ตอนที่ 62 ลูกสาวแท้ๆ ของแม่จะเอาไปใช้ยังไงก็เรื่องของนางสิ
แปลโดย เนสยัง“แม่พูดแบบนี้ ฉันก็คงไม่กล้าเปิดประตูให้หรอกจ้ะ แม่พูดจริงหรือพูดเล่น พวกเราต่างก็รู้กันอยู่แก่ใจดี ลู่เจิ้นผิงเป็นทหารมาตั้งหลายปีแล้ว เขาต้องส่งเงินเดือนกลับมาให้ที่บ้านทุกเดือน จากทหารชั้นผู้น้อยที่ได้เงินแค่หนึ่งหรือสองหยวน จนมาถึงตอนนี้ก็ได้เงินเดือนตั้งหลายสิบหยวน เขาไม่ได้ส่งมาแค่เดือนสองเดือน หรือแค่ปีสองปีหรอกนะจ๊ะ คนบ้านนอกอย่างเรา ต่อให้กินเนื้อทุกมื้อ มันจะไปเสียเงินสักเท่าไหร่กันเชียว แม่จ๋า ถ้าจะให้คิดบัญชีกันให้ละเอียดถี่ถ้วนจริงๆ รับรองว่าแม่ต้องรับมือไม่ไหวแน่ๆ แม่กลับไปเถอะจ้ะ!”
เสิ่นเมิ่งกอดอก ยืนพิงประตูอยู่ด้านใน ตะโกนออกไปข้างนอก เธอแอบมองลอดช่องประตูออกไป ก็เห็นชาวบ้านกำลังมุงดูกันอยู่เต็มไปหมด!
จังหวะนี้เธอคงไม่ออกไปหรอก ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็ต้องมายืนเถียงกันให้เสียเวลาอีก
“แก… แกนี่มันดื้อด้านจริงๆ เลยนะ กล้ามาพูดจาใส่ร้ายฉันแบบนี้ได้ยังไง วันๆ หนึ่งก็มีแต่เรื่องให้ฉันต้องปวดหัว ตาแก่เอ๊ย เมื่อไหร่ตาจะกลับมาสักที คนอาภัพอย่างฉันจะได้เห็นหน้าตาอีกสักปีไหมเนี่ย โธ่เอ๊ยยย แม่จ๋าาา ~ โอ๊ยยย!”
หลิวซานจินทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น แล้วก็เริ่มร้องห่มร้องไห้ฟูมฟาย น้ำเสียงขึ้นๆ ลงๆ ทำเอาเสิ่นเมิ่งถึงกับต้องกลั้นขำ
เมื่อก่อนฉากแบบนี้เธอเคยเห็นแต่ในคลิปวิดีโอสั้นๆ พอมาเจอสถานการณ์จริง แถมยังได้ดูใกล้ๆ แบบนี้ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย
“พ่อจ๋า แม่จ๋า ทำไมถึงได้รีบด่วนจากไปแบบนี้ ปล่อยให้ฉันต้องมาทนรับกรรมอยู่บนโลกนี้เพียงคนเดียว โธ่เอ๊ย แม่จ๋าาา ~ !”
นางนั่งอยู่บนพื้น เตะขาไปมา สองมือก็ตีหน้าขาตัวเองดัง “ป๊าบๆ”
เสิ่นเมิ่งมองดูแล้วก็รู้สึกทึ่งปนขำ ตีแรงขนาดนี้ หน้าขาคงจะแดงไปหมดแล้วล่ะมั้ง
นางร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพราก ชาวบ้านที่เตรียมตัวจะไปทำงาน ก็อดไม่ได้ที่จะเข้ามาช่วยพูดไกล่เกลี่ยอยู่สองสามประโยค
แต่ยิ่งพอมีคนมาช่วยพูดไกล่เกลี่ยขณะที่กำลังร้องไห้เข้าด้ายเข้าเข็มแบบนี้ นางก็ยิ่งได้ใจ ร้องไห้ฟูมฟายหนักเข้าไปอีก
“ไม่ต้องมาช่วยพูดไกล่เกลี่ยให้ฉันหรอก ฉันมันคนอาภัพ ต้องมาทนอยู่กับนังตัวผลาญสมบัติแบบนี้ ตลอดหลายปีมานี้ ฉันอยู่ร่วมกับคนอื่น เคยโมโหใส่ใครที่ไหนกัน พอหล่อนแต่งเข้ามา ฉันก็รักและเอ็นดูหล่อนเหมือนลูกสาวแท้ๆ แต่ดูหล่อนทำกับฉันสิ ฉันมานั่งอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว หล่อนยังไม่ยอมเปิดประตูให้ฉันเลย สวรรค์เอ๊ย เมื่อไหร่เวรกรรมนี้มันจะจบสิ้นเสียที ~ !”
