You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

งูยักษ์เสวียนซานขดตัวอยู่บนยอดเขาแต่ไกล สงบนิ่งราวกับรูปปั้นหิน ไม่ไหวติง จับจ้องไปยังเฉินสือ ปล่อยให้แกะเขียวและจิ้งจอกขาวด่าทออย่างไรก็ไม่สะทกสะท้าน การดำรงอยู่ของเขาในเขาเฉียนหยาง เปรียบดั่งเทพเจ้าแท้จริงที่เฝ้ามองโลกมนุษย์ ทุกสรรพสิ่งล้วนกระจ่างแจ้งแก่ใจ ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขาไปได้

เขารู้ว่าจิตวิญญาณของซานจวินเข้าไปในศาลเจ้าเล็กหลังศีรษะของเฉินสือ และรู้ด้วยว่าการที่เทพแท้จริงจากนอกฟ้าทำลายศาลซานจวินในครั้งนี้ ล้วนเป็นเพราะเสือเหลืองตัวนั้นชะโงกหัวออกมาจากศาลเจ้าเล็ก หัวของเสือเหลืองใหญ่โตเกินไป ต้นซิ่งของศาลซานจวินบดบังไว้ไม่มิด จึงถูกดวงตาของเทพแท้จริงนอกฟ้าจับร่องรอยได้

พบเจอเมื่อใด ทำลายล้างเมื่อนั้น นี่คือหลักการจัดการกับเหตุการณ์ทำนองนี้ของเทพแท้จริงนอกฟ้า หากพบความผิดปกติใดๆ การทำลายล้างก็จะตามติดมาทันที ทว่าโชคดีที่เฉินสือได้นำรูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของซานจวินลงจากเขาไปแล้ว

“เหตุใดเทพแท้จริงจากนอกฟ้า เมื่อพบเห็นตัวตนเช่นซานจวินจึงต้องลงมือทำลายด้วย?” งูยักษ์เสวียนซานไม่เข้าใจนัก เขาก็แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง รูปร่างก็ใหญ่โตมโหฬาร ขดตัวอยู่บนยอดเขา เหตุใดเทพแท้จริงนอกฟ้าจึงไม่เคยทำลายเขาเลย? ต้องบรรลุเงื่อนไขใด จึงจะถูกเทพแท้จริงทำลาย? เขาคิดไม่ตก

ค่อยๆ เสียงในหูของเฉินสือเริ่มกลับมาได้ยิน เสียงยังคลุมเครือ ก่อนจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้น สัตว์วิเศษรอบด้านค่อยๆ แยกย้ายกันไป

เฉินสือยิ้มกล่าว “ท่านยายเฒ่า ท่านอาหู ท่านอาแกะเขียว ข้ามีครรภ์เทพแล้ว!”

ยายเฒ่าซาถอนหายใจ เอ่ยว่า “มีครรภ์เทพแล้วรึ? อืม ดีมาก พยายามบำเพ็ญเพียรต่อไป น่าสงสารซานจวิน เพิ่งจะฟื้นคืนชีพ ก็ต้องมาดับสูญไปเช่นนี้…” นางพูดถึงตรงนี้ ทันใดนั้นก็ชะงัก หันขวับกลับมา มองเฉินสืออย่างไม่อยากเชื่อสายตา “เจ้ามีครรภ์เทพแล้ว? หรือว่าคนถูกตัดครรภ์เทพไป เทพแท้จริงยังจะประทานครรภ์เทพใหม่อีกอันให้หรือ?”

