ตอนที่ 74 ไปโรงพยาบาลในอำเภอ
แปลโดย เนสยังตอนที่เกวียนวัวไปถึงหน้าโรงพยาบาลอำเภอ ก็มีเตียงเข็นของโรงพยาบาลมาจอดรออยู่แล้ว พยาบาลก็ถืออุปกรณ์เตรียมพร้อมรอรับอยู่ พอเห็นเซี่ยจิ้งห่าวมาถึง ลู่เจียเซิ่งก็รีบวิ่งเข้าไปอุ้มหล่อนวางบนเตียงเข็น หมอและพยาบาลก็รีบเข็นเซี่ยจิ้งห่าวตรงไปที่ห้องคลอดทันที
เสิ่นเมิ่งก็รีบอุ้มเสี่ยวกังที่กำลังงัวเงียตื่นขึ้นมา
“ลุงไกว่ ลำบากลุงหน่อยนะจ๊ะ ลุงไปพักผ่อนแถวนี้ก่อนนะจ๊ะ!”
“รีบไปเถอะๆ รีบเข้าไปดูข้างในเถอะ เดี๋ยวลุงเอาเกวียนไปจอดให้เรียบร้อยแล้วจะตามเข้าไปช่วยนะ”
พอลับตาคน ลุงไกว่ก็ปาดเหงื่อ แล้วก็เอามือลูบก้นวัวแก่ด้วยความสงสาร ตอนที่มาถึงเพื่อจะทำเวลา แกต้องใช้แส้เฆี่ยนมันอย่างหนัก แม้แต่ตอนฤดูเก็บเกี่ยวที่วุ่นวายที่สุด ก็ยังไม่เคยตีมันหนักขนาดนี้เลย วัวแก่ร้องฮึดฮัดวิ่งมาตลอดทาง ก้นแดงเถือกไปหมด แกเห็นแล้วก็ปวดใจแทบตาย
“ขอโทษนะเพื่อนยาก นี่ก็เพื่อช่วยชีวิตคนเลยนะ แกดูสิแกโกรธแล้ว ฉันก็สงสารแกเหมือนกันนะ ถ้ามาถึงช้าไป ทั้งแม่ทั้งลูกก็อาจจะเป็นอันตรายได้ แกจำตอนที่ลูกวัวของแกเกิดได้ไหมล่ะ… โอ๊ย เอาล่ะๆ พอกลับถึงบ้าน ฉันจะดูแลแกเป็นอย่างดี จะหาหญ้าหาฟางดีๆ มาให้แกกินเลยนะ ตกลงไหม?”
วัวแก่ส่งเสียงฮึดฮัดไม่ยอมสนใจ แกมัวแต่ชักช้า มันก็เลยก้มหน้าลงตะกุยกีบเท้ากับพื้นอย่างแรง
หลังจากเซี่ยจิ้งห่าวเข้าไปในห้องผ่าตัด ลู่เจียเซิ่งก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง เหงื่อเย็นๆ แตกพลั่กไปทั้งตัว ยังไม่ทันได้พักหายใจ ก็ได้ยินเสียงร้อง “โอ๊ย~” ดังลั่นมาจากในห้องผ่าตัด ทำเอาเขาสะดุ้งตกใจ รีบผุดลุกขึ้นยืนทันที
เขาวิ่งไปเกาะที่ประตูห้องผ่าตัด พยายามจะชะเง้อคอมองเข้าไปข้างใน พอดีมีพยาบาลถือถาดเดินออกมา เขาเหลือบไปเห็นก้อนสำลีเปื้อนเลือดกองโตในถาด หัวใจก็เต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ร่างกายสั่นเทาไปหมด
“หมอ หมอครับ เมียผมเป็นยังไงบ้างครับหมอ เลือดนี่… เลือดของเมียผมหรือเปล่าครับหมอ?”
“ญาติคนไข้ไปรออยู่ข้างนอกนะคะ อย่ามายืนเกะกะขวางทางหน้าห้องผ่าตัด”
พยาบาลสาวรีบถือถาดวิ่งออกไปทันที
เสิ่นเมิ่งอุ้มเสี่ยวกังเดินมาถึง ก็เห็นลู่เจียเซิ่งกำลังนั่งยองๆ กุมหัวร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่บนพื้น
“เจียเซิ่ง นายทำอะไรอยู่น่ะ รีบลุกขึ้นมานั่งดีๆ สิ จิ้งห่าวไม่เป็นไรหรอก อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปเอง ต้องเชื่อใจหมอสิ”
ลู่เจียเซิ่งมองดูเสิ่นเมิ่งที่กำลังอุ้มเสี่ยวกังอยู่ เขาอยากจะเรียกพี่สะใภ้ใหญ่ แต่พออ้าปากจะพูด เสียงก็หายไปในลำคอ ได้แต่ส่งเสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่รู้ว่าพี่สะใภ้ใหญ่เข้าใจความหมายที่เขาจะสื่อหรือเปล่า
เสี่ยวกังเห็นท่าทางของพ่อ ก็รู้สึกหวาดกลัว สองมือน้อยๆ กอดเสิ่นเมิ่งไว้แน่น เสิ่นเมิ่งรีบลูบหลังปลอบโยนเด็กน้อยทันที
“ไม่เป็นไรนะเสี่ยวกัง แม่ของหนูเข้าไปคลอดน้องสาวให้หนูไงลูก เดี๋ยวก็ออกมาแล้ว พอแม่ของหนูออกมา หนูก็จะได้เจอแม่ แล้วก็ได้เจอน้องสาวที่น่ารักด้วยนะ พ่อของหนูก็แค่เหนื่อยจากการปั่นจักรยานเท่านั้นแหละ หนูลองคิดดูสิ จากบ้านเรามาถึงตัวอำเภอมันไกลแค่ไหน พ่อของหนูเหนื่อยมาก ก็เลยต้องพักผ่อนสักหน่อย หนูไม่ต้องกลัวนะ ป้าสะใภ้ใหญ่อยู่ตรงนี้แล้ว!”
