You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เฉิงหย่วนเหม่อมองไปชั่วขณะ จนกระทั่งถูกผู้เป็นแม่เอาศอกกระทุ้ง ถึงได้สติกลับมา แต่พอมองเห็นหญิงสาวสวยเดินตรงมาทางนี้ เขาก็รีบยืดตัวตรงทันที จนกระทั่งผู้เป็นแม่เอ่ยทักว่า “สหายเสิ่น” เขาถึงได้ตื่นจากภวังค์

ตอนแรกที่เขามองหาก็คือพวกผู้หญิงมีอายุ เพราะลู่เจิ้นผิงที่เป็นถึงหัวหน้ากองของเขาก็อายุเยอะแล้ว จะเป็นหญิงสาวสวยๆ ไปได้ยังไง

“รอนานแล้วใช่ไหมจ๊ะ?”

“ไม่เลยๆ เพิ่งมาถึงได้แป๊บเดียวเอง เราไปคุยกันในห้องเถอะ พอดีอวี้เฟินตอนนี้ยังไม่มีคนไข้ เราไปดื่มน้ำแล้วค่อยๆ คุยกันดีกว่า”

เฉิงหย่วนอดรู้สึกเสียดายในใจไม่ได้ แฟนของเขาก็หน้าตาพอใช้ได้อยู่หรอก แต่ถ้าเอามาเทียบกับผู้หญิงตรงหน้าล่ะก็ ห่างชั้นกันลิบลับ ถึงจะคิดแบบนั้นมันก็ไม่ค่อยดีนัก แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยโอกาสที่จะได้พูดคุยกับหล่อนไปหรอกนะ

“คุณ คุณคือสหายเสิ่นสินะครับ ผมไม่รู้เลยว่าจะเรียกคุณว่ายังไงดี”

เสิ่นเมิ่งขมวดคิ้ว เธอรู้สึกว่ารอยยิ้มของผู้ชายคนนี้ดูเจ้าชู้และน่ารังเกียจมาก

“เรียกฉันว่าสหายเสิ่นก็พอแล้วจ้ะ”

เฉิงอวี้เฟินจัดโต๊ะ รินน้ำอุ่นให้ทุกคนคนละแก้ว แก้วเคลือบนี่ก็เอามาจากบ้านเมื่อเช้า ไม่อย่างนั้นคงมีไม่พอ

“สหายเสิ่นจ๊ะ เมื่อวานฉันไม่ดีเอง พูดจาไม่เข้าหูไปหน่อย หนูอย่าถือสาฉันเลยนะ นี่คือเฉิงหย่วนลูกชายฉัน เขารู้ว่าฉันก่อเรื่อง ก็เลยดึงดันจะมาขอโทษหนูให้ได้ อ้อ นี่เป็นของจากบ้านเรา ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรหรอก หนูรับไว้เถอะนะจ๊ะ!”

หวังจินเอ๋อเมื่อเช้าก็นอนคิดหาคำพูดดีๆ มาประจบเสิ่นเมิ่งอยู่ในใจไปมาหลายรอบ ตอนนี้ถึงได้พูดได้คล่องแคล่วขนาดนี้ ต้องขอบคุณที่อุตส่าห์ซ้อมพูดเงียบๆ มาตั้งหลายรอบ

ของที่นางยื่นให้เสิ่นเมิ่งคือไข่ไก่หนึ่งห่อ ผลไม้กระป๋อง และก็ผักอบแห้งอีกนิดหน่อย ดูๆ แล้วนอกจากผลไม้กระป๋อง ก็ไม่มีของมีค่าอะไรเลย แต่เสิ่นเมิ่งกลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากท่าทางกระตือรือร้นของนาง

“โอ๊ยยย ของพวกนี้ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกจ้ะ พอดีฉันมีธุระต้องไปทำต่อ งั้นฉันขอพูดสั้นๆ เลยก็แล้วกันนะ นี่คือวิทยุ ของใหม่แกะกล่อง ยื่นหมูยื่นแมว ถือว่าเราหายกันแล้วนะ ต่อไปนี้ขอแค่ทางคุณหมอเฉิงไม่มีปัญหาอะไร ฉันก็ไม่มีเวลามานั่งคิดเล็กคิดน้อยอะไรหรอกจ้ะ”

“ครับๆๆ ต่อไปผมจะคอยดูแลแม่ผมให้ดีๆ ไม่ยอมให้ท่านมาวุ่นวายกับคุณอาของผมอีกแน่นอน อ้อ นี่เงินค่าวิทยุครับ คุณลองนับดูสิครับ”

เสิ่นเมิ่งรับมาดูคร่าวๆ แล้วพยักหน้าให้พวกเขา

“อืม งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะจ๊ะ พวกคุณคุยกันตามสบายเลย”