เรื่องแบบนี้เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก จึงไม่แปลกที่นางจะประหลาดใจ

เฉินสือกระตุ้นเคล็ดวิชาซานกวงเจิ้งชี่ ทันใดนั้นพลังเจิ้งชี่ก็รวมตัวกัน กลายเป็นศาลเจ้าเล็กปรากฏขึ้นหลังศีรษะ ยายเฒ่าซาราวกับกินไข่ไก่เข้าไปเต็มท้อง ตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า มองดูศาลเจ้าเล็กหลังศีรษะของเขาอย่างไม่อยากเชื่อ

ผู้บำเพ็ญเพียรปกติที่ไหนกันที่หลังศีรษะไม่ใช่แท่นบูชา? เสี่ยวสือต้องกลายเป็นพวกไม่ปกติไปแล้วแน่ๆ! ยายเฒ่าตัวน้อยตกตะลึงพรึงเพริด ทิ้งเรื่องศาลซานจวินถูกทำลายไว้ข้างหลัง พิจารณาศาลเจ้าเล็กของเฉินสืออย่างละเอียด เห็นเพียงว่าศาลเจ้านี้เป็นเพียงตำหนักธรรมดาๆ หลังหนึ่ง ดูทรุดโทรมเป็นอย่างยิ่ง

ทันใดนั้น เสือเหลืองตัวเล็กกะทัดรัดก็ชะเง้อคอมองมาที่นาง ท่าทางสนใจนางเป็นอย่างมาก ยายเฒ่าซาตาเบิกโพลง ชี้ไปที่เสือเหลืองในศาลเจ้าเล็ก ละล่ำละลักว่า “ส…เสือ เสือ…” เสือเหลืองนั่งอยู่หลังประตูศาลมองดูนาง แววตาเปี่ยมด้วยความเมตตา ราวกับยายเฒ่าใจดีผู้หนึ่ง

ยายเฒ่าซายื่นนิ้วออกไป จิ้มๆ จิ้งจอกขาวที่ยังคงด่าทองูยักษ์เสวียนซานไม่หยุด ละล่ำละลักว่า “เฒ่าหู เสือ! เสือ!”

จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางพูดอย่างหัวเสียว่า “ข้าอยู่นี่! เสวียนซานเนรคุณ ข้าอุตส่าห์นึกว่าเขาเป็นสหายรู้ใจของข้า วันนี้ข้าจะตัดขาดกับเขา… เอ๊ะ เสี่ยวสือ แท่นบูชาของเจ้าหายไปไหนแล้ว?”

ยายเฒ่าเตะเขาแรงๆ สองที จิ้งจอกขาวเก้าหางกลายร่างเป็นชายฉกรรจ์เคราครึ้ม สงสัยว่า “เตะข้าทำไม? เสี่ยวสือจะกลายเป็นสิ่งชั่วร้ายไปแล้วรึ?”

ตอนนั้นเองเขาเพิ่งสังเกตเห็นเสือเหลืองในศาลเจ้าเล็กหลังศีรษะของเฉินสือ อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง ตัวสั่นเทา เอ่ยเสียงสั่นว่า “แกะเขียว แกะเขียว! แบะๆ มองมาทางนี้! เลิกด่าเสวียนซานได้แล้ว! รีบมานี่เร็วเข้า!”

แกะเขียวได้ยินเสียงเรียกของเขา ก็เดินมาหาพวกเขา หัวขนาดมหึมาดั่งภูเขายื่นมาตรงหน้าเฉินสือ ทว่าลูกตาของมันใหญ่เกินไป จึงรีบย่อขนาดตัวลง ชายฉกรรจ์เคราครึ้มเสียงสั่น “แกะเขียว เจ้าเห็นหรือไม่?”

ร่างกายของแกะเขียวสั่นเทา น้ำตาคลอเบ้า เสียงก็สั่นเทาเช่นกัน “ข้าเห็นแล้ว… ซานจวิน!” มันคุกเข่าลงดังตุบ โขกศีรษะให้เสือเหลือง

ชายฉกรรจ์เคราครึ้มจ้องมองศาลเจ้าเล็กตาไม่กะพริบ ตบหัวมันแรงๆ เอ่ยว่า “เสือเหลืองไม่ใช่ซานจวิน ท่านที่อยู่ในแท่นบูชานั่นต่างหากคือซานจวิน!”

