ตอนที่ 57 ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ต้องตอบแทน
แปลโดย เนสยัง“อร่อยมากเลย น้องเล็ก เธอคิดได้ยังไงเนี่ย ซุปหมูสไลด์นี่ใส่พริกไทยลงไปด้วย แหะๆ ของพวกนี้หายากนะเนี่ย โชคดีที่ฉันรู้จักต้นพริกไทยเก่าแก่อยู่ต้นนึง ซุปนี่มันสดชื่นจริงๆ พอมีเนื้อแล้วมันต่างกันลิบลับเลยนะ”
“พี่ พี่ทำอาหารอร่อยจังเลย ทำไมเมื่อก่อนไม่เห็นพี่ทำกับข้าวเลยล่ะ!” เสิ่นเสี่ยวปินรู้สึกเสียดายจริงๆ ที่เมื่อก่อนไม่ได้กินฝีมือพี่สาวบ่อยๆ ขาดทุนย่อยยับเลย
มื้อเย็นเสิ่นเมิ่งกินไปนิดเดียว แต่พอเห็นอาหารฝีมือตัวเองได้รับความนิยมขนาดนี้ ในใจก็แอบดีใจ
“เมื่อก่อนไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากทำกับข้าวหรอกนะ แต่พ่อกับแม่ไม่ยอมให้ทำต่างหากล่ะ เออ แม่ พ่อกินข้าวอยู่ตรงนู้นคนเดียวจะไหวเหรอจ๊ะ?”
หวังคุ่ยจือกัดแผ่นแป้งทอดกรอบๆ ไปคำหนึ่ง “ไหวสิ โตป่านนี้แล้ว จะต้องให้ป้อนถึงปากหรือไง ลูกกินของลูกไปเถอะ ในกระทะต้มน้ำร้อนไว้แล้วนะ เดี๋ยวตอนค่ำลูกพาก็พาพวกหมิงหยางไปอาบน้ำทำความสะอาดสักหน่อย พรุ่งนี้เช้าก็ให้พี่ชายลูกไปส่งกลับบ้านนะ”
“จ้ะ!”
อาหารอร่อยมากจนแทบไม่มีใครปริปากคุยกันเลย แม้แต่พวกหมิงหยางที่คุ้นชินกับฝีมือเสิ่นเมิ่งแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร มื้อเย็นวันนี้ถึงได้กินอร่อยเป็นพิเศษ
พอรู้ว่าที่บ้านจะสร้างบ้านใหม่ แถมยังจะทำเฟอร์นิเจอร์ใหม่ด้วย ลวี่ฉินหลานและซูเสี่ยวเหมยก็ดีใจมาก เพราะถ้าบ้านกว้างขวางขึ้น เด็กๆ ก็จะได้ไม่ต้องมานอนเบียดอยู่บนเตียงเดียวกันกับพวกหล่อนอีก
เสิ่นเสี่ยวปินในฐานะน้าชายคนเล็ก ก็รับอาสาอาบน้ำให้พวกหลานชาย ลวี่ฉินหลานเองก็ตักน้ำใส่อ่างไม้ให้หมิงฟางอาบ เสิ่นเมิ่งโดนแย่งงานไปหมดแล้ว เธอก็เลยยกเก้าอี้ไปนั่งคุยกับคนบ้านสกุลเสิ่นในลานบ้าน
สายลมพัดโชยมาเบาๆ พัดพาเอาเสียงหัวเราะเฮฮาไปทั่วลานบ้าน ตกเย็นพอรู้ว่าเสิ่นเมิ่งกลับมา ก็มีเพื่อนสาวสมัยยังไม่แต่งงานแวะมาหาหลายคน พอเห็นว่าเธอพูดจาฉะฉาน การแต่งตัวก็ดูดีกว่าตอนก่อนแต่งงานมาก ก็พลอยดีใจไปกับเธอด้วย
หวังคุ่ยจือกลับเข้าห้องไปหยิบน้ำตาลทรายแดงที่เก็บไว้ในตู้บนเตียงเตาออกมา สะใภ้รองกำลังตั้งท้อง การได้ดื่มน้ำทรายแดงบ่อยๆ ก็จะช่วยบำรุงร่างกายได้ แต่ก็ต้องให้สะใภ้ใหญ่ด้วย จะได้ไม่เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะมีเรื่องบาดหมางกันได้
ส่วนของอื่นๆ นางไม่ได้ตั้งใจจะเอาออกมา เพราะยังไงของพวกนี้ลูกสาวก็เอามาให้นางกับตาเฒ่า ถ้าเอาของที่ลูกสาวให้ไปประเคนให้ลูกสะใภ้ เดี๋ยวลูกสาวก็จะเสียใจเอาได้ น่าเสียดายที่บางคนกลับคิดไม่ถึงเรื่องนี้
“ของดีๆ เยอะแยะขนาดนั้น เราสองคนกินกันไม่หมดหรอก ยายก็แบ่งน้ำตาลทรายแดงไปให้พวกนางหน่อยสิ ยายเฒ่า ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ยายขี้งกขนาดนี้น่ะ”