เสี่ยวกังฟังคำพูดนุ่มนวลของป้าสะใภ้ใหญ่ ร่างกายที่เกร็งแน่นก็เริ่มผ่อนคลายลงบ้าง เอาหัวน้อยๆ ซุกไซ้คลอเคลียที่คอของเสิ่นเมิ่ง
“ไม่เอาน้องสาว จะเอาแม่”
เสิ่นเมิ่งรู้สึกจุกที่คอ ลูบผมเสี่ยวกังเบาๆ
“ไม่เป็นไรนะ แม่ของหนูก็จะไม่เป็นอะไร ป้าสะใภ้ใหญ่รับรอง”
ทางด้านลุงไกว่ หลังจากเอาวัวแก่ไปจอดไว้เรียบร้อยแล้ว ก็รีบหิ้วของใช้ของเซี่ยจิ้งห่าวและเด็กแรกเกิดมาที่หน้าห้องผ่าตัด
“เป็นยังไงบ้าง? มีข่าวอะไรไหม?”
เสิ่นเมิ่งส่ายหน้า แล้วก็บุ้ยใบ้ไปทางลู่เจียเซิ่ง เพื่อให้ลุงไกว่ช่วยพูดปลอบใจเขาหน่อย เขาเอาแต่นั่งยองๆ กุมหัวอยู่แบบนั้นนานแล้ว ถ้าลุกขึ้นมากะทันหัน อาจจะหน้ามืดหน้ามืดตาลายได้ ถ้าเกิดพูดจาเพ้อเจ้ออะไรออกมาอีก ก็คงจะห้ามไม่ฟังแน่ๆ
“เจียเซิ่ง เจียเซิ่ง รีบลุกขึ้นมาเถอะ มานั่งยองๆ อยู่แบบนี้ทำไม น่าขายหน้าชะมัด เดี๋ยวพอจิ้งห่าวออกมา หล่อนยังจะต้องพึ่งพานายอยู่นะ?”
ลู่เจียเซิ่งไม่ได้ขยับตัวเลยแม้แต่นิดเดียว เขาก็อยากจะเข้มแข็ง ลุกขึ้นมานั่งรอจิ้งห่าวออกมาจากห้องผ่าตัดอย่างสงบ แต่เขาทำไม่ได้ เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของผู้หญิงในห้องผ่าตัดเมื่อครู่นี้ นั่นคือเมียของเขา เมียที่กำลังเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อคลอดลูกให้เขา!
ลุงไกว่ร้อง “จิ๊” ออกมาอย่างขัดใจ ขมวดคิ้วแน่น วางของลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ แล้วก็หยิบกระติกน้ำร้อนออกมาจากถุง
“สะใภ้เจิ้นผิง เธอรอดูอยู่ตรงนี้นะ ลุงจะไปหาน้ำร้อนมาเติมใส่กระติกให้ เดี๋ยวจิ้งห่าวออกมาคงต้องได้ดื่มน้ำอุ่นๆ แน่”
“จ้ะ รบกวนลุงด้วยนะจ๊ะ”
ลุงไกว่ยิ้มแล้วก็โบกมือปฏิเสธ “โธ่ จะมารบกวนอะไรกัน คนบ้านเดียวกันทั้งนั้น พวกเธอก็เหมือนลูกหลานลุงนั่นแหละ เฝ้าไว้ดีๆ นะ!”