แกะเขียวชะงัก พิจารณาอย่างละเอียด ก็เห็นว่าในส่วนลึกของศาลเจ้าเล็กมีแท่นบูชาตั้งอยู่ ในแท่นบูชามีเทพเจ้าเศียรวัวร่างมนุษย์นั่งตัวตรงไม่ไหวติง “ซานจวินยังไม่ตาย!”

แกะเขียวและชายฉกรรจ์เคราครึ้มดีใจจนเนื้อเต้น ทว่าจากนั้นก็กลับมาระมัดระวังตัว เงยหน้ามองท้องฟ้า ไม่กล้ากำเริบเสิบสานเกินไป

“เสี่ยวสือ ศาลเจ้าเล็กของเจ้านี่มันเรื่องอะไรกัน?” ยายเฒ่าซาสอบถาม เฉินสือเล่าเรื่องที่ตนกราบแม่บุญธรรม และแม่บุญธรรมประทานพรเปลี่ยนแท่นบูชาให้กลายเป็นศาลเจ้าให้ฟัง ยายเฒ่าซา แกะเขียว และชายฉกรรจ์เคราครึ้มมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“ศาลเจ้าเล็กนี้ประหลาดนัก ไม่ว่าพบเจอจิตวิญญาณใด ก็จะดูดอีกฝ่ายเข้าไปในศาล ตกอยู่บนแท่นบูชา อยากไปก็ไปไม่ได้” เฉินสือเล่าเรื่องประหลาดของศาลเจ้าเล็ก เอ่ยว่า “จูซิ่วไฉก็ตกลงไปบนแท่นบูชา ซานจวินก็เช่นกัน หากข้าตั้งจิต พวกเขาถึงจะออกมาได้”

ยายเฒ่าซา แกะเขียว และชายฉกรรจ์เคราครึ้มสบตากัน ต่างเห็นความหวาดหวั่นในแววตาของกันและกัน แม้แต่ตัวตนระดับซานจวินก็ยังไม่อาจต่อต้าน ถูกจับเข้าไปนั่งประดิษฐานบนแท่นบูชาในศาลอย่างว่าง่าย แม่บุญธรรมของเฉินสือ แท้จริงแล้วมีที่มาอย่างไรกันแน่?

“เสี่ยวสือ เจ้าอย่าเพิ่งปล่อยซานจวินออกมา เทพแท้จริงบนฟ้ากำลังเฝ้ามองอยู่ ทุกการเคลื่อนไหวของที่นี่เกรงว่าจะไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขาไปได้ รอให้รูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของซานจวินก่อตัวสมบูรณ์เสียก่อน ค่อยสร้างศาลตั้งแท่นบูชาให้ซานจวิน” ยายเฒ่าซาผู้มากประสบการณ์เอ่ย “ข่าวการปรากฏตัวของซานจวิน จะต้องปิดบังไว้ ห้ามแพร่งพรายให้คนนอกรู้เด็ดขาด มิฉะนั้น หากเบื้องบนล่วงรู้ อย่าว่าแต่ซานจวินเลย แม้แต่ตัวเจ้าเอง ก็เอาชีวิตไม่รอด!”

แกะเขียวและชายฉกรรจ์เคราครึ้มได้ยินคำว่า “เบื้องบนล่วงรู้” ต่างก็รู้สึกหนาวเยือก สีหน้าเคร่งเครียด เฉินสือเห็นสีหน้าของพวกเขา ก็รู้ว่าคำว่าเบื้องบนล่วงรู้นี้มีความหมายที่หนักหนามาก จึงสงสัยว่า “เบื้องบนล่วงรู้ หมายความว่ามีคนสามารถติดต่อกับเทพแท้จริงนอกฟ้าได้หรือ?”