“นอนไปเลยไป ของพวกนี้เสี่ยวเมิ่งเขาอุตส่าห์เอามาให้เราสองคน หลานๆ ก็ได้กินลูกอมกันไปแล้ว จะเอาอะไรอีก สร้างบ้านไม่รู้ต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่ ฉันกะว่าใช้หญ้าแฝกมุงหลังคาก็ได้ แต่คิดไปคิดมา ก็ฟังที่เสี่ยวเมิ่งบอกนั่นแหละ การสร้างบ้านเป็นเรื่องใหญ่ เดี๋ยวต้องขอบคุณลูกเขยกับเสี่ยวเมิ่งซะหน่อยแล้วล่ะ พอสร้างบ้านเสร็จ ก็ค่อยทำเฟอร์นิเจอร์เพิ่ม เรื่องดีๆ ขนาดนี้จะเอาอะไรอีกล่ะ ยายลองออกไปดูสิว่า ทั่วทั้งสิบหมู่บ้านนี้ จะมีแม่สามีที่ไหนใจดีเท่าฉันอีก”
เสิ่นฟู่กุ้ยไม่พูดอะไรอีก จริงๆ เขาก็รู้ว่าถ้าเอาของที่ลูกสาวซื้อมาไปให้ลูกสะใภ้มันก็คงไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ แต่ลึกๆ แล้วเขาก็รู้สึกผิดต่อลูกสะใภ้ทั้งสองคน แล้วก็หลานๆ ด้วย
เขาเงยหน้ามองร่างของหวังคุ่ยจือที่กำลังโค้งตัวเก็บของ จู่ๆ ก็รู้สึกใจหายขึ้นมา
“คุ่ยจือเอ๊ย ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าผมขาวของยายมันเยอะขึ้นล่ะ?”
หวังคุ่ยจือชะงักมือที่กำลังล็อกตู้ หันกลับมามองเขาแวบหนึ่ง
“ฉันอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ มีผมขาวบ้างมันก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวฉันจะชงนมให้ตาสักชามนะ อ้อ ไม่สิ สองชาม ฉันก็ต้องดื่มด้วยเหมือนกัน นี่เป็นของที่ลูกสาวให้ฉันมา ฉันทนลำบากมาตั้งหลายปี ตอนนี้ก็มีคนมาคอยเป็นห่วงฉันแล้ว ฉันจะบอกอะไรให้นะ คืนนี้ตาก็ไปนอนกับพวกเด็กๆ ก็แล้วกันนะ ฉันจะไปนอนที่ห้องเจ้าใหญ่ นอนกับลูกสาวสักหน่อย”
“ได้ๆๆ ไปเถอะ แม่ลูกก็คุยกันให้พอใจ ถือโอกาสกำชับเสี่ยวเมิ่งด้วยนะ ให้หมั่นเขียนจดหมายหาลูกเขยบ่อยๆ ความสัมพันธ์สามีภรรยาจะได้ไม่จืดจาง แล้วก็ลองถามดูสิว่าปีนี้จะกลับบ้านไหม ถ้าไม่กลับ ก็ให้เสี่ยวเมิ่งหาทางไปเยี่ยมที่กองทัพดู”
ผ่านมาตั้งหลายปี ลูกเขยก็ไม่เคยกลับบ้านเลย ลูกสาวตัวเองก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องจะไปเยี่ยม ปล่อยไว้นานๆ ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาจะไม่จืดจางไปหมดเหรอ?
“รู้แล้วน่า เดี๋ยวฉันจะลองเลียบๆ เคียงๆ ถามดู”
เสิ่นเมิ่งนั่งมองเด็กๆ เล่นกันอย่างสนุกสนานอยู่ในห้อง ไม่มีทีท่าว่าจะยอมนอนเลยสักนิด เธอรู้สึกตลกดี รอดูเถอะ พอต้องไปโรงเรียนจริงๆ รับรองว่ามีร้องไห้แน่ๆ
“แม่ ทำไมแม่ถึงหัวเราะน่ากลัวขนาดนั้นล่ะจ๊ะ แม่เป็นอะไรไป?” ลู่หมิงเลี่ยงคลานมาจากอีกฝั่งของเตียงเตา พุ่งตรงเข้ามาในอ้อมกอดของเสิ่นเมิ่ง ช่วงนี้เขาได้กินแต่ของดีๆ ทุกคืนยังได้ดื่มนมสดหอมๆ อีก ตัวก็เลยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
“โอ๊ยยย ไอ้เด็กแสบ ระวังหน่อยสิ หัวแข็งๆ เกือบจะชนคางแม่แล้วเนี่ย”
“แหะๆๆ” ลู่หมิงเลี่ยงรู้สึกมีความสุขในใจ เสี่ยวข่ายไอ้เด็กแสบนั่นมักจะอาศัยความที่ตัวเองยังเด็ก ชอบอ้อนเข้าไปซุกในอ้อมกอดของแม่บ่อยๆ ตอนนี้เป็นไงล่ะ เขามาก่อน คนอื่นก็ทำได้แค่มองนั่นแหละ
ลู่หมิงหยางมองดูรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของน้องชายคนรอง แล้วก็รู้สึกขัดหูขัดตายิ่งนัก
“น้าเล็กเพิ่งจะอาบน้ำให้พวกลูก แป๊บเดียวก็เล่นจนเหงื่อท่วมอีกแล้ว พักผ่อนเถอะลูก นอนเร็วๆ หน่อย คราวหน้าถ้าบ้านคุณยายสร้างเสร็จแล้ว แม่ค่อยพาพวกหนูมาเล่นใหม่ ดีไหม?”
