ตอนที่ 75 เขาดูไม่ออกเลย
แปลโดย เนสยังตอนที่เซี่ยจิ้งห่าวลืมตาขึ้นมา ก็ผ่านไปชั่วโมงกว่าแล้ว หล่อนกะพริบตาปริบๆ มองดูลู่เจียเซิ่งที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียง หล่อนขยับนิ้วมือเบาๆ
“เจียเซิ่ง!”
“จิ้งห่าว เธอฟื้นแล้ว เธอฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย เมื่อกี้ตกใจแทบแย่ โชคดีที่เธอไม่เป็นอะไร เมียจ๋า วันหลังพวกเราจะไม่ท้องอีกแล้วนะ ไม่ท้องอีกแล้ว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเธออีกแล้วนะเมียจ๋า”
ลู่เจียเซิ่งตาแดงก่ำ กุมมือเซี่ยจิ้งห่าวแน่น น้ำเสียงสั่นเครือ ตอนที่เขาส่งเซี่ยจิ้งห่าวเข้าห้องผ่าตัด เขาแทบจะยืนไม่อยู่ ในหัวก็เอาแต่คิดเรื่องร้ายๆ เต็มไปหมด ถ้าเซี่ยจิ้งห่าวเป็นอะไรไป เขาจะเลี้ยงลูกคนเดียวได้ยังไง เด็กกำพร้าแม่น่าสงสารจะตาย แล้ววันหลังเขาจะแต่งงานใหม่ไหม?
แต่งงานใหม่แล้วถ้าเมียใหม่มารังแกลูกเขาจะทำยังไง?
ไม่ ไม่ยอมให้มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด เขาพยายามคิดไปถึงเรื่องอื่น ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้า ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าขาดเซี่ยจิ้งห่าวไปไม่ได้ วันข้างหน้าเขาจะต้องดีกับหล่อนให้มากๆ ถ้าใครกล้ามาว่าหล่อนแม้แต่คำเดียว เขาจะขอสู้ตายกับคนคนนั้นเลย
เสิ่นเมิ่งหิ้วปิ่นโตกลับมา ก็เห็นสองสามีภรรยากำลังมองตากันน้ำตาคลอเบ้า หล่อนก็รู้สึกตื้นตันใจไปด้วย
เป็นเพราะเซี่ยจิ้งห่าวได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ถึงได้หันหน้ามามอง
“พี่สะใภ้ใหญ่มาแล้ว”
“มาไม่ถูกเวลาเลย หมอบอกว่าเธอเพิ่งคลอดลูก ยังกินอาหารเสริมไม่ได้ ฉันก็เลยทำข้าวต้มข้าวฟ่างมาให้เธอกินรองท้องไปก่อน เดี๋ยวพอหมอมาตรวจอาการเสร็จแล้ว ฉันค่อยทำของอร่อยๆ มาให้กินนะ”
เซี่ยจิ้งห่าวรู้สึกเขินจนหน้าแดง “ขอบคุณจ้ะ พี่สะใภ้ใหญ่”
เสิ่นเมิ่งเทข้าวต้มข้าวฟ่างอุ่นๆ ใส่ถ้วย ถือช้อนเหล็กค่อยๆ ป้อนหล่อนทีละคำ
“ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เสี่ยวกังอยู่ข้างนอกกับลุงไกว่ เสี่ยวนีนอนหลับอยู่ พยาบาลพาไปฉีดวัคซีน เดี๋ยวก็คงพามาส่ง เด็กแข็งแรงดี อ้วนท้วนสมบูรณ์ จมูกเหมือนเธอเป๊ะเลยล่ะ ค่อยๆ กินนะ ข้าวต้มฉันเคี่ยวนานมาก ข้นๆ แบบนี้แหละ หมอบอกว่าตอนนี้กินแบบนี้ดีที่สุด”
“พี่สะใภ้ใหญ่ ขอบคุณมากนะจ๊ะ พี่ดีกับฉันจริงๆ”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเพิ่งคลอดลูกหรือเปล่า เสิ่นเมิ่งพูดอะไรหล่อนก็อยากจะร้องไห้ไปเสียหมด ตั้งแต่เล็กจนโตนอกจากคุณย่าแล้ว มีใครบ้างที่คอยห่วงใยดูแลหล่อน ปฏิบัติกับหล่อนเหมือนคนในครอบครัวแบบนี้!
ลู่เจียเซิ่งขมวดคิ้วแน่น เขารู้สึกว่าการกลับมาครั้งนี้ เมียกับพี่สะใภ้ใหญ่ของเขาเปลี่ยนไปเยอะมาก เมียเขาเมื่อก่อนไม่ได้เป็นคนอ่อนแอเจ้าน้ำตาแบบนี้ ทำอะไรก็คล่องแคล่วว่องไว ไม่เหมือนตอนนี้ที่ดูเหมือนเด็กสาวตัวเล็กๆ
แล้วก็พี่สะใภ้ใหญ่ เมื่อก่อนอย่าว่าแต่จะป้อนข้าวต้มให้เมียเขาเลย แค่มองหน้ากันก็ยังไม่อยากจะมองด้วยซ้ำ
เขาดูไม่ออกเลยจริงๆ!
พอป้อนข้าวต้มเสร็จ หมอเฉิงก็พาพยาบาลอีกสองคนเดินเข้ามา หมอตรวจดูแผลของเซี่ยจิ้งห่าว แล้วก็ปิดม่านรอบเตียง
“รู้สึกยังไงบ้างคะ?”
“หมอเฉิงลำบากแล้วนะคะ ตอนนี้ฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้วค่ะ”
เซี่ยจิ้งห่าวมองดูหมอเฉิงที่แสนอ่อนโยน หล่อนเป็นคนช่วยชีวิตหล่อนและลูกสาวไว้ แถมยังพูดจาไพเราะน่าฟังอีกด้วย ช่างเป็นหมอที่แสนดีจริงๆ ไม่เพียงแต่ใส่ใจเรื่องแผล แต่ยังใส่ใจความรู้สึกของคนไข้ด้วย
“ผ่าตัดคลอดก็ต้องลำบากหน่อยหลังคลอด ก่อนหน้านี้คุณบำรุงร่างกายมาดี ตอนแรกก็นึกว่าจะคลอดเองได้ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีไปหมดแล้วล่ะค่ะ คุณเซี่ย ตอนนี้คุณใช้มือสองข้างจับราวเตียงไว้นะคะ หมอจะช่วยขับน้ำคาวปลาให้”
“ค่ะ”
พยาบาลเชิญลู่เจียเซิ่งและเสิ่นเมิ่งออกไปรอนอกม่าน ไม่นานก็ได้ยินเสียงร้องโอดโอยของเซี่ยจิ้งห่าวดังออกมา เสียงนั้นฟังดูเจ็บปวดทรมานมาก ลู่เจียเซิ่งร้อนใจจนแทบจะถลกม่านเข้าไปดู
“อ้าว อย่าเพิ่งเข้าไปนะคะ หมอเฉิงกำลังตรวจอาการอยู่ เมียคุณไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ โชคดีที่หมอเฉิงมาตรวจด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นคนแรกที่จะเข้ามาห้ามคุณไม่ได้แน่ๆ”
คำพูดของพยาบาลทำให้เสิ่นเมิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนใจนิดหน่อย
“เจียเซิ่ง นายอย่าเพิ่งใจร้อนสิ หมอเฉิงกำลังตรวจแผลให้จิ้งห่าวอยู่นะ นายอย่าไปกวนสิ”
“ผมรู้ครับ ผมรู้ ผมก็แค่อยากจะเข้าไปดู หล่อนกำลังร้องไห้อยู่นะ”
เสิ่นเมิ่ง: “…”
ฉันรู้ว่านายร้อนใจ แต่นายก็ต้องดูเวล่ำเวลาด้วยนะ ตอนนี้จิ้งห่าวปลอดภัยดีแล้ว ถ้านายยังขืนทำแบบนี้ มันจะดูไม่ค่อยดีนะ วันหลังจิ้งห่าวกับลูกจะไปหวังพึ่งอะไรจากนายได้?
ตอนที่หมอเฉิงเดินออกมา ก็ปรายตามองเสิ่นเมิ่งแวบหนึ่ง หล่อนช่างเป็นคนมีน้ำใจจริงๆ สามารถดูแลน้องสะใภ้ได้ดีขนาดนี้ ก็แสดงว่าเป็นคนซื่อตรง ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม
“สหายเสิ่นคะ น้องสะใภ้คุณเพิ่งจะผ่าตัดคลอด ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลอีกสักสองวัน ญาติๆ ก็ผลัดกันมาเฝ้าไข้ดีกว่านะคะ จะได้ไม่เหนื่อยเกินไป ที่ห้องทำงานหมอมีเตียงพับอยู่เตียงนึง ถ้าคุณไม่รังเกียจ ก็ไปนอนพักผ่อนได้นะคะ”
“ไม่รังเกียจเลยค่ะ ไม่รังเกียจ ขอบคุณหมอเฉิงมากนะคะ คราวก่อนฉันก็พูดจาไม่ดีกับหมอไป ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ” เสิ่นเมิ่งพูดตอบไปอย่างนั้นเอง หมอเฉิงเป็นหมอที่ดี หล่อนก็รู้สึกขอบคุณจากใจจริง แต่เรื่องที่หล่อนเคยพูดเตือนสติไป หล่อนก็ไม่เคยเสียใจเลย คนที่เป็นพวกเห็นแก่ตัว กอบโกยแต่ผลประโยชน์ ถ้าไม่เตือนสติให้รู้ตัวซะบ้าง ครอบครัวก็คงจะพังทลายลงในไม่ช้า
หมอเฉิงนึกถึงคำพูดของเสิ่นเมิ่งเมื่อคราวก่อน สีหน้าก็ดูเจื่อนลงเล็กน้อย
“ไม่หรอกค่ะ สหายเสิ่น คุณพูดถูกแล้ว ฉันละเลยครอบครัวของตัวเองไปมากจริงๆ ช่วงนี้ครอบครัวบ้านเกิดฉันก็ไม่ค่อยมาหา ครอบครัวของฉันก็มีความสุขขึ้นเยอะ ฉันถึงได้รู้ว่าตัวเองทำผิดพลาดไปแค่ไหน วันข้างหน้าฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกคุณก็ดูแลคนไข้ไปก่อนนะคะ ฉันขอตัวก่อนค่ะ”
“ค่ะ ขอบคุณหมอเฉิงนะคะ เชิญตามสบายค่ะ”
เซี่ยจิ้งห่าวมองตามหลังหมอเฉิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา หล่อนอยากจะถอนคำพูดที่เคยชื่นชมหมอเฉิงทั้งหมด หล่อนไม่คิดเลยว่าหมอเฉิงที่แสนอ่อนโยน เมื่อกี้ตอนที่กดแผลหล่อน จะออกแรงเยอะขนาดนั้น หล่อนนึกว่าจะต้องตายซะแล้ว
“จิ้งห่าว เป็นยังไงบ้าง?”
“ฉันเจ็บ!”
ผ่าตัดคลอดมันเจ็บปวดทรมานมาก เมื่อกี้หมอเฉิงก็เพิ่งจะบอกให้หล่อนพักผ่อนเยอะๆ กินอาหารให้มากๆ พรุ่งนี้ก็ให้ลุกขึ้นเดินดูบ้าง ถ้าผายลมได้ก็ให้บอกหมอ หล่อนก็ปวดจะตายอยู่แล้ว ทำไมไม่ให้นอนพักอยู่บนเตียงดีๆ ล่ะ?
ทำไมต้องให้ลุกขึ้นเดินด้วย ทำไมกัน???
“เธอฟังที่หมอบอกนะ หมอเฉิงหวังดีกับเธอนะ เจียเซิ่ง นายพักผ่อนไปก่อนนะ ฉันจะไปดูเสี่ยวกัง ลุงไกว่อุตส่าห์ช่วยเหนื่อยมาตั้งนาน ควรจะให้แกกลับไปพักผ่อนได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะไปถามหมอดูว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่ ถึงเวลาก็จะได้รบกวนให้ลุงไกว่ขับเกวียนมารับพวกเรา”
“ครับ รบกวนพี่สะใภ้ใหญ่ด้วยนะครับ”
เสิ่นเมิ่งเดินออกจากห้องพักฟื้น ก็ไปอธิบายสถานการณ์ให้ลุงไกว่ฟัง บอกให้แกมารับอีกสามวันข้างหน้า แล้วก็ฝากให้แกช่วยดูแลบ้านให้ด้วย สี่เฟิ่งเองก็มีลูกต้องดูแล ถ้าจะให้มาช่วยดูแลที่บ้านหล่อน แม่สามีจอมงกอย่างเฉินเจาตี้ก็คงจะด่าทอไม่หยุดแน่ๆ หล่อนจึงตัดสินใจพึ่งพาลุงไกว่และป้าจูจวี๋อิงดีกว่า
“สะใภ้เจิ้นผิง เธอวางใจได้เลย ลุงกลับไปจะบอกให้ป้าแกไปดูที่บ้านให้ หมิงหยางกับเด็กๆ เป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย ดูแลไม่ยากหรอก”
“งั้นก็ตกลงตามนี้นะจ๊ะ ข้าวปลาอาหารในครัวก็บอกให้ป้าแกทำกินได้เลย ให้ป้าแกกินข้าวที่บ้านฉันด้วยนะ จะได้สะดวก อ้อ จริงสิ แม่สามีฉันกับคนอื่นๆ อย่าให้เข้ามาในบ้านฉันเด็ดขาดนะ ไม่อย่างนั้นถ้าพวกนางเห็นของอะไรเข้า คงจะแอบหยิบไปแน่ๆ ฝากลุงดูแลบ้านให้ด้วยนะจ๊ะ”
หลังจากที่สนิทสนมกันมาสักพัก ลุงไกว่ก็รู้ดีว่าเสิ่นเมิ่งเป็นคนยังไง บ้านหล่อนเคยช่วยเหลือหล่อนมาแล้ว ถ้าบ้านหล่อนไม่ปลอดภัย หล่อนคงจะรู้สึกไม่สบายใจแน่ๆ
“เธอวางใจได้เลย ป้าแกก็เป็นพวกฝีปากกล้าเหมือนกัน ไม่ยอมให้พวกหมิงหยางโดนรังแกหรอก”

0 Comments