You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

โจวเจียวเจียวเร่งความเร็วในการทำงานให้เร็วขึ้น เธอตั้งใจว่าพอเลิกงานช่วงเช้า จะแวะไปบ้านพี่สะใภ้ใหญ่เพื่อเอารถจักรยานกลับบ้านก่อน พรุ่งนี้จะลางานสักวันเพื่อไปซื้อผ้าที่ตัวอำเภอ จะได้เอามาตัดเสื้อผ้าให้ลู่เจียเซวียนสักสองชุด ต่อไปนี้จะได้เป็นพนักงานกินเงินเดือนอย่างสมเกียรติ จะให้ใส่เสื้อผ้าซอมซ่อไปทำงานได้ยังไง เดี๋ยวคนอื่นจะหัวเราะเยาะเอา

สิ่งที่เธอคิด เสิ่นเมิ่งย่อมไม่รู้เรื่องเลย ตอนนี้เธอปั่นจักรยานกลับถึงบ้านแล้ว ก็รีบแวะไปหาเซี่ยจิ้งห่าวเพื่อรับตัวลู่หมิงข่ายกลับมา เด็กน้อยพอได้ยินว่าที่บ้านมีจักรยานคันใหม่ ก็ดีใจจนกระโดดโลดเต้น แถมยังลากเสี่ยวกังให้ไปดูด้วยกันอีก

เสี่ยวกังอายุยังน้อย ก็เลยอยากจะลองนั่งจักรยานดูบ้าง เขามองเซี่ยจิ้งห่าวด้วยสายตาอ้อนวอน

“แม่จ๋า หนูอยากนั่งจักรยานจังเลย”

“ไปสิลูก เที่ยงนี้กลับมากินข้าวบ้านนะ อย่าไปแย่งข้าวบ้านคุณป้ากินอีกล่ะ” เธอสวมเสื้อคลุมให้เสี่ยวกัง พร้อมกับกระซิบสั่งสอนที่ข้างหู พอเห็นลูกชายพยักหน้ารับคำโดยไม่ปริปากบ่น เธอก็เริ่มสบายใจขึ้นมาบ้าง

ตอนที่เดินไปส่งสามแม่ลูกที่หน้าประตู เซี่ยจิ้งห่าวก็ลูบท้องตัวเองเบาๆ

“พี่สะใภ้ใหญ่ จักรยานคันใหม่ซื้อมาแล้ว ก็เก็บให้มิดชิดหน่อยนะ ระวังจะมีคนมาขอยืมนะจ๊ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ยืมได้ แต่ต้องจ่ายเงินนะ ค่าเช่าจักรยานของหน่วยผลิตคิดยังไง จักรยานฉันก็คิดราคาเดียวกันแหละ”

เซี่ยจิ้งห่าวอ้าปากค้าง มองดูชาวบ้านที่กำลังทำงานอยู่ในทุ่งนาไกลๆ แล้วส่ายหน้าเบาๆ “พี่สะใภ้ใหญ่ ทำแบบนั้นคงไม่ดีมั้งจ๊ะ ล้วนแต่เป็นคนกันเองทั้งนั้น ขืนทำแบบนี้จะผิดใจกันเปล่าๆ นะจ๊ะ”

เซี่ยจิ้งห่าวหวังดีกับเสิ่นเมิ่ง ช่วงนี้ชื่อเสียงของพี่สะใภ้ใหญ่ก็ดีขึ้นมาก การมาซื้อจักรยานเอาในช่วงนี้ ถ้าชาวบ้านที่สนิทสนมกันมาขอยืม แล้วถูกปฏิเสธ ก็อาจจะทำให้เสิ่นเมิ่งเสื่อมเสียชื่อเสียงได้

