You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ลู่เจียเซวียนถือชามข้าวต้มข้าวโพดสองใบกับหมั่นโถวข้าวฟ่างสองลูก พอได้ยินเสียงเปิดประตู กำลังจะฉีกยิ้ม ก็เห็นคนวิ่งพรวดพราดออกจากห้องไปหนึ่งคน เขายังไม่ทันได้มองให้ชัด ก็มีอีกคนวิ่งตามออกมาจากห้อง

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง มองเข้าไปในห้องที มองออกไปข้างนอกที พอได้ยินเสียงตะโกนร้องของหวังคุ่ยจือ เขาก็ได้สติกลับมาทันที

“แย่แล้ว แย่แล้ว แม่ แม่ เร็วเข้า เกิดเรื่องแล้ว!”

เขาสนใจจะเข้าไปดูในห้องไม่ลงอีกต่อไป รีบวิ่งไปที่ห้องโถงทันที

โจวเจียวเจียวยังคงถือน้ำตาลทรายแดงครึ่งชั่งอยู่ในมือ ลู่เจียเหอลูกชายคนรองและอู๋เซียงหลานผู้เป็นภรรยา รวมถึงหลิวซานจิน พอได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกอยู่ข้างนอก ก็รีบวิ่งออกมาดูด้วยความตกใจ

“แม่ แย่แล้ว พ่อแม่ของพี่สะใภ้ใหญ่จู่ๆ ก็วิ่งออกไป วิ่งไปพลางร้องโวยวายไปพลาง บอกว่าบ้านลู่ตีคน แล้วยังบอกอีกว่าจะบีบบังคับให้พี่สะใภ้ใหญ่ตาย เพื่อ…เพื่อบ้านอิฐสามห้องใหญ่”

ลู่เจียเซวียนรู้สึกกระดากปากที่จะพูดออกมา ตอนที่เขากับโจวเจียวเจียวตกลงปลงใจกัน เขาเคยบอกไว้ว่าต่อไปจะทำให้เธอมีชีวิตที่ดี ตอนที่ทั้งสองคนหมั้นหมายกัน ก็ได้จัดเตรียมห้องหับไว้แล้ว เขาเป็นลูกชายคนเล็กสุดของบ้าน แม่รักและตามใจเขามาก ถึงกับสร้างห้องหันหน้าไปทางทิศใต้ให้โดยเฉพาะ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ก็ล้วนแต่เป็นของดีทั้งนั้น

แต่แม่ของเจียวเจียวดันไปถูกใจบ้านอิฐสามห้องใหญ่ของครอบครัวพี่สะใภ้ใหญ่ บ้านหลังนั้นสร้างได้กว้างขวางใหญ่โต ถือเป็นบ้านที่หรูหราที่สุดในละแวกสิบหมู่บ้านนี้เลยก็ว่าได้ แต่บ้านหลังนั้นพี่ชายเป็นคนออกเงินสร้าง เพื่อให้พี่สะใภ้ใหญ่กับเด็กๆ ได้อยู่สบายๆ เขาเป็นแค่คนเฝ้าโกดังของหน่วยผลิต จะมีปัญญาสร้างบ้านอิฐลานกว้างแบบนั้นได้ยังไง

แต่แม่ของเจียวเจียวก็ยืนกราน แถมเขากับเจียวเจียวก็รักกันมาก พอถึงเวลาจะแต่งงาน เขาก็หมดหนทางแล้ว จริงๆ แม่เป็นคนคิดแผนนี้ขึ้นมา โดยบอกว่าจะขอยืมจากพี่สะใภ้ใหญ่ ความจริงเขาก็ไม่ค่อยมั่นใจนักหรอก ไม่นึกเลยว่าพี่สะใภ้ใหญ่จะยอมตกลง

ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าไม่เคยพูดถึงเรื่องคืนบ้านให้ แต่ทุกครั้งแม่ก็จะเป็นคนช่วยขัดขวางไว้ตลอด อีกอย่างพวกเขาเองก็จ่ายค่าเช่าไปแล้วนี่นา เขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย

พอโจวเจียวเจียวได้ยินลู่เจียเซวียนพูดแบบนั้น หน้าก็ซีดเผือด น้ำตาลทรายแดงในมือแทบจะหล่นลงพื้น ตอนที่เธอมาบ้านลู่ครั้งแรก เธอก็ถูกใจบ้านอิฐสามห้องใหญ่นั้นเข้าอย่างจัง ห้องที่ซ่อมแซมใหม่ในบ้านเก่าของสกุลลู่ก็ถือว่าไม่เลว แต่มันเทียบไม่ได้กับบ้านอิฐเลยสักนิด เธออยู่ที่บ้านหลังนั้นมาครึ่งปีแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ล้วนแต่เป็นความทุ่มเทของเธอทั้งนั้น ตอนนี้จะให้เธอย้ายออกไป ฝันไปเถอะ

