ตอนที่ 96 พวกเธอผิดตรงไหน
แปลโดย เนสยังหลังอาหารเย็น เสิ่นเมิ่งเอนตัวพิงเตียงเตา มองดูลู่หมิงฟางนอนคว่ำหน้าทำการบ้านอยู่บนนั้น ส่วนหมิงข่ายที่อยู่ข้างๆ ก็หยิบสมุดขึ้นมาขีดๆ เขียนๆ ปากก็พึมพำนับเลขไปด้วย
“มือนิ่งๆ หน่อยลูก เวลาเขียนหนังสือให้เขียนทีละขีดๆ ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆ เขียนนะ”
หมิงฟางขยี้ตา มองออกไปข้างนอก ในใจรู้สึกเป็นห่วงพี่ชายทั้งสองคน แต่ก็ไม่กล้าพูดออกไป เพราะกลัวว่าจะทำให้แม่ไม่พอใจ
“ไม่เป็นไรหรอก พ่อก็อยู่ด้วยทั้งคน หมิงหยางกับหมิงเลี่ยงไม่เป็นอะไรหรอกจ้ะ ลูกเขียนตรงนี้เสร็จ แม่ก็ชงนมผงให้หนูกับหมิงข่ายแล้ว จะได้รีบเข้านอนนะ”
หมิงฟางพยักหน้า แล้วหันไปมองเสิ่นเมิ่ง “แม่จ๊ะ คืนนี้พวกเราจะนอนกันยังไง พ่อจะมานอนที่นี่ไหมจ๊ะ?”
เสิ่นเมิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ที่หล่อนอยากรั้งหมิงฟางให้อยู่ด้วย ก็เพราะไม่อยากให้ลู่เจิ้นผิงเข้ามานอนในห้องนี้นั่นแหละ ยิ่งรวมกับลู่หมิงข่ายด้วยแล้ว พวกเขาสามคนก็ยึดพื้นที่บนเตียงเตาไปหมดแล้ว แบบนี้ลู่เจิ้นผิงจะยังเบียดเข้ามาได้ยังไงล่ะ!
“ไม่ต้องไปสนใจพ่อหรอก โตป่านนี้แล้ว จะนอนตรงไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ เตียงเตาในห้องหมิงหยางกับหมิงเลี่ยงก็ออกจะกว้าง ว่าแต่หมิงฟาง ลูกไม่อยากนอนกับแม่เหรอจ๊ะ?”
“อยากจ้ะ หนูอยากนอนกับแม่”
“ผมก็ชอบ ผมก็ชอบนอนกับแม่ เด็กดีชอบแม่” ลู่หมิงข่ายได้ยินคำพูดของเสิ่นเมิ่ง ก็ทิ้งกระดาษกับดินสอในมือ วิ่งเข้ามาโผกอดขาเสิ่นเมิ่ง ยิงฟันน้ำนมส่งยิ้มแฉ่งให้หล่อน
“หมิงข่าย เบาๆ หน่อยลูก แม่ยังไม่หายดีเลยนะ!”
ลู่หมิงฟางรีบคลานเข้าไปดึงน้องชายมาไว้ข้างตัว หมิงข่ายทำหน้ารู้สึกผิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือน้อยๆ ไปตบที่ขาของเสิ่นเมิ่งเบาๆ
“เด็กดีนวดๆ ให้นะ เป่าเพี้ยงๆ หายเจ็บนะ”
เสิ่นเมิ่งมองแล้วก็ใจอ่อนยวบ ลุกขึ้นอุ้มหมิงข่ายมากอดไว้ในอก
“แม่ดีขึ้นมากแล้วจ้ะ ง่วงหรือยังลูก แม่ชงนมให้พวกหนูแล้ว ดื่มเสร็จก็นอนลงนะ เดี๋ยวแม่เล่านิทานให้ฟัง ดีไหมจ๊ะ”
ลู่หมิงฟางและหมิงข่ายตาเป็นประกาย พวกเขาชอบฟังแม่เล่านิทานที่สุด คราวก่อนเล่าถึงตอนที่พี่น้องน้ำเต้าสู้กับหงไห่อัน ฟังแล้วตื่นเต้นจนเลือดลมสูบฉีด ถึงขนาดเก็บไปฝันว่าตัวเองเป็นทหารตัวน้อยของหงไห่อัน ในที่สุดก็จะได้ฟังตอนต่อไปเสียที
ทางด้านสามแม่ลูกที่นอนอยู่ในผ้าห่ม เพิ่งจะเริ่มเล่านิทานตอนต่อจากคราวที่แล้ว จู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะเฮฮาดังลั่นมาจากข้างนอก สามพ่อลูกกลับมาถึงแล้ว หมิงหยางกับหมิงเลี่ยงวิ่งเนื้อตัวมอมแมมเข้ามาในห้อง
“แม่ แม่หลับหรือยังครับ? เมื่อกี้พ่อพาพวกเราไปวิ่งมาด้วย บอกว่าจะได้ออกกำลังกายให้ตัวสูงๆ มีประโยชน์กว่าการกินนมผงทุกวันอีกนะครับ!”
