You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ลู่เจิ้นผิงเดินตรงไปยังบ้านเก่าด้วยความรู้สึกกังวลใจ ระหว่างทางก็บังเอิญเจอกับซุนซานจื่อ เพื่อนสนิทของลู่เจียเซวียน เรื่องราวที่เกิดขึ้นในครอบครัวลู่เมื่อตอนเที่ยงกลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลายในหมู่บ้านลู่ บางคนก็เห็นด้วยกับลู่เจิ้นผิง เพราะไม่เคยเห็นมีพ่อผัวที่ไหนลงมือตบตีลูกสะใภ้มาก่อน นี่มันเป็นเรื่องน่าขบขันชัดๆ

แต่ก็มีบางคนที่มองว่าลู่เจิ้นผิงกลับมาถึงบ้านก็ทำตัววางก้ามใส่พ่อแม่ นี่มันเป็นลูกทรพีชัดๆ เมียจะสำคัญกว่าพ่อแม่ได้ยังไง ผู้ชายบ้านนอกเขาตบตีเมียกันเป็นเรื่องปกติ ไม่ตีก็ไม่จำ ตีบ่อยๆ เดี๋ยวก็ว่านอนสอนง่ายเองแหละ เสิ่นเมิ่งไปตัวอำเภอ ซื้อจักรยาน แถมยังได้ใบจองอิฐกับกระเบื้องมาอีก ถ้าเรื่องพวกนี้ไม่มีอะไรแอบแฝง ใครจะไปเชื่อ

ซุนซานจื่อที่เมื่อก่อนเคยยกย่องเชิดชูลู่เจิ้นผิง วันนี้พอเจอหน้าก็ไม่ยอมทักทาย แถมยังเดินกระแทกส้นเท้าผ่านหน้าเขาไปอีก เขาโกรธที่ลู่เจิ้นผิงเห็นแก่เสิ่นเมิ่งนังผู้หญิงคนนั้น จนทำให้โจวเจียวเจียวต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ จิตใจเขาช่างโหดร้ายเสียจริง

ลู่เจิ้นผิงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าซุนซานจื่อเป็นใคร เขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด เดินตรงดิ่งไปยังบ้านสกุลลู่ต่อไป

ซุนซานจื่อมองตามหลังเขาไป แล้วก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะ “คนหลงผิด สักวันก็ต้องได้รับผลกรรม”

หลิวซานจินนอนอยู่บนเตียงเตา ร่างกายสั่นเทาไปหมด ส่วนลู่ฉางจู้ก็สูบยาสูบอยู่ข้างๆ สายตาเหม่อมองออกไปข้างนอก

“เขาถามแบบนั้นจริงๆ เหรอ?”

“ก็ใช่น่ะสิ เขาถามเรื่องเทศกาลตวนอู่ตอนปีที่ซูอวี้กลับมา จะทำยังไงดีล่ะตาเฒ่า นายว่าเขารู้เรื่องแล้วใช่ไหม?”

ลู่ฉางจู้กัดฟันกรอด จ้องมองคนที่นอนอยู่บนเตียงเตาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน “รู้แล้วจะทำไมล่ะ ต่อให้เขารู้ เขาก็เป็นลูกแท้ๆ ของฉัน อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี จะมากล้าหือกับฉันได้ยังไง”

หลิวซานจินกระชากผ้าห่มออก หล่อนมองลู่ฉางจู้ด้วยความเคียดแค้น ทั้งหมดนี่ก็เป็นเพราะกรรมที่เขาก่อขึ้นนั่นแหละ ถ้าไม่ใช่เพราะเขา หลายปีมานี้ หล่อนก็คงไม่ต้องมานั่งหวาดระแวงทุกครั้งที่เห็นหน้าลูกชายคนโตหรอก

“แต่ฉันไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเขานี่นา ตอนนั้นทำไมตาไม่ให้ไป๋ซูหยุนพามันไปด้วยเลยล่ะ จะได้ไม่ต้องมาทำให้ฉันต้องปวดหัวอยู่แบบนี้ กินข้าวของฉันมาตั้งหลายปี พอโตมาก็กลับมาช่วยเมียตัวเองรังแกฉัน ฉันนี่มันเลี้ยงงูพิษไว้ชัดๆ ฮือๆๆ…”

“หุบปากไปเลยนะ พูดเบาๆ หน่อยสิ อยากให้คนอื่นได้ยินหรือไง ที่ไม่ให้ไป๋ซูหยุนพามันไป หลายปีมานี้นางก็ยังส่งเงินมาให้ครอบครัวเราตลอด ทำไมยายไม่เคยพูดถึงบ้างล่ะ ลูกสาวสองคนของยายก็ได้แต่งงานเข้าไปอยู่ในอำเภอ ใช้ชีวิตสุขสบาย ลูกชายคนเล็กก็ได้ทำงานเป็นผู้ดูแลโกดังของหน่วยผลิต ยายคิดว่าลูกๆ ของยายเก่งกาจนักเหรอ เบื้องหลังก็มีซูหยุนคอยช่วยเหลือทั้งนั้นแหละ ยายแก่ได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายกับฉันมาตั้งหลายปี ก็ควรจะพอใจได้แล้วนะ”