ตอนนี้พวกเธอเข้ากันได้ดี เธอไม่อยากให้คนอื่นมาพูดจานินทาพี่สะใภ้ใหญ่ในทางเสียหาย

“จะกลัวอะไรล่ะ คนที่ไม่สนิทกัน ก็คงไม่กล้าหน้าด้านมาขอยืมหรอก จักรยานเป็นของมีราคานะ ถ้าทำพังขึ้นมา จะให้ชดใช้หรือไม่ชดใช้ล่ะ คนที่หน้าด้านมาขอยืม ก็ให้จ่ายค่าเช่ามา ส่วนคนที่สนิทกันก็คงไม่มาขอยืมเหมือนกัน เพราะหน่วยผลิตก็มีให้ยืมอยู่แล้ว ถ้าขอยืมไปแล้วเกิดทำพังขึ้นมา มันจะผิดใจกันเปล่าๆ แต่ถ้ามีเรื่องด่วนจริงๆ ฉันก็ไม่ใช่คนใจจืดใจดำอะไรหรอกนะ ให้ยืมตอนฉุกเฉินได้ แต่ไม่ให้ยืมเพราะขัดสน ให้ยืมครั้งสองครั้งได้ แต่ไม่ให้ยืมพร่ำเพรื่อ”

“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ก็ดีแล้วจ้ะ จริงๆ แล้วเรื่องชาวบ้านยังไม่สำคัญเท่าเรื่องคนในครอบครัวหรอกนะ คราวก่อนที่พี่ใหญ่บอกให้เจียเซวียนไปคุยเรื่องแยกบ้าน พี่เขายังบอกว่าจะช่วยฝากฝังให้เจียเซวียนได้ไปเป็นเจ้าหน้าที่ที่คอมมูนด้วยนะ ถึงจะไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ประจำ แต่ก็ได้เป็นพนักงานชั่วคราว ได้เงินเดือนตั้งสิบแปดหยวนแน่ะ พี่สะใภ้ใหญ่ ระวังคุณแม่จะมาหมายตาจักรยานของพี่นะจ๊ะ”

ดวงตาของเสิ่นเมิ่งเป็นประกายขึ้นมา ลู่เจียเซวียนได้เข้าไปทำงานเป็นพนักงานชั่วคราวที่คอมมูน ส่วนใหญ่ก็คงเป็นเพราะบารมีของลู่เจิ้นผิงนั่นแหละ แต่ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะโชคชะตาของพระเอกด้วย

พอกลับมาถึงบ้าน เธอก็เอาเก้าอี้หวายแบบมีพนักพิงสองตัวมาผูกติดไว้ที่คานเหล็กด้านหน้าจักรยาน แล้วก็หลอกเด็กๆ ว่าซื้อเก้าอี้ตัวเล็กๆ มาผูกติดรถไว้ จะได้นั่งสบาย ไม่เจ็บก้น

เสิ่นเมิ่งเอาเก้าอี้หวายผูกติดกับจักรยานคันเล็กๆ ที่เหมาะกับผู้หญิง ปั่นสบายๆ ไม่ต้องออกแรงเยอะ ด้านหน้ามีเด็กน้อยสองคนนั่งอยู่ โดนลมพัดเย็นๆ ก็หัวเราะคิกคักเป็นระยะๆ เสิ่นเมิ่งยังยัดลูกอมใส่มือเด็กๆ คนละเม็ดตอนที่อุ้มขึ้นไปนั่งบนจักรยานด้วย

สามแม่ลูกปั่นจักรยานไปทางโรงเรียนของคอมมูน ลู่หมิงหยางและน้องๆ กำลังเดินกลับบ้านพร้อมกับต้าชิ่งและเอ้อชิ่ง พอมองไปแต่ไกล ก็เห็นคนปั่นจักรยานตรงมาทางพวกเขา ลู่หมิงเลี่ยงตาไว รีบชี้มือบอกพี่ๆ

“พี่ หมิงฟาง นั่นแม่นี่ แม่ปั่นจักรยานพาเสี่ยวข่ายกับเสี่ยวกังมารับพวกเราแล้ว แหะๆๆ แม่บอกว่าจะไปซื้อจักรยานที่ตัวอำเภอวันนี้ นี่ไงจักรยานคันใหม่ของบ้านเรา พี่ดูสิ มีดอกไม้สีแดงผูกไว้ด้วยนะ ต้องเป็นรถของบ้านเราแน่ๆ เลย”