“เรื่องพวกนี้เจ้าอย่าเพิ่งอยากรู้มากนักเลย หากสัมผัสกับพวกเขาเร็วเกินไป เกรงว่าจะอายุสั้น” ยายเฒ่าซากล่าว “แกะเขียว เฒ่าหู พวกเราจุดธูปให้ซานจวินสักหน่อยเถอะ”

หนึ่งคน หนึ่งจิ้งจอก หนึ่งแกะต่างถือธูป โค้งคำนับให้เฉินสือ เฉินสือรีบหลบ แต่กลับถูกแกะเขียวและชายฉกรรจ์เคราครึ้มกดตัวไว้ ขยับไม่ได้

“พวกเราไม่ได้ไหว้เจ้า แต่ไหว้ซานจวิน เจ้าไม่ต้องเกรงใจ!” ยายเฒ่าซากล่าว เฉินสือจำต้องยืนนิ่งๆ รอให้พวกเขาไหว้เสร็จ ก็เห็นธูปในมือของทั้งสามคนลอยขึ้น พุ่งเข้าไปในศาลเจ้าเล็ก ปักลงในกระถางธูปเองโดยอัตโนมัติ

“ท่านยายเฒ่า พวกท่านเป็นผู้อาวุโส ข้าขอโขกศีรษะคืนให้พวกท่านบ้าง!” เฉินสือพูดจบ ก็จะโขกศีรษะให้ทั้งสามคน สีหน้าของทั้งสามเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง รีบยื่นมือมาขวางเขาไว้ ยายเฒ่าซาสีหน้าดุดัน ตวาดว่า “เสี่ยวสือ พวกเรากำลังไหว้ซานจวิน ไม่ได้ไหว้เจ้า ไม่ถือว่าขัดต่อลำดับอาวุโส! หากเจ้าโขกศีรษะให้พวกเรา ก็เท่ากับพาซานจวินมาโขกศีรษะให้พวกเราด้วย พวกเราทนรับไม่ไหว เกรงว่าจะอายุสั้นเอาได้!”

แกะเขียวและชายฉกรรจ์เคราครึ้มพยักหน้าหงึกหงัก แกะเขียวกล่าว “ในช่วงที่ซานจวินอาศัยอยู่ในศาลของเจ้า เจ้าห้ามโขกศีรษะให้ใครเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่? อย่างมากก็แค่พยักหน้า!” เฉินสือพยักหน้ารับ

ยายเฒ่าซาถอนหายใจยาว พิจารณาศาลเจ้าเล็กของเขา สงสัยว่า “แท่นบูชาของเจ้าเปลี่ยนเป็นศาลเจ้า มีความผิดปกติอันใดหรือไม่?”

เฉินสือตอบตามตรง “อย่างอื่นไม่มีอะไรผิดปกติ ข้าแค่รู้สึกว่า ข้าสามารถอัญเชิญซานจวินและเสือเหลืองออกมาใช้ได้”

ทั้งสามคนเบิกตากว้าง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก แม้แต่ซานจวินก็ยังอัญเชิญออกมาใช้ได้? ศาลเจ้าเล็กแห่งนี้รู้หรือไม่ว่าซานจวินคือตัวตนระดับใด? ถึงกล้าใช้งานซานจวิน!

แกะเขียวแค่นเสียงเย็นชา “อัญเชิญซานจวินรึ? ข้าไม่…” คำว่า “เชื่อ” ยังไม่ทันหลุดจากปาก มันก็ถูกชายฉกรรจ์เคราครึ้มปิดปากไว้ ยายเฒ่าซายิ้ม “เสี่ยวสือ ไม่ต้องทดลองหรอก ยายเฒ่าเชื่อเจ้า แกะเขียว หากกล้าพูดจาเหลวไหลอีก คืนนี้จะจับเจ้าไปทำหม้อไฟเสีย!”

ชายฉกรรจ์เคราครึ้มพยักหน้ารัวๆ เฉินสือสอบถาม “ท่านยายเฒ่า ตอนนี้ซานจวินนั่งประดิษฐานอยู่ในศาลของข้า ก็เทียบเท่ากับเป็นครรภ์เทพของข้า แล้วในพิธีบวงสรวงเทพอัญเชิญมะรืนนี้ ข้ายังจะได้รับการประทานพรจากเทพแท้จริง ได้รับครรภ์เทพอีกหรือไม่?”