หลิวซานจินถูกเขาตวาดใส่ก็รู้สึกผิด รีบหุบปากเงียบ หันไปมองที่ประตูอย่างหวาดระแวง กลัวว่าจะมีใครมาได้ยินเข้า พอพูดถึงชื่อ “ไป๋ซูหยุน” ในใจของทั้งสองคนก็ว้าวุ่นขึ้นมาทันที แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้ว แต่พวกเขาก็ยังจำภาพแรกที่นางก้าวเข้ามาในหมู่บ้านได้ติดตา

ปีนั้นไป๋ซูหยุนเป็นปัญญาชนที่ถูกส่งมาใช้แรงงานที่หมู่บ้านลู่ หล่อนเป็นคุณหนูมาจากในเมือง บอบบาง ทำงานหนักก็ไม่ไหว แค่กินข้าวต้มหยาบๆ ก็บาดคอจนเลือดออก ขี้แยสุดๆ

แต่คุณหนูที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอมคนนี้ กลับทำให้หนุ่มๆ ทั้งหมู่บ้านลู่หัวใจเต้นแรง ไม่ว่าจะเป็นปัญญาชนหนุ่มหรือชายฉกรรจ์ในหมู่บ้าน ต่างก็หมายปองหล่อนกันทั้งนั้น

หล่อนเป็นคนใจดี ไม่หยิ่งยโส แถมยังมีความรู้รอบตัวเยอะแยะ ใครเจ็บไข้ได้ป่วย หล่อนก็รู้ว่าควรจะใช้สมุนไพรบนภูเขาตัวไหนมารักษา

หญิงสาวในหมู่บ้านบางคนก็ไม่เคยเรียนหนังสือ อ่านหนังสือไม่ออก ไป๋ซูหยุนก็ไม่เคยรังเกียจ ใครมาถามเรื่องการอ่านการเขียน หล่อนก็จะตื่นเต้นดีใจยิ่งกว่าคนถามเสียอีก

หลิวซานจินเป็นหญิงสาวจากหมู่บ้านข้างๆ หมั้นหมายกับลู่ฉางจู้ตั้งแต่เด็ก หล่อนมักจะแวะเวียนมาที่หมู่บ้านลู่อยู่บ่อยๆ ตอนแรกหล่อนก็ชอบไป๋ซูหยุนมาก ถึงขนาดมีครั้งหนึ่งที่หล่อนป่วยหนัก ก็ได้ไป๋ซูหยุนนี่แหละที่ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรมาช่วยชีวิตหล่อนไว้ ตอนนั้นหล่อนรู้สึกซาบซึ้งใจไป๋ซูหยุนมากจริงๆ

แต่ความรู้สึกนั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป เมื่อลู่ฉางจู้เอาแต่จ้องมองไป๋ซูหยุนบ่อยขึ้น ความรู้สึกต่ำต้อย ขี้ขลาด และกลัวที่จะสูญเสีย ทำให้ความรู้สึกที่มีต่อไป๋ซูหยุนบิดเบี้ยวไป

ไป๋ซูหยุนเก่งกาจเกินไป ทั้งในกลุ่มปัญญาชนและในหมู่บ้าน มีคนมาทาบทามสู่ขอหล่อนมากมาย ใครๆ ก็ฝันอยากจะได้หล่อนมาเป็นเมีย แต่หงส์ฟ้าจะมาตกลงในบ่อโคลนเหม็นๆ ได้ยังไงล่ะ

ไป๋ซูหยุนกำลังจะจากไป หล่อนเก่งเกินไป ครอบครัวของหล่อนก็ช่วยวิ่งเต้นให้ ประกอบกับที่ในเมืองกำลังเปิดรับสมัครคนงาน หล่อนก็กำลังจะกลับไปใช้ชีวิตในเมืองใหญ่

คนในหมู่บ้านที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากหล่อน มีไม่น้อยเลยที่ร่วมกันจัดงานเลี้ยงส่งหล่อน คืนนั้นสายตาของชายหนุ่มหลายคนจับจ้องไปที่หล่อนด้วยความหื่นกระหาย หลิวซานจินจำภาพนั้นได้ติดตา พอคิดถึงทีไรก็ยังรู้สึกขนลุก