“กำเริบเสิบสานกันใหญ่แล้ว ตอนที่ไอ้ใหญ่จะสร้างบ้าน ฉันก็ไม่เห็นด้วยแต่แรก ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่เงินเลี้ยงดูเดือนละสามหยวน แล้วก็ตอนนั้นมันรับปากว่า แยกบ้านแต่ไม่แบ่งสมบัติ ฉันก็ไม่มีทางยอมเด็ดขาด ตั้งแต่เสิ่นเมิ่งแต่งเข้ามา ฉันเคยลำเอียงไม่ดีกับนางตรงไหน ในเมื่อยังไม่ได้แบ่งสมบัติ บ้านหลังนั้นฉันบอกว่าจะให้ลูกสี่อยู่ ก็ต้องให้ลูกสี่อยู่ ฉันอยากจะรู้นักว่าคนบ้านเสิ่นจะทำอะไรได้ หึ ไป ตามฉันไปที่ห้องของเมียไอ้ใหญ่ ฉันจะไปดูสิว่านางอยากจะทำอะไร?”

พอหลิวซานจินประกาศกร้าวเสร็จ ก็เดินนำออกไปทันที อู๋เซียงหลานกับลู่เจียเหอก็รีบเดินตามไปติดๆ เธอกับสามีหาแต้มแรงงานได้น้อย ก็อาศัยเงินเลี้ยงดูของสองตายายประทังชีวิตให้ได้กินของดีๆ บ้าง จึงต้องพยายามเอาอกเอาใจแม่สามีให้ดี

โจวเจียวเจียวกำลังจะเดินตามไป พอเห็นเซี่ยจิ้งห่าวไม่มีท่าทีจะขยับเขยื้อน ก็ชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย

“พี่สะใภ้สาม พี่จะไม่ไปด้วยกันเหรอคะ?”

เซี่ยจิ้งห่าวไม่แม้แต่จะเหลือบตามอง ลูบท้องของตัวเองเบาๆ แล้วพูดว่า “ฉันไม่ไปหรอก ท้องโตเดินเหินไม่ค่อยสะดวก เดี๋ยวเสี่ยวกังก็จะนอนแล้ว ฉันไม่อยากเข้าไปยุ่งหรอก”

เรื่องอะไรเธอจะไปล่ะ คนทั้งบ้านเห็นว่าเสิ่นเมิ่งซื่อบื้อ ก็เอาแต่หลอกใช้ประโยชน์สารพัด เธอแค่ช่วยดูแลลูกของพี่ชายใหญ่ได้บ้างนิดหน่อยก็เต็มกลืนแล้ว แค่ดูแลครอบครัวตัวเองให้รอดก็แย่แล้ว จะไปทำตัวเป็นคนเลวทำไม

โจวเจียวเจียวเห็นท่าทีเย็นชาของเธอ ก็ฝืนยิ้มออกมาแล้วดึงลู่เจียเซวียนให้เดินจากไป ตราบใดที่ไม่ขัดขวางเรื่องของเธอ ต่างคนต่างอยู่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

เสิ่นเมิ่งอาศัยจังหวะที่ยังไม่มีใครมา ล้วงน้ำเกลือขวดหนึ่งออกมาจากมิติ แล้วกระดกรวดเดียวหมดไปครึ่งขวด ตามด้วยเค้กไข่อีกครึ่งชิ้น ตอนนี้แค่กลืนน้ำลาย เธอก็รู้สึกปวดตุบๆ ที่หน้าผากแล้ว

พอฟื้นเรี่ยวแรงกลับมาได้บ้าง เธอก็ล้วงเอาโทนอัพครีมออกมา ทาหน้าให้ดูขาวซีดเป็นธรรมชาติ มองดูเหมือนคนที่ใกล้จะสิ้นลมเต็มที

ก่อนที่ประตูจะเปิดออก เธอรีบเก็บของทั้งหมดเข้าไปในมิติอย่างรวดเร็ว

หลิวซานจินหน้าตาดำคร่ำเครียด กำลังจะอ้าปากด่าเสิ่นเมิ่ง แต่พอเห็นสภาพของเธอที่ดูทรุดโทรม ใบหน้าขาวซีด ริมฝีปากไม่มีเลือดฝาดเลยสักนิด ช่างแตกต่างจากเสิ่นเมิ่งที่เคยด่ากราดเสียงดังฟังชัด ตอนที่ถูกหามกลับมาบ้านลิบลับ

ไม่เพียงแต่นางเท่านั้น ลู่เจียเซวียนกับโจวเจียวเจียวที่เดินตามเข้ามาทีหลังก็ตกใจไม่แพ้กัน นี่…นี่ทำไมถึงดูเหมือนคนใกล้จะตายแบบนี้ล่ะ?