ยายเฒ่าซากล่าว “เจ้าเคยเห็นคนที่มีสองครรภ์เทพหรือไม่?” เฉินสือส่ายหน้า

ยายเฒ่าซายิ้ม “เจ้ามีครรภ์เทพแล้ว ย่อมไม่มีครรภ์เทพที่สองอีก เสี่ยวสือ อย่าคิดฟุ้งซ่านเลย พรุ่งนี้เป็นวันประกาศผลสอบไม่ใช่รึ? เจ้ารีบไปตัวอำเภอแต่เช้าเถอะ จะได้ไม่เสียการ”

เฉินสือเรียกเฮยโกว นั่งรถเข็นไม้ โบกมือลาพวกเขา รถเข็นไม้มุ่งหน้าไปทางตัวอำเภอ

“เสี่ยวสือ ศาลเจ้าเล็กของเจ้าทางที่ดีอย่าเปิดเผยให้ผู้อื่นเห็น” ยายเฒ่าซายังคงไม่วางใจ ตะโกนไล่หลังไปว่า “ครรภ์เทพก็อย่าให้ผู้อื่นเห็นด้วย!”

เฉินสือขานรับ รถเข็นไม้ค่อยๆ ห่างออกไป เมื่อรถเข็นไม้ลับสายตา ยายเฒ่าซาก็หุบรอยยิ้มบนใบหน้า สบตากับแกะเขียวและชายฉกรรจ์เคราครึ้ม

“แม่บุญธรรมหินของเสี่ยวสือ ต้องมีปัญหาแน่!” ยายเฒ่าซากล่าว “ตาเฒ่าเฉินก่อนตายฝากฝังเสี่ยวสือไว้กับพวกเรา ถือเป็นการฝากฝังลูกกำพร้า พวกเราจะประมาทไม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีสิ่งชั่วร้ายใดมาจับจ้องเสี่ยวสือ!”

แกะเขียวกล่าว “แม่บุญธรรมหินไม่ประทานพรเร็วกว่านี้หรือไม่ช้ากว่านี้ ดันมารอประทานพรให้หลังจากตาเฒ่าเฉินตายไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าเกรงกลัวตาเฒ่าเฉินจะพบความลับของนาง”

ชายฉกรรจ์เคราครึ้มหัวเราะลั่น “ฝีมือของพวกเราทั้งสามคน ล้วนไม่ด้อยไปกว่าตาเฒ่าเฉิน ตาเฒ่าเฉินตอนมีชีวิตอยู่ สามารถกดดันแม่บุญธรรมหินได้ส่วนหนึ่ง เช่นนั้นหากพวกเราทั้งสามคนขึ้นเนินดินเหลืองพร้อมกัน ย่อมสามารถกดดันนางได้ถึงสามส่วน!”

ทั้งสามคนปรึกษากันเสร็จสรรพ ก็ออกเดินทางไปยังหมู่บ้านหวงผัวทันที มุ่งตรงไปยังเนินดินเหลืองนอกหมู่บ้าน ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงหน้าเนินดินเหลือง ก้าวเท้าออกไป ทันใดนั้นฟ้าก็เอียงแผ่นดินก็ทรุด ดินเหลืองราวกับท้องฟ้า พลิกกลับหัวลงมา ส่วนใต้เท้าของพวกเขากลับกลายเป็นความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขต ความรู้สึกเหมือนร่วงหล่นลงมาอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่

ด้านหลังชายฉกรรจ์เคราครึ้มปรากฏหางทั้งเก้า ส่ายสะบัดอย่างแรง ตวาดว่า “หยุด!” ความรู้สึกร่วงหล่นหายไปทันที ทั้งสามคนเดินหน้า พยายามจะปีนขึ้นฟ้าดินเหลือง

