ตอนที่ 109 เตรียมตัวดูตัวได้แล้ว!
แปลโดย เนสยัง“บังเอิญว่ามกุฎราชกุมารก็อยู่ที่นี่พอดี ท่านสามารถดูตัวแบบจากพระองค์ เพื่อปรับปรุงภาพวาดให้สมบูรณ์แบบได้เลยนะ” พระนางมารี อ็องตัวเน็ตทรงแย้มพระสรวลให้กับจิตรกรมาดามเลอเบริง ก่อนจะทรงให้นางกำนัลนำเก้าอี้มา และทรงจับโจเซฟให้นั่งลงไปอย่างไม่ฟังคำปฏิเสธ
บรีแอนน์เห็นดังนั้น ก็ส่งสายตาอย่างจนปัญญาไปให้โจเซฟ ก่อนจะนำแผนงานส่งเสริมการปลูกมันฝรั่งที่พระราชินีทรงลงพระนามแล้ว ขอตัวลากลับไป
มาดามเลอเบริงสั่งการผู้ช่วยให้จัดเตรียมอุปกรณ์วาดภาพอย่างเป็นมืออาชีพ นางหรี่ตามองแสงแดด ปรับมุมให้เหมาะสม แล้วเริ่มลงมือปรับปรุงภาพวาดบุตรแห่งเทวบัญชา
แผนการของโจเซฟก็มีความจำเป็นต้องใช้จิตรกรเช่นกัน เขาจึงยอมทำท่าอธิษฐานตามที่พระราชินีทรงต้องการ ก่อนจะเอ่ยถามมาดามเลอเบริงว่า: “ขอถามหน่อย ท่านสามารถวาดภาพพระกระยาหารมื้อสุดท้ายได้ไหม? เอาให้เหมือนกับของเลโอนาร์โด ดา วินชี่เลยนะ”
มาดามเลอเบริงใช้นิ้วมือเกลี่ยสีน้ำมันบนภาพวาด พลางพยักหน้ารับโดยไม่ลังเล: “ฝ่าบาท ย่อมได้อยู่แล้วเพคะ ในความเป็นจริง นักเรียนทุกคนในวิทยาลัยศิลปะแห่งปารีส ต่างก็เคยคัดลอกภาพวาดนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่าร้อยครั้งเพคะ”
โจเซฟยิ้มพลางกล่าวว่า: “แล้วท่านสามารถปรับเปลี่ยนภาพวาดสักหน่อยได้ไหมล่ะ?”
“โอ้ ขอให้พระองค์ทรงกลับไปทำพระพักตร์แบบเมื่อครู่นี้ด้วยเพคะ ฝ่าบาท” มาดามเลอเบริงขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยังพยักหน้ารับ “ย่อมได้แน่นอนเพคะ พระองค์มีพระประสงค์จะปรับเปลี่ยนเครื่องแต่งกายของนักบุญท่านใดหรือเพคะ?”
โจเซฟรีบหุบยิ้ม แล้วเงยหน้าขึ้นมองเฉียงๆ: “อ่า ไม่ใช่หรอก ความจริงแล้ว ข้าอยากจะให้เพิ่มมันฝรั่งลงไปในอาหารบนโต๊ะสักสองหัวน่ะ”
“มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากเพคะ…” เลอเบริงเพิ่งจะพูดได้ครึ่งประโยค ก็ชะงักไปกะทันหัน “พระองค์ทรงหมายถึง ปีศาจใต้พิภพ หรือเพคะ?”