พอเขาตะโกนจบ ลู่หมิงหยาง ลู่หมิงฟาง และเด็กคนอื่นๆ ก็พากันหันไปมองตาม สายตาของเด็กๆ เต็มไปด้วยความอิจฉา

เด็กๆ ที่เคยไม่อยากเล่นกับพวกเขาก่อนหน้านี้ ก็พากันตื่นเต้นวิ่งเข้ามาถามว่าบ้านพวกเขาซื้อจักรยานแล้วเหรอ ทำเอาลู่หมิงหยาง ลู่หมิงเลี่ยง และลู่หมิงฟางถึงกับหน้าแดงด้วยความภาคภูมิใจและเชิดหน้าขึ้นอย่างสง่าผ่าเผย

“ยังไม่รู้เลยจ้ะ อาจจะยืมมาก็ได้นะ แม่ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ บอกแล้วว่าจำทางกลับบ้านได้ ก็ยังจะมารับอีก”

ลู่หมิงเลี่ยงก็เออออห่อหมกไปกับพี่ชาย “แม่ก็จริงๆ เลย พวกเราโตแล้วนะ จะไปไหนก็ไม่น่าเป็นห่วงหรอก น่าปวดหัวจริงๆ เลย”

“หมิงเลี่ยง แม่ของนายรักนายจริงๆ นะ” เอ้อชิ่งมองลู่หมิงเลี่ยงด้วยความอิจฉา เขาก็อยากให้พ่อแม่มารับเหมือนกัน แต่ก็รู้ดีว่าพ่อไม่ชอบพวกเขา แถมยังชอบตีพวกเขาและเหยาเหยาด้วย พอมองดูเสื้อผ้าใหม่ๆ ของพวกหมิงหยาง แล้วก็หันไปมองคุณป้าที่อยู่ใกล้ๆ เขาก็อยากจะมีแม่แบบนี้บ้าง คิดไปคิดมา เขาก็ขมวดคิ้วแน่น แม่ของเขาก็ดีเหมือนกันนี่นา!

“หมิงหยาง จักรยานคันนั้นมีดอกไม้สีแดงผูกไว้ด้วย ต้องเป็นของใหม่แน่ๆ คุณป้าจ๊ะ จักรยานคันนี้ป้าซื้อมาเหรอจ๊ะ? คันนี้เล็กกว่าของหน่วยผลิตอีกนะ” ต้าชิ่งดึงมือลู่หมิงหยางเดินเข้าไปหาเสิ่นเมิ่ง

เสิ่นเมิ่งลงจากจักรยานแล้วตอบว่า “ใช่จ้ะ เพิ่งซื้อมาใหม่ๆ เลย นี่ก็เพราะเจ้าตัวเล็กสองคนนี้งอแงอยากนั่ง ป้าก็เลยปั่นมารับหมิงหยาง หมิงเลี่ยง แล้วก็หมิงฟางน่ะจ้ะ”

ลู่หมิงหยางยิ้มหน้าบาน เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังทันที “พวกเราเด็กตั้งเยอะแยะ ไม่หลงทางหรอกครับ แม่รีบกลับบ้านเถอะ ผมหิวแล้ว บ่ายนี้ยังมีเรียนอีกนะ!”

“โอเคจ้ะ งั้นเรากลับกันเถอะ!”

เสิ่นเมิ่งก็ไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีเรียบเฉยของเด็กผู้ชายคนนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ตอนที่บอกว่าจะซื้อจักรยาน เขายังทำท่าทางดีใจอยู่เลยแท้ๆ

ลู่หมิงฟางทำหน้าบูดบึ้งไม่อยากมองหน้าพี่ชายใหญ่ อาศัยจังหวะที่ลู่หมิงเลี่ยงและเพื่อนๆ คนอื่นกำลังแย่งกันดูจักรยาน เธอก็ขยับเข้าไปกระซิบข้างๆ ลู่หมิงหยาง

“พี่ใหญ่ พี่ไม่ต้องมาเก๊กหรอก ฉันรู้ว่าในใจพี่กำลังเต้นระบำด้วยความดีใจอยู่ ระวังแม่จะเชื่อจริงๆ นะ วันหลังพี่อยากให้แม่มารับ แม่ก็คงไม่มาแล้วล่ะ ชิ!”