“อ๊ะ เดี๋ยวก่อนครับสหายเสิ่น ของพวกนี้คุณรับไว้เถอะครับ คุณรับไว้พวกเราจะได้สบายใจ อีกอย่างไม่ว่ายังไงหัวหน้ากองของผมก็เป็นทหารที่สามีของคุณเป็นคนฝึกมา การจะตอบแทนบุญคุณสักหน่อยก็เป็นเรื่องสมควรแล้วล่ะครับ”

เสิ่นเมิ่งหันกลับมาส่งยิ้มให้ทุกคน แล้วพูดว่า “แบบนั้นไม่ได้หรอกจ้ะ นี่มันทำผิดกฎระเบียบนะ ฉันไม่รับของของประชาชนแม้แต่เข็มหรือด้ายหรอก สหายเฉิงกำลังติดสินบนฉันอยู่หรือเปล่าจ๊ะเนี่ย?”

เฉิงหย่วนก็แค่อยากจะให้สบายใจขึ้นมาบ้าง นึกไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ใช่พวกเห็นแก่เงิน ในใจก็ยิ่งรู้สึกประทับใจหล่อนมากขึ้นไปอีก

“เปล่าครับ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น นี่ผมก็ตั้งใจเตรียมมาให้คุณโดยเฉพาะเลยนะ ถ้าคุณไม่อยากรับก็ไม่เป็นไร อ้อ ผมเป็นกองกำลังอาสาสมัครนะ วันข้างหน้าถ้ามีเรื่องอะไรให้ผมช่วย คุณบอกมาได้เลย พวกเราก็คนอำเภอเดียวกันทั้งนั้น ใช่ไหมครับ!”

“อืม!”

เสิ่นเมิ่งพยักหน้า แล้วเดินออกจากโรงพยาบาลไป ในห้องทำงาน เฉิงอวี้เฟินจัดเก็บแก้วน้ำสามใบที่แทบจะไม่ได้ดื่มเลย

“พี่สะใภ้ พี่กับเสี่ยวหย่วนกลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวตอนบ่ายฉันยังต้องตรวจคนไข้อีก”

หวังจินเอ๋อกลอกตาใส่เธอ แล้วเก็บของที่เตรียมมา

“ไม่เอาก็ดีแล้ว ไข่ไก่พวกนี้ฉันอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาตั้งนาน กะจะเอาไปบำรุงร่างกายให้เสี่ยวหย่วน นังบ้านี่ก็โง่จริงๆ นึกว่าฉันเตรียมของไม่มีราคาค่างวดอะไรมาให้ ในผักอบแห้งนี่ ฉันซ่อนเนื้อหมูสามชั้นไว้ตั้งสองชั่งเลยนะ ยอมเสียเงินเพิ่มตั้งเท่าไหร่เขาถึงยอมเก็บไว้ให้ หึ!”

เฉิงอวี้เฟินถอนหายใจ มองดูหวังจินเอ๋อที่ทำหน้าทำตาเยาะเย้ยแล้วพูดว่า “พี่สะใภ้ เขาก็คงจะรู้แหละว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่ข้างใน ถ้าขืนรับไปจริงๆ ก็เท่ากับมอบจุดอ่อนให้คนอื่นจับได้น่ะสิ!”

“ได้ๆๆ มีแต่พวกเธอที่ฉลาด ฉันมันคนโง่ พอใจหรือยัง โอ๊ย สายป่านนี้แล้ว อวี้เฟินเอ๊ย เธอนี่ไม่รู้จักจัดหาข้าวปลาอาหารให้ฉันกับเสี่ยวหย่วนกินเลยนะ ช่าง…”

“แม่ เมื่อกี้แม่ตกลงกับสหายเสิ่นไว้ว่ายังไง เรากลับบ้านกันเถอะ คุณอา อย่าไปถือสาคำพูดของแม่ผมเลยนะ วันหลังถ้าผมแต่งงาน คุณอาต้องมาให้ได้นะ!”

เฉิงหย่วนพูดจบ ก็เดินออกจากห้องทำงานไป กวาดสายตามองไปตามระเบียงทางเดิน แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหญิงสาวคนสวยแล้ว พอนึกถึงเรื่องแต่งงานที่กำลังจะมาถึง ในใจก็รู้สึกว้าวุ่นขึ้นมาทันที ความตื่นเต้นดีใจในตอนแรกหายไปจนหมดสิ้น

“เอาล่ะลูก เรากลับกันเถอะ แม่ว่าก็ไม่ต้องไปใส่ใจคำพูดของสหายเสิ่นคนนั้นมากนักหรอก ยังไงก็คงไม่ถึงขั้นทำให้คุณอาของลูกต้องลำบากหรอก แต่ยังไงญาติพี่น้องก็ต้องไปมาหาสู่กันอยู่แล้ว”