นางเผยให้เห็นถึงความวิตกกังวล: “ฝ่าบาท เรื่องนี้เกรงว่าจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคริสตจักรเสียก่อน มิเช่นนั้น หม่อมฉันเกรงว่ามันจะเป็นการดูหมิ่นศาสนาเพคะ พระองค์ก็ทรงทราบดี ว่ามันจะทำให้หม่อมฉันต้องถูกไต่สวนจากคริสตจักร…”
โจเซฟพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่อีกพักใหญ่ แต่มาดามเลอเบริงก็ยังคงไม่กล้าตกลง และยังบอกอีกว่าต่อให้เปลี่ยนเป็นจิตรกรคนอื่น ก็คงจะไม่มีใครกล้าวาดสิ่งที่มีข้อโต้แย้งอย่างมันฝรั่งลงไปอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก
โจเซฟรู้สึกจนปัญญา จึงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจในใจ: การจะให้พระผู้เป็นเจ้ามาเป็นพรีเซนเตอร์ให้ฉัน มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดจริงๆ…
พระนางมารี อ็องตัวเน็ตที่ประทับอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย เมื่อทอดพระเนตรเห็นพระโอรสทรงขมวดพระขนง พระนางจึงทรงใช้พัดบังแสงแดด แล้วตรัสถามเสียงดังว่า: “ลูกรัก พวกลูกกำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่หรือ?”
“มันฝรั่งพ่ะย่ะค่ะ…”
พระราชินีทรงแย้มพระสรวลอย่างอ่อนโยน: “อย่ามัวแต่คิดถึงเรื่องมันฝรั่งอยู่เลย เรื่องพวกนั้นปล่อยให้บิชอปบรีแอนน์ไปจัดการก็พอแล้วล่ะ
“อ้อ จริงสิ ลูกรู้เรื่องนี้หรือเปล่า? เดือนหน้า เจ้าหญิงมาเรีย อมาเรีย แห่งซิซิลีทั้งสอง จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่ปารีสแล้วนะ”
“อ่า ดีเลยพ่ะย่ะค่ะ” โจเซฟกำลังหมกมุ่นอยู่กับการหาวิธีเกลี้ยกล่อมคริสตจักร เขาคิดว่าพระราชินีเพียงแค่ตรัสเรื่องสัพเพเหระ จึงตอบรับไปส่งๆ
แต่เขาลืมไปอย่างหนึ่งว่า ตามธรรมเนียมของราชวงศ์แล้ว การท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายชัดเจนเช่นนี้ มักจะหมายถึงการดูตัว
พระนางมารี อ็องตัวเน็ตเมื่อทอดพระเนตรเห็นว่าพระโอรสทรงตกลง ก็ทรงคิดไปว่าเขาคงจะถูกใจเจ้าหญิงพระองค์นี้ พระนางจึงทรงรู้สึกร้อนพระทัยขึ้นมาเล็กน้อย และรีบตรัสเสริมว่า: “แล้วก็ ยังมีลูกพี่ลูกน้องของลูก หรือก็คือ มาเรีย เคลเมนไทน์ แห่งแกรนด์ดัชชีทัสกานี เดือนหน้าก็จะมาท่องเที่ยวที่นี่ด้วยเหมือนกัน ลูกมีความเห็นว่าอย่างไรบ้าง?”
ในปัจจุบัน อาร์ชดยุกแห่งออสเตรีย หรือก็คือจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ โยเซฟที่ 2 พระเชษฐาของพระนางมารี อ็องตัวเน็ตนั้น ทรงไม่มีพระราชโอรสหรือพระราชธิดา และพระมเหสีก็สวรรคตไปนานแล้ว ดังนั้น โดยพื้นฐานแล้ว พระธิดาของแกรนด์ดยุกแห่งทัสกานี พระอนุชาของพระองค์ หรือก็คือแกรนด์ดัชเชสเคลเมนไทน์ผู้นี้ จึงถือเป็นหนึ่งในเด็กสาวที่มีฐานันดรสูงส่งที่สุดในราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค
และพระนางก็ทรงเป็นว่าที่พระสุณิสาที่พระนางมารี อ็องตัวเน็ตทรงถูกพระทัยมากที่สุดด้วย อืม ก็หลานสาวแท้ๆ ของตัวเองนี่นา ย่อมต้องรู้ใจที่สุดอยู่แล้ว
โจเซฟก็ยังคงไม่ได้เอะใจ เขาพยายามรักษาสถานะท่าทางเดิมไว้พลางตอบว่า: “ข้ายินดีต้อนรับการมาเยือนปารีสของนาง”
พระราชินีทรงปีติยินดีในพระทัย แต่แล้วก็ทรงประหลาดพระทัยเล็กน้อย พระโอรสของพระนางไม่มีปัญหาอะไรกับทั้งสองฝ่ายเลย แล้วตกลงว่าเขาเอนเอียงไปทางฝ่ายไหนมากกว่ากันล่ะ?