“แม่ยังโกรธพวกเราอยู่ไหมครับ ผมกับพี่ชายไปขอโทษคุณปู่กับคุณอาสะใภ้สี่มาแล้ว พ่อก็ชดใช้เงินให้แล้วด้วย ต่อไปนี้ผมกับพี่ชายจะไม่ดื้อไม่ซนไปทำเรื่องแย่ๆ อีกแล้ว แม่ใจดีหน่อยนะ หายโกรธผมกับพี่ชายเถอะนะครับ?”
เสิ่นเมิ่งมองดูเด็กทั้งสองคนที่กำลังดีใจ ก็ไม่อยากจะขัดจังหวะความสุขของพวกเขา การเป็นแม่ที่ชอบทำลายบรรยากาศ อาจจะกลายเป็นแผลในใจของเด็กไปตลอดชีวิตได้
“พวกหนูรู้ตัวว่าผิดจริงๆ ใช่ไหมจ๊ะ?”
“รู้ว่าผิดแล้วครับ” เด็กทั้งสองคนตอบพร้อมกัน ดวงตาสองคู่เป็นประกายวิบวับจ้องมองหล่อน
เสิ่นเมิ่งยกมือขึ้นเท้าคาง มองเด็กทั้งสองคนแล้วถามว่า “ลองบอกมาสิว่าผิดตรงไหน?”
ลู่หมิงหยาง: “…”
ลู่หมิงเลี่ยง: “…”
ถ้าจะให้พูดจริงๆ ลึกๆ แล้วพวกเขาก็ยังคิดว่าตัวเองไม่ผิด แต่เมื่อกี้ตอนที่พ่ออยู่ที่บ้านคุณปู่คุณย่า พ่อกดหัวพวกเขาให้ขอโทษคุณปู่กับคุณอาสี่และอาสะใภ้สี่ต่อหน้าคนตั้งมากมาย พอขอโทษเสร็จ พ่อก็เอาเข็มขัดที่กะจะเอามาตีพวกเขา ไปฟาดคุณอาสี่ซะหนึ่งยก
ตอนที่ออกไปวิ่ง พ่อก็ค่อยๆ อธิบายเหตุผลให้ฟัง พวกเขาถึงได้เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงโกรธ นั่นก็เพราะแม่เป็นห่วงอนาคตของพวกเขายังไงล่ะ ถ้าครั้งนี้พ่อกับแม่ไม่ทำอะไรเลย ก็จะทำให้พวกเขาคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นถูกต้อง แล้ววันข้างหน้าก็อาจจะทำเรื่องที่ผิดพลาดร้ายแรงยิ่งกว่านี้ได้
จะว่าไป ตอนเด็กๆ ถึงแม้คุณปู่จะไม่ได้ทำดีกับพวกเขานัก แต่ก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรพวกเขา พวกเขาทำให้คุณปู่ต้องอับอายขายหน้าขนาดนั้น คุณปู่ก็ยังอุตส่าห์ปกป้องพวกเขา พอคิดดูแล้ว ก็ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกละอายใจขึ้นมานิดๆ
“แม่ครับ คุณปู่เป็นผู้ใหญ่ ต่อให้คุณปู่จะทำผิด พวกเราก็ไม่ควรไปหาเรื่องคุณปู่ แล้วก็คุณอาสะใภ้สี่ พวกเราก็ไม่ควรไปตัดผมคุณอาสะใภ้ครับ”
“แม่ครับ ต่อไปพวกเราจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว แม่ยกโทษให้พวกเราเถอะนะครับ?”
เสิ่นเมิ่งถอนหายใจ คิดว่าลู่เจิ้นผิงคงจะสั่งสอนมาอย่างดีแล้ว ไม่อย่างนั้นตอนนี้พวกเขาคงจะยืนยันหัวชนฝาว่ายอมรับผิด แต่จริงๆ ในใจก็ยังคิดว่าตัวเองไม่ผิดอยู่ดี
“เอาล่ะ รีบไปกินข้าวเถอะ ดึกป่านนี้แล้วยังไม่ได้กินข้าว คงจะหิวแย่แล้ว เรื่องคราวนี้ก็ให้มันจบแค่นี้ ห้ามทำอีกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นแม่จะไม่ยอมยกโทษให้ง่ายๆ แบบนี้แน่ เข้าใจไหม?”