อู๋เซียงหลานใจหายวาบ พอสบตากับเสิ่นเมิ่ง ก็รีบหันหน้าหนีด้วยความรู้สึกผิด กลัวจนแข้งขาอ่อนแรง เธอแค่ตามมาเพื่อจะหาประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ไม่ได้อยากให้พี่สะใภ้ใหญ่ตายจริงๆ ซะหน่อย ดูสภาพที่เหมือนศพแบบนั้นสิ เมื่อกี้ยังสบตากันอยู่เลย ไม่รู้ว่าถ้าเกิดนางตายไปจริงๆ จะกลับมาคิดบัญชีกับเธอหรือเปล่า

ยิ่งคิดก็ยิ่งก้มหน้าต่ำลงไปอีก รู้สึกเสียใจจนลำไส้เขียวปัด เธอไม่น่ามาเลย พี่สะใภ้ใหญ่โดนวัวขวิดนะ นั่นมันวัวเชียวนะ ผู้ชายอกสามศอกโดนเข้าไปถ้าไม่ตายก็ต้องพิการ นับประสาอะไรกับผู้หญิงบอบบางอย่างนางล่ะ

เสิ่นเมิ่งมองดูสีหน้าหลากหลายอารมณ์ของพวกนั้น ในใจก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก คำนวณเวลาดูแล้ว พ่อของเธอก็น่าจะพาเด็กๆ กลับมาใกล้ถึงแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เธอจะเริ่มการแสดงแล้วสินะ

“แม่ เจียเซวียน เจียวเจียว เจียเหอ แล้วก็เซียงหลาน พวกเธอ…พวกเธอคิดจะทำอะไร?”

“หา? ฉัน เปล่านะ พี่สะใภ้ใหญ่ ฉันไม่ได้คิดอะไรเลย ฉันก็แค่…มาดูพี่ มาดูพี่จริงๆ นะ” อู๋เซียงหลานที่กำลังคิดฟุ้งซ่าน พอถูกเรียกชื่อก็ตกใจจนเผลอร้องกรี๊ดออกมา

โจวเจียวเจียวเห็นท่าไม่ดี บีบน้ำตาออกมาสองหยด เตรียมจะวิ่งเข้าไปฟุบตัวร้องไห้บนร่างของเสิ่นเมิ่ง

“พี่สะใภ้ใหญ่ที่น่าสงสารของฉัน…”

“หมิงหยาง หมิงเลี่ยง หมิงฟาง แล้วก็หมิงข่ายของฉัน หมิงข่าย ลูกอยู่ที่ไหน แม่คงจะไม่รอดแล้ว ลูกเอ๊ย ลูกอยู่ที่ไหน มาให้แม่เห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้ายเถอะ แม่อย่างฉันมันแย่เอง ลูกจ๋า ลูกของแม่อยู่ที่ไหน?”

เสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา ทำให้โจวเจียวเจียวต้องหยุดชะงัก อารมณ์ที่เพิ่งจะบิวต์ขึ้นมาถูกขัดจังหวะ ท่าทางที่อยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก จึงค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า

ข้างนอก เสิ่นฟู่กุ้ยจูงมือเด็กสองคนไว้คนละข้าง โดยมีหมิงหยางวัยเก้าขวบกับหมิงเลี่ยงวัยเจ็ดขวบเดินตามมาข้างหลัง พอได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากในห้อง ทั้งสี่คนก็ชะงักฝีเท้าลงทันที

“รีบเข้าไปเถอะ หมิงข่ายเอ๊ย เด็กดี รีบเข้าไปดูแม่ของหลานสิ ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้เห็นหน้าแม่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ”

ลู่หมิงข่ายเป็นลูกแท้ๆ ของเจ้าของร่างเดิม แม้จะต้องทนรับการทุบตีด่าทอจากเจ้าของร่างเดิมอยู่บ่อยครั้ง แต่เด็กน้อยวัยแค่สามขวบ ยังไงก็ยังมีความผูกพันกับผู้เป็นแม่อยู่ พอได้ยินแบบนั้นก็ร้องไห้โฮออกมาทันที

หมิงฟางอายุหกขวบแล้ว ถึงจะอายุยังน้อย แต่ก็ทำงานบ้านมาไม่น้อยเลย เธอไม่มีความผูกพันอะไรกับเจ้าของร่างเดิมนัก แต่พอได้ยินว่าคนกำลังจะตาย ในใจก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่ดี

ส่วนหมิงหยางกับหมิงเลี่ยงที่เดินตามมาข้างหลัง ทั้งสองคนเพียงแค่มองตากันเงียบๆ บนใบหน้าไม่มีความรู้สึกใดๆ ในใจกลับคิดว่า นางแม่มดใจร้ายตายไปซะได้ก็ดี ตายๆ ไปซะให้พ้นๆ

เสิ่นเมิ่งยังคงร้องคร่ำครวญต่อไป โชคดีที่เธอหยอดน้ำตาเทียมไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นคงร้องไห้ไม่ออกจริงๆ

“แม่ ฮือๆๆ เสี่ยวข่ายไม่อยากให้แม่ตาย ฮือๆๆ…”

เสิ่นเมิ่งได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ พอลืมตาขึ้นมอง ก็แทบจะหลุดปากด่าออกมา ให้ตายเถอะ เธอมองปราดเดียวก็รู้เลยว่า ไอ้เด็กน้อยน่ารักที่กำลังร้องไห้กระซิกๆ อยู่นี่ คือลูกแท้ๆ ของเธอเอง

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note