ตอนที่ 149 สวนสนุกอีเดน
แปลโดย เนสยังทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของพระราชวังแวร์ซายส์
ในห้องดนตรีของพระตำหนักเปอติ ทริอานง พระราชินีมารีทรงส่งสัญญาณให้นักดนตรีหยุดเล่นชั่วคราว แล้วหันไปขมวดพระขนงถามเจ้าหน้าที่ราชสำนักที่อยู่ข้างๆ
“แน่ใจนะว่าฟังมาไม่ผิด?”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท ตอนนั้นมกุฎราชกุมารกำลังสั่งให้คนเตรียมรถม้า ป่านนี้มกุฎราชกุมารกับเจ้าหญิงมาเรียคงจะเสด็จออกจากพระราชวังแวร์ซายส์ไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
พระราชินีมารีเริ่มแสดงอาการร้อนรนเจ้าหน้าที่ผู้นี้รับหน้าที่ดูแลเจ้าหญิงแห่งซิซิลีทั้งสองพระองค์ เมื่อครู่นี้เขามารายงานว่า มกุฎราชกุมารจะออกไปเที่ยวปารีสกับมาเรีย
หากเคลมองตีนยังเดินทางมาไม่ถึงปารีสล่ะก็ หัวใจของลูกชายคงถูกสาวอิตาลีคนนั้นแย่งไปแน่!
พระราชินีถอนพระทัย โธ่ หลานรักที่น่าสงสารของป้า ดวงของเจ้าช่างอาภัพเหลือเกินเดิมทีเคลมองตีนออกเดินทางมาตั้งแต่เนิ่นๆ โดยวางแผนไว้ว่าจะนั่งเรือมาลงที่มาร์เซย์ แล้วค่อยเดินทางต่อมายังปารีส
แต่พอนางเพิ่งขึ้นเรือ พายุในทะเลติร์เรเนียนก็ก่อตัวขึ้นทุกๆ เดือนมกราคม ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมักจะมีคลื่นลมแรงแบบนี้เสมอ
เพื่อความปลอดภัย ผู้คุ้มกันของนางจึงตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้เส้นทางบกแทน โดยเดินทางขึ้นเหนือผ่านหุบเขาแอดิเจ ข้ามเทือกเขาแอลป์ แล้วค่อยเข้าฝั่งฝรั่งเศส แม้จะต้องอ้อมไกลไปหน่อย แต่หากเดินทางราบรื่น นางก็จะยังคงมาถึงปารีสได้เร็วกว่าเจ้าหญิงแห่งซิซิลีทั้งสอง
แต่ใครจะรู้ว่า เคลมองตีนยังไม่ทันพ้นแคว้นทัสกานี ก็มีข่าวว่าจักรพรรดิโจเซฟที่ 2 ทรงปฏิรูประบบทาสติดที่ดิน จนก่อให้เกิดกบฏในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของออสเตรียขึ้นใช่แล้ว พวกหน้าโง่เหล่านั้นลุกขึ้นมาต่อต้านการปฏิรูปที่จะมอบอิสรภาพให้กับพวกเขานั่นแหละ!
หลังจากนั้น เคลมองตีนผู้น่าสงสารก็ทำได้เพียงรอให้พายุในทะเลติร์เรเนียนสงบลง จึงค่อยออกเดินทาง แม้นางจะเร่งเดินทางอย่างหนัก แต่ตอนนี้ก็เพิ่งจะถึงเมืองเนอแวร์ ซึ่งอยู่ห่างจากปารีสอีกตั้งสามสี่วัน
พระราชินีมารีทรงหยิบปากกาขึ้นมาเขียนจดหมายเร่งรัดให้หลานสาวรีบเดินทางมาโดยเร็ว แล้วส่งมอบให้คนส่งสาร ในใจก็ภาวนาขออย่าให้ลูกชายไปตกหลุมรักเจ้าหญิงมาเรียคนนั้นเลย…
ณ ถนนชองเซลีเซ่ กรุงปารีส ในร้านขายสินค้าเทวทูตปารีส กองทหารรักษาพระองค์ของมกุฎราชกุมารยืนเรียงแถวหน้ากระดานสองแถว เพื่อกั้นมกุฎราชกุมารและเจ้าหญิงออกจากลูกค้าคนอื่นๆ ที่กำลังชะเง้อคอมองดู
