสาหกรรมก่อน จากนั้นก็เปิดหลักสูตรขึ้นที่มหาวิทยาลัยปารีส เพื่อผลิตผู้จัดการมืออาชีพโดยเฉพาะ

ซึ่งมันจะดูเป็นระบบกว่าการบริหารงานแบบครอบครัวตามธรรมเนียมเดิมๆ มาก

ถึงแม้ศักยภาพด้านเทคโนโลยีและกำลังการผลิตทางอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสอาจจะยังสู้พวกอังกฤษไม่ได้ในระยะสั้น แต่ในด้านการบริหารจัดการล่ะก็ เราสามารถก้าวข้ามพวกเขาไปล่วงหน้าได้อย่างแน่นอน!

และการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตนั้น มักจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เสียอีก

เมื่อคิดได้เช่นนี้ โจเซฟก็เรียกเอมังมาสั่งการ “รบกวนท่านส่งคนไปเชิญคุณเวย์นิโอมาพบข้าในวันพรุ่งนี้ด้วยนะ คนที่ช่วยข้าส่งเสริมการปลูกมันฝรั่งที่บอร์กโดซ์นั่นแหละ”

“รับทราบพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท ข้าจำคุณเวย์นิโอได้แม่นเลย”

“อ้อ จริงสิ เพื่อนของเขาที่ชื่อฌองซอนเนอะไรนั่นน่ะ ให้พามาด้วยเลยนะ”

“รับทราบพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”

ขณะที่โจเซฟกำลังจะจบการสอนและเตรียมกลับไปทานมื้อค่ำที่พระราชวังแวร์ซายส์ จู่ๆ เขาก็เหลือบไปเห็นผู้จัดการโรงงานอาวุธกำลังจดบันทึกข้อกำหนดเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพที่เขาเพิ่งพูดไป: ปืนทุกกระบอกก่อนออกจากโรงงาน จะต้องผ่านการทดสอบยิงกระสุนจริงอย่างน้อย 5 นัด

เขาพลันนึกถึงความคืบหน้าในการผลิตแก๊ปปืนทองแดงซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของปืนเพอร์คัชชันแคปขึ้นมาได้ จึงหันไปถามมาร์ติเนียร์ว่า “คุณมาร์ติเนียร์ ท่านรู้ไหมว่าการผลิตแก๊ปปืนทองแดงไปถึงไหนแล้ว?”

อีกฝ่ายรีบตอบว่า “ฝ่าบาท เมื่อวานซืนข้าไปถามที่สำนักดินปืนหลวงมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกเขาบอกว่าน่าจะต้องใช้เวลาอีกสามสี่เดือนกว่าจะทดลองผลิตเมอร์คิวรีฟูลมิเนตล็อตแรกได้สำเร็จ จากนั้นถึงจะส่งมอบแก๊ปปืนทองแดงให้เราได้พ่ะย่ะค่ะ”

สำนักดินปืนหลวงคือหน่วยงานของฝรั่งเศสที่รับผิดชอบด้านการวิจัยและผลิตดินปืนโดยเฉพาะ สารระเบิดอย่างเมอร์คิวรีฟูลมิเนตก็ต้องให้พวกเขาเป็นคนผลิตอยู่แล้ว

“สามสี่เดือน? ทำไมนานขนาดนั้น?” โจเซฟได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว

มาร์ติเนียร์อธิบายว่า “เห็นพวกเขาบอกว่า ทดลองทำมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าเลยพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม ข้าเข้าใจแล้ว” โจเซฟถอนหายใจอย่างอ่อนใจ เมอร์คิวรีฟูลมิเนตนี่อังกฤษเขาผลิตกันได้ตั้งแต่สิบปีก่อนแล้วนะ เขาก็เคยบอกวิธีสังเคราะห์ให้สำนักดินปืนหลวงไปแล้ว ยังทำไม่สำเร็จอีกหรือเนี่ย?

ความจริงแล้ว เมอร์คิวรีฟูลมิเนต โจเซฟก็รู้แค่ว่ามันได้มาจากปฏิกิริยาระหว่างปรอทกับกรดไนตริก จากนั้นก็ต้องนำไปตกผลึกและทำให้เย็นลง แต่เขาไม่เคยลงมือทำเองหรอกนะชาติก่อน การทำระเบิดมีโทษจำคุกขั้นต่ำสามปี และไม่มีเพดานสูงสุดด้วยซ้ำ

แต่เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่า ด้วยศักยภาพการวิจัยของสำนักดินปืนหลวงทั้งหน่วยงาน ผ่านไปตั้งเดือนหนึ่งแล้วกลับยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย

ถ้าเป็นเรื่องอื่น อย่างมากก็แค่ซื้อเทคโนโลยีจากอังกฤษ แต่เรื่องเมอร์คิวรีฟูลมิเนตซึ่งเกี่ยวข้องกับการทหาร พวกนั้นไม่มีทางขายให้แน่นอน

โจเซฟทำหน้าขรึมมองผู้บริหารสำนักดินปืน “ต่อให้เป็นอย่างนั้น ก็ไม่น่าจะใช้เวลาตั้งสามสี่เดือนกว่าจะทดลองผลิตสำเร็จหรอกมั้ง?”

ผู้ช่วยผู้อำนวยการตอบอย่างระมัดระวังว่า “ฝ่าบาท ถ้าผู้อำนวยการของเราอยู่ล่ะก็ ข้าคิดว่าอย่างมากเดือนเดียวก็คงเสร็จแล้วล่ะพ่ะย่ะค่ะ

“ท่านก็รู้ เมื่อก่อนสารระเบิดชนิดใหม่ๆ พวกนี้ ผู้อำนวยการก็เป็นคนควบคุมการทดลองเองทั้งนั้น แต่ว่า ท่านลางานยาวตั้งแต่ต้นปีแล้ว ก็เลย…”

ลาตั้งแต่ต้นปีแล้ว? โจเซฟขมวดคิ้ว นี่มันจะเข้าเดือนเมษายนอยู่แล้วนะ! ผู้อำนวยการคนนี้จะสบายเกินไปแล้ว ไม่อยากทำงานแล้วหรือไง?

เขาพูดเสียงเย็นว่า “ผู้อำนวยการของพวกท่านคือใคร? เรียกเขามาพบข้าเดี๋ยวนี้เลย!”

ผู้จัดการฝ่ายผลิตตอบเสียงแผ่วว่า “คือ… คือคุณลาวัวซิเยร์พ่ะย่ะค่ะ…”

“รอสักครู่นะพ่ะย่ะค่ะ ข้าจะไปตามเขามาเดี๋ยวนี้”

“เดี๋ยว!” พอได้ยินชื่อนี้ โจเซฟก็รีบยกมือห้ามทันที “ท่านหมายถึง คุณลาวัวซิเยร์? ลาวัวซิเยร์คนที่ค้นพบก๊าซออกซิเจนน่ะหรือ?”

ผู้บริหารระดับสูงทั้งสองสบตากัน แล้วพยักหน้าตอบ “ฝ่าบาท ผู้อำนวยการของเรานี่แหละพ่ะย่ะค่ะที่ค้นพบก๊าซออกซิเจน”

“เขายังเขียนหนังสือดังๆ อย่าง 《ทฤษฎีการเผาไหม้》 ด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note