พูดจบ ลู่หมิงฟางก็หันหลังวิ่งหนีไปเลย ปล่อยให้ลู่หมิงหยางยืนตัวแข็งทื่ออยู่คนเดียว

เสิ่นเมิ่งเข็นจักรยานกลับเข้าหมู่บ้าน เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กๆ จะมีความอยากรู้อยากเห็น อยากจับ อยากเข็น หรืออยากลองนั่งดูบ้าง ซึ่งเธอก็พยายามตามใจพวกเขาให้มากที่สุด เพราะเด็กในยุคนี้ใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบากจริงๆ แค่ประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ก็อาจจะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของพวกเขาไปอีกนาน

หลังจากไล่เด็กคนอื่นๆ ไปได้แล้ว ลู่หมิงหยางก็เดินเข้ามาหาเสิ่นเมิ่งด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ

“แม่ครับ แม่ซื้อจักรยานมาผมดีใจมากเลยนะ ผม… ผมอยากหัดปั่นจักรยานด้วย แม่ช่วยสอนผมหน่อยได้ไหมครับ?”

“หนูด้วยๆ!”

“แม่ หนูก็อยากหัดด้วย!”

ไม่ใช่ว่าเสิ่นเมิ่งดูถูกเด็กๆ นะ แต่ด้วยความสูงของพวกเขาตอนนี้ แค่จะเอื้อมมือไปจับแฮนด์จักรยานยังลำบากเลย ถ้าจะให้หัดปั่นจริงๆ ก็คงจะยากน่าดู

“อยากหัดก็หัดได้จ้ะ แต่… ไม่ใช่ว่าแม่จะดูถูกพวกหนูนะ ตอนนี้พวกหนูยังเอื้อมไม่ถึงแฮนด์จักรยานเลยด้วยซ้ำ รอปีหน้าค่อยหัดก็แล้วกัน ปีนี้ก็ตั้งใจกินข้าวให้เยอะๆ จะได้ตัวสูงๆ พอตัวสูงเท่าแม่จนสามารถเข็นจักรยานได้แล้ว ค่อยมาหัดปั่น ตกลงไหมจ๊ะ?”

เด็กๆ ต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ แต่ในใจต่างก็มุ่งมั่นว่าจะต้องกินข้าวให้เยอะๆ จะได้ตัวสูงๆ

ตอนที่สามแม่ลูกกลับมาถึงบ้าน โจวเจียวเจียวก็มายืนรออยู่ที่หน้าประตูบ้านแล้ว พอเห็นเก้าอี้หวายสองตัวที่ผูกติดอยู่กับคานเหล็กด้านหน้าจักรยาน เธอถึงกับขมวดคิ้วแน่น

“พี่สะใภ้ใหญ่ กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ จักรยานคันใหม่เพิ่งซื้อมา ก็ควรถนอมหน่อยสิจ๊ะ ดูสิ เก้าอี้นี่ผูกไว้ซะแน่นเชียว ระวังสีจักรยานจะถลอกเอานะจ๊ะ เอาล่ะ เสี่ยวข่าย เสี่ยวกัง ลงมาได้แล้วจ้ะ เดี๋ยวคุณอาสะใภ้จะต้องเข็นจักรยานกลับไปแล้วนะจ๊ะ นี่ไม่ใช่ของซื้อมาให้พวกหนูนั่งเล่นนะ แต่เป็นของให้คุณอาสี่เอาไว้ปั่นไปทำงาน อย่าทำตัวดื้อสิจ๊ะ!”

เสิ่นเมิ่ง: “???”

นี่หล่อนกำลังเพ้อเจ้ออะไรอยู่เนี่ย ซื้อมาให้ลู่เจียเซวียนปั่นไปทำงานงั้นเหรอ? ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่าเนี่ย???

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note