You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

กลุ่มคนเดินขบวนกันไปอย่างเอิกเกริก ลู่เจียเซิ่งเห็นว่าห้ามไม่อยู่ ก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องของตัวเอง ปลุกเซี่ยจิ้งห่าวที่เพิ่งจะหลับให้ตื่นขึ้นมา

“จิ้งห่าว เธอทำใจดีๆ ไว้นะ พ่อกับแม่พากันไปที่บ้านพี่สะใภ้ใหญ่แล้ว ฉันสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่อง ฉันจะรีบตามไปดู เธอ…”

“ฉันไม่เป็นไรหรอก เธอรีบไปเถอะ พี่สะใภ้ใหญ่มีบุญคุณกับพวกเรานะ จะปล่อยให้พี่เขาถูกรังแกไม่ได้เด็ดขาด”

“ได้ เสี่ยวกัง หนูดูแลแม่กับน้องดีๆ นะลูก ถ้ามีอะไรก็รีบไปตามพ่อนะ”

เซี่ยจิ้งห่าว: “… เธอรีบไปเถอะ!”

เด็กน้อยวัยแบเบาะอย่างเสี่ยวกัง จะให้ออกไปตามหาคนได้ยังไงกัน ปล่อยให้ออกไปคนเดียวก็คงไม่พ้นสายตาคนเป็นแม่หรอก แต่พอเสี่ยวกังได้ยินคำสั่งของพ่อ เขากลับพยักหน้ารับอย่างจริงจัง

หลังจากกำชับเสร็จ ลู่เจียเซิ่งก็รีบวิ่งตามไปทางบ้านของเสิ่นเมิ่ง

พวกลู่หมิงหยางเพิ่งจะกินข้าวเสร็จ เช็ดมือเช็ดปาก แล้วก็สะพายกระเป๋านักเรียน

“เสี่ยวข่าย อยู่บ้านต้องเป็นเด็กดีนะลูก อย่าดื้อกับแม่นะ เดี๋ยวตอนเย็นพี่รองกลับมา จะจับจิ้งหรีดมาฝากนะ”

“เสี่ยวข่ายเป็นเด็กดีที่สุดเลย เป็นเด็กดีของแม่” ตั้งแต่ที่เสิ่นเมิ่งชอบเรียกเขาว่าเด็กดี เขาก็เอาแต่เรียกตัวเองว่าเด็กดีอยู่บ่อยๆ ตอนนี้ทำตัวขี้อ้อนสุดๆ จนพี่ๆ อดหมั่นไส้ไม่ได้

“แม่ พวกเราไปเรียนแล้วนะ อย่าลืมล่ะว่าตอนเย็นพวกเรารอกลับมาปลูกต้นแอปเปิ้ลด้วยกันนะ”

เสิ่นเมิ่งเก็บกวาดจานชามที่เพิ่งกินเสร็จ มองดูลู่หมิงฟาง แล้วก็วางของในมือลงบนโต๊ะ หันไปหยิบผ้าพันคอไหมพรมลงมาจากตะขอ

“โอเคจ้ะ ลูกบอกแม่มาหลายรอบแล้ว แม่จำได้แล้วล่ะ ตอนเลิกเรียนคงจะมีลมแรง หมิงฟางเอาผ้านี้ใส่กระเป๋าไว้นะ ถ้าหนาวก็เอามาพันคอนะ”

“เย้!”

ลู่หมิงฟางรับผ้ามาด้วยความดีใจ ของสวยๆ แบบนี้หล่อนไม่อยากจะเก็บไว้ในกระเป๋าหรอก นี่เป็นของที่แม่ให้หล่อนนะ ตอนนี้หล่อนอยากจะใส่มันเลย

เสิ่นเมิ่งเห็นลู่หมิงฟางรับผ้าไปแล้วก็เอามาพันคอทันที ในใจก็คิดว่าเด็กสาวคนนี้ช่างรักสวยรักงามเสียจริง เธอไม่ได้รู้สึกว่ามันไม่ดีตรงไหน กลับลงมือช่วยจัดผ้าพันคอให้ลู่หมิงฟาง ผูกเป็นโบว์เส้นใหญ่สวยงามให้หล่อนด้วย

“เอาล่ะ รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวจะสายเอานะ เวลาเรียนก็ตั้งใจฟังครูสอนล่ะ อย่าเหม่อลอยนะ เวลาพักเบรกก็ออกไปเล่นให้สนุก ไม่ต้องมัวแต่คิดเรื่องเรียนอย่างเดียวหรอก”

“รู้แล้วจ้ะแม่ แม่พูดมาหลายรอบแล้วเนี่ย ไปเถอะหมิงเลี่ยง หมิงฟาง”

เสิ่นเมิ่ง: “…”

ไอ้เด็กแสบนี่ รู้จักยอกย้อนตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย!!!

เด็กๆ ยังไม่ทันก้าวพ้นประตู ประตูบ้านก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง คนที่เดินนำหน้ามาคือลู่เจียเหอ เขาพุ่งเข้ามาผลักลู่หมิงหยางกับลู่หมิงเลี่ยงกระเด็นไปด้านข้าง เสิ่นเมิ่งยังไม่ทันตั้งตัว ลู่ฉางจู้ก็ใช้ด้ามไม้กวาดในมือฟาดเข้าที่ศีรษะของหล่อนอย่างจัง ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้หล่อนเบลอไปชั่วขณะ คราวก่อนที่ทะลุมิติมา หล่อนก็บาดเจ็บที่ศีรษะตรงนี้แหละ คราวนี้ก็โดนตีเข้าที่แผลเดิมอีก

หล่อนเซถลาไป ลู่ฉางจู้ที่เป็นคนทำงานหนักมาตลอด ฟาดไปทีหนึ่งก็ฟาดซ้ำอีกทีหนึ่ง แต่คราวนี้ฟาดลงที่หลังของเสิ่นเมิ่ง โชคดีที่หล่อนเบี่ยงหลบไปนิดหนึ่ง ไม่อย่างนั้นถ้าโดนแผลเดิมล่ะก็ หล่อนคงสลบไปแล้วแน่ๆ

“ปู่ ปู่ทำอะไรเนี่ย ทำไมต้องตีแม่ผมด้วย” ลู่หมิงหยางไม่สนความเจ็บปวด รีบพุ่งเข้าไปขวางหน้าลู่ฉางจู้

“หมิงหยาง หลีกไป นังตัวผลาญสมบัตินี่ มันจะฮุบของบ้านลู่ไปจนหมดแล้ว เอาแต่ขนกลับไปให้บ้านแม่มัน วันนี้ปู่จะต้องให้มันรู้ว่า มันเป็นสะใภ้บ้านลู่ ถึงตายก็ต้องฝังในสุสานบ้านลู่ ของทุกอย่างก็ต้องเป็นของบ้านลู่ ไม่ใช่ของบ้านสกุลเสิ่น”

ลู่ฉางจู้รู้สึกว่าตัวเองมีเหตุผลเต็มเปี่ยม ตอนที่ลงมือตีจึงไม่ได้ยั้งมือเลยแม้แต่น้อย

หลิวซานจินเห็นแล้วก็รู้สึกสะใจมาก ตอนนี้พวกนางเป็นฝ่ายมีเหตุผล แถมยังมีคนมาช่วยกันเยอะแยะ เสิ่นเมิ่งสู้ไม่ไหวหรอก วันนี้นางจะต้องระบายความแค้นที่อัดอั้นอยู่ในใจให้หมดเลย

โจวเจียวเจียวกลอกตาไปมา ยื่นมือออกไปทำทีเป็นจะห้ามลู่ฉางจู้

“พ่อ จะตีพี่สะใภ้ใหญ่แบบนี้ไม่ได้นะจ๊ะ ร่างกายพี่สะใภ้ใหญ่ยังไม่แข็งแรงดีเลยนะ!”

หล่อนขยับตัวไปมาเดินหน้าถอยหลัง ทำเหมือนอยากจะเข้าไปห้ามแต่ก็กลัวจะโดนลูกหลงไปด้วย ท่าทางแบบนั้นในสายตาคนอื่น กลับดูเหมือนหล่อนจริงใจเป็นห่วงเป็นใยซะอย่างนั้น อู๋เซียงหลานดึงแขนหล่อนไว้

“จะห้ามทำไม พ่อทำอะไรก็เด็ดขาดอยู่แล้ว อีกอย่างสั่งสอนลูกสะใภ้ก็เป็นเรื่องสมควร เธอไม่ต้องเข้าไปห้ามหรอก”

“แต่ว่า…”

“สะใภ้สี่ เธอไม่ต้องมายุ่งหรอก ต้องให้พี่สะใภ้ใหญ่ของเธอรู้บ้างว่าอะไรคือความกตัญญู อะไรคือกฎระเบียบ ไม่อย่างนั้นต่อไปถ้าหล่อนลามปามไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ แก่ตัวไป ฉันกับพ่อเธอคงโดนหล่อนกลั่นแกล้งจนตายแน่ๆ”

เสิ่นเมิ่งส่ายหน้าไปมา โชคดีที่ลู่หมิงหยางกับโจวเจียวเจียวช่วยขวางไว้ ไม่อย่างนั้นเวลาแค่นี้หล่อนก็คงจะเจ็บหนักกว่านี้แน่ๆ

“เคยได้ยินแต่เรื่องสั่งสอนเมีย เพิ่งจะเคยได้ยินเรื่องสั่งสอนลูกสะใภ้นี่แหละ เป็นอะไรไป ลูกชายพ่อตายไปแล้วหรือไง ถึงจัดการเมียตัวเองไม่ได้ ต้องให้พ่อมาลงมือแทน พวกเราก็แยกบ้านกันแล้ว พ่อยังกล้าบุกมาตีคนถึงบ้าน ไม่กลัวโดนชาวบ้านเขานินทาเอาหรือไง”

“นังตัวดี แกพูดอะไรของแกน่ะ กล้าแช่งผัวตัวเองแบบนี้ จิตใจแกทำไมถึงได้อำมหิตขนาดนี้ ตาเฒ่า แกได้ยินไหม นังหน้าไม่อายนี่มันแช่งเจิ้นผิงอยู่นะ วันนี้แกต้องสั่งสอนมันให้หลาบจำ ลูกสะใภ้ก็ต้องตีให้เชื่องเหมือนนวดแป้ง เจิ้นผิงไม่อยู่ พวกเราก็ต้องเป็นคนสั่งสอนแทนเขา”

ลู่หมิงฟางกับลู่หมิงเลี่ยงพุ่งเข้าไปกอดขาลู่ฉางจู้ไว้แน่น

“อย่าตีแม่ผมนะ คุณปู่ห้ามตีแม่ผมนะ แม่รักพวกเรา ดีกับพวกเรามาก ไม่ได้เอาของไปให้คุณยายสักหน่อย”

“มีสิทธิ์อะไรมาตีแม่หนู ถ้าพ่อกลับมาก็ต้องไม่รังแกแม่หนูหรอก”

เสี่ยวข่ายที่ถือขนมไข่อยู่ในห้องโถง พอเห็นแม่และพี่ๆ โดนรังแก ก็ร้องไห้จ้าด้วยความหวาดกลัว วิ่งเข้าไปกอดขาเสิ่นเมิ่งไว้แน่น เขาตกใจกลัวไปหมดแล้ว

“ไม่ต้องกลัวนะ แม่อยู่นี่แล้ว พวกลูกไปหลบอยู่ข้างหลังแม่นะ”

“ไม่เอา ผมจะปกป้องแม่”

“ปกป้องแม่ ฮือๆ อึก~ ฮือๆๆ”

เสิ่นเมิ่งรู้สึกโกรธจัด ครอบครัวของหล่อนกำลังใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแท้ๆ คนบ้านลู่พวกนี้ บุกมาตีถึงบ้าน มันจะมากเกินไปแล้ว

“พวกเราแยกบ้านกันแล้ว ต่างคนต่างก็ใช้ชีวิตของตัวเอง ลู่เจิ้นผิงก็ส่งเงินค่าเลี้ยงดูให้พวกคุณตลอด ไม่ใช่ว่าอยากจะมาฮุบสมบัติกันหรอกนะ พวกคุณต้องการอะไร พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า ถ้ากล้าแตะต้องฉันอีกแม้แต่ปลายเล็บล่ะก็ ฉันจะแจ้งตำรวจให้มาลากคอไปเข้าคุกเลย”

ตอนที่ลู่ฉางจู้อยู่บ้าน เขามักจะเป็นคนชี้ขาดเสมอ แน่นอนว่าเรื่องแย่ๆ เขามักจะปล่อยให้หลิวซานจินเป็นคนออกหน้า ส่วนเขาก็เป็นคนคอยบงการอยู่เบื้องหลัง แต่คราวนี้ไม่เหมือนเดิม ใบจองอิฐกับกระเบื้องนั่น ไม่ใช่แค่เอาไปแลกของได้เท่านั้น แต่ยังสามารถเอาไปขายเป็นเงินได้อีกด้วย ถ้าเขามีของแบบนี้อยู่ในมือล่ะก็ ทั่วทั้งหมู่บ้านลู่ เขาคงเดินยืดอกได้อย่างภาคภูมิ นี่มันคือเกียรติยศของครอบครัวลู่ชัดๆ

แต่ลูกสะใภ้ที่ไม่รู้จักกาละเทศะคนนี้ กลับแอบเอาไปให้บ้านแม่ตัวเองเงียบๆ ถ้าขืนปล่อยให้นางทำตัวแบบนี้ต่อไป คำพูดของเขาในฐานะพ่อผัว ก็คงจะไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว!

“ต่อให้จะแยกบ้านยังไง แกก็ยังเป็นสะใภ้บ้านลู่ วันนี้ฉันในฐานะพ่อผัว จะขอสั่งสอนแกดูสิว่าแกจะทำยังไง?”

“พ่อ พ่อ อย่าทำแบบนี้นะ ทำไมถึงไปตีพี่สะใภ้ใหญ่แบบนี้ล่ะ พ่อเป็นพ่อผัวนะ มีอะไรก็ให้แม่เป็นคนบอกสิ พ่อจะมาลงไม้ลงมือได้ยังไง ไม่กลัวคนเขาหัวเราะเยาะเอาหรือไง”

ลู่เจียเซิ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาถึง ก็เห็นด้ามไม้กวาดในมือพ่อทำท่าจะฟาดลงที่ตัวพี่สะใภ้ใหญ่อีก เขารีบพุ่งเข้าไปกอดแขนพ่อไว้แน่น

ทันใดนั้น ลู่เจียเหอกก็พุ่งเข้ามากอดเอวเขาไว้

“เจียเซิ่ง แกจะไปยุ่งทำไม ใครใช้ให้นางเอาของบ้านลู่เราไปปรนเปรอบ้านแม่ของนางล่ะ แกหลบไปเลยนะ นางเป็นตัวกาลกิณี ไม่ใช่ว่านางเป็นคนยุให้แกแยกบ้านหรอกเหรอ ถุย ไม่ใช่ผู้หญิงดีอะไรเลย”

พอไม่มีคนมาคอยขัดขวาง ลู่ฉางจู้ก็เงื้อด้ามไม้กวาดขึ้นอีกครั้ง เสิ่นเมิ่งคว้าด้ามไม้กวาดในมือเขาเอาไว้แน่น หลิวซานจินและอู๋เซียงหลานก็รีบพุ่งเข้ามาดึงเสิ่นเมิ่งไว้ โจวเจียวเจียวก็แกล้งทำเป็นเข้ามาช่วยห้าม แต่จริงๆ แล้วแอบหยิกแขนเสิ่นเมิ่งไม่ยอมปล่อย

พวกลู่หมิงหยางกอดขาคนละข้าง ในช่วงชุลมุนก็ไม่รู้ว่ากอดขาใครอยู่ คนที่เดินผ่านไปมาข้างนอก พอเห็นคนบ้านลู่กำลังตะลุมบอนกัน ก็มีทั้งคนมุงดูและคนที่เข้ามาช่วยห้าม สี่เฟิ่งและหวังเหลียนฮวาได้ยินเสียงก็รีบวิ่งมา พอเห็นเสิ่นเมิ่งกำลังจะเสียเปรียบ ก็เตรียมจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่เฉินเจาตี้กลับคว้าตัวลูกสะใภ้ทั้งสองคนไว้แน่น

“ใครกล้าเข้าไป แม่จะฆ่าทิ้งซะเลย”

เสิ่นเมิ่งสะบัดแขนไม่หลุด ก็เลยอ้าปากงับเข้าที่โจวเจียวเจียว โจวเจียวเจียวสะบัดลู่หมิงฟางที่กอดขาอยู่ไม่หลุด แถมยังโดนกัดอีก ก็เลยจิกผมหมิงฟางแล้วดึงไปข้างหลัง

ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย ผู้ชายคนหนึ่งที่เบียดเสียดอยู่ในฝูงชน พอเห็นภาพนี้ ก็ดึงบุหรี่ที่คาบอยู่ออกมาถือไว้ ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปหาลู่ฉางจู้ ออกแรงบิดข้อมือเขา จนด้ามไม้กวาดหลุดออกจากมือ

“โวยวายอะไรกันเนี่ย? หรือว่าอยากจะต่อยกับฉันด้วยฮะ?”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note