ใช่แล้ว ที่นี่คือสถานที่แรกที่มาเรียอยากมาเที่ยวชม สมกับเป็นผู้หญิงที่ไม่อาจต้านทานเสน่ห์ของสิ่งที่ทำให้ตัวเองสวยขึ้นได้เลยจริงๆ
เจ้าหญิงในชุดกระโปรงบานสีม่วงอ่อน แต่งหน้ามาอย่างประณีตงดงามจนละสายตาไม่ได้
ดวงตาของนางกวาดมองเครื่องสำอางบรรจุภัณฑ์หรูหราเหล่านั้น ปากก็ขมุบขมิบอ่านสรรพคุณ ดวงตาทอประกายด้วยความตื่นเต้น แต่นางกลับสงวนท่าที เลือกซื้อเพียงไม่กี่ชิ้น แล้วให้พนักงานส่งไปให้สาวใช้
โจเซฟนึกถึงตอนที่แผนรับมือการลอบโจมตีของเขาทำให้เจ้าหญิงมาเรียต้องพลอยรับเคราะห์ไปด้วย จึงตั้งใจจะชดเชยให้นาง เมื่อเห็นนางสนใจเครื่องสำอางมากขนาดนี้ เขาก็สั่งให้พนักงานนำบัตรทองมามอบให้เจ้าหญิงมาเรียทันที
ผู้รับถือบัตรสีทองมูลค่าหนึ่งพันลีฟร์ใบนั้นไว้ในมือ หัวใจพองโตไปด้วยความสุขในใจของมกุฎราชกุมารต้องมีฉันอยู่แน่ๆ ‘เดต’ ครั้งแรกก็ให้ของขวัญล้ำค่าขนาดนี้เลย! ขอบคุณพระเจ้าจริงๆ!
หลังจากนั้น โจเซฟก็ช่วยนางเลือกเครื่องสำอางอีกหลายสิบชิ้น รวมถึง “ยาบำรุงสุขภาพสำหรับคุณหนู” ซึ่งเป็นรุ่นสำหรับเด็กวัยรุ่นของ “ยาบำรุงสตรี” จัดใส่กระเป๋าใบใหญ่ แล้วให้พนักงานนำไปส่งที่ห้องของมาเรียที่พระราชวังแวร์ซายส์
เมื่อเดินออกมาจากร้าน มาเรียก็มองโจเซฟด้วยดวงตาหวานฉ่ำ แล้วเอ่ยถามเสียงเบา “มกุฎราชกุมาร แล้วเราจะไปไหนกันต่อดีเพคะ?”
โจเซฟนึกถึงแผนที่จะไปตรวจความเรียบร้อยของงานสัปดาห์แฟชั่น ถือโอกาสพาเจ้าหญิงไปสัมผัสบรรยากาศล่วงหน้า บางทีนางอาจจะมีคำแนะนำดีๆ ก็ได้
“เราไปเที่ยวที่พระราชวังตุยเลอรีกันเถอะ ท่านคงได้ยินมาบ้างแล้วว่าที่นั่นกำลังจะจัดงานสัปดาห์แฟชั่นปารีส ตอนนี้จัดเตรียมสถานที่เสร็จเกือบหมดแล้ว”
“อืม ข้าทำตามที่ท่านบอกเลย”
ขบวนรถม้าเคลื่อนตัวออกจากร้านเทวทูตปารีส สิ่งที่โจเซฟคิดไม่ถึงก็คือนักข่าวเริ่มเขียนบทความ “มกุฎราชกุมารควงเจ้าหญิงซิซิลีช้อปปิ้ง พร้อมมอบบัตรทองแทนใจ” กันแล้ว
หน้าพระราชวังตุยเลอรี
สายตาของเจ้าหญิงมาเรียมองข้ามเขตคฤหาสน์ที่กำลังก่อสร้าง ไปหยุดอยู่ที่สิ่งก่อสร้างทรงกลมสูงตระหง่านทางทิศเหนือของสวนตุยเลอรี นางชี้ไปที่นั่นและถามด้วยความสงสัย “มกุฎราชกุมาร สิ่งนั้นมีไว้ทำอะไรหรือเพคะ?”
โจเซฟมองตามนิ้วของนางไป แล้วตอบว่า “อ้อ สิ่งนั้นเรียกว่าชิงช้าสวรรค์ เป็นเครื่องเล่นชนิดหนึ่ง นั่งแล้วจะหมุนขึ้นไปสูงมากๆ เอาไว้ชมวิวเมืองปารีสน่ะ”
“อ้อ บริเวณรอบๆ ชิงช้าสวรรค์เป็นสวนสนุก มีของน่าเล่นเพียบเลย ถ้าท่านสนใจ ให้ข้าพาท่านไปดูเอาไหม?”