“ฉันไม่เปิดประตูให้ ก็เพราะแม่บอกว่าจะตีฉันให้ตายไงล่ะ ในเมื่อแม่บอกเองว่ารักฉันเหมือนลูกสาวแท้ๆ ฉันกับแม่แท้ๆ ของฉันก็ไม่เคยโกรธเกลียดอะไรกันข้ามคืนอยู่แล้ว อีกอย่าง นี่มันก็แค่ต้นข้าวโพดในที่ดินส่วนตัว ลูกสาวแท้ๆ ของแม่จะเอาไปใช้ยังไงก็เรื่องของนางสิ แม่มานั่งร้องห่มร้องไห้จะเป็นจะตายอยู่ตรงนี้ แม่ต้องการอะไรกันแน่จ๊ะ?”
“แก… ฉัน… นี่…” หลิวซานจินคาดไม่ถึงเลยว่าเสิ่นเมิ่งจะเปิดประตูออกมาอย่างกะทันหัน คำพูดไม่กี่ประโยคของหล่อนทำเอานางถึงกับสะอึก ไม่รู้จะโต้ตอบกลับไปว่ายังไงดี
เมื่อเห็นใบหน้าที่แดงก่ำของหลิวซานจิน เสิ่นเมิ่งก็แกล้งทำทีเป็นน้อยเนื้อต่ำใจ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่แทบจะไม่มีอยู่เลยที่หางตา
“แม่จ๋า แม่อยากจะทำอะไรกันแน่ ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ชีวิตความเป็นอยู่ของแม่ก็ออกจะดี ทำไมแม่ถึงได้ชอบหาเรื่องนักล่ะ ลูกชายลูกสะใภ้ก็คอยดูแลเอาใจใส่ พ่อตาก็ยังออกไปทำงานหาเงินได้ เจิ้นผิงก็ยังส่งเงินมาให้แม่ใช้ทุกเดือน ทั่วทั้งสิบหมู่บ้านนี้ คงไม่มีแม่เฒ่าคนไหนที่มีชีวิตบั้นปลายสุขสบายไปกว่าแม่อีกแล้ว แม่ยังมีอะไรที่ไม่พอใจอีกเหรอ ถึงได้เอาแต่จ้องจะปอกลอกครอบครัวเราอยู่ร่ำไป แม่ช่วยกรุณาปล่อยพวกเราไปเถอะ ได้ไหมจ๊ะ?”
พอได้ยินคำพูดนี้ ชาวบ้านที่กำลังช่วยพูดไกล่เกลี่ยเมื่อครู่ ก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยพอใจขึ้นมาทันที คนเฒ่าคนแก่บางคนที่แบกจอบอยู่ ก็ตัดสินใจเดินหนีไปเลย พวกเขาทำงานหนักสายตัวแทบขาด ก็เพียงเพราะอยากจะให้ตัวเองและครอบครัวได้กินอิ่มท้องสักมื้อเท่านั้น
ยายแก่ลู่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายจะตายไป ถ้าฟังจากคำพูดของสะใภ้เจิ้นผิงแล้ว ก็ไม่รู้ว่าแอบซ่อนเงินไว้ตั้งเท่าไหร่แล้วเนี่ย!
ตอนที่แบ่งสมบัติกัน ยายแก่ลู่ก็ควักเงินให้บ้านใหญ่รวดเดียวหกสิบกว่าหยวน บางครอบครัวทำงานทั้งปี ยังไม่รู้เลยว่าจะเก็บเงินได้ถึงขนาดนี้หรือเปล่า แต่นางกลับควักเงินออกมาได้อย่างง่ายดาย ตอนนั้นทุกคนยังคิดว่านางเป็นคนยุติธรรมเลยนะเนี่ย
ถุย! ยุติธรรมบ้าบออะไรล่ะ สงสัยคงจะหลอกเอาเงินจากเสิ่นเมิ่งนังเด็กโง่นั่นมามากกว่ามั้ง
อุตส่าห์มาช่วยพูดไกล่เกลี่ยให้นาง ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยากจนจนแทบจะไม่มีกินอยู่แล้ว เอาเวลาไปทำงานหาแต้มแรงงาน หาเสบียงมาตุนให้ที่บ้านยังจะดีซะกว่า

0 Comments