ช่างเถอะ รอให้มาถึงก่อนแล้วค่อยว่ากันก็แล้วกัน
พระนางทรงเป็นห่วงเรื่องการอภิเษกสมรสของพระโอรสที่แสนจะเพียบพร้อมคนนี้เป็นอย่างมาก แต่ก็เพราะความเพียบพร้อมของเขานี่แหละ พระนางจึงต้องทรงคำนึงถึงความเห็นของเขาให้มากขึ้น
หากเป็นพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในอดีตที่มีนิสัยแบบนั้น พระนางก็คงจะให้คนไปทาบทามสู่ขอให้ตั้งนานแล้ว
กว่าจะทนรอให้ถึงตอนเที่ยงได้ พระนางมารี อ็องตัวเน็ตก็ทรงดึงตัวพระโอรสที่ไม่ได้พบกันมาหลายวัน ไปร่วมเสวยพระกระยาหารกลางวันอันแสนจะหรูหราอลังการ
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เสด็จเข้ามาในห้องอาหารเป็นคนสุดท้าย แม้ว่าพระองค์จะดูมีพระพลานามัยแข็งแรง แต่ถุงใต้ตาที่หนาเตอะนั้น กลับเป็นการย้ำเตือนให้ทุกคนได้รับรู้ว่า องค์กษัตริย์พระองค์นี้ทรงทุ่มเทให้กับการค้นคว้าและพัฒนาอาวุธอย่างหามรุ่งหามค่ำ จนไม่สามารถถอนตัวได้เลย
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงสวมกอดกับพระมเหสีและพระโอรสตามลำดับ ก่อนจะทรงกระซิบที่ข้างพระกรรณของโจเซฟอย่างลึกลับและตื่นเต้นว่า: “โจเซฟ ตัวอย่างปืนกระบอกแรกถูกประกอบเสร็จแล้วนะ แต่ยังต้องปรับปรุงเรื่องความรัดกุมของอากาศอีกนิดหน่อย พ่อเชื่อว่า สัปดาห์หน้าลูกจะได้เห็นมันยิงได้อย่างแน่นอน!”
โจเซฟส่งสายตาชื่นชมอย่างสุดซึ้งไปให้พระองค์ และกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเช่นกัน: “พระองค์ทรงมีพระหัตถ์ที่คล่องแคล่วที่สุดในฝรั่งเศสอย่างแท้จริงพ่ะย่ะค่ะ! หากไม่มีพระองค์ ปืนกระบอกนี้ก็คงจะไม่รู้ว่าจะได้ปรากฏตัวขึ้นเมื่อไหร่ ถ้าอย่างนั้น สัปดาห์หน้าพวกเราก็ไปทดลองยิงที่โรงเรียนตำรวจปารีสกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ ที่นั่นมีสนามยิงปืนแบบมืออาชีพอยู่”
สองพ่อลูกสบตากันและพยักหน้ารับ แอบลอบดีใจกันอยู่เงียบๆ แต่เมื่อพระนางมารี อ็องตัวเน็ตทอดพระเนตรมา พวกเขาก็รีบหุบยิ้มพร้อมกันทันที การที่องค์กษัตริย์ทรงแอบผลิตอาวุธปืนที่แสนจะอันตรายอยู่ในราชสำนัก หากพระนางทรงทราบเข้า จะต้องทรงบ่นไปอีกหลายวันแน่ๆ
เมื่อเสวยพระกระยาหารกลางวันเสร็จ โจเซฟก็ทำสัญลักษณ์ให้กำลังใจให้กับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 อาศัยจังหวะที่มาดามเลอเบริงยังไม่มา เขาก็รีบเรียกให้เอมงตามมา แล้วรีบวิ่งหนีออกจากพระราชวังแวร์ซายส์ไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