“เข้าใจครับ ผมก็รู้ว่าแม่ใจดีที่สุด แม่ไม่มีทางยอมเมินพวกเราหรอก แหะๆๆๆ”
“แม่ดีที่สุดเลย”
ทั้งสองคนโล่งใจขึ้นมาในที่สุด จู่ๆ พอได้กลิ่นหอม ท้องก็เริ่มร้องจ๊อกๆ พอได้ยินเสียงลู่เจิ้นผิงเรียกมาจากข้างนอก ลู่หมิงหยางก็ยิ้มให้เสิ่นเมิ่งแล้วทำท่าจะเดินออกไป แต่ลู่หมิงเลี่ยงที่อยู่ข้างๆ กลับยกแขนขึ้นกอดคอเสิ่นเมิ่ง แล้วก็หอมแก้มหล่อนไปฟอดใหญ่ดัง “ฟอด”
ลู่หมิงหยาง: “…”
“แม่ ผมไปกินข้าวก่อนนะครับ แม่อย่าเพิ่งเล่านิทานให้หมิงฟางกับเสี่ยวข่ายฟังนะ ผมก็อยากฟังด้วย แม่รอผมแป๊บนึงนะ ผมกินข้าวเร็วจะตาย”
ลู่หมิงเลี่ยงพูดจบ ก็หันไปแลบลิ้นปลิ้นตาใส่น้องชายกับน้องสาวที่กำลังขมวดคิ้ว ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป
ลู่หมิงหยางมองดูน้องคนรองออดอ้อนเอาใจแม่ต่อหน้าต่อตา หน้าของเขาแดงก่ำไปหมด กำหมัดแน่น แต่ก็ยังไม่กล้าวิ่งเข้าไปหอมแก้มแม่เหมือนอย่างหมิงเลี่ยง เขาเม้มปากแล้วพูดว่า “แม่ ผมไปกินข้าวก่อนนะครับ”
“ไปเถอะจ้ะลูก!”
คำว่า “ลูก” คำเดียวของเสิ่นเมิ่ง ทำให้ความรู้สึกอึดอัดในใจของเขาเมื่อครู่ มลายหายไปจนสดใสขึ้นมาทันที เขาลองคิดดูอีกที น้องชายอายุน้อยกว่าเขาตั้งหนึ่งปี ยังไงก็ยังมีความเป็นเด็กอยู่ดี ส่วนเขาน่ะไม่เหมือนกัน เขาเป็นพี่ชายคนโต เป็นลูกผู้ชายเต็มตัวแล้ว ก็ต้องทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่หน่อย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวพอพ่อกลับไปที่กองทัพ เขาจะเป็นเสาหลักให้ครอบครัวได้ยังไงล่ะ!
หลังจากทั้งสองคนเดินออกไป หมิงข่ายที่กำลังงอนก็มุดเข้าไปในอ้อมกอดของเสิ่นเมิ่ง ก้นน้อยๆ โด่งขึ้นสูงจนเกือบจะชนหน้าหมิงฟาง โชคดีที่พี่สาวตีเข้าให้ทีหนึ่ง เจ้าตัวเล็กถึงได้ยอมอยู่นิ่งๆ
“เอาล่ะๆ เลิกมุดได้แล้ว ความร้อนในผ้าห่มจะถูกลูกเปิดออกไปหมดแล้วเนี่ย”
“แม่ พี่รองนิสัยไม่ดี มาหอมแก้มแม่ พี่ใหญ่ก็นิสัยไม่ดี เมื่อกี้ทำท่าเหมือนไก่ตัวผู้เลย เชิดหน้าซะสูงเชียว”
ลู่หมิงข่ายพูดไปก็เอามือไปเช็ดที่แก้มของเสิ่นเมิ่งอย่างแรง จากนั้นเขาก็ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มหล่อนเองบ้าง
“เด็กดีหอมๆ นะ”
ลู่หมิงฟางเบ้ปากพูดว่า “มีแต่หนูนั่นแหละที่หอม หนูหอมที่สุดเลย พอใจหรือยัง!”
ไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ หล่อนเองก็อยากจะมุดเข้าไปในอ้อมกอดของแม่เหมือนกัน แต่ก็นะ ตัวเองก็โตกว่าน้องแล้ว จะไปแย่งกับหมิงข่ายมันก็น่าอาย แต่ว่าทั้งบ้านมีหล่อนเป็นเด็กผู้หญิงแค่คนเดียว ถ้าอยากจะกอดแม่ ก็แค่เรื่องง่ายๆ เท่านั้นแหละ
หมิงหยางกับหมิงเลี่ยงที่ในที่สุดก็สบายใจ รีบกินข้าวให้เสร็จอย่างรวดเร็ว แล้วก็เร่งให้ลู่เจิ้นผิงต้มน้ำล้างหน้าล้างเท้าให้ ส่วนพวกเขาสองคนก็พุ่งเข้าไปในห้อง นอนคว่ำอยู่บนหัวเตียงเตา รอฟังเสิ่นเมิ่งเล่านิทาน
ลู่เจิ้นผิงขยับเข้าไปแอบฟังอยู่แวบหนึ่ง เนื้อหามันช่างเว่อร์วังอลังการจนทำเอาเขาตาเบิกกว้างด้วยความทึ่งไปหลายรอบ

0 Comments