ทว่าเมื่อก้าวออกไปหนึ่งก้าว แรงกดดันก็เพิ่มสูงขึ้น ทุกก้าวที่เดิน แรงกดดันก็จะมากขึ้นมหาศาล ราวกับแบกภูเขาลูกแล้วลูกเล่าปีนขึ้นไปบนฟ้า! การที่เนินดินเหลืองแห่งนี้ไม่เคยถูกใครทำลายมาตลอดหกพันปี ย่อมมีเหตุผลของมัน

ทั้งสามคนก็ร้ายกาจยิ่งนัก ฝืนทนแรงกดดัน ปีนขึ้นไปจนถึงยอดเนิน เพ่งตามองดู เห็นวิญญาณบัณฑิตห้อยต่องแต่งอยู่บนต้นหลิวคดงอ ทั้งสามคนประคองกันและกัน พยายามเดินไปที่ต้นหลิวเก่าแก่สุดชีวิต

จูซิ่วไฉมองพวกเขาด้วยความประหลาดใจ เห็นเพียงว่าคนประหลาดทั้งสามคนนี้มีท่าทางราวกับไม้ใกล้ฝั่ง ใกล้จะลงโลงเต็มที “อย่ามาตายใต้เท้าข้า ข้าทนดูไม่ได้! พวกเจ้าจะตายก็ไปหาที่อื่นตาย!” จูซิ่วไฉรีบร้องบอก

ทั้งสามคนทำหูทวนลม ถูกแรงกดดันที่ทวีความรุนแรงขึ้นกดทับจนร่างกายสั่นเทา หน้าแดงก่ำ ขาทั้งสองข้างสั่นเทา ในที่สุดก็มาถึงใต้ต้นหลิวเก่าแก่

“ตุบ!” ยายเฒ่าซาถูกกดทับจนคุกเข่าลงบนพื้น สองมือยันพื้นไว้ ยังอยากจะไม่ก้มหน้า แต่บนคอราวกับถูกภูเขาไท่ซานทับไว้ หากไม่ก้มหน้าคอก็จะหัก ทำให้นางจำต้องก้มหน้า

“ตุบ!” “ตุบ!” แกะเขียวและชายฉกรรจ์เคราครึ้มคุกเข่าลงแทบจะพร้อมกัน ลุกไม่ขึ้น ชายฉกรรจ์เคราครึ้มร่างกายสั่นเทา กัดฟันกรอด ล้วงธูปสองสามดอกออกมาจากอกเสื้อด้วยความสั่นเทา จุดธูปพร้อมกัน พยายามปักลงที่หน้าแผ่นหินใต้ต้นหลิว

แรงกดดันบนตัวเขาลดฮวบลงทันที ชายฉกรรจ์เคราครึ้มผ่อนคลายลง พลิกตัวนอนหงายหน้ากับพื้นหญ้า หอบหายใจแฮ่กๆ ยายเฒ่าซาและแกะเขียวเห็นดังนั้น ก็หยิบธูปออกมาจุด ปักที่หน้าแผ่นหิน แรงกดดันก็ลดลงไปมากจริงๆ

ทั้งสามคนพักผ่อนชั่วครู่ ก็รีบเดินลงจากเนินดินเหลือง ยายเฒ่าซาหันกลับไปมองต้นหลิวเก่าแก่ ยังคงอกสั่นขวัญแขวน รำพึงว่า “แม่บุญธรรมที่ตาเฒ่าเฉินหาให้เสี่ยวสือ แท้จริงแล้วมีที่มาอย่างไรกันแน่?”