ในใจนางก็คิดคำนวณไว้แล้วว่า ถึงเวลาเฉิงหย่วนแต่งงาน จะต้องให้เฉิงอวี้เฟินออกเงินก้อนโตเป็นของขวัญเสียหน่อย เป็นอาแท้ๆ จะมาออกเงินช่วยหลานชายแต่งงาน มันก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว นี่ไม่ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรอกนะ

เฉิงอวี้เฟินมองตามหลังพี่สะใภ้และหลานชายที่เดินจากไป พอนึกถึงท่าทีเย็นชาของคนในครอบครัวเมื่อคืนนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำพูดของเสิ่นเมิ่ง หลายปีมานี้ ตกลงแล้วเธอทำผิดจริงๆ หรือเปล่านะ?

พอเดินพ้นประตูโรงพยาบาล เสิ่นเมิ่งถึงได้มานั่งนับเงินในมือดีๆ ไม่ขาดไม่เกิน พอดีเป๊ะ

วันนี้เธอปั่นจักรยานมาทั้งวัน เหนื่อยแทบขาดใจจริงๆ อยากจะเอารถจี๊ปในมิติออกมาขับกลับไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่สมัยนี้จักรยานยังเป็นของหายาก ขืนขับรถจี๊ปไปตามถนนในชนบท มีหวังพวกชาวบ้านที่ทำนาอยู่ริมทางได้วิ่งแห่กันมาดูเป็นตาเดียวแน่ๆ

ช่วยไม่ได้ เธอเลยไปหาที่ลับตาคน แอบเข้าไปกินสเต็กเนื้อสันนอกกับจิบไวน์แดงในมิติสักหน่อย แล้วค่อยปั่นจักรยานมุ่งหน้ากลับหมู่บ้านสกุลเสิ่น

มาถึงบ้านสกุลเสิ่นก็ปาเข้าไปบ่ายสองครึ่งแล้ว ตอนที่เธอเข้าลานบ้านไป คนบ้านสกุลเสิ่นก็อยู่กันพร้อมหน้า แม้แต่เด็กๆ ก็ไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นข้างนอก ทุกคนกำลังรอเธออยู่ที่ลานบ้าน

“เสี่ยวเมิ่งกลับมาแล้ว ทำไมถึงออกไปนานขนาดนี้ล่ะ หิวแย่เลยสิ แม่เก็บข้าวไว้ให้แล้วนะ รีบมากินเร็ว”

“พี่ใหญ่ ระหว่างทางฉันกินมานิดหน่อยแล้ว ไม่หิวหรอกจ้ะ ทำไมทุกคนถึงอยู่บ้านกันหมดเลยล่ะ?”

เสิ่นโส่วเถียนหัวเราะแหะๆ “ก็เห็นว่าเธอกลับมาบ้าน ก็เลยอยากจะเจอหน้าเธอสักหน่อย ถ้าเธอเกิดกลับไปตั้งแต่ตอนบ่าย พี่ก็คงไม่ได้เจอเธอหรอก”

ลวี่ฉินหลาน ภรรยาของเสิ่นโส่วเถียนก็ส่งยิ้มให้เธอเช่นกัน

สองสามีภรรยาบ้านเสิ่นคนโตล้วนเป็นคนซื่อๆ ทั้งคู่มีลูกด้วยกันสามคน คนโตอายุสิบสาม คนเล็กอายุหกขวบ ลูกพี่ลูกน้องบ้านคุณตาที่ลู่หมิงหยางพูดถึง ก็คือเสิ่นเสี่ยวหู่ ลูกชายของพวกเขานั่นเอง

เสิ่นอวี้เถียนเป็นลูกชายคนรองของบ้านสกุลเสิ่น ในอ้อมกอดของเขาอุ้มเด็กที่หลับไปแล้วอยู่ ข้างๆ คือซูเสี่ยวเหมย ภรรยาของเขา หล่อนดูหวาดกลัว เวลาจะมองใครก็หลบตา ไม่กล้าสบตาใครตรงๆ เพราะว่าขาขวาของหล่อนกะเผลกนิดหน่อย ซึ่งเป็นผลพวงมาจากโรคโปลิโอในวัยเด็ก

ลูกชายคนเล็กสุดของบ้านสกุลเสิ่นก็คือ เสิ่นเสี่ยวปิน ตอนนี้เขากำลังพาพวกหลานๆ ออกไปวิ่งเล่นข้างนอก

“พี่ใหญ่ ฉันไม่หิวหรอกจ้ะ ข้าวปลาอาหารเก็บไว้กินตอนเย็นเถอะ พรุ่งนี้พวกเราถึงจะกลับจ้ะ”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note