พอจบงานเลี้ยง ไป๋ซูหยุนก็เดินกลับไปที่บ้านพักปัญญาชน หล่อนไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนเดินตามมา หลิวซานจินเห็นเข้า แต่หล่อนก็ไม่ได้พูดอะไร ในใจหล่อนว้าวุ่นสับสนไปหมด แต่พอเห็นลู่ฉางจู้เดินตามไป ความรู้สึกลังเลนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความอิจฉาริษยา หล่อนคิดว่าก็ปล่อยให้ลู่ฉางจู้ไปสิ จะได้เห็นว่าคุณหนูคนนี้ถูกย่ำยีแบบไหน ดีที่สุดคือให้ไป๋ซูหยุนเสียชื่อเสียง แล้วก็ต้องทนอยู่กับความอัปยศไปตลอดชีวิต

แต่หล่อนไม่คาดคิดเลยว่า ไป๋ซูหยุนจะยอมตกเป็นของลู่ฉางจู้ หล่อนรู้สึกเสียใจนับครั้งไม่ถ้วนว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่ห้ามลู่ฉางจู้ไว้ ทำไมฝันร้ายของหล่อนถึงกลายเป็นจริง

ตอนที่ไป๋ซูหยุนฟื้นขึ้นมา ลู่ฉางจู้ก็คุกเข่าลงบนพื้น พวกเขาคุยอะไรกัน หลิวซานจินก็ไม่อาจล่วงรู้ได้

หล่อนรู้แค่ว่าหลังจากนั้นหนึ่งปี ครอบครัวของไป๋ซูหยุนก็ส่งเด็กมาให้พวกเขา ตอนนั้นหล่อนแต่งงานกับลู่ฉางจู้แล้ว ถึงเขาจะไม่ค่อยดีกับหล่อนนัก แต่หล่อนก็ได้แต่งงานกับผู้ชายที่ตัวเองรัก หล่อนรู้สึกมีความสุขมาก มีความสุขถึงขนาดยอมเลี้ยงลูกให้เขา

ชีวิตที่สงบสุขผ่านไปไม่กี่ปี ไป๋ซูหยุนก็กลับมา หล่อนยังคงเป็นคุณหนูที่อ่อนโยนและสง่างามเหมือนเดิม แต่สายตาที่หล่อนมองมากลับเต็มไปด้วยความรังเกียจ หลิวซานจินรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่ตัวตลก เป็นขยะ เป็นแค่ก้อนดินเปื้อนโคลนเมื่ออยู่ต่อหน้าหล่อน

คราวนั้นหล่อนตั้งใจจะมาพาลู่เจิ้นผิงกลับไป ลู่ฉางจู้ไม่ยอม หล่อนก็ไม่ยอมเหมือนกัน เด็กที่หล่อนเลี้ยงมาห้าปี ถึงบางครั้งหล่อนจะใจร้ายกับเด็กคนนี้ไปบ้าง ถึงการมีอยู่ของเขาจะเป็นเครื่องเตือนใจว่านี่คือลูกที่สามีของหล่อนมีกับผู้หญิงคนอื่น แต่หล่อนก็ยังไม่อยากคืนเขาให้ไป๋ซูหยุน หล่อนคิดว่าขอแค่มีเด็กคนนี้อยู่ หล่อนก็คือผู้ชนะ

ไป๋ซูหยุนและลู่ฉางจู้คุยกันตามลำพังอีกเป็นเวลานาน หล่อนอยากจะแอบไปฟังก็ทำไม่ได้ เพราะคราวนี้ไป๋ซูหยุนพาบอดี้การ์ดมาด้วยสองคน หล่อนเข้าใกล้ไม่ได้เลย

โชคดีที่ไป๋ซูหยุนยอมทิ้งเด็กไว้ แถมยังให้ค่าเลี้ยงดูเดือนละยี่สิบหยวน ขอแค่ให้พวกเขาดูแลเด็กให้ดีๆ

พอได้ยินข่าวนี้ หล่อนก็ดีใจแทบคลั่ง ไม่มีใครรู้หรอกว่าตอนนั้นหล่อนตั้งท้องแล้ว ข้าวสารในบ้านก็ใกล้จะหมด ลู่เจิ้นผิงในตอนนั้นไม่ได้เป็นแค่ลูกชายของหล่อน แต่เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภของหล่อนเลยต่างหาก หล่อนยิ้มร่าส่งไป๋ซูหยุนขึ้นรถเก๋ง

ถ้าความทรงจำหยุดอยู่แค่นี้ก็คงจะดี แต่ไป๋ซูหยุนดันพูดทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่งตอนที่กำลังจะปิดประตูรถ “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว”

หล่อนฟังไม่เข้าใจ แต่ก็พอจะเดาออกว่าคงเป็นคำแช่งด่า แต่ยังไม่ทันที่หล่อนจะได้โต้ตอบ ร่างเล็กๆ ของลู่เจิ้นผิงก็ปรากฏตัวขึ้นที่หลังประตู สายตาของเขาจ้องมองผู้หญิงบนรถอย่างไม่วางตา แววตานั้นทำเอาหล่อนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note