นางขมวดคิ้วมุ่น ตอนนี้เฉินอิ๋นตูกำลังสกัดกั้นสิ่งชั่วร้ายในปรโลกไม่ให้เข้ามาในร่างของเฉินสือ ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องอื่น มิฉะนั้นคงจะลงไปถามเขาที่ปรโลกได้ ทว่า ในปรโลกมีคนจ้องเล่นงานเฉินอิ๋นตูอยู่ หากลงไปในปรโลก เกรงว่าพวกเขาอาจจะต้องเผชิญกับอันตราย ยายเฒ่าซามองไปที่แผ่นหิน นึกถึงสิ่งชั่วร้ายในร่างของเฉินสือ ก็อดไม่ได้ที่จะปวดหัว

“ตาเฒ่าเฉิน ภาระของเจ้านี้ มันหนักหนาเกินไปแล้วจริงๆ! ใครจะไปแบกรับไหว?” นางถอนหายใจ

เมื่อเฉินสือมาถึงตัวอำเภอ ท้องฟ้าก็เริ่มกลายเป็นสีแดงชาด ดวงอาทิตย์ใกล้จะตกดิน เขาขับรถม้ามาที่สถานศึกษาเหวินไฉ ในสถานศึกษานอกจากเขาแล้ว ก็ยังมีฟู่เหล่ยเซิง เถียนหวยอี้ และเสิ่นอวี่เซิง

“เฉินสือ ข้ากำลังตั้งใจจะไปหาเจ้าอยู่พอดี” เถียนหวยอี้สีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยว่า “การสอบบุ๋นของเสิ่นอวี่เซิงในครั้งนี้ เทพแท้จริงเสด็จลงมาประทานครรภ์เทพเหวินชางขั้นหนึ่งให้ ส่วนเจ้าก็แสดงฝีมือได้อย่างยอดเยี่ยมในการสอบบู๊ ย่อมต้องได้รับการประทานครรภ์เทพชั้นเลิศเป็นแน่ สถานการณ์ของพวกเจ้าทั้งสองคนในตอนนี้ถือว่าอันตรายมาก ทุกปีในช่วงเวลานี้ จะมีบัณฑิตหายตัวไปจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะถูกลักพาตัวไปควักเอาครรภ์เทพ”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง เอ่ยว่า “เมื่อคืนนี้ยังมีฮูหยินผู้สูงศักดิ์ที่มีอิทธิพลกว้างขวางมาหาข้า เสนอว่าข้าสามารถขายครรภ์เทพเหวินชางของเสิ่นอวี่เซิงให้นางในราคาสูง สัญญาว่าจะให้ยศถาบรรดาศักดิ์และเงินทองแก่ข้า แต่ข้าปฏิเสธไป”

เฉินสือรู้สึกตะหงิดใจ เอ่ยถามว่า “เป็นฮูหยินผู้สูงศักดิ์ของตระกูลหลี่หรือขอรับ?”

เถียนหวยอี้ลังเล ไม่ได้ตอบตรงๆ เอ่ยว่า “ข้าปรึกษากับท่านอาจารย์แล้ว ท่านอาจารย์ปกป้องเสิ่นอวี่เซิงไว้ไม่ได้ สถานที่เดียวที่จะปกป้องเขาได้ ก็คือที่ว่าการอำเภอ คืนนี้ข้าเตรียมจะพาเสิ่นอวี่เซิงไปเฝ้าอยู่ใต้ธงหมื่นวิญญาณ ฮูหยินผู้สูงศักดิ์ผู้นั้นหากส่งคนมา พอเห็นว่าทำอะไรธงหมื่นวิญญาณไม่ได้ ก็จะถอยกลับไป ไม่กล้าก่อเรื่องวุ่นวาย”

ธงหมื่นวิญญาณเป็นของวิเศษล้ำค่าที่คอยคุ้มครองทั้งตัวอำเภอซินเซียง มีอานุภาพมหาศาล บัดนี้นายอำเภอคนใหม่ยังไม่มารับตำแหน่ง หากเถียนหวยอี้ใช้ธงหมื่นวิญญาณ ก็เพียงพอที่จะต้านทานยอดฝีมือระดับทารกหยวนหรือแม้แต่ระดับฮว่าเสินได้!