“ยินดีเพคะ ขอบพระทัย ฝ่าบาท”
ไม่นานนัก รถม้าก็มาจอดหน้า “สวนสนุกอีเดน” ซึ่งเป็นสวนสนุกเฉพาะทางแห่งแรกของโลก
มองผ่านรั้วสีขาวเข้าไป จะเห็นเครื่องเล่นอย่างม้าหมุน ชิงช้าสวรรค์ เรือไวกิ้ง บ้านผีสิง ถ้วยกาแฟ ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรไอน้ำ และยังมีเครื่องเล่นดั้งเดิมอย่างสไลเดอร์และชิงช้าตั้งอยู่ข้างๆ ด้วย
แน่นอนว่า เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคโนโลยี เครื่องเล่นส่วนใหญ่จึงไม่ได้มีขนาดใหญ่โตเหมือนสวนสนุกในยุคหลัง อย่างชิงช้าสวรรค์ก็สูงแค่สิบกว่าเมตร โครงสร้างหลักก็ดัดแปลงมาจากกังหันน้ำ เทียบกับพวกยักษ์ใหญ่สูงเป็นร้อยเมตรในยุคหลังไม่ได้เลย แต่สำหรับคนในศตวรรษที่ 18 สิ่งเหล่านี้ถือเป็นของแปลกใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจมากแล้ว
ทันทีที่มาเรียย่างก้าวเข้าสู่ประตูสวนสนุก นางก็มองซ้ายมองขวาอย่างตื่นเต้น ไม่ต่างอะไรกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไปเที่ยวสวนสนุกในยุคหลังเลย
แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของนางเป็นอันดับแรกคือม้าหมุนที่ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย นางหันไปกระซิบถามโจเซฟ “มกุฎราชกุมาร ของชิ้นนี้เล่นได้ไหมเพคะ?”
“แน่นอน ท่านลองขึ้นไปเล่นดูก็ได้” โจเซฟพยักหน้ายิ้มๆ แล้วส่งสัญญาณให้คนดูแลเครื่องเล่นเดินเครื่อง
ม้าหมุนถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรไอน้ำขนาด 12 แรงม้า แน่นอนว่าเครื่องจักรไอน้ำนี้เป็นของบริษัทวัตต์ ส่วนโรงงานผลิตเครื่องจักรไอน้ำของฝรั่งเศสเองยังอยู่ในระหว่างการเตรียมการก่อสร้าง
ต้องรอถึงยี่สิบนาที กว่าที่กระท่อมไม้เล็กๆ ข้างม้าหมุนจะมีควันสีขาวพวยพุ่งออกมา นั่นคือเครื่องจักรไอน้ำที่ใช้ขับเคลื่อนนั่นเอง
จากนั้น ฐานไม้ทรงกลมขนาดใหญ่ก็ค่อยๆ หมุนขึ้น ภายใต้การทำงานของคานงัด ม้า กวาง ช้าง และสัตว์ไม้แกะสลักต่างๆ บนนั้นก็เริ่มขยับขึ้นลง และหมุนไปพร้อมกับแผ่นไม้ทรงกลม
มาเรียถอยหลังไปสองก้าวด้วยความประหม่า โจเซฟยิ้มพลางจับมือนางก้าวขึ้นไปบนแผ่นไม้ทรงกลม แล้วผายมือไปรอบๆ “ท่านอยากนั่งตัวไหนล่ะ?”
มาเรียชี้ไปที่หงส์ไม้แกะสลักสีขาวอย่างระมัดระวัง “ตัวนี้ได้ไหมเพคะ?”
“แน่นอน ข้าจะช่วยพยุงท่านขึ้นไปเอง”
โจเซฟประคองหญิงสาวขึ้นไปนั่งบนหลังหงส์อย่างสุภาพบุรุษ เจ้าหญิงนั่งหันข้างอย่างเกร็งๆ สองมือจับเสาไม้ไว้แน่น แล้วเริ่มล่องลอยขึ้นลงไปตามจังหวะเสียงดนตรีที่บรรเลงอยู่ข้างๆ
แม้ความเร็วของม้าหมุนจะช้าราวกับหอยทาก เนื่องจากกำลังของเครื่องจักรไอน้ำไม่สูงนักบวกกับกลไกการเชื่อมต่อที่ค่อนข้างหยาบ แต่เจ้าหญิงที่ไม่เคยสัมผัสประสบการณ์แบบนี้มาก่อนก็ยังคงหัวเราะคิกคักด้วยความตื่นเต้น รู้สึกราวกับตัวเองอยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย ขี่หงส์โบยบินอยู่กลางอากาศ

0 Comments