บนรถม้า เอมงค้อมตัวถาม: “ฝ่าบาท พระองค์จะเสด็จกลับไปที่สำนักวางแผนอุตสาหกรรม หรือว่าจะ…”
โจเซฟรีบตอบทันที: “ไม่ พวกเราจะไปที่มหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส!”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
ขบวนรถม้าโยกเยกไปมาอยู่หลายชั่วโมง ในที่สุดก็เข้าสู่เขตตัวเมืองปารีส โจเซฟมองผ่านหน้าต่างรถม้า ก็เห็นว่าริมถนนมีช่างฝีมือกำลังขุดหลุมและก่อกำแพงอยู่ เห็นได้ชัดว่าเป็นทีมก่อสร้างห้องน้ำสาธารณะอย่างแน่นอน
ตลอดทาง เขาเห็นสถานที่ก่อสร้างห้องน้ำสาธารณะมาแล้วถึงเจ็ดแปดแห่ง
โจเซฟลอบพยักหน้าในใจ แม้โมโนหมอนี่จะเป็นพวกนักการเมืองที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม แต่พอถึงเวลาที่ต้องมอบหมายงานให้เขาจริงๆ ความสามารถในการดำเนินการของเขาก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
เพียงแต่ไม่รู้ว่า งานนี้เขาจะยักยอกงบประมาณไปสักเท่าไหร่
โจเซฟเบ้ปาก คิดในใจว่าฉันคงต้องหาเวลาไปเตือนเขาเสียหน่อย ว่านี่คือโปรเจกต์ของฉัน อย่าให้มันมากเกินไปนักล่ะ
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ในที่สุดโจเซฟก็มองเห็นยอดแหลมที่สูงตระหง่านของมหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีสอยู่เหนือยอดไม้ และไม่นานนัก หอคอยคู่ทรงสี่เหลี่ยมที่ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างฟ้าดิน ก็ปรากฏขึ้นในระยะสายตา
มหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในปารีสแห่งนี้ ยังเป็นที่พำนักของอาร์ชบิชอปแห่งเขตปารีสอีกด้วย
การที่โจเซฟเดินทางมาที่นี่ในครั้งนี้ ก็เพื่อจะมาหารือกับอาร์ชบิชอปเรื่องการปรับปรุงภาพวาดพระกระยาหารมื้อสุดท้ายนั่นเอง
แมัว่าบรีแอนน์จะเป็นอาร์ชบิชอปเช่นกัน แต่หลังจากที่เขาเข้ามารับตำแหน่งเสนาบดีคลัง อิทธิพลของเขาที่มีต่อคริสตจักรก็ลดน้อยถอยลงไปมาก อีกทั้งเขายังเป็นอาร์ชบิชอปแห่งเขตตูลูซ จึงยิ่งไม่มีอำนาจอะไรในเขตปารีสเลย
เมื่อทราบข่าวว่ามกุฎราชกุมารเสด็จมาเยือน เหล่านักบวชในชุดคลุมสีดำ ก็รีบมารวมตัวกันที่หน้าประตูมหาวิหาร ภายใต้การนำของอาร์ชบิชอปโบนมงต์ทันที
โจเซฟดึงตัวโบนมงต์เข้าไปในมหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีสอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะแย้มยิ้มอย่างอบอุ่นแล้วกล่าวว่า: “อาร์ชบิชอปโบนมงต์ ข้ามีเรื่องอยากจะขอให้ท่านช่วยเหลือสักหน่อย”

0 Comments