“เฉินสือ เจ้าจะไปด้วยหรือไม่?” เถียนหวยอี้สอบถาม

เฉินสือส่ายหน้า “ข้าไม่มีครรภ์เทพ ไม่มีอันตรายหรอกขอรับ”

ฟู่เหล่ยเซิงกล่าว “หวยอี้ เจ้าต้องปกป้องศิษย์น้องเสิ่นของเจ้าให้ดี ห้ามให้เกิดข้อผิดพลาดเด็ดขาด!”

เถียนหวยอี้ยิ้ม “ท่านอาจารย์ เมื่อก่อนข้าเป็นแค่เด็กยากจน โชคดีจึงได้กราบเป็นศิษย์ท่านอาจารย์ ข้าอยู่บ้านนอก ก็เป็นแค่เด็กเกเรที่รอวันตาย ไม่เคยรู้เลยว่าบนโลกนี้ยังมีหลักธรรมมากมายเพียงนี้ เป็นท่านที่สั่งสอนข้าให้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ รู้จักความดีความชั่วและบุญคุณความแค้น ต่อมาข้าไปอยู่กองทหารรักษาชายแดน ต่อสู้เสี่ยงตายกับสิ่งชั่วร้าย คนรอบกายล้วนเป็นทหารที่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ไม่ได้รับอิทธิพลจากกฎเกณฑ์และเส้นสายในวงราชการ สำหรับผู้อื่น การสนับสนุนจากฮูหยินผู้สูงศักดิ์ที่มีอิทธิพลอาจมีความสำคัญสูงสุด แต่สำหรับข้าแล้ว มันไร้ค่าดั่งมูลดิน ท่านอาจารย์วางใจได้!”

ฟู่เหล่ยเซิงพยักหน้าเงียบๆ ลูบหัวของเสิ่นอวี่เซิง เอ่ยว่า “อวี่เซิง เจ้าตามศิษย์พี่ไปหลบที่ว่าการอำเภอ อาศัยพลังเจิ้งชี่ของที่ว่าการอำเภอ ข่มขวัญผู้คนเสียหน่อย!”

เสิ่นอวี่เซิงเดินตามเถียนหวยอี้ไปเงียบๆ ฟู่เหล่ยเซิงพ่นลมหายใจขุ่นๆ ออกมา มองเฉินสือแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “แม้เจ้าจะยังไม่ถูกใครหมายหัว แต่ก็มีอันตราย คืนนี้ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าที่สถานศึกษา”

เฉินสือโค้งคำนับขอบคุณ ค่ำคืนนี้ช่างยาวนานนัก เฉินสือและฟู่เหล่ยเซิงต่างก็ไม่ง่วงนอน ฟู่เหล่ยเซิงจุดตะเกียงอ่านหนังสือตอนกลางคืน เฉินสือนั่งสัปหงกอยู่ข้างๆ จนกระทั่งล่วงเข้าสู่ยามจื่อ (เที่ยงคืน) ทันใดนั้นก็มีลมผีพัดมา เปลวไฟในตะเกียงเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตทันที เปลวไฟลุกโชนสูงกว่าหนึ่งฉื่อ

เฮยโกวผุดลุกขึ้นทันที เห่ากรรโชก ในลมผีนั้น คาวเลือดคลุ้งไปทั่ว

เฉินสือสะดุ้งตื่น รีบยกมือขึ้นบังเปลวตะเกียง หันกลับไปมอง เห็นคนผู้หนึ่งยืนอยู่นอกหน้าต่าง เลือดอาบไปทั้งตัว นั่นคือเถียนหวยอี้นั่นเอง

“ท่านอาจารย์ ศิษย์ไร้ความสามารถ ไม่อาจปกป้องศิษย์น้องเสิ่นได้” มนุษย์เลือดผู้นั้นยืนอยู่ในลมผี ร่ำไห้คุกเข่าลง โขกศีรษะ เอ่ยว่า “พระคุณอาจารย์ดั่งขุนเขา หวยอี้ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง ชาตินี้ไม่อาจทดแทนพระคุณท่านอาจารย์ได้แล้ว มีเพียงชาติหน้า ค่อยทดแทนพระคุณอาจารย์!”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note