“ดีครับแม่ น้าเล็กจับไส้เดือนให้ผมด้วย ผมเอาไส้เดือนมาผ่าตัดด้วยนะ ขาดเป็นท่อนๆ เลย” ลู่หมิงข่ายคลานมาหาเสิ่นเมิ่ง พยายามจะเบียดตัวเข้าไปในอ้อมกอดของเธอ เพื่อจะดันพี่ชายคนรองออกไป
เสิ่นเมิ่ง: “…”
ฟังดูแอบน่าขยะแขยงนิดหน่อยนะเนี่ย!!!
“โอ๊ยยย พวกหนูสองคนเลิกซนได้แล้ว เดี๋ยวแม่ก็ล้มหรอก รีบนอนเร็วเข้า หมิงหยาง หมิงเลี่ยง หมิงฟาง พวกหนูก็รีบห่มผ้าเข้านอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้านะ รอดูเถอะ ฟ้ายังไม่ทันสาง คุณยายก็ต้องมาปลุกพวกหนูแล้ว”
พอพูดแบบนี้ ลู่หมิงหยางก็รีบสวมบทบาทความเป็นพี่ใหญ่ทันที กดตัวน้องๆ ให้นอนลง
หวังคุ่ยจือถือหมอนของตัวเอง ลังเลอยู่ว่าจะเข้าไปดีไหม บังเอิญได้ยินเสียงลูกสะใภ้สองคนกำลังคุยกัน นางก็เลยเดินเข้าไปใกล้ๆ ไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องรองพอดี
“พี่สะใภ้ใหญ่ น้องสามีเรากลับมาคราวนี้ เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยนะ ดีกับพ่อกับแม่อย่างเห็นได้ชัด กับพวกเราก็พูดจาดี ไม่ได้ทำเหมือนพวกเราเป็นคนนอกเลย”
“ใช่น่ะสิ ในมือเด็กๆ ก็กำลูกอมที่น้องสามีให้ไว้ ปากก็เอาแต่พร่ำบอกว่าคุณอาใจดีๆ เฮ้อ ตอนนี้น้องสามีถึงได้ทำตัวเหมือนคนรู้จักใช้ชีวิตหน่อย พี่เห็นเสื้อผ้าที่พวกหมิงหยางใส่ไหม ผ้าดีมากเลยนะ ฉันลองจับดูแล้ว ผ้าฝ้ายนุ่มมากเลย”
ลวี่ฉินหลานพูดพลางตบตัวลูกชายเบาๆ ในใจก็รู้สึกอิจฉา ถ้าหล่อนมีเงิน หล่อนก็ต้องซื้อของดีๆ ให้ลูกเหมือนกัน
“ลูกของตัวเองก็ต้องรักเป็นธรรมดา แต่พวกหมิงหยางก็เป็นเด็กดีนะ ดูเสื้อผ้าที่เอามาให้พวกเราสิ มีแต่ของดีๆ ทั้งนั้น ถึงจะมีรอยปะอยู่บ้าง แต่มันก็ดีกว่าของที่เรามีอยู่เยอะเลย ฉันได้ยินเสี่ยวข่ายบอกว่า น้องสามียังเอาเสื้อผ้าที่พวกเขายังไม่เคยใส่มาให้ด้วยนะ ในใจฉันรู้สึกขอบคุณมากเลย กะว่าวันหลังจะต้องหาทางตอบแทนบุญคุณน้องสามีให้ได้” ซูเสี่ยวเหมยรู้สึกขอบคุณจากใจจริง ปากก็เลยพูดออกไปแบบนั้น ตั้งแต่เด็กหล่อนรู้สึกต่ำต้อยเพราะขาเป๋ หล่อนไม่เคยคาดหวังว่าจะมีใครมาทำดีด้วยจริงๆ แต่ขอเพียงแค่มีคนทำดีกับลูกของหล่อนจากใจจริง หล่อนก็พร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อตอบแทนบุญคุณคนคนนั้น

0 Comments