แกว่าแล้วก็ถือกระติกน้ำร้อนเดินออกไป พอเจอคนก็ถามทางไปห้องน้ำ
พอนึกถึงตอนที่แกจะออกมาจากบ้าน ยายแก่กับลูกสาวก็เอาแต่ชมเสิ่นเมิ่งไม่ขาดปาก บอกว่าวันหลังถ้าสะใภ้เจิ้นผิงมีอะไรให้ช่วย ก็ให้ช่วยเหลือหล่อนให้เต็มที่ หล่อนเป็นเด็กดี
ยายแก่ยังเล่าเรื่องที่เสิ่นเมิ่งเอาคูปองฝ้ายมาให้ลู่เซียงเซียงอีก ทั้งสองคนพยายามจะคืนให้ แต่เสิ่นเมิ่งก็ไม่ยอมรับคืน แถมยังแกล้งทำเป็นโกรธอีก สุดท้ายก็บอกว่าถ้าคืนให้ ก็แสดงว่าไม่อยากจะคบค้าสมาคมด้วยแล้ว ถ้ายังรู้สึกเกรงใจ ก็ให้ไปช่วยถางหญ้าในที่ดินส่วนตัวให้หล่อนก็พอ
ยายแก่บอกว่าเสิ่นเมิ่งจงใจทำแบบนี้ คูปองฝ้ายก็ตั้งใจจะให้พวกแกเก็บไว้แหละ ถึงได้อ้างเรื่องให้ไปช่วยถางหญ้าในที่ดินส่วนตัว ถ้าเป็นเมื่อก่อนแกคงเชื่อสนิทใจ แต่พอนึกถึงตอนที่สะใภ้เจิ้นผิงทำงานบ้าน หึๆ แกก็เริ่มจะไม่แน่ใจแล้วว่า หล่อนอาจจะอยากให้พวกแกไปช่วยถางหญ้าจริงๆ ก็ได้
“น้ำร้อนแก้วละหนึ่งเฟิน ต้องใช้คูปองน้ำด้วยนะ จะเอากี่ใบ” ป้าที่ดูแลห้องน้ำถือกระดาษแผ่นเล็กๆ สีแดงกับสมุดบัญชีถาม
ลุงไกว่มองไปรอบๆ อย่างมั่นใจ เอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบแบงก์ย่อยปึกหนึ่งออกมา นี่เป็นเงินที่ยายแก่ให้ไว้ตอนก่อนออกจากบ้าน แกถ่มน้ำลายใส่นิ้วมือ แล้วก็นับเงินอยู่นานสองนาน กว่าจะหยิบเงินห้าเฟินออกมาได้
“เอามาห้าใบเลย!”
ป้าที่ดูแลห้องน้ำแทบจะมองบนใส่ แกจะมาทำเป็นอวดรวยอะไรแถวนี้ มีเงินแค่ห้าเฟิน ยังจะมาทำเป็นนับเงินอยู่นานสองนาน ใบที่อยู่บนสุดก็คือแบงก์ห้าเฟินไม่ใช่หรือไง?
ตอนที่ลุงไกว่เติมน้ำร้อนเสร็จกลับมาที่หน้าห้องผ่าตัด เซี่ยจิ้งห่าวก็ยังไม่ออกมา แกมองดูแล้วก็รู้สึกใจคอไม่ดี ก้นวัวแก่ของแกแดงเถือกไปหมดแล้ว หวังว่าสะใภ้เจียเซิ่งคงจะไม่เป็นอะไรนะ?
“สะใภ้เจิ้นผิง เป็นยังไงบ้าง?”
“คลอดแล้วจ้ะ คลอดแล้ว จิ้งห่าวคลอดลูกสาวจ้ะ พยาบาลเพิ่งจะอุ้มไปตรวจดูอาการเมื่อกี้เอง เดี๋ยวพอจิ้งห่าวออกมา ก็จะพาไปที่ห้องพักฟื้นพร้อมกันเลย” เสิ่นเมิ่งพูดด้วยความดีใจ
“แล้วทำไมเจียเซิ่งยังทำหน้าเป็นคนตายอยู่อีกเนี่ย?” ตอนแกไปก็หน้าแบบนี้ ตอนกลับมาก็ยังหน้าแบบนี้อีก!
เสิ่นเมิ่งก็รู้สึกขำเหมือนกัน ตอนที่พยาบาลอุ้มเด็กออกมาให้ดู เขายังไม่กล้าแม้แต่จะมองเลย เอาแต่ร้องเรียกหาเซี่ยจิ้งห่าว จนพยาบาลต้องส่ายหน้าหนี
พอเห็นท่าทางของลู่เจียเซิ่ง หล่อนก็รู้สึกอบอุ่นในใจ โชคดีที่ผู้ชายคนนี้ไม่เหมือนคนบ้านลู่คนอื่นๆ เมื่อกี้ตอนที่พยาบาลเดินออกมาบอกให้เซ็นชื่อยินยอมผ่าตัด เขาก็มือสั่นจนเซ็นชื่อไม่ได้ เอาแต่ยืนกรานว่าจะเลือกช่วยชีวิตแม่ให้ได้ จนพยาบาลต้องตะคอกใส่ เขาถึงได้ยอมเซ็นชื่อ
ไม่ว่ายังไง การที่มีผู้ชายคอยเป็นห่วงเป็นใยเซี่ยจิ้งห่าวขนาดนี้ ก็ถือว่าดีกว่าผู้ชายหลายๆ คนแล้วล่ะ

0 Comments