ตอนที่ 76 แม่จะรักน้องสาวแล้ว
แปลโดย เนสยังเสิ่นเมิ่งอุ้มเสี่ยวกังกลับมาที่ห้องพักฟื้น ลู่เจียเซิ่งก็หลับไปแล้ว เซี่ยจิ้งห่าวมองดูผู้ชายที่มีหนวดเคราเฟิ้ม นอนกรนเสียงดังอยู่ข้างๆ หล่อนด้วยความรู้สึกสงสาร
“อย่ามัวแต่มองเขาเลย เธอเองก็พักผ่อนบ้างเถอะ ห้องนี้หมอเฉิงเป็นคนเปิดให้พิเศษ มีแค่เธอคนเดียวที่พักอยู่ ถ้าวันหลังมีคนไข้คนอื่นเข้ามา คงจะไม่ได้เงียบสงบแบบนี้แล้วนะ”
“พี่สะใภ้ใหญ่ ให้เสี่ยวกังมานอนข้างๆ ฉันสิ ฉันจะดูแลเขาเอง พี่ไปพักผ่อนบ้างเถอะ”
เสิ่นเมิ่งส่ายหน้า คืนนี้หล่อนยังหวังพึ่งให้ลู่เจียเซิ่งช่วยดูแลสองแม่ลูก หล่อนจะพาเสี่ยวกังเข้าไปนอนในมิติ หล่อนจะทนอดหลับอดนอนอีกสักหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก
“เธอนอนไปเถอะ เสี่ยวกังตอนนี้ยังไม่ค่อยง่วง เดี๋ยวพอน้องสาวมาส่ง ฉันจะช่วยดูแลให้ คืนนี้ฉันจะพาเสี่ยวกังไปนอนที่ห้องทำงานหมอเฉิง”
เซี่ยจิ้งห่าวไม่ได้เซ้าซี้ต่อ หล่อนเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาเพราะฤทธิ์ยาชา อาการปวดที่แผลก็ทำให้หล่อนนอนไม่ค่อยหลับ แถมยังลืมตาแทบไม่ขึ้น หล่อนพยายามฝืนตัวเอง แต่ก็ทนไม่ไหวจริงๆ
เสิ่นเมิ่งบอกให้พวกเขานอนพักผ่อนให้เต็มที่ หล่อนพาเสี่ยวกังออกไปจากห้องพักฟื้น ไปหาเช่าเตาที่แผนกโภชนาการ แต่พวกหล่อนไม่ได้เตรียมของกินมาด้วย ก็เลยต้องหาซื้อเอาเอง
“เสี่ยวกัง หิวไหมลูก?”
เด็กน้อยดูซึมๆ ส่ายหน้าแล้วก็ซบหน้าลงกับอกของเสิ่นเมิ่ง
“เป็นอะไรไปลูก?”
“แม่จะรักน้องสาวแล้ว”
ถึงจะเป็นแค่คำพูดสั้นๆ แต่หล่อนก็เข้าใจความหมาย มีคนปากพล่อยไปเป่าหูเด็กน้อยว่า พ่อแม่มีน้องแล้วก็จะไม่รักเขาแล้ว ถึงว่าสิ ตั้งแต่ที่เซี่ยจิ้งห่าวออกจากห้องคลอด เขาก็ดูซึมๆ ไปเลย ก่อนหน้านี้ที่พยายามฝืนไม่ยอมนอน เฝ้ารออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัด พอแม่กับน้องออกมาก็เริ่มมีอาการผิดปกติ
“เสี่ยวกัง บอกป้าสะใภ้ใหญ่มาสิว่ามีใครบอกหนูว่า พ่อแม่มีน้องแล้วจะไม่รักหนู ใช่ไหมลูก?”
“ป้าสะใภ้รอง อาสะใภ้เล็ก”
มิน่าล่ะ ตั้งแต่ที่เซี่ยจิ้งห่าวออกจากห้องคลอด เขาก็เอาแต่ซึมเศร้า ที่แท้ก็เพราะก่อนหน้านี้เป็นห่วงแม่ พยายามฝืนความง่วง รออยู่หน้าห้องผ่าตัดอย่างเงียบๆ พอเห็นแม่และน้องสาวออกมา ก็เริ่มมีอาการแปลกๆ
“เหลวไหล หนูอย่าไปฟังที่พวกนางพูดนะ พ่อแม่ของหนูรักและห่วงใยหนูที่สุดอยู่แล้ว หนูลองคิดดูสิ ถ้าแม่ของหนูมีของดีๆ แม่นึกถึงหนูเป็นคนแรกใช่ไหม ตอนนี้หนูมีน้องสาว ก็เหมือนมีคนมาคอยรักและเป็นห่วงหนูเพิ่มอีกคน เหมือนกับที่พี่หมิงหยาง พี่หมิงเลี่ยง รักพี่หมิงฟางนั่นแหละ หนูและน้องสาวต่างก็เป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่หนูทั้งนั้นแหละ”
“จริงเหรอฮะ?”
เด็กน้อยตาเป็นประกาย มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
“จริงสิจ๊ะ ป้าสะใภ้ใหญ่เคยโกหกหนูไหมล่ะ?”
“เชื่อฮะ แหะๆ…”
เด็กน้อยยิ้มออก เสิ่นเมิ่งก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก คิดไว้ว่าเดี๋ยวจะต้องเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เซี่ยจิ้งห่าวและลู่เจียเซิ่งฟัง พวกเขาต้องคอยปลอบใจเสี่ยวกังให้มากๆ เด็กตัวเล็กแค่นี้ก็เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างแล้วนะ
ตกดึก ลู่เจียเซิ่งตื่นขึ้นมา ก็เห็นเสิ่นเมิ่งกำลังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ทารกน้อยที่กำลังร้องไห้ ส่วนเสี่ยวกังที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กข้างๆ กำลังแทะแอปเปิ้ลเสียงดังกร้วมๆ
“พี่สะใภ้ใหญ่ ให้ฉันทำเองเถอะ รบกวนพี่มามากพอแล้ว”
เขารีบยันตัวลุกขึ้น ขยี้ตา แล้วก็เตรียมจะเข้ามาช่วยใส่เสื้อผ้าให้ทารกน้อย
“ไม่เป็นไร ฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว หล่อนคงจะหิว ลองดูสิว่าจิ้งห่าวมีน้ำนมไหม ถ้ามีก็ให้กินนมแม่เลย”
เซี่ยจิ้งห่าวก็ถูกเสียงเด็กร้องปลุกให้ตื่นขึ้นมาเหมือนกัน หล่อนเจ็บแผลจนนอนไม่ค่อยหลับ ได้แต่หลับๆ ตื่นๆ พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่แค่ขยับตัวนิดเดียว แผลที่หน้าท้องก็ปวดแปลบขึ้นมาทันที
“ฉันป้อนเองจ้ะ!”
“เธอนอนตะแคงพลิกตัวนะ ให้น้องสาวดูดนมจากเต้า เมื่อกี้พยาบาลก็สอนวิธีป้อนให้แล้ว เธอน่าจะรู้วิธีป้อนนะ เจียเซิ่ง เสี่ยวกังกับจิ้งห่าวก็ฝากนายดูแลด้วยนะ ฉันเช่าเตามาเตานึง เดี๋ยวจะไปทำของกินมาให้ อ้อ ขากลับลุงไกว่ให้คูปองน้ำร้อนมาห้าใบด้วยนะ!”
เสิ่นเมิ่งวางทารกน้อยลงข้างๆ เซี่ยจิ้งห่าว ช่วยหล่อนพลิกตัวอย่างระมัดระวัง มองดูทารกน้อยเริ่มดูดนมอย่างตะกละตะกลาม แล้วก็หันไปสั่งความกับลู่เจียเซิ่ง
ลู่เจียเซิ่งเพิ่งจะนึกขึ้นได้ เขารีบล้วงกระเป๋าควานหาเงิน โชคดีที่วันนี้ก่อนกลับบ้านเขาเก็บเงินส่วนใหญ่ไว้กับตัว มีแค่ส่วนน้อยที่ใส่ไว้ในกระเป๋า
ตอนที่เขาทำงานเหน็ดเหนื่อย พ่อก็บอกว่าคราวนี้กลับบ้านให้เอาเงินให้ที่บ้านนิดหน่อย พอเป็นพิธีก็พอ ส่วนที่เหลือก็ให้เก็บไว้ใช้เอง ตอนนั้นเขาดีใจมาก คิดว่าพ่อช่างหวังดีกับเขาจริงๆ เงินพวกนี้เขาควรจะให้แม่เก็บไว้ เพราะนางเป็นคนดูแลบ้าน คงจะเหนื่อยไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าพอกลับมาถึงบ้าน แทนที่จะได้เห็นภาพครอบครัวอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตา กลับต้องมาเห็นเมียและลูกโดนรังแก
พี่สะใภ้ใหญ่ตอนอุ้มเสี่ยวกังออกไป จิ้งห่าวก็ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้านให้เขาฟังคร่าวๆ แล้ว พอรู้ว่าสองแม่ลูกได้รับการดูแลจากพี่สะใภ้ใหญ่มาตลอด เขาก็รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก
“พี่สะใภ้ใหญ่ เงินนี่พี่รับไว้นะ จิ้งห่าวกับเสี่ยวกังรบกวนพี่มาตลอด ฉันขอบคุณพี่จากใจจริง พี่สะใภ้ใหญ่ เมื่อก่อนฉันทำตัวไม่ดี คิดว่าพี่ไม่ดี ฉันขอโทษจริงๆ นะ”
“ไม่เป็นไรหรอก ครอบครัวเดียวกันจะพูดแบบนั้นทำไมกัน อีกอย่างพวกหมิงหยางก็ได้รับความดูแลจากพวกเธอสองคนมาตลอด เรื่องพวกนั้นก็ปล่อยผ่านไปเถอะ เธอดูแลพวกหล่อนไปนะ ฉันจะไปทำกับข้าว”
เสิ่นเมิ่งรับเงินจากมือลู่เจียเซิ่ง หล่อนไม่ปฏิเสธเลยสักนิด เงินพวกนี้ลู่เจียเซิ่งควรจะเป็นคนออกอยู่แล้ว และการให้เงินมาเก็บไว้ที่หล่อน ก็ยังดีกว่าเอากลับไปให้หลิวซานจินตั้งเยอะ
ตกดึก เสิ่นเมิ่งต้มบะหมี่ไก่ใส่หม้อใหญ่ กลิ่นหอมฉุยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องพักฟื้น ทำเอาครอบครัวสองครอบครัวที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ มองดูด้วยสายตาที่เปล่งประกาย
“ดึกป่านนี้แล้ว พี่สะใภ้ใหญ่ไปซื้อไก่มาจากไหนน่ะ?”
เสิ่นเมิ่งกินอิ่มแล้ว ถึงได้ป้อนบะหมี่ให้เสี่ยวกัง หล่อนยิ้มแล้วตอบว่า “ก็บังเอิญมีเด็กผู้หญิงคนนึงถือไก่มาขายที่หน้าโรงพยาบาล บอกว่ากำแพงบ้านพังทับไก่ตาย เสียดายไม่อยากกินเอง ก็เลยเอามาขายที่หน้าโรงพยาบาลเผื่อจะมีคนซื้อ”
“ใช่ๆๆ โชคดีจริงๆ เลยนะ จิ้งห่าว เธอกินเยอะๆ นะ ซุปนี่บำรุงร่างกายดีมาก พี่สะใภ้ใหญ่ทำมาตั้งเยอะ เดี๋ยวกลางดึกถ้าเธอหิว ฉันจะอุ่นให้กินอีก กินเยอะๆ นะ”
“จ้ะ!”
หญิงตั้งครรภ์อีกสองคนที่นอนอยู่เตียงข้างๆ มองดูหมั่นโถวกับน้ำข้าวต้มข้าวโพดในมือ แล้วก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ก็คลอดลูกเหมือนกัน ทำไมพวกหล่อนถึงได้กินอาหารแย่ๆ แบบนี้ล่ะ บ้านนั้นคลอดลูกสาวแท้ๆ ยังได้กินบะหมี่ไก่เลย ถ้าเกิดคลอดลูกชาย คงได้กินเนื้อวัวเนื้อควายไปแล้วล่ะมั้ง
อิจฉาก็ส่วนอิจฉา คนเป็นแม่เหมือนกัน ก็คงไม่มีใครว่าอะไรหรอก
สามวันต่อมา
ลุงไกว่บังคับเกวียนวัวมารอที่หน้าโรงพยาบาล บนเกวียนปูที่นอนหนานุ่ม เตรียมผ้านวมผืนหนามาด้วย เซี่ยจิ้งห่าวถูกห่อหุ้มอย่างมิดชิด ลู่เจียเซิ่งค่อยๆ ประคองหล่อนขึ้นไปนั่งบนเกวียน หล่อนฟื้นตัวได้ค่อนข้างดี แต่ตอนที่ลุกจากเตียงวันแรก ก็เจ็บจนแทบจะขาดใจ ผ่านไปสองวันก็เริ่มทนความเจ็บปวดได้บ้างแล้ว
เสิ่นเมิ่งอุ้มทารกน้อย เสี่ยวกังเดินตามหลังทุกคน ในมือก็ถืออ่างล้างหน้า เด็กน้อยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาสองวัน รู้สึกมึนๆ งงๆ ไปหมด โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่นอนหลับ มักจะรู้สึกเหมือนกำลังนอนอยู่บนปุยเมฆ นุ่มสบายมากๆ
ลู่เจียเซิ่งรู้สึกขอบคุณเสิ่นเมิ่งมาก และเขาก็ได้รับรู้จากภรรยาและลูกชายว่า ช่วงนี้พวกลู่หมิงหยางใช้ชีวิตอยู่สุขสบายมากแค่ไหน เขาแอบมองภรรยาที่นอนพักฟื้นอยู่บนเตียง และทารกน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของหล่อน ในใจก